โอ้ว เราต้องเรียนรู้การย้ายเครื่องด้วยสินะ
LN ใช้กระเป๋าของ Wallet of Satoshi ก็สะดวกและใช้งานง่ายดีครับ / สมัครและ Login ด้วย e-mail ที่เราใช้
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3414501253143105651698295718.webp
- ส่ง Sats ใช้ "Send" จะมีเป็น Scan QR-Code เหมือนพวก Mobile Banking เลยครับ, หรือจะ copy (Inurl) เอามาวางแล้วส่งก็ได้เหมือนกัน
- รับ Sats ใช้ "Receive"
1. ส่ง Lightning Address ให้กับคนอื่น ๆ (มันจะเหมือนกับที่อยู่อีเมล / อย่างของผม "weesea39@walletofsatoshi.com" แต่ละคนหลังจากสมัครเสร็จะสุ่มชื่อมาให้ไม่เหมือนกัน
2. ส่งเป็น lnurl "lnurl1dp68gurn8ghj7ampd3kx2ar0veekzar0wd5xjtnrdakj7tnhv4kxctttdehhwm30d3h82unvwqhhwet9wdjkzveed73xfz" จริง ๆ แล้วคืออันเดียวกันกับ Lightning Address เลย
3. สามารถ Generate เป็น Invoice เรียกเก็บเงิน อันนี้เราใส่จำนวน Sats ที่ต้องการจะรับ เช่น เรียกเก็บเงิน 50,000 Sats / มันจะ Gen. Invoice มาให้ แล้วเราก็ส่งมันให้กับคนที่จะเรียกเก็บเงินกับเขาได้
ปล. ถ้าจำไม่ผิด มันจะล็อคการใช้งานกับ device เดียว / สมมติเราสมัครด้วย e-mail "a@gmail.com" ในมือถือ iPhone แต่เมื่อเรา เอา e-mail "a@gmail.com" ไป login ในมือถือเครื่องอื่น จะเป็นการสมัครใหม่ และยอด Sats ที่อยู่ในเครื่องเก่าจะไม่ตามมาที่เครื่องใหม่ด้วย *อันนี้ ระวังด้วยนะครับ ถ้าจะต้องเปลี่ยน device ใหม่*
-
ส่วน Nostr ให้นึกภาพว่ามันเป็น Protocol (เหมือนกับ Protocol-TCP/IP ของ Internet ที่เราใช้งานกันอยู่)
จะมีสิ่งที่เรียกว่า client อย่างเช่น แอพฯ Damus, plebstr, Amythyst หรือบนเว็บ browser อย่าง Snort, Nostrudel, Zap.Stream ก็เปรียบเหมือนกับ สิ่งที่ใช้แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ของ Nostr
Relay คือ Server ที่กระจายศูนย์
"เปรียบเทียบให้เห็นภาพนะครับ"
Protocal - TCP/IP (Internet)
Client - Facebook (web, app.)
Server - Facebook Data Server (รวมศูนย์)
Protocal - Nostr
Client - Damus, Amythyst (app.)
Client - Nostrudel, Zap.Stream (web)
Server - Relay (ทุกคนเป็นเจ้าของได้ / กระจายศูนย์)
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ, ถ้าผูกกระเป๋าเสร็จแล้วจะมา zap รับขวัญให้นะครับ ;)
#Siamstr
Discussion
ด้วยความที่ LN Wallet ส่วนใหญ่มันจะเป็น Custodial Wallet คือ ผู้ที่เปิดใช้บริการไม่ได้เป็นคนถือ private key เอง, แบบที่เราเก็บบิตคอยน์ใน Hardware Wallet (ที่เราจะได้ seed - private key มาเก็บรักษาเอง)
ดังนั้นพวกแอพฯ LN Wallet ต่าง ๆ ทางที่ดีก็ไม่ควรเก็บ Sats เอาไว้ด้วยจำนวนที่เยอะเกินไป, มันถูกล็อคได้ ระบบการโอนออกล่มได้ มันมีความเสียงเนื่องจากเป็นการใช้บริการคนอื่น และเราต้องไว้ใจผู้ให้บริการครับ
ถ้าเป็น บิตคอยน์ ที่มีไว้เพื่อเก็บ เราก็แยกไว้ต่างหาก เก็บมันใน Hardware Wallet และ หาที่จด Seed หรือ Private Key (ตอกลงแผ่นโลหะ)
ส่วนที่จำนำมาใช้จ่าย แลกเปลี่ยน ซื้อของ zap บทความที่ชอบ ค่อยเอามันมาใส่ใน LN Wallet ครับ / โดยอาจจะกระจายออกไปอีกสัก 2 - 3 ผู้ให้บริการ เช่น มีหลัก ๆ เป็น Wallet of Satoshi อันที่สองเป็น GetAlby อันที่สามเป็น Zeus หรืออะไรก็แล้วแต่
เหมือนกับเรามีแบงค์สีม่วง สีเขียว สีเหลือง ที่เผื่อเอาไว้เวลาระบบออนไลน์แบงค์กิ้งล้มจะได้ไม่เดือดร้อน
ส่วนการยาย device ของ WoS อันนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด/ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ, เวลาเราจะเปลี่ยนเครื่อง ก็แค่เอาอีเมลเดิม login ที่เครื่องใหม่ ทำให้เรียบร้อยให้แน่ใจแล้วว่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องใหม่นี้ ค่อยโอน Sats จาก มือถือเครื่องเก่าใน WoS มาใส่ใน WoS ของเครื่องใหม่ก็ได้ครับ
:)
อาาา มีหีบสมบัติใหญ่เป็นบิตคอยปกติถือกุญแจตัวเอง แล้วโยนจำนวนเล็กๆไว้ใช้ยิบย่อยกับ LN หลายๆเจ้า เฉลี่ยความเสี่ยง เพราะมันเป็นคล้ายๆ terminal ที่ต้องพึ่งพาผู้บริการนั้นๆ
ประมาณนั้นครับ :)
ถ้างั้นต้องเริ่มจากมีหีบเก็บบิตคอยก่อน จึงจะย่อยมาลง LN เป็นขั้นตอนที่ควรเป็นใช่ไหมครับ
เอาจริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และการนำมาใช้ด้วยครับ
bitcoin หรือ onchain (layer 1) เป็น bitcoin ที่ปกติจะถือกันเก็บไว้เป็น asset เพื่อการเก็บออมระยะยาว, หรือ บางคนมองเป็นการลงทุน
ส่วน LN Network (LN) หรือ offchain (layer 2) เป็นชั้นรอง ที่เหมาะสำหรับการเอามาใช้จ่ายแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า (เพราะการทำธุรกรรมมันเร็วมาก)
ทางเทคนิคแล้วมันคือ บิตคอยน์ด้วยกันทั้งคู่ ทั้ง bitcoin onchain (layer 1) และ LN Network offchain (layer 2) ที่สุดท้ายทุก ๆ ธุรกรรมที่เกิดใน layer 2 จะถูกนำไปบันทึกลงใน layer 1 อยู่ดี
-
ส่วนตัวของผมแยกกันแบบนี้ครับ คือ bitcoin ที่ซื้อจาก exchange ด้วยเงินจริง, ผมจะแยกเก็บไว้ใน Hardware Wallet (ไม่ได้คิดว่าจะนำมาใช้) จุดประสงค์เพื่อการเก็บออม และจะไม่มีการโอนออกไปที่ไหน
-
ส่วนที่เป็น LN Network อันนี้ผมมีกระเป๋าแยกออกมาเอาไว้ใช้จ่าย โดยวิธีการได้มาผมได้จาก Sats ที่แจกฟรี, จากการ Zap มาจากเพื่อน ๆ ในนี้
หรือบ้างครั้งก็มีการซื้อจากใน exchange แล้วส่งเข้า WoS โดยตรง โดยไม่ได้ผ่าน Hardware Wallet ครับ
-
ผมจะแยกวัตถุประสงค์ของการใช้งานกันอย่างชัดเจน โดยไม่มีการเอาไปปนกันอย่างเด็ดขาดครับ
เหมือนเราได้เงินเดือนมาก้อนหนึ่ง ส่วนหนึ่งหยอดกระปุกออมสินเพื่อเก็บ, อีกส่วนที่จะเอามาใช้จ่ายก็เอาใส่ในกระเป๋าตังไปเลย, ไม่ต้องผ่านการหยอดกระปุกออมสินก่อน แล้วค่อยเอาออกจากกระปุกออมสินมาไว้ในกระเป๋าตังครับ
ดังนั้นจากคำถาม : ถ้าเป้าหมายคือการครอบครองบิตคอยน์เพื่อการเก็บออม ก็ควรเริ่มจาก bitcoin และ การมี hardware wallet ครับ (อันนี้เป็นของส่วนตัวและอย่าให้ใครรู้ว่าเรามีนะครับ)
ส่วนถ้าต้องการใช้จ่ายด้วยหน่วยย่อยของ bitcoin (Sats) ก็เริ่มได้ง่าย ๆ จากการทดลองเปิดบัญชี LN Wallet แล้วลองผูกเข้ากับ Account ของ Nostr ดูก็ได้ครับ เดียวพี่ก็จะมี Sats สำหรับทดลองใช้ จากเพื่อน ๆ ที่รอ Zap ให้อยู่ครับ
*** ใส่ที่อยู่ LN ในบัญชี Nostr ด้วยการเข้าไปที่หน้า profile / เลือก edit profile / เลื่อนหาช่องใส่ LN address / ไป copy ที่อยู่ LN address ใน WoS เอามาใส่ แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ
ปล. อันนี้เสริมครับ คือ bitcoin หน่วยคือ BTC มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้าน BTC และ มีหน่วยย่อยเป็น Sats / โดย 1 BTC จะเท่ากับ 100 ล้าน Sats ครับ
เผื่อว่าจะงงว่าเดียวพูดว่า bitcoin เดียวพูดว่า sats มันคืออะไรกันแน่
ของผมใช้ email เดียวกัน login WOS 6 เครื่องเลยนะ สาขาละเครื่อง ไม่ว่าลูกค้าจะมาจ่ายที่สาขาไหน เรารู้ทันที โอนย้ายกระเป๋ามาเก็บได้ทันทีเลย
เวลา login เครื่องใหม่ ใส่ email เดิม sat ก็ตามมาเลย แต่ต้องรอ 24 ชมถึงจะใช้ได้
ไม่ปลอดภัย แต่สะดวกมาก