## ไม่ลบ แค่ไม่เล่น
พึ่งรู้สึกตัวว่า... ผ่านไป 10 วันแล้วสินะที่เราไม่เข้าใช้งาน Facebook เลย.. เป็นไปได้ยังไงกัน?
ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา FB นี่คือแอพลิเคชั่นหลักที่ผลาญพลังงานแบตเตอรี่และกินเวลาชีวิตผมมากที่สุดแล้ว.. ทั้งคุยเม้นกับเพื่อน ทำคอนเท้นต์ของ Right Shift ทำหน้าที่แอดมินจำเป็นบ้างเป็นครั้งคราว ไถฟีดฆ่าเวลาอย่างเลื่อนลอย เสพโดพามีนไปวันๆ อย่างไร้สติ ฯลฯ
ผมเคยหมกมุ่นกับการหาวิธีเอาชนะ Algos ของมันตลอดเวลา ผมยึด #หลักออสเตรียน กูไม่จ่าย!! กูจะสร้างคุณค่า วัดกันยาวๆ ..แต่แล้วก็พบว่า มันเหนื่อยเกินไป.. มันใช้เวลาชีวิตมากเกินไป
## พอกันที แอพเฟียตๆ
#Nostr อาจไม่ใช่เครื่องมือที่จะได้ผลทางการตลาดใดๆ สำหรับ Right Shift ซึ่งผมเองก็ไม่แคร์แล้วล่ะ ก็เราก็พยายามเผยแพร่ข่าวสาร สาระมาตลอด แต่พี่มาร์คก็ขยันปิดกั้นเราเหลือเกิน ล่าสุดเพจหลักของเราก็โดน #Shadowban
```ผมไม่ชอบเล่นในสนามที่ไม่แฟร์```
ผมเสียดายโอกาสที่จะได้เข้าถึงคนหมู่มากบน Facebook นั่นเหมือนกัน ..แต่ความคิดนั้นเรากำลังหลอกตัวเอง เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะเข้าถึงพวกเขาได้จริงๆ ก็ในเมื่อมาไล่ปิดกั้นเรายังก็แมวไล่หนู
ผมถอนหายใจ แล้วบอกกับตัวเองว่า ยอมมันเหอะ.. ไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่ บิตคอยน์มีกระแสด้านบวกมากๆ ตอนนั้น Algos คงจะดันให้เราเอง.. ตอนนี้เหมือนน้ำน้อยสู้กับไฟ สู้ข่าวคนต่อยกันข้างถนนยังไม่ได้เลย
## ลาขาดอย่างออแกนิก
อาการ "เลิกเล่น" มันเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำ หรือสั่งตัวเองให้ทดลองทำ ผมรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไป 10 วันแล้วที่ไม่เข้าใช้งาน Facebook
จริงๆ แล้วคนที่ไม่ค่อยแฟร์ก็คือ ผมเอง ผมบอกน้องๆ ในทีมให้เข้าไปตอบโต้ ไถ่ถาม ประกาศสารทุกข์สุกดิบบนนั้นบ้าง อย่าทำตัวหายไปดื้อๆ แต่เป็นเองที่ไม่ยอมทำตามที่พูดบอกน้องๆ
นี่สินะ.. อาการตามจิตใต้สำนึก มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ในสนามที่เราเสียเปรียบแทบทุกด้าน เราไม่มีเหตุผลสักข้อที่ควรพาตัวเองไปลงเล่น
10 วันที่ผมไม่รู้สึกโหยหา หรือต้องพยายามอะไรเลย ผมไม่แคร์ ผมเป็นคนแปลก คำไหนก็คำนั้น ถ้าสมองใต้สำนึกบอกว่า กูไม่อยากเล่น ผมก็ยอมให้มันแต่โดยดี วันนี้ผมก็ไม่เห็นเกิดอาการแบบ "คนขาดยา" แต่อย่างใด..
## ต่อสู้กับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่
แต่สุดท้าย... ผมก็ไม่ลืมว่า Right Shift ก่อตั้งขึ้นมาทำไม เรามีพันธกิจที่อยากจะช่วยให้หนทางหลุดพ้นทางความคิดแก่ผู้คน มันไม่ใช่เพียงบิตคอยเนอร์ที่เป็นเป้าหมายของเรา กลุ่มคนนอกแวดวงนั่นก็สำคัญ เราจะทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้นจริงๆ หรือ?
จริงอยู่ว่า การเข้าใจในบิตคอยน์เป็นวาสนาส่วนบุคคลอย่างที่หลายคนเคยกล่าวไว้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า. มันมีน้อยคนที่ "บุญหล่นทับ" ตระหนัก ตื่นรู้ เข้าสู่โพรงกระต่ายได้ด้วยตัวเอง คนส่วนมากไม่ใช่แบบนั้น แม้แต่ตัวผมเองก็เช่นกัน
### ความไม่รู้นั้นไม่เคยผิด รู้ว่าผิดแต่ยังทำต่างหากที่เป็นเรื่องแย่
มีเยาวชนและผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ไม่รู้กระทั่งว่า พวกเขากำลังไปผิดทาง และอาจไม่รู้ว่าเขาต้องการพวกเรา มีอีกหลายคนที่ต้องการคำชี้แนะ และข้อมูลความรู้ช่วยให้กระจ่าง เหมือนกับเราๆ ที่เคยได้รับสิ่งนั้นมาก่อนเช่นกัน
เราเป็นใครกันเหรอ? ถึงได้คิดว่าตัวเองถูกและคนอื่นกำลังผิด ..เราก็แค่คนที่ได้สัมผัสกับโอเอซีสท่ามกลางทะเลทรายอันรุ่มร้อน ที่แค่อยากจะชี้ทางให้กับคนที่กำลังจะขาดลมใจเพราะความร้อนและหระหายน้ำ ผมไม่แคร์ว่าคนจะมองเรายังไง
ผมและทีมงานรู้เพียงว่า.. เราควรทำกันต่อไป ถ้าใจเราสั่งมา
## The more the merrier
สำนวนปะกิดที่ผมชอบมาก มันช่วยเตือนสติให้ผมตระหนักถึงพลังของ Network อยู่ตลอดเวลา ยิ่งหลายคนยิ่งสนุก เรา Right Shift แค่สิบคนเศษๆ คงไม่มีพลังมากพอจะทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรได้ปานนั้น เราต้องการพลังของผู้คนอีกมากที่จะเข้าร่วม "บุญใหญ่" ในครั้งนี้

"พ่อๆ 'คริปโต' คืออะไรเหรอ?"
"เกมนี้มันบอกว่าหนูสามารถซื้อไอเทมด้วย ETH และ Doge ได้ นี่ๆ เกมนี้ใช้ Shiba ก็ได้พ่อ"
...
นั่นคือประโยคที่ผมเคยได้ยินเมื่อ 3 ปีที่แล้ว..
"เสียง" ที่ยังคงดังก้องในหูผมมาตลอด.. เสียงของลูกชายไร้เดียงสาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เด็กที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของระบบเฟียตไปอีกคนในเวลาอีกไม่นาน..
ผมตามตัวเองทันทีในวินาทีนั้น..
### เราจะทำ หรือ ไม่ทำ มันขึ้นกับเรา เราจะช่วยหรือปล่อยไปตามมีตามเกิด เราเลือกได้
ผมเลือกจะช่วยเด็กอีกมากมายไม่ใช่แค่ลูกตัวเอง..
หนทางยังคงยาวไกล ผมคงตายตาหลับถ้าทำได้สำเร็จ..
#ThaiNostrich #Siamstr 🇹🇭