"สวัสดีครับ มี ออล เมม เบอร์ มั้ยครับ ?"

คำถามที่มักจะได้ยินอยู่เป็นประจำ เมื่อคุณเตรียมที่จะควักเงินจ่ายค่าสินค้าหน้าเคาน์เตอร์ให้บริการ และในทุก ๆ ปี จะมีช่วงเวลาจัดโปรโมชั่นสำหรับกระตุ้นยอดขายด้วยกิจกรรมสะสม "แสตมป์"

พวกเขาจะพยายามโน้มน้าวคุณ ไม่ว่าจะเป็นการบอกให้คุณซื้อสินค้าอีก 1 ชิ้น เพื่อได้รับแสตมป์สะสมเพิ่ม หรือ บอกให้คุณสมัคร ออล เมม เบอร์ เพื่อเปลี่ยนไปรับเป็น เอ็ม-แสตมป์ ที่จะได้จำนวนที่มากกว่า แสตมป์ แบบกระดาษ

นอกจากสิทธิประโยชน์สำหรับใช้ในการลดราคาสินค้า การใช้แทนเงินสด พวกเขายังจัดให้มีการสะสม แสตมป์ เพื่อใช้แลกของของขวัญสุดพิเศษ

ช่างหัวโปรโมชั่นของพวกเขาเถอะ ผมไม่ได้จะมาชวนคุยในเรื่องนั้น

ถ้าหากคุณเป็นคนที่ต้องเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออยู่บ่อยครั้ง คุณคงจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับพนักงานภายในร้าน ไดอะล็อกเดิม ๆ ราวกับถูกเซ็ตคำสั่งมาให้ใช้ในการสนทนาโต้ตอบกับลูกค้า ระเบียบวิธีการ ชุดแต่งกาย ขั้นตอนในการคิดเงิน-ทอนเงิน

เมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน "สวัสดีครับ เชิญครับ" "ชำระเงินด้านนี้ได้นะครับ" "ชำระเป็นทรูวอลเล็ต หรือ เงินสดครับ" "สินค้าโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 นะครับ" "มี ออล เมม เบอร์ มั้ยครับ" "รับเป็น เอ็ม-แสตมป์ หรือ ดวง ครับ" "ขอบคุณที่ไม่รับหลอดครับ" "รับถุงมั้ยครับ" และ อื่น ๆ ที่มักจะได้ยินกันจนคุ้นเคย

ขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ได้ต้องการจะสื่อว่าพวกเขาเป็นเหมือนกับ NPC ภายในเกมแล้วผมเป็น Player นั้นมันดูจะเพี้ยนไปสักหน่อย พวกเขาก็คนเหมือน ๆ กับพวกเรา มีชีวิต มีจิตใจ มีอารมณ์ความรู้สึก มีความนึกคิดเป็นของตัวเอง แต่อาจจะเพราะต้องสวมบทบาทที่ถูกสร้างขึ้นโดยองค์กร มันจึงทำให้เรารู้สึกไปแบบนั้น

ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือจำยอม คุณคิดว่าการต้องสวมบทบาทแบบนี้มันเป็นเหมือนกับว่า พวกเขากำลังอยู่ในโลก The Matrix ขององค์กรอยู่หรือเปล่า

พูดเวอร์ ๆ ไปหน่อยมั้ย The Matrix อะไรดูหนังมากไปหรือเปล่า กับแค่บทพูดที่ต้องถูกฝึกมา เครื่องแต่งกายที่ต้องแต่งตามระเบียบ ข้อปฏิบัติต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป สำหรับพนักงานในองค์กร ๆ หนึ่ง จะต้องพบเจอเป็นเรื่องธรรมดาปกติ ไม่ว่าบริษัทไหน ๆ ต่างก็มีข้อบังคับที่ต้องมีสำหรับการปฏิบัติสำหรับพนังงานในองค์กรอยู่เหมือน ๆ กันใช้มั้ยละครับ

จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา กระแสการมาของปัญญาประดิษฐ์ Generative AI ที่ถูกมองว่าจะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ ในตำแหน่งงานที่ไม่จำเป็นในธุรกิจ ทำให้เกิดกระแสของการตื่นตัวในเรื่องของการถูกเลิกจ้างงาน

เมื่อบริษัทมองว่าบางตำแหน่งงานในบริษัทนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คนในการทำงาน และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ การพิจารณานำเอาปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานก็ดูจะเป็นความคิดที่ไม่เลว

แม้แต่พนังงานร้านสะดวกซื้อเอง ก็ถูกมองว่าอาจจะถูกแทนที่ด้วยระบบรับชำระอัตโนมัติ หรือใช้หุ่นยนต์ทำงานแทน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ พวกเขาไม่คิดจะเลิกจ้างพนักงานประจำร้านสะดวกซื้อแล้วนำเอาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์มาทำงานแทนมนุษย์เพียงเพราะต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน

มันไม่ค่อยจะเมคเซ้นส์ใช้มั้ยละครับ สำหรับองค์กรที่ต้องแสวงหาผลกำไรอยู่ตลอดเวลา การหาวิธีลดค่าใช้จ่ายนั้น ไม่ได้มีส่วนช่วยในเรื่องของรายได้หรือผลกำไรสักเท่าไหร่ การนำหุ่นยนต์ที่มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าบริการบำรุงรักษา ค่าติดตั้งระบบหรืออื่น ๆ ที่หากคำนวณแล้วก็ดูจะคุ้มค่ากว่าการจ้างงานมนุษย์ ถึงแม้จะช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่มันเพิ่มยอดขายได้ยังไงนะ

กลับกัน พวกเขาที่เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ที่มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นค่าน้ำค่าไฟ ที่สามารถชำระได้ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ของร้าน โดยอาจจะมีค่าบริการในการฝากชำระ ค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นอาหารการกิน ที่บางทีก็อาจจะมีการซื้อของจากในร้านค้าเอง หรือซื้อสินค้าราคาถูกที่ใกล้จะต้องนำออกจากชั้นวางสินค้า

ถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นลูกจ้าง แต่พนักงานก็มีคุณสมบัติในการเป็นลูกค้าของร้านด้วยเช่นกัน

จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถจ่ายเงินให้กับคนที่จะเอาเงินที่คุณเพิ่งจะจ่ายไปให้ เอาเงินนั้นกลับมาคืนให้คุณ ในรูปแบบของการซื้อสินค้าที่คุณเป็นผู้ขาย ยอดเยี่ยมไปเลยใช้มั้ยละครับ

-

เขียนแตกประเด็นเยอะจัด ไม่ค่อยมีสาระอะไร.. ขอโทษคนที่หลงเข้ามาอ่านด้วย จริง ๆ แค่จะบ่นเฉย ๆ ว่ารู้สึกเสียเวลา ตอนที่ต้องรอพนังงานฉีกแสตมป์ส่งให้ตอนทอนเงิน

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8768935358907792261695953859.webp

เคยเห็นพวกพนังงานใหม่ ๆ โดนว่าอยู่ครับ 😞

ส่วนชีวิตติด Loop นี่พูดแล้วก็สะทอนภาพตัวผมเองอยู่นะ ถึงจะเป็น 8 ชม.ต่อวัน 5วัน/สัปดาห์ ก็เถอะ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ฮือออ เหมือนกันเลย

สาย Full-time job🌚