ผมชอบมองไปในเรื่องของแก่นแท้ของความเชื่อนั้น ๆ ครับ ว่าเป้าหมายสูงสุดของแต่ละคำสอนคืออะไร ถ้าเพี้ยนไปจากนั้นล้วนเป็นการเอาศาสนามาหาประโยชน์ส่วนตนทั้งสิ้น

อย่างพุทธมีอริยสัจ 4 และ มรรคมีองค์ 8 มีข้อปฏิบัติอย่างการรักษาศิล 5 และมีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือนิพพาน (Nirvana) การดับไปไม่เกิดอีก *ไม่ใช่การได้ขึ้นสวรรค์ สวรรค์ยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของพุทธ เพราะยังต้องกลับมาเกิดอีก*

คริสต์ก็มีแก่นแท้ด้วยเหมือนกัน

“และพวกท่านจงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน และธรรมบัญญัติที่สองนั้นคือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติอื่นที่ใหญ่กว่าธรรมบัญญัติทั้งสองนี้ไม่มี" - มาระโก‬ ‭12‬:‭30‬-‭31‬ ‭TH1971‬‬

และจุดมุ่งสูงสุดคือชีวิตนิรันดร์ (Eternal Life) การได้กลับไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า, ผู้ที่เข้าใจแก่นของคำสอนของคริสต์ จะเข้าใจว่าชีวิตของการเป็นมนุษย์นั้นไม่ยั่งยืน ชีวิตในฝ่ายกายนั้นถูกทำลายได้ ทรัพย์สมบัติในฝ่ายกาย(โลก) ก็ไม่ยั่งยื่น, การได้รับมอบชีวิตนิรันดร์ในฝ่ายวิญญาณนั้นยิ่งใหญ่กว่า

ผมยกตัวอย่างมาเพียง 2 ศาสนาเท่าที่ผมเข้าใจในตอนนี้ จะเห็นว่าจุดร่วมหนึ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 2 ศาสนา เป็นการพยายามตอบคำถามเรื่องที่เราไม่รู้ถ้าเราตายไปแล้วมันจะเป็นยังไงต่อ, ทั้ง 2 ศาสนาตัวอย่างนี้ไม่มีคำสอนไหนที่ให้ยึดชิวิตในฝ่ายโลกเอาไว้ พุทธมีเป้าหมายของการดับไปไม่เกิดอีก คริสต์มีเป้าหมายของการมีชีวิตที่เป็นอมตะนิรันด์กับพระเจ้าในสรวงสวรรค์

ทั้ง ๆ ที่คำสอนได้บอกไว้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีคนที่บิดเบือนคำสอนเหล่านี้ และสร้างความเชื่อใหม่ หรือกฎระเบียบใหม่ในฉบับของมนุษย์ เพื่อหาผลประโยชน์จากคนที่เชื่อ

หนึ่งตัวอย่างคือ "ใบไถ่บาป" ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อขายให้กับชาวคริสต์โรมันคาทอลิก ที่บอกว่า "ถ้าคุณจะสารภาพบาป คุณต้องไปที่โบสถ์ และกล่าวคำสารภาพต่อหน้าบาทหลวง ผู้มีศิลบริสุทธิ์เท่าทั้น ที่จะเป็นตัวกลางนำคำกล่าวของคุณ ไปพูดกับพระผู้เป็นเจ้า" ทั้ง ๆ ที่คำสอนที่เขียนในคำภีร์ บอกกับเราว่า

“แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์” - ยอห์น‬ ‭4‬:‭23‬ ‭TH1971‬‬

เรากล่าวกับพระเจ้าเพื่อสารภาพบาปได้เลยด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องไปทำที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ในวิหาร หรือแม้แต่ที่เยรูซาเล็ม

แต่ใบไถ่บาปยังคงขายดิบขายดี, และสงครามครูเสดครั้งแรก ก็มาจากคำพูดของสันตะปาปา ที่บอกกับชาวบ้านที่ไม่มีเงินซื้อใบไถ่บาปว่า การไปทำสงครามเพื่อยึดคืนเยรูซาเล็ม คือการไถ่บาปที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนที่ไปจะได้รับการชำระล้างบาป

ในยุคสมัยที่ไบเบิลถูกผูกขาดอยู่กับศาสนจักร เหล่าบาทหลวง ชาวบ้านที่ไม่มีวันได้รู้ความจริงที่ถูกเขียนเอาไว้ ต่างพากันไปทำสงครามครูเสด เพียงเพราะต้องการจะขึ้นสวรรค์

ถ้าพระเจ้าเป็นสิ่งสูงสุดสำหรับพวกเขา เขาควรจะรู้ว่ามีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใครจะได้เข้าไปในสรวงสวรรค์นั้น ไม่ใช่คำสัญญาจากเหล่าบาทหลวง สันตะปาปา หรือใบไถ่บาป แต่เป็นการปฏิบัติตนที่เกิดขึ้นระหว่าง เขา และ พระเจ้าของเขา เพียงทั้งสองเท่านั้น ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับผู้อื่น

มันคือการตีความบิดเบือนคำสอน เพื่อประโยชน์สวนตน

#Siamstr

ถ้าความรู้ที่แท้จริง จนถึงแก่น มาก่อนศรัทธายังไงก็ไม่หลงทาง

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.