ความเป็น professional ในอาชีพที่ทำมันไม่มีน่ะครับ
ภาพลักษณ์มันกินไม่ได้ สะอาดสะอ้านแล้วยังไง? มันไม่ได้เงินเพิ่มนิ
รถเก่ารถใหม่ก็ขับหาเงินได้ จะเช่ารถรุ่นใหม่แอร์เย็น ๆ เบาะไม่ขาด ช่วงลางดี ๆ ให้ผู้โดยสารนั่งสบาย ๆ ไปทำไม ในเมื่อเช่ารถเก่าต้นทุนถูกกว่า เช่าขับได้เงินเหลือเยอะกว่า มิเตอร์ก็วิ่งเท่ากันกับรถใหม่ จะเสียต้นทุนแพง ๆ ไปทำไม?
พวกเขามองเห็นแค่ตัวเงิน เงินมันต้องมาก่อน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
เขาไม่เข้าใจว่าอาชีพของเขามีเกียรติมากแค่ไหน และบริบทในทางสังคมพวกเขามีส่วนร่วมมากแค่ไหนที่มากกว่าการขับรถส่งผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
ถ้าไม่มีพวกเขา คนที่ต้องไปทำงานแต่ไม่มีรถส่วนตัวก็จะไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ และเมื่อคนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ พวกเขาที่ขับรถก็จะไม่มีอาชีพแท็กซี่ด้วยเหมือนกัน
การขับรถส่งผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เป็นการสร้างการ productivity ทั้งทางตรง และทางอ้อมให้กับระบบ งานที่จะเกิดขึ้นอาศัยบุคคลหลาย ๆ บุคคล อาชีพหลาย ๆ อาชีพ มาร่วมกันทำในหน้าที่ต่าง ๆ ของตนเอง
พวกเขาไม่คิดไปไกลเกินจำนวนเงินที่ได้รับหรอกครับ ไม่ว่าจะด้วยตัวเขาเองเป็นคนแบบนั้น หรือถูกระบบเบี้ยว ๆ นี่ทำให้เป็น
ถ้าเป็นคนที่ต้องเช้ารถขับ ต้นทุนคือค่าเช่ารถ ค่าแก็ส และเวลาที่อู่รถจำกัดไว้ หมดเวลาวิ่งรถถึงขาดทุนก็ต้องเอารถไปคืน ส่งรถช้าก็จะถูกปรับเงินเพิ่ม ขาดทุนแบบทีวีคูณขึ้นไปอีก
จะทำ ๆ ไม เมื่อรู้ว่าแค่ช่วงที่เวลาเริ่มเดินหลังการเช่ารถก็เกิดการขาดทุนแล้ว ไปทำอาชีพอื่นไม่ดีกว่าหรอ อันนี้ไม่รู้คำตอบจริง ๆ (ไม่กล้าถามพวกเขาด้วย 555)
เทียบกันกับเมื่อตอนไปที่สิงคโปร์ แท็กซี่ที่นั้นมีแต่รถใหม่ คนขับสุภาพ สะอาดสะอ้าน จอดเฉพาะจุดที่ให้จอด เรียกแท็กซี่จากจุดจอด หรือจากแอพฯ เท่านั้น มันคนละเรื่องกับบ้านเราเลย ภาพลักษณ์มันดีมาก ๆ มันเหมาะสมกับเมืองที่สะอาดสะอ้าน ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย และที่สำคัญ ถึงระบบการโดยสารบ้านเขาจะมีให้เลือกหลากหลายทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่บัตรใบเดียวหรือ travel card ใบเดียวก็ไปได้ทุกที (โคตรสะดวก) ก็ยังคงมีคนเลือกที่จะนั่งรถแท็กซี่ที่มีค่าใช้จ่ายแพงกว่า (ก็มันดีอะ)
หลายครั้งเลยที่นั่งแท็กซี่บ้านเราแล้วมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า
“รับชาวต่างชาติดีกว่า โดยเฉพาะงานที่ไปไกล ๆ อย่าง สนามบินสุวรรณภูมิไปพัทยา เพราะวิ่งรถรอบเดียวก็กำไรแล้วเมื่อหักต้นทุนค่ารถกับเวลาที่ใช้วิ่ง ดีกว่ามาวิ่งรถระยะสั้น ที่ไม่รู้ว่าส่งผู้โดยสารคนนี้แล้ว อีกคนจะขึ้นตอนไหน จะไปที่ไหน และมันคุ้มกับเวลามั้ย
ตรงไหนผู้โดยสารโบกแล้วรู้ว่าที่จะไปรถมันติด ถ้ารับขึ้นก็เตรียมตัวขาดทุนได้เลย หรือจุดจอดรับคนตามห้างที่ต้องเข้าคิวรอจอดรับ ถ้าตอนไหนผู้โดยสารเรียกไปที่ใกล้ ๆ ก็เสียเวลาฟรี ๆ เลย แทนที่รอนานแล้วจะได้ไปที่ไกล ๆ 35 - 45 บาททำไมไม่เรียกวิน? ”
ปล. กรณีรถเช่าขับ ดูเหมือน “เงิน” กับ “เวลา” จะสำคัญกับพวกเขามาก, ถ้าขึ้นคันไหนที่เป็นรถของตัวเองเอามาวิ่งจะไม่ค่อยเจอแบบนี้ อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว + กับที่เคยคุยระหว่างนั่งแท็กซี่นะครับ
ปล.2 รบ. ไหนก็แก้ไม่ได้ เรื่องพวกนี้ต้องปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็ก (สิงคโปร์ คนวัยรุ่น ๆ ขับรถแท็กซี่กันเยอะเลยนะ มันเป็นอาชีพหนึ่งที่มีเกียรติ) และอีกส่วนก็เป็นเพราะเงินที่รัฐผลิตออกมามันเยอะเกิน จนระบบมันพังแบบนี้นั้นแหละ คนถึงสนใจแต่จะหาเงินให้มากพอ แต่ถึงอย่างงั้นมันก็จะไม่มีวันที่ใครจะมีเงินได้มากพอ
#siamstr