This is blowing my mind:
โปรดใช้วิจารณญาณ, ข้าพเจ้าเพียงเขียนไปตามการข้อสังเกตของข้าพเจ้าเท่านั้น
#Siamstr
ก่อนที่ภาพจำของเทพเจ้าจากตำนานกรีกอย่าง Zeus จะกลายมาเป็นเทพเจ้าผู้ขี้เล่นและเจ้าชู้แบบที่เราจดจำในปัจจุบัน ตามรากอันเก่าแก่ของงานเขียน Theogony โดย Hesiod เทพเจ้าผู้มีนามว่า Zeus (Δίας / Ζεύς) นั้นเป็นราชันผู้รักษาความยุติธรรมและกฎแห่งธรรมชาติ ผู้ลงทัณฑ์ใครก็ตามที่ล่วงละเมิดกฎแห่งจักรวาล เขาเป็นผู้วางระเบียบใหม่ให้กับสรวงสวรรค์ โลก มหาสมุทร และยมโลก หลังการเอาชนะสงครามกับเหล่าไททัน
ถ้าหากว่าคุณนั้นรู้จักกับพระเจ้าแห่งสงครามอย่าง YHWH ของชาวยิวที่ทำลายอียิปต์ด้วยภัยพิบัติ 10 ประการ นำพาชาวยิวออกจากการเป็นทาสสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา และเป็นผู้วางกฎระเบียบสำหรับชนชาติยิวที่เป็นการฐานการดำเนินชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับ Zeus ในจักรวาลของกรีกแล้วมีความโหดเหี้ยมและน่ายำเกรงแทบจะไม่แตกต่างกัน
วิวัฒนาการในอัตลักษณ์ของ Zeus จากตัวตนที่น่าหวาดหวั่น ถูกปรับเปลี่ยนให้มีบุคลิกของความเป็นมนุษย์มากขึ้นผ่านความซับซ้อนของอารมณ์ความรู้สึกที่แสดงออกมา ความโกรธ ความขัดแย้งจากภายใน และความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากมายเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยของกวีอย่าง Homer (จาก Iliad, Odyssey) มันเป็นช่วงที่วรรณกรรมกรีกเริ่มสะท้อนภาพของมนุษยธรรมมากขึ้น จากตัวตนที่เปรียบเสมือนพลังของธรรมชาติเพียงอย่างเดียวจากเดิมก็มีมิติของการเป็นตัวละครที่มีบทบาทมีชีวิตเป็นของตนเองที่จะต้องดำเนินเรื่องราวภายใต้กฎแห่งโชคชะตากับความรู้สึกในแบบของมนุษย์
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนและศาสนาแบบรัฐนั้นถูกลดทอนอำนาจลง Zeus ก็กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางวรรณกรรมมากกว่าจะเป็นเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคยเคารพบูชา นักเขียนอย่าง Ovid ได้นำเอาตำนานการเกี้ยวพาราสีของ Zeus นำมาเขียนอย่างเปิดเผย และทำให้มันกลายเป็นเรื่องสนุก ตลกขบขัน และหลังจากยุค Renaissance เป็นต้นมา ภาพจำของเทพเจ้าจอมเจ้าชู้ก็ปรากฏกลายเป็นภาพจำของ Zeus ตลอดมา
สิ่ง ๆ นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่กับเทพเจ้าในระบบของพหุเทวนิยม จากตำนานสู่เทพเจ้าในวรรณกรรมสอนใจ จากบทกวีสู่เทพเจ้าประจำศาสนาแห่งรัฐ ก่อนจะถูกลดทอนลงเป็นเพียงตัวละครสมมติที่สร้างความบันเทิง อะไรคล้าย ๆ กันนี้ยังปรากฏให้เห็นได้แม้แต่จะเป็นพระเจ้าในรูปแบบของเอกเทวนิยมที่ผู้คนต่างเชื่อว่ามาจากรากฐานเดียวกัน ถ้าหากจะลองพิจารณาถึงรูปแบบของคุณลักษณะบางอย่าง และจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปที่ไม่เหมือนเดิม คุณลักษณะที่ไม่เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าเรานั้นต้องการจะเชื่อว่าพระเจ้าองค์นี้คือพระเจ้าองค์เดียวกันเสมอมาเพียงหนึ่งเดียวก็ตาม
สิ่งที่เรียกว่า "พระเจ้า" หรือ "เทพเจ้า" ตัวตนผู้มีอำนาจอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง จากคำตอบของคำถามที่เราใช้เพื่ออธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เราอธิบายไม่ได้ สู่ตัวตนทางอำนาจที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่าพันธ์เพื่อการยึดโยงเป็นศูนย์รวมความศรัทธา เทพเจ้าของชนเผ่าที่พ้ายแพ้จะกลับกลายเป็นเทพเจ้าชั้นรองซึ่งถูกลดบทบาทลง แม้แต่ Zeus เองที่เคยเป็นเทพเจ้าของกรีก แต่เมื่อโรมันเข้ามามีบทบาทแทนที่ โรมันที่รับเอาคติความเชื่อที่มีต่อ Zeus จากกรีก ก็นำมาเรียกใหม่เป็น Jupiter
Jupiter ของโรมันนั้นถูกตั้งให้เป็นเทพเจ้าสูงสุดแห่งรัฐ เทพเจ้าที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็จะต้องทำการบูชาและให้ความสำคัญก่อนเทพเจ้าประจำบุคคลเสมอ ถึงแม้ว่ารัฐจะเปิดกว้างในเรื่องของความศรัทธาส่วนบุคคลที่มีต่อเทพเจ้าอันหลากหลายองค์อื่น ๆ ก็ตาม สิ่งนี้เป็นไปเพื่อความยิ่งใหญ่ยืนยงของรัฐ ประชาชนจึงจำเป็นจะต้องให้ความเคารพบูชาเทพเจ้าของรัฐ
จนกระทั้ง Jupiter เทพเจ้าในระบบของพหุเทวะได้พ้ายแพ้ให้กับพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวในรูปแบบของคติความเชื่อแบบเอกเทวะ แต่ไม่ใช่เพราะสงครามการยึดครองหรือการเปลี่ยนผู้ปกครอง แต่จากการมองเห็นการรวมศูนย์อำนาจรูปแบบใหม่ผ่านพลังแห่งศรัทธาใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
"ความศรัทธานั้นทรงพลัง เมื่อมีผู้คนที่ยอมตายได้เพื่อความเชื่อ"
ศรัทธาของผู้คนที่บูชาเทพเจ้าสูงสุดแห่งรัฐไปตามหน้าที่ จะสู้อะไรกับศรัทธาจากผู้คนที่ยอมตายได้เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของตน และจะดีแค่ไหนหากจะสามารถรวมศูนย์ความศรัทธาอันยิ่งใหญ่นั้น รวมมันเข้ากับการสร้างระบบความเชื่อที่ทรงพลัง ที่ผู้คนพร้อมจะยอมตายได้เพื่อมัน
เริ่มแรกนั้นเป็นไปเพื่อการป้องกันความวุ่นวาย ความปรารถนาดีของรัฐที่มีต่อความสงบเรียบร้อยของผู้คน เป็นการลดความขัดแย้งจากความเชื่ออันหลากหลายจึงพยายามจะรวมให้มีศูนย์กลางทางความเชื่อ จนกระทั้งอำนาจที่ได้มานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะรับผิดชอบ