เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

มันจะมีคำ 2 คำในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ในหนังเรื่องนี้สืบสาวหาหลักฐานว่ามีการแปลที่ผิดไหม ก็คือคำว่า “รักร่วมเพศ” หรือ Homosexuality ที่ถูกแปลหลังจากการตีพิมพ์ในปี 1946 (ชื่อเรื่อง) ซึ่งทางทีมผู้กำกับ ก็หาหลักฐานจนพบข้อสนับสนุนนี้มากกว่าการกล่าวหาฝั่งรักร่วมเพศเสียอีก

ความน่าสนใจคือ ยิ่งแปลผิดไปมากเท่าใด ก็กลายเป็นว่า ตัวพระคัมภีร์เองก็กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในสมัยนั้น ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่มีวิกฤติโรคเอดส์ การแปลผิดในบริบทนี้ สร้างผลกระทบให้กับชุมชน LGBT ในสมัยนั้นอย่างมหาศาล ตั้งแต่การถูกกลั่นแกล้ง ไปจนถึงถูกฆ่าเองก็ตาม แต่ถึงกระนั้น การที่มีคนออกมาตรวจสอบก็ยังยากอยู่ดี เนื่องจากสิ่งนี้คือพระคัมภีร์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในหนังที่เล่าใช้คำว่าเป็น sacred weapon เลยทีเดียว

ในงานที่เราไป ผู้กำกับมาเอง เขาบอกว่ามี Footage อีกเยอะ แต่เอามาโชว์ในหนังและเปิดเผยไม่ได้ ด้วยเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเขา—

2 คำ ที่ว่าคือ Malakai กับ Arsenokoitai แต่มันแปลรวบเป็น “รักร่วมเพศ”

ซึ่ง อ. เปาโล หมายถึงพวกที่เป็นผู้ชายในยุคสมัยโรมันตอนนั้น ผู้ชายที่มีอำนาจไม่ก็มีความรู้ แต่ชอบมีอะไรกับเด็กผู้ชาย

ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์กันระดับนึงเราจะนึกภาพออกว่ามันมีแบบนั้นแหละ

ในบริบทสังคมตอนนั้น กับ LGBT ในปัจจุบันมันไม่เหมือนกันแล้ว เพราะในตอนนั้นจะเป็นเรื่องของระบบปิตาธิปไตยเดิม ที่มีการใช้อำนาจเพื่อร่วมเพศกับเด็กผู้ชายเสียมากกว่า

** Malakoi ขออนุญาตแก้นิส

ในหนังเราจะได้เห็นคนที่เป็นพ่อลูกกัน แต่เถียงกันในมุมมองที่แตกต่าง เถียงกันแทบตายในเรื่องของสิ่งที่มองเห็นไม่เหมือนกัน แต่เขาก็ยังรักกันดีเป็นพ่อลูกกัน โดยบ้านไม่แตก แถมคนพ่อที่มีความคิดสุดขั้วกับลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนเองก็ยังยอมให้ตัวเองมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วยนะ

ท้ายที่สุด หนังเรื่องนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการจับผิด แต่มันคือการหาความจริง จนเราพบว่าท้ายที่สุดแล้วความรักของพระเจ้าไม่มีเงื่อนไข

“พระเจ้ารักคุณ ถ้า…”

ตัดคำว่าถ้าออกไปด้วย เพราะถ้ามีคำว่าถ้า มันคือมีเงื่อนไขนะ

นั่นแหละ นั่นคือความจริงที่เราจะได้ค้นพบผ่านการค้นหาหลักฐานที่แท้จริง จนเราได้เข้าใจจริงๆ

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้ไปดูหนังเรื่องนี้ จะบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่กล้ายืนหยัดทำหนังและค้นหาความจริง ซึ่งต้นฉบับพระคัมภีร์เก่าๆ ยิ่งเก่ายิ่งหายากตามกาลเวลา จำเป็นต้องเข้าถึงห้องสมุดที่มีระบบจัดเก็บอย่างดี สิ่งที่เราอ่านเวอร์ชั่นแปล อาจจะเกิดการ Lost in translation มาเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ซึ่งหากจะศึกษา จำเป็นต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง ก็อย่าลืมว่า การเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม อาจนำพาเราไปสู่การเป็นเพียงแค่เครื่องมือของผู้มีอำนาจก็ได้

ส่วนอันนี้คือ ช่องทางของคนทำหนัง

มีใน Amazon prime

เข้าไปตรงนี้มีวาร์ป

https://www.instagram.com/1946themovie?igsh=ZzJ4ZmNlMXl1Y2w2