ด้วยความที่ LN Wallet ส่วนใหญ่มันจะเป็น Custodial Wallet คือ ผู้ที่เปิดใช้บริการไม่ได้เป็นคนถือ private key เอง, แบบที่เราเก็บบิตคอยน์ใน Hardware Wallet (ที่เราจะได้ seed - private key มาเก็บรักษาเอง)

ดังนั้นพวกแอพฯ LN Wallet ต่าง ๆ ทางที่ดีก็ไม่ควรเก็บ Sats เอาไว้ด้วยจำนวนที่เยอะเกินไป, มันถูกล็อคได้ ระบบการโอนออกล่มได้ มันมีความเสียงเนื่องจากเป็นการใช้บริการคนอื่น และเราต้องไว้ใจผู้ให้บริการครับ

ถ้าเป็น บิตคอยน์ ที่มีไว้เพื่อเก็บ เราก็แยกไว้ต่างหาก เก็บมันใน Hardware Wallet และ หาที่จด Seed หรือ Private Key (ตอกลงแผ่นโลหะ)

ส่วนที่จำนำมาใช้จ่าย แลกเปลี่ยน ซื้อของ zap บทความที่ชอบ ค่อยเอามันมาใส่ใน LN Wallet ครับ / โดยอาจจะกระจายออกไปอีกสัก 2 - 3 ผู้ให้บริการ เช่น มีหลัก ๆ เป็น Wallet of Satoshi อันที่สองเป็น GetAlby อันที่สามเป็น Zeus หรืออะไรก็แล้วแต่

เหมือนกับเรามีแบงค์สีม่วง สีเขียว สีเหลือง ที่เผื่อเอาไว้เวลาระบบออนไลน์แบงค์กิ้งล้มจะได้ไม่เดือดร้อน

ส่วนการยาย device ของ WoS อันนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด/ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ, เวลาเราจะเปลี่ยนเครื่อง ก็แค่เอาอีเมลเดิม login ที่เครื่องใหม่ ทำให้เรียบร้อยให้แน่ใจแล้วว่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องใหม่นี้ ค่อยโอน Sats จาก มือถือเครื่องเก่าใน WoS มาใส่ใน WoS ของเครื่องใหม่ก็ได้ครับ

:)

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อาาา มีหีบสมบัติใหญ่เป็นบิตคอยปกติถือกุญแจตัวเอง แล้วโยนจำนวนเล็กๆไว้ใช้ยิบย่อยกับ LN หลายๆเจ้า เฉลี่ยความเสี่ยง เพราะมันเป็นคล้ายๆ terminal ที่ต้องพึ่งพาผู้บริการนั้นๆ

ประมาณนั้นครับ :)

ถ้างั้นต้องเริ่มจากมีหีบเก็บบิตคอยก่อน จึงจะย่อยมาลง LN เป็นขั้นตอนที่ควรเป็นใช่ไหมครับ

เอาจริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และการนำมาใช้ด้วยครับ

bitcoin หรือ onchain (layer 1) เป็น bitcoin ที่ปกติจะถือกันเก็บไว้เป็น asset เพื่อการเก็บออมระยะยาว, หรือ บางคนมองเป็นการลงทุน

ส่วน LN Network (LN) หรือ offchain (layer 2) เป็นชั้นรอง ที่เหมาะสำหรับการเอามาใช้จ่ายแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า (เพราะการทำธุรกรรมมันเร็วมาก)

ทางเทคนิคแล้วมันคือ บิตคอยน์ด้วยกันทั้งคู่ ทั้ง bitcoin onchain (layer 1) และ LN Network offchain (layer 2) ที่สุดท้ายทุก ๆ ธุรกรรมที่เกิดใน layer 2 จะถูกนำไปบันทึกลงใน layer 1 อยู่ดี

-

ส่วนตัวของผมแยกกันแบบนี้ครับ คือ bitcoin ที่ซื้อจาก exchange ด้วยเงินจริง, ผมจะแยกเก็บไว้ใน Hardware Wallet (ไม่ได้คิดว่าจะนำมาใช้) จุดประสงค์เพื่อการเก็บออม และจะไม่มีการโอนออกไปที่ไหน

-

ส่วนที่เป็น LN Network อันนี้ผมมีกระเป๋าแยกออกมาเอาไว้ใช้จ่าย โดยวิธีการได้มาผมได้จาก Sats ที่แจกฟรี, จากการ Zap มาจากเพื่อน ๆ ในนี้

หรือบ้างครั้งก็มีการซื้อจากใน exchange แล้วส่งเข้า WoS โดยตรง โดยไม่ได้ผ่าน Hardware Wallet ครับ

-

ผมจะแยกวัตถุประสงค์ของการใช้งานกันอย่างชัดเจน โดยไม่มีการเอาไปปนกันอย่างเด็ดขาดครับ

เหมือนเราได้เงินเดือนมาก้อนหนึ่ง ส่วนหนึ่งหยอดกระปุกออมสินเพื่อเก็บ, อีกส่วนที่จะเอามาใช้จ่ายก็เอาใส่ในกระเป๋าตังไปเลย, ไม่ต้องผ่านการหยอดกระปุกออมสินก่อน แล้วค่อยเอาออกจากกระปุกออมสินมาไว้ในกระเป๋าตังครับ

ดังนั้นจากคำถาม : ถ้าเป้าหมายคือการครอบครองบิตคอยน์เพื่อการเก็บออม ก็ควรเริ่มจาก bitcoin และ การมี hardware wallet ครับ (อันนี้เป็นของส่วนตัวและอย่าให้ใครรู้ว่าเรามีนะครับ)

ส่วนถ้าต้องการใช้จ่ายด้วยหน่วยย่อยของ bitcoin (Sats) ก็เริ่มได้ง่าย ๆ จากการทดลองเปิดบัญชี LN Wallet แล้วลองผูกเข้ากับ Account ของ Nostr ดูก็ได้ครับ เดียวพี่ก็จะมี Sats สำหรับทดลองใช้ จากเพื่อน ๆ ที่รอ Zap ให้อยู่ครับ

*** ใส่ที่อยู่ LN ในบัญชี Nostr ด้วยการเข้าไปที่หน้า profile / เลือก edit profile / เลื่อนหาช่องใส่ LN address / ไป copy ที่อยู่ LN address ใน WoS เอามาใส่ แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ

ปล. อันนี้เสริมครับ คือ bitcoin หน่วยคือ BTC มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้าน BTC และ มีหน่วยย่อยเป็น Sats / โดย 1 BTC จะเท่ากับ 100 ล้าน Sats ครับ

เผื่อว่าจะงงว่าเดียวพูดว่า bitcoin เดียวพูดว่า sats มันคืออะไรกันแน่

โอเคครับเห็นภาพ วัตถุประสงค์คล้ายๆกันครับคือ

1. เก็บ (หลัก)

2. เล่น(ย่อย)

เรื่องหน่วยพแเข้าใจครับ อิงกับ บาท(bt) และ สตางค์ (sat) เข้ากับบ้านเราพอดี ฮาๆๆ

เยี่ยมเลยครับ ;)

ของผมใช้ email เดียวกัน login WOS 6 เครื่องเลยนะ สาขาละเครื่อง ไม่ว่าลูกค้าจะมาจ่ายที่สาขาไหน เรารู้ทันที โอนย้ายกระเป๋ามาเก็บได้ทันทีเลย

เวลา login เครื่องใหม่ ใส่ email เดิม sat ก็ตามมาเลย แต่ต้องรอ 24 ชมถึงจะใช้ได้

ไม่ปลอดภัย แต่สะดวกมาก