Replying to Avatar Panai Lawasut

#east101 ทำให้ฉันหดหู่

ผมเดาไว้แต่แรกว่า jakk ตั้งใจจะเขียนรีวิวงานมีทอัพเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผมเองก็คิดจะรีบเขียนก่อนอยู่แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆมันไม่สามารถเรียบเรียงความรู้สึกและเรื่องราวทั้งหมดในหัวได้ มันมากมายจริงๆ

แล้วตา jakk ดันใช้ข้ออ้างว่ากลัวลืม!..เขียนออกมาก่อนอีก ฉันรู้นะว่านายตั้งใจจะให้เกียรติฉันได้เขียนเป็นคนสุดท้าย ไม่อยากจะมาแย่งซีนสินะ

ไม่โกงละกัน คอมเมนท์ตอบไปแบบที่นายชอบทำนั้นแหละ 55555

มันคงจะไม่ใช่การรีวิวงาน หรือเล่าบรรยากาศงาน ผมคิดว่าคำพูดของผู้จัดมันไม่มีน้ำหนักในเรื่องนี้ (ไม่อยากเรียกผมกับแชมป์ว่าเป็นผู้จัดเลย แต่ข้ออนุญาตละกัน มันเข้าใจง่ายดี)

แต่ผมอยากเล่าความรู้สึก ความคิด และภาพในหัวผมทีเกิดขึ้นหลังจากได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้มากกว่า

หลังจากงาน #korat101 จุดกระแสมีทอัพของคอมมูด้วยคนแค่ 4 คน มันอิมแพคมาก โคตรอิมแพคจนขนาดที่ผมคะนองไปเร้าประธานซุป ให้จัดมีทอัพภาคตะวันออก แล้วพ่อเจ้าพระคุณรุนช่องซุปก็คงคะนองพอกัน ตอบตกลง!! แล้วแทบจะนัดเจอกันภายในอาทิตย์นั้นเลย

สารภาพตามตรง ในหัวผมมันกำลังคิดว่า ฉิบหายละ!! จริงๆตอนที่ทักประธานซุปไป เราแค่อยากหาคนคุยด้วยแค่นั้นเอง จากความอยากที่จะได้เป็นผู้ร่วมงาน เราต้องกลายเป็นผู้จัดงานรึนี่

มันเดาได้อยู่แล้ว ถ้าภาคตะวันออกจุดที่เหมาะสมก็น่าจะเป็นชลบุรี และถ้าเป็นชลบุรีมันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่คนชลบุรีต้องช่วยดำเนินการเรื่องต่างๆ

ผมอยากออกตัวนิด ผมนับถือผู้ที่เก่งเรื่องการจัดอีเว้นท์มาโดยตลอด เพราะเป็นเรื่องที่ผมไม่ถนัดเลยแม้แต่นิดเดียว ผมไม่ชอบเจอคน ผมไม่ชอบต้องประสานงานกับคนเยอะแยะ หลักๆคือวิธีคิดของเราไม่ค่อยตรงกับคนอื่น คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วผมเป็นประเภทอึดอัดมากถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งงานอีเว้นท์ทุกๆงานมีเรื่องพวกนี้ตลอดเวลา

แต่ความอยากเจอทุกๆคนในคอมมู มันมากเสียจนผมสามารถมองข้ามความเอาแต่ใจของผมในเรื่องนี้ไปได้แบบสบายๆ

และผมก็รู้แน่ๆว่าผมมีบิทคอยเนอร์น้องรักที่มันบ้า และก็รักคอมมูพอๆกับผมอยู่คนนึง ที่มันพร้อมร่วมหัวจมท้ายไปกับผมแน่นอน

แชมป์ตอบตกลงผมทันทีโดยไม่ลังเล ชนิดที่ว่าผมเห็นภาพแววตาเป็นประกายของมันทั้งๆที่คุยกันผ่านโทรศัพท์

เราปรึกษากันทุกเรื่อง มันมีหลายอย่างที่ต้องชั่งใจ มันมีบางจุดที่ถ้าเราเลือกแบบนี้ มันจะต้อง trade off กับแบบนั้น แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าแบบไหนมันดีกว่า มันมีประโยคนึงที่แชมป์มันพูดแล้วเหมือนปลดล็อกความกังวลที่อยู่ในใจผมทั้งหมดออกมา

“พี่…ถ้าพี่จะเอาอะไรผมเอาด้วยหมดเลยนะพี่ พี่ตัดสินใจได้เลย”

มันเป็นบทสนทนาที่..อยู่ดีๆมันก็โทรมา พูดแค่นี้ แล้วก็วางสายไป มันเหมือนอ่านใจผมได้

เราประชุมกันกับทีม RS อยู่หลายครั้ง ผมพบว่ามันทำให้ผมสบายใจขึ้นทุกครั้ง เรารู้ได้เลยว่า เราคิดไปเองว่าเราต้องเป็นตัวตั้งตัวตี แต่ไม่เลย ทีมงานทุกคนช่วยกันออกความเห็น ทุกๆไอเดียในงานที่เกิดขึ้นล้วนเป็น consensus ของที่ประชุม ช่วยกันคิดแม้กระทั่งเราจะปั่นกระแสใน #Siamstr ยังไงดีให้มันกลายเป็นที่ถูกพูดถึง ปั่นกันไปยันรายการ bitcoin talks ของอ.ต๊ำเลยทีเดียว มันแปลว่าเรารับผิดชอบร่วมกันอยู่ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ถึงกับต้องเข้กกบาลตัวเองที่มัวแต่กังวลอะไรหนักหนา

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเห็นมากกว่านั้นคือ structure ในการเป็นผู้ provides แหล่งความรู้ ที่วางไปถึงระดับ local ของทีม RS โดยที่ jakk เป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังตั้งแต่การประชุมครั้งแรกๆของเรา

เหนือชั้นมาก ถูกที่ถูกเวลา jakk รู้ว่าควรจะคุยเรื่องนี้กับใครตอนไหน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของทีม tricker..ตัวนี้ทริกผมเต็มๆ แม้ว่าไม่ต้องเล่าเรื่องนี้เยอะ ผมรู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายจริงๆของมีทอัพครั้งนี้คืออะไร

ถ้าจะให้ผมพูดง่ายๆ

#east101 ที่คุณว่าใหญ่เกินกว่าที่มีทอัพทั้วไป

#korat101 ใหญ่กว่า!!.. และจะใหญ่ที่สุดตลอดไปในเชิงกลยุทธ์

อ้าว..นี่กุเป็นเครื่องมือของแจ๊คสินะ นี่กุเป็นเหยื่อที่เดินมาหยิบกินก้อนขนมปังที่ jakk วางไว้ใช่มั้ยจริงๆจะมองอย่างนั้นก็ได้ถ้าคุณเชื่อว่า jakk ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

“Unfait..เราต้อง unfiat ให้กับคนรุ่นต่อจากเรา” jakk พูดประโยคประมาณนี้บ่อยมาก ถ้าคุณไปงานมีทอัพแล้วนั่งฟังเค้าเล่า คุณจะได้ยินคำนี้บ่อยมาก และมันเป็นแนวความคิดเดียวกันกับผมตั้งแต่ผมฟังอ.ต้ำจนสมาทานปรัชญาของบิทคอยน์ใหม่ๆ

แต่ action ของเราต่างกันราวฟ้ากับเหว ผมทำได้แค่ป้ายยาส้มคนรอบตัว เอาปรัชญาบิทคอยมาใช้ในองค์กร และคอยเชียร์อ.ต้ำอยู่ห่างๆ โดยหวังว่า วันนึงความรู้ความเข้าใจที่อาจารย์เผยแพร่จะออกไปสู่วงกว้าง และยั่งยืนไปอย่างน้อยถึงรุ่นลูกของผม 2 คน

แต่ jakk ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมและมีกลยุทธ์ มองไกล เป้าหมายใหญ่ ชัดเจน และถ้าสำเร็จมันจะยั่งยืนพอๆกับอายุของบิทคอยน์เลย

และดูจากเส้นทางแล้วแม่งโคตรเหนื่อยเลย แต่ jakk ทำ.!!!

ยกตัวอย่างง่ายๆ คุณรู้กันไหมว่าในวันงาน jakk เค้าคิดไว้เกือบหมด ว่าในงานควรจะต้องมีใครบ้าง ต้องสร้างสถานการณ์ให้ใครคุยกับใคร และ jakk เองจะต้องเล่าเรื่องอะไรกับใครบ้างในงาน

เรื่องนี้ละเอียดยิบในทางปฏิบัติ และผิดแผนเอาง่ายๆ jakk ทำได้ทั้งๆที่มีแอลกอฮอล์ในตัวมากกว่าเลือด

ทันทีที่ผมเข้าใจเป้าหมายหลักอันนี้ของ RS ได้ผมรู้สึกตัวเล็กไปเลย พูดตรงๆสนับสนุนเรื่องเงินนิดหน่อยมันเป็นเรื่องง่าย แต่การเสียสละเอาตัวเข้าเเลกอย่างที่อ.ต้ำและ RS ทำมันไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะตัดสินใจทำได้

และมันเป็นการสร้างคุณค่าที่แท้จริง..!!!

“เพราะฉะนั้นถ้า RS จะวางก้อนขนมปังไว้ตรงไหนก็รีบไปวางเลย ใครไม่เดินตามไปเก็บ ฉันจะไปเก็บมันเอง”

ฉันก็อยากเป็นคนนึงที่สร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับคอมมูเหมือนกัน

ทำแบบนี้บางคนอาจมองว่าเป็นการแทรกแซงตลาด พยามเร่งตลาด ไม่ปล่อยให้คอมมูมันโตไปแบบออแกนิก มันไม่ตรงกับแนวคิดที่เราสมาทาน

ผมอยากชวนมองอย่างนี้ ต่อให้โลกนี้ไม่มีอ.ต้ำ มันก็จะมีคนอื่นลุกขึ้นมาทำ ต่อให้ไม่มี jakk วันนึงมันก็คนแบบ jakk มาช่วยอาจารย์ ไม่ว่ายังไงวันนึงมันก็จะมีมือที่มองไม่เห็นมาเร้าให้สถานการณ์อย่างทุกวันนี้ เกิดขึ้นอยู่ดี

สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในวันนี้มันออแกนิกมาก และพวกเราโชคดีมาก ที่ปัจจัยทุกอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วในช่วงชีวิตของเรา เกิดบนภาษาเดียวกับเรา

ให้ผมเทียบโอกาสให้ดูเล่นๆ ถ้าคนอย่างอ.ต้ำ มี 1 ในล้าน และคนอย่าง jakk มี 1 ในล้าน โอกาสที่จะมีสถานการณ์แบบวันนี้ ก็ 1 ในล้านล้าน แล้ว ยังไม่นับรวมกับโอกาสที่จะมีคนโคตรคุณภาพทุกคนใน RS อีก ไม่รู้มันจะต้องโชคดีขนาดไหนถึงจะมีปัจจัยแบบนี้ในช่วงชีวิตเรา

วันนี้ผมมีความรู้สึกว่าผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงขึ้นมาบ้างแล้ว

มันมีรางวัลตอบแทนที่หาค่าไม่ได้ ที่ผมได้รับในทันที หลายคนเป็นห่วงว่าผมจะเหนื่อย ไม่สนุกกับงาน ผมขอบคุณความห่วงใยนี้จากใจจริง แต่ผมจะเล่าความรู้สึกจริงๆของผมให้ฟัง

ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มชวนประทานซุปจัดงานจนถึงงานเริ่มจริง ผมมีความรู้สึกอิ่มเอมใจแบบบอกไม่ถูก มันรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับ RS มันเหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของเค้า เราให้ความช่วยเหลือเค้าได้

มันรู้สึกดีทุกๆคอมเมนท์ ทุกๆ zap เวลามีคนรีแอ็คชั่นกับโน้ตชวนเข้าร่วมงานของเรา

มันรู้สึกดีมากเวลาเห็นว่ามีคนยกมืออยากมาร่วมงานกับเราจริงๆ

มันสนุกเหลือเกินที่ได้วางแผนงานและคิดภาพวันงานจะออกมาเป็นยังไงอยู่ตลอดเวลา

ความรู้สึกว่าเราค่อยๆได้สร้างคุณค่ามันมีมาเรื่อยๆตั้งแต่ยังไม่ถึงวันงานเลย

ถึงในวันงานจริงผมได้รับคำขอบคุณตลอดเวลาไม่ว่าจะเดินไปตรงไหน และทำอะไรอยู่ก็ตาม และสัมผัสได้เลยว่าเป็นคำขอบคุณที่มาจากใจ รู้มั้ยว่าผมน้ำตาจะไหลทุกครั้ง มันรู้สึกว่าตัวเรามีคุณค่ากว่าที่เราให้ตัวเองเสียอีก

ลองคิดดูว่าในสังคมปกติ ผมเป็นแค่พ่อค้าขายขนมคนนึง และผมก็ได้รับการปฏิบัติแบบพ่อค้าคนนึงนั้นแหละมาโดยตลอด

แม้แต่อ.ต๊ำเอง ที่เดินมานั่งร่วมวงกับผม ทั้งๆที่วงที่ผมคุยด้วยส่วนใหญ่จะเป็นสิงห์รมควัน และก็รู้กันดีว่าอ.แกแพ้เกสรดอกไม้ และแกเองก็ขี้เขินไม่ต่างจากผม ใครจะว่ายังไงไม่รู้ แต่ผมเหมือนได้เจอไอดอล ชีวิตนี้ฉันตายได้แล้ว (ขออนุญาตคิดไปว่านี่ไม่ใช่แผนการของ jakk ละกัน)

ความประทับใจทั้งหมดผมบรรยายไม่ออกเลย

ถ้าวันนี้ลูกชายผมถามกับผมอีกครั้งว่า “best day ever ของพ่อเป็นวันไหน?”

ผมตอบว่าวันนี้ได้ทันทีแบบไม่ลังเลเลย

สิ่งที่วัดความสุขมหาศาลของผมได้ก็คงหลังจาก

ผมได้กอดอ.ต๊ำเพื่อล่ำลากัน (มีเสียง อ.โบว์ บอก”ขนลุก”อยู่ห่างๆ)

วินาทีที่ผมเห็นอ.ต๊ำ อ.โบว์ ขมิ้น ขิงขิง ค่อยๆเดินจากไป มันเริ่มมีความรู้สึก”หดหู่”โชยขึ้นมาเบาๆ

ความรู้สึกนี้มันค่อยๆเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีใครคนนึงเดินมาล่ำลากัน มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆยันบทสนทนาสุดท้ายของ 3 คนสุดท้าย ผม แชมป์ และ jakk ที่ลากันไปนอนตอนตี 4 ครึ่ง

ผมตื่นมาอีกวันตอน 7 โมงครึ่ง ด้วยความรู้สึกหมองๆที่ยังตกค้างจากเมื่อวาน พร้อมกับความคิดที่ว่า วันนี้แล้วสินะที่ต้องจากลากัน

แม้ว่าอีกวันจะมีความวุ่นวายอีกนิดหน่อยที่ผมต้องจัดการ แต่ความยุ่งนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ความหดหู่พ้นไปจากความรู้สึกผมแม้แต่วินาทีเดียว

ช่วงเวลาสุดท้ายเราอยู่กันที่ร้านผมเอง ที่ที่ผมพยามตักตวงความสุขจากเวลาที่น้อยลงเรื่อยๆ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ความหดหู่ในใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ

ท้ายที่สุดตอนผมล่ำลากับเพื่อนรัก 2 คนและแชมป์ หลังจากไปทานข้าวกัน ความหมองหม่น มืดมัว หดหู่ มันพรั่งพรูประเดประดังกันมาจากไหนไม่รู้ ผมขับรถกลับบ้านคนเดียวพร้อมกับน้ำตา

มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะรู้สึกสบายใจ และได้พักผ่อนจากงานที่เหน็ดเหนื่อยไม่ใช่รึ

ความคิดมันพาผมไปเรื่อย เราจะมีโอกาสได้รับเกียรติขนาดนี้อีกรึ

“jakk นั่งรถทัวร์มาจากบุรีรัมย์”

“ จิงโจ้ขึ้นเครื่องมาจากขอนแก่น”

“อ.ต๊ำและครอบครัว มาใช้เวลาอยู่กับเราทั้งที่วันนั้นเป็นวันพิเศษของแก”

“พี่เดชาเลื่อนงานสำคัญกับลูกชาย”

“หลามที่มีสอบในวันพรุ่งนี้”

“ต้าและทีมที่โคตรคิวทอง”

“น้องรักผมที่ลงเครื่องมาจากจีนก็รับดิ่งมางานทันตอน3ทุ่ม”

ไม่ว่าผมนึงไปถึงใครทุกคนมี trade off ที่ยอมแลกกับการมาเจอกัน เหมือนที่เอ็มและทุกๆคนเล่ามาทั้งนั้น

“นี่เราจะมีโอกาสพบกับสิ่งนี้อีกสักครั้งในชีวิตมั้ย”

ความรู้สึกผมเหมือนเพิ่งโดนบอกเลิก เหมือนจริงๆ มันหดหู่ มันดิ่ง มันพาผมน้ำตาไหลจนถึงบ้านเลย

นี่เราคงได้รับความสุขมหาศาลจนเมื่อมันจบลงกลายเป็นจะรับมันไม่ได้สินะ

ผมเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่อารมณ์ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยเช่นนั้นแหละ เราทำได้แค่เฝ้ามองดูมัน

ทุกความรู้สึกค่อยๆดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และถูกเยียวยา เมื่อผมได้ค่อยๆมาไล่อ่านโน้ตรีวิวของทุกคนอีกครั้ง

จนถึงโน้ตนี้ของ jakk ก็ทำผมน้ำตาซึมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมใจฟู อิ่มเอม และมันจะอยู่ในความทรงจำผมตลอดไป

อันที่จริงความรู้สึกที่ได้จากงาน #east101 นี้ ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ คงไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของงาน

แต่คงเป็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหากล่ะ ที่จะเป็นตัวบอกว่า jakk วางขนมปังไว้ถูกที่มั้ย และผมเก็บมากินหรือว่าโยนมันทิ้งไป

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก จากใจจริง ขอบคุณทุกๆรีวิว ทุกๆคำขอบคุณ ทุกๆความห่วงใย มันมีความหมายกับผมมาก”

ผมทำงานของผมเสร็จแล้ว….

RS ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ

ถ้าวันที่ลูกผมโตขึ้นมาแล้วยังต้องมาถามผมว่า บิทคอยน์คืออะไร ผมถือว่าเป็นความผิดของ RS แล้วนะ

#Siamstr #siamstrog

ปล.แม่งยาวจัด โดน muted แน่นอน

ปล2.สำหรับคนที่อยากรีโพส ผมขอบคุณมาก แต่ฝากทิ้งเวลานิดนึง ไม่งั้นถ้ามาติดๆ คนที่อ่านแล้วหรือไม่อยากอ่าน ต้องไถกันมือถลอกแน่นอน

ปล.3 แชมป์แม่งเสนอที่จัด #east201 มาแล้วนะ 555555 nostr:note1jgf9t8slvv46d5rf3g4kwtg7dxtukccvkeldxmqwkjz494xaunuqh0lkp7

อ่านแล้วซึมๆเลยเข้าใจความรู้สึกพี่เลยว่าตอนต้องจากลากันมันขนาดไหนเพราะว่าได้อ่าน บรรยากาศงานของพี่ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 มาก่อนแล้ว 🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰 #siamstr

nostr:nevent1qqs9tf6zxn0kgav4cfhz09vcmyaqtnzklg7t583kh8nm30w6uajrhqqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzp9m7k58qcxt8wmaj02gzwrkygkdhszkz0c57krgaxd2msxwvjw8nqvzqqqqqqycyp228

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.