มีสรุปไหมคับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ประมาณว่า มันคือ culture ที่มีมานานในประเทศอเมริกาอ่าพี่ริช

แต่ปกติคืออยู่ที่ประมาณ 10-15 % ของค่าอาหารที่เราซื้อ

พอโควิด มันเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 30-40 % เพราะผู้คนอยากให้กำลังใจพนง.

พอมันกลับเข้าสู่ช่วงปกติ เพดานราคามันโดนดันขึ้นไปเรื่อยๆ บางทีไปแตะถึง 30%

เบื้องลึกเบื้องหลังมันคือการผลักดันการจ่ายเงินค่าแรงขั้นต่ำของพนง. ที่เจ้าของร้านผลักไปให้ผู้บริโภคนั่นล่ะค่ะ

ทีนี้มันก็มีหลายประเด็นให้ถกล่ะค่ะ ว่าถ้าบริการนั้นพนง.ไม่ได้มาบริการอะไรเลย ทำไมฉันต้องให้ทิป ?

เป็นเรื่องที่หาจุดสิ้นสุดยากอยู่ เพราะมันมีผู้ได้ผลประโยชน์ซ่อนอยู่นั่นล่ะค่ะ

ขอบคุณครับแป้งโกะ

ที่ผมเคยฟังคร่าวๆคือ

เป็นผลมาจากการเลี่ยงกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของฝั่งนายจ้างในเมกาครับ เช่น

กฎหมายบอกว่านายจ้างต้องให้ค่าแรง 100 เหรียญต่อชั่วโมง เอาเข้าจริงนายจ้างอาจจะจ่ายแค่ 50 เหรียญ แล้วให้ลูกจ้างไปรับจากทิปอีก 50++ เหรียญแทน ไม่ถือว่าผิดกฎหมายครับ

= ลดรายจ่ายไป 50 เหรียญต่อชั่วโมงต่อคน

.

แต่ถ้าได้ไม่ถึง นายจ้างมีหน้าที่เติมให้ครบตามสัญญา เช่น ลูกจ้างคนนี้ได้ ทิปแค่ 40 ไม่ถึง 50, ทางร้านก็มีหน้าที่เติมอีก 10 ให้ครบ 100 เหรียญครับ

.

ปล.1 มีกฎหมายค่าแรงอีกตัวในเมกาเรียกว่า “กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานที่รับทิป” หมายถึง

จะเห็นว่าจริงเราสามารถจ่ายลดกว่านั้นอีกเท่าไหร่ก็ได้ใช่มั้ยครับ แค่ให้ค่าแรงเพียงพอกับค่าแรงขั้นต่ำ เราอาจจะไม่ควักเลย ถ้าร้านเราขายดีแล้วพนักงานได้ทิปถึง 100 เหรียญ++ คนฟรี งานฟรี กำไรเหนาะๆ , ตัวกฎหมายนี้เลยออกมากำหนดอีกทีว่าค่าแรงก่อนรวมทิปเนี่ย นายจ้างต้องจ่ายเท่าไหร่ ปิดช่องโหว่นี้ครับ

ปล.2 ทิปถือเป็นทรัพย์สินของลูกจ้าง นายจ้างไม่มีสิทธิ์ในเงินนั้น ได้ 100 ต้องให้ 100 (ในทางปฏิบัติเช่น รับเงินผ่านบัตรเครดิตก็อาจหักค่าใช้จ่ายเล็กน้อยได้)

ปล. 3 ในร้านอาหารบางร้านอาจมีนโยบายกระจายทิปกัน เช่น พนักงานเสิร์ฟรับมา แบ่งให้คนครัว หรือคนอื่นๆ แบบนี้สามารถทำได้ **หลักคือ ทิปต้องส่งให้ลูกจ้างทั้งหมด นายจ้างไม่มีสิทธิ์เก็บไว้เอง** ครับ

ขอบคุณครับน้องอิส

ภูมิใจในตัวนุ้งจริงๆ พอจะลบภาพเต้นกระแด่วๆ บนเวทีได้บ้าง

ขอบคุณครัชน้องอิส