เพื่อน : พิงเกิลรสซาวด์ครีมหัวหอม คือ เดอะ เบส ของมันฝรั่งแล้วล่ะ เลย์ก็สู้ไม่ได้

ผม : เออ..ว่าแต่มึงทำซาวด์ครีมหัวหอมเป็นมั้ยวะ?

เพื่อน : แล้วทำไมต้องทำเองอะ?

ผม : ก็อยากรู้ว่ามันทำยังไง เผื่อว่ามึงทำเป็น

เพื่อน : ทำไมมึงไม่ซื้อเอาอ่ะ เหมือนน้ำปลาอ่ะ มึงทำเองมั้ย?

ผม : ก็ถ้ามึงทำเป็น มึงก็ไม่ต้องซื้อเขาไง

คุณว่ามันแปลก ๆ มั้ย ที่ "เงิน" มักจะเป็นสิ่งแรกที่มาก่อน

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนมีการศึกษา มีความรู้

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนการมีอาหาร

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนการมีที่อยู่

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนการมีครอบครัว

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนการมีลูก

คุณต้องมี "เงิน" ก่อนที่จะมีความมั่นคงในชีวิต

ทำไมเงิน? ถึงไม่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะมี เราถูกปลูกฝังค่านิยมอะไรลงไป ทำไมชีวิตของเราจะต้องหาเงินเป็นสิ่งแรก

ถ้าชีวิตนั้นต้องหาเงินเป็นสิ่งแรกก่อนสิ่งอื่น วันที่ CBDC มาถึง พวกเราจะมีชีวิตอยู่ยังไง เมื่อเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการมีชีวิต? แบมือขอ?

"พวกตาเลเซอร์แม่ง คุยอะไรก็วนเข้าแต่เรื่องเงิน ๆ ๆ ไม่อยากคุยกับมันละ"

พรุ่งนี้เช้า เดี๋ยวเอา long form ที่เขียนเล่น ๆ เอาไว้มาลงดีกว่า (ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้หรอก 😝)

#Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผลผลิตจากตัวเรานั้นคือ “เงิน”

ผมขอรอติดตามอ่านไปด้วยคนนะครับ 👍🏼

ขอบคุณนะครับ 😊

ที่ผมนึกได้คือ “เงิน” ควรจะเป็นเครื่องมือในการเก็บรักษาพลังงานและเวลาที่เราใช้ไปเพื่อแลกเป็นเงินกลับมา เพื่อที่ซักวันเรามีเงินมากพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหาเงินเพิ่ม แต่ทุกวันนี้เงิน fiat มันเก็บเวลาไม่ได้ เวลาที่ทุกคนเหลือจึงเอาไปแต่หาเงิน (รู้สึกย้อนแย้งมั้ย เงินที่ควรจะกักเก็บเวลาได้แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ เราถึงไม่สามารถหยุดทำงานได้ เปรียบเหมือนต้องหาน้ำที่ระเหยเร็วมาใส่ถังที่มีรอยรั่ว) เนื่องจากเอาเวลาแทบทั้งหมดในแต่ละวันไปใช้หาเงิน เวลาที่จะคิดเรื่องอื่นจึงไม่มี ในหัวคนจึงคิดว่าจะเสียเวลาทำไมใช้เงินซื้อเลย เวลามีค่ากว่าเงิน (เพราะเงินเดี๋ยวมันก็เสื่อมค่า เก็บเวลาไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า) ทั้งที่ถ้ามีเงินที่กักเก็บเวลาได้แต่แรก คนน่าจะเอาเวลาไปแลกเงินพอๆกับที่จะเอาเงินมาแลกเวลา เพราะมันคือสิ่งแทนกัน ไม่รู้ถูกมั้ย ที่คิดได้ก็ประมาณนี้

รออ่านอยู่ครับผม ✌️

ชอบคำตอบนี้ เงินที่เสื่อมค่าอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องใช้มันให้หมดไปเร็ว ๆ และ หามาเติมใหม่เรื่อย ๆ

ทำเราให้ไม่มีเวลาในการไปทำอย่างอื่นที่อาจจะมีคุณค่ากับชีวิตของเรามากกว่า 😊

เพราะพวกเราหลงลืมไปแล้วว่า “เงินคืออะไร” ทุกวันนี้ความหมายของเงินสำหรับคนทั่วไป คงเหลือแต่เพียงสิ่งสมมติซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย, ใช้ซื้อสินค้าและบริการ, ใช้เป็นค่าจ้าง, เป็นหน่วยวัดทางคณิตศาสตร์วัดผลประกอบการ วัดความสำเร็จ ความร่ำรวย(Mean of Payment, Medium of exchange)

.

แต่เรากลับลืมคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเงิน ซึ่งคือ “สื่อแทนคุณค่า(Store of Value)” เราลืมไปแล้วว่าการซื้อขายในตลาด แท้ที่จริงมันคือการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างคน 2 คน คุณค่าที่คุณทุ่มเทแรงกาย แรงปัญญา แรงใจ สร้างสรรค์สินค้าและบริการขึ้น เพื่อแลกกับคุณค่า Proof of work ที่มากกว่า(ตามความคิดของคุณ) ของอีกคน และเขาก็มองเห็นคุณค่าในสินค้าบริการนั้นมากกว่าราคาที่เขาต้องจ่ายให้คุณเช่นนั้น การซื้อขายถึงจะเกิดขึ้น

.

จากเรื่องราวข้างต้นนี้ หมายความว่าอะไร? ก็หมายความว่าที่จริงแล้วการซื้อขายสินค้าบริการเกิดขึ้นได้ด้วย “การมองเห็นในคุณค่าของผู้อื่นมากกว่าแค่ตัวเอง”

.

ถ้าเรามองเห็นคุณค่าในสุขภาพมากกว่า ราคาของสุขภาพจะไม่ใช่ปัญหา

ถ้าเราเห็นคุณค่าของประสบการณ์มากกว่า ราคาของประสบการณ์จะไม่ใช่ปัญหา

ถ้าเราเห็นคุณค่าของการมีลูกมากกว่า ราคาของการมีลูกจะไม่ใช่ปัญหา

.

สรุปแล้วเราจะไม่พูดถึงเรื่องเงิน ถ้าเกิดเรามองเห็นคุณค่าในสิ่งๆนั้นมากกว่า Proof of work ที่เรามี เพราะนั่นหมายถึงเราได้ตัดสินใจตกลงที่จะ “ซื้อ” มันแล้วนั่นเอง

#Siamstr

ว้าว คำตอบนี้ดี ผมชอบฮะ ถึงแม้ว่าจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า "ให้รู้คุณค่าของเงิน" "ให้เก็บออมประหยัด" รู้ความหมายของคำพูดนี้หรือไม่ก็เถอะ แต่เราก็เลือกที่จะใช้เงินก่อนเป็นอันดับแรก

ถ้าหากเพื่อนผมเลือกที่จะเก็บเงินเอาไว้ ไม่ซื้อพิงเกิลรสซาวด์ครีมหัวหอม แต่เลือกที่จะไปหาสูตรและวิธีทำมันฝรั่งทอดรสเดียวกัน ไม่แน่ว่าเพื่อนของผมอาจจะทำมันได้ดีกว่า อร่อยกว่า ของที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดก็ได้

แต่ด้วยเงินที่เสื่อมไปอย่างรวดเร็ว เงินมันเก็บกักพลังงานเหลือใช้ของเราไม่ได้ จากการแลกเปลี่ยนกันด้วย "คุณค่า" มันเลยกลายเป็นการแลก "สิ่งเสื่อมค่า" เปลี่ยนมันไปอยู่ในมือคนอื่น ให้รับ "สิ่งเสื่อมค่า" ไปแทนตัวของเราให้เร็วที่สุด

แล้วมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยนะ ถึงแม้จะไม่ได้รับรู้ว่าเงินกำลังเสื่อมค่า ไอ้ความรู้สึกอยากจะรีบใช้เงินไปเร็ว ๆ เกิดขึ้นมาเอง ไม่รู้สิ สัญชาติญาณ? บอกเราให้ทำอย่างงั้น หรือมันเป็นแค่ความเป็นธรรมชาติของเรา ที่ต้องปรับตัวเมื่ออาศัยอยู่ในยุคของ "เงินเสื่อมค่า"