Replying to Avatar Jakk Goodday

### ชีวิตมีขึ้นมีลง

ภาพนี้ผ่านมาแล้ว 14 ปี...

หลังจากผมพึ่งเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ..

จากชีวิตโลดโผน ฟุ้งเฟ้อ ในยุคนำมันลิตละ 52 บาท ยุคที่กาแฟสดแบรนด์ดังๆ ยังราคาเพียง 30-40 บาท แท่งมรณะยี่ห้อดังยังซองละ 35-38 บาท เงินกระดาษสีแดงใบเดียวก็เฟี้ยวได้ทั้งวัน

ผมเดินทางท่องไปทั่วประเทศในวัยยังไม่ใกล้เบญจเพศเลยด้วยซ้ำ ผมมีแบคกราวด์ที่แสนล้าหลัง ทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาจึงกลายเป็นเรื่องใหม่แทบทั้งหมด.. มีไม่ครู ไม่อ่านตำรา ไปตายเอาดาบหน้าเพียงเดียว..

ผมควรจะมีเงินเก็บเป็นตัวเลขหลายหลักด้วยลำแข้งของตัวเองล้วนๆ ตั้งแต่ช่วงชีวิตวัยรุ่น แต่ผมไม่เคยสะสมความมั่งคั่งอะไรเลย ผมไม่รู้จักการลงทุน นอกเหนือไปจากการถลุงเงิน ผมถนัดในการเอาเงินมาละลายเล่น..

ทุกวันนี้ผมยังนั่งถามตัวเองอยู่เลย ว่าผมทำเครื่องเสียงรถยนต์หมดไปหลายแสนเพื่ออะไรกัน..?

มันไม่มีใครสอนเราเรื่องเงิน เราอยู่ใกลจากความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ เราไม่ได้อยู่ในสังคมที่จะมอบสิ่งนี้ให้กับเรา.. เราก็แค่คนบ้านๆ คนหนึ่งที่ขยันทำมาหากิน..

ชะตาฟ้าลิขิตไม่อาจฝืน ผมป่วยประหลาดหนักขั้นที่ว่าทำงานต่อไปไม่ได้ ในวันที่ชีวิตกำลังรุ่งแบบสุดๆ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านเกิด..

บ้านของเรา คือที่เดียวที่ยังคงต้อนรับเราเสมอ วันนั้นผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรักอันล้นเอ่อที่เคยได้รับจากครอบครัวเสียด้วยซ้ำ

ผมพักฟื้นอยู่เกือบปี จากหนุ่มอัจฉริยะผู้มีหนทางอนาคตอันยาวไกล กลายมาเป็นหนุ่มไทบ้านใช้ชีวิตตามบ้านนอกคอกนาเหมือนคนเรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ เพราะอาการป่วยยังกำเริบบ่อยๆ ไม่ยอมหาย ผมยังไม่พร้อมจะกลับไปทำงานใดๆ

เงินที่เก็บสะสมที่ยังพอเหลือเป็นก้อนติดตัวอยู่บ้างก็ค่อยๆ มลายหายไปทีละเล็ก ทีละน้อย

ผมนึกถึงการใช้ชีวิตเป็นเกษตรไปแล้วในวันนั้น

มันใช้เวลาหลายเดือนมากๆ กับการทำใจให้ยอมรับสภาพอันตกต่ำของตัวเอง ผมกลายเป็นคนความรู้ท่วมหัวแต่กลับเอาตัวไปรอด ไม่แข็งแรงพอจะกลับไปหางานทำ ผมหาสาเหตุอาการป่วยไม่เจอ นึกอยากจะไมเกรนขึ้นตอนไหนมันก็มา.. เราไม่รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไหม..

ผมมักขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปคนเดียว ไปหาที่สงบๆ กลางทุ่งนา นั่งปล่อยอารมณ์เหงาๆ ทอดสายตาอย่างเหม่อลอยนึกถึงชีวิตที่เคยคึกคักของตัวเอง นึกถึงบรรยากาศของการเดินทาง การพบปะสังสรรค์ ความท้าทายในงาน ความสนุกสนานของรูป รส กลิ่น เสียงที่เคยได้สัมผัส

ช่วงเวลานั้น คลื่นโทรศัพท์เป็นของหายากแถวบ้านผม ผมติดต่อหรือส่งข่าวให้ใครไม่ค่อยได้เลย เพื่อนๆ ไม่รู้ว่าผมหายไปไหน แฟนที่รบกัรมาหลายปีก็คงกระวนกระวาย เราจะได้คุยกันบ้างก็ตอนที่ผมมีธุระเข้าเมือง

ถ้าชีวิตของคุณต้องเป็นแบบนั้นคุณจะทำยังไง?

ผมคงจะพอมีโชคหลงเหลืออยู่บ้าง.. ต่อมาผมก็ได้งานประจำทำไม่ไกลจากบ้านมากนัก.. ซึ่งผมก็อยู่กับมันจนยาวมาถึงทุกวันนี้

ผมยังคงป่วยออดๆ แอดๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงานหมุนเดือนชนเดือน เคยหนักถึงขั้นผ่าตัดติดกัน 4 ครั้งใน 2-3 วันจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ขนตาบอดสนิทไปข้างหนึ่ง

ผมคิดว่า.. วาสนาผมคงมาได้เพียงแค่นี้ เราตาบอดเราจะทำงานต่อได้ยังไง.. เราจะอยู่ได้นานแค่ไหน.. (แต่สุดท้ายผมก็รอดและรักษาจนตากลับมามองเห็น)

ผมแค่เจอภาพนี้ในวันที่กำลังจะบันทึกทุกอย่างที่เคยเก็บไว้บน FB มาสำรองด้วยตัวเอง ผมกำลังจะลบข้อมูลทั้งหมดของตัวเองทิ้งและไม่ต้องการจะฝากมันไว้ในการคุ้มครองของแอปสีน้ำเงินอีกต่อไป..

มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีต.. ผมออกไปตกปลากับเพื่อน ในต่างจังหวัดเราไม่มีที่ให้ไปแฮงค์เอาท์ได้เหมือนชีวิตในกรุง การออกเดทกับสาว ก็คือการหาที่บรรยากาศดีๆ พาสาวไปตกปลา

ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกชายผม เป็นคนกดชัตเตอร์ภาพนี้ไว้ให้ คุณเชื่อไหมว่า ผมต้องใช้เวลาราว 3-4 ปีกว่าจะปรับตัวให้ชินกับการใล้ชีวิตในต่างจังหวัดได้ (แม้จะเป็นบ้านเกิดก็เถอะ) มันโหยหาความสำเร็จ มันคิดถึงชีวิตที่เคยสะดวกสบาย..

ผมไม่เคยจินตนการออกเลยว่า อีก 14 ปีต่อมาผมจะมาอยู่ตรงนี้ เป็น Jakk Goodday บน Nostr

ไม่มีอะไรครับ ในภาพมักมีเรื่องราวเสมอ ผมแค่อยากจะเล่าให้ฟังผ่านๆ

#siamstr

ขอบคุณครับ

ที่พี่เอาประสบการณ์มาแชร์ให้เรียนรู้

ถ้าใครกำลังหมดหวังหมดกำลังใจถ้าได้อ่านเรื่องนี้ดู

สำหรับผมมองว่าชีวิตยังมีหวังเสมอดูอย่างพี่ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 ซิ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อธิบายเสริมเรื่องอาการป่วยครับ ในช่วงนั้นพี่เป็นวัยรุ่นร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายปกติทักวัน จนกระทั่งเริ่มมีอาการปวดหัวแปลกๆ ลักษณะคล้ายไมเกรน ที่หาสาเหตุจากการตรวจทั่วไปไม่เจอ เป็นบ่อยมากแทบจะทั้งวัน ระดับที่ต้องนอนครวญคราง

ก้อเลยต้องออกจากงานในวัยกระทงกันเลย คาดว่าเป็นอาการไซนัสอักเสบมีผังผืดตามโพรงกระโหลกด้านหน้า พี่เป็นไมเกรนระดับรุนแรงแบบสุ่ม ทำงานได้กระท่อนกระแท่น เป็นๆ หายๆ จนคนคิดว่าพี่เสแสร้งแกล้งทำ เพราะมันตรวจหาสาเหตุอะไรไม่เจอ

พอเป็นหนักเข้าๆ จึงไปตรวจแสกน MRI เลยพบสาเหตุ จากนั้นก็ทำการผ่าตัดครั้งแรก คราวนี้สวยดันไปติดเชื้อดื้อยารุนแรงชื่อว่า MRSA มันลามจากภายในโพรงกระโหลกไปที่เส้นประสาทตา ทำให้ตาบอด (เอาไฟฉายส่องยังมอิงไม่เห็น) นั่นคือช่วงที่จิตใจหลุดลอย เพราะคิดว่าอนาคตคงจบสิ้นแล้ว

มีการผ่านตัดเพื่อดูดเอาหนองในโพรงกระโหลก ทำความสะอาดกันหลายรอบ ร่างกายเริ่มไม่ไหว บุญรักษาก็ยังอุตส่าห์หายมาได้ จึงได้กลับมาเริ่มต้นใหม่

หลังจากนั้นก็ยังมีเรื่องหนี้สิน เรื่องการลงทุนที่ผิดพลาดรุนแรง ฯลฯ มันไม่ได้ราบเรียบไหลลื่นเลยครับชีวิต กว่าจะพาตัวเองมาถึงวันนี้ได้

ฉีดมอร์ฟีนกันทุก ชม

ของผมเป็นไม่หนักเท่าพี่ ผมบางครั้งปวดตาซ้ายมากตั้งแต่เรียนจนทำงานนึกว่าเป็นไมเกรน จนวันหนึ่งถึงขั้นอ้วกเลยไปหาหมอปรากฏว่าความดันในลูกตาขึ้นสูง อาจจะตาบอดได้ (ทำตามที่หมอบอกเวลาความดันในลูกตาขึ้นก็ต้องรีบหยอดยาลดความดัน หรือกินยาแล้วรีบไปหาหมอ) เลยต้องมาทบทวนการใช้ชีวิตตัวเองใหม่ พิจารณาลำดับความสำคัญในชีวิตใหม่ให้ตรงตามจริง

บุญรักษาครับ โชคดีที่เราผ่านมันมาได้และได้เรียนรู้จนเราเติบโต