#asksiamstr #siamstr

เมื่อเงินทำหน้าที่เป็นหน่วยเก็บรักษาคุณค่าของเวลา เป็น Store of value ที่แท้จริง

เมื่อทุกคนล้วนแล้วแต่มี skin in the game ในงานของตัวเอง และสังคมของตัวเอง

เมื่อนั้นเรายังควรต้องมีรัฐไหม?

หากมีรัฐควรทำหน้าที่แค่ไหน?

- เป็นกลุ่มคนที่คอยเรี่ยรายเงินจากชุมชน มาสร้างสาธารณประโยชน์?

- เป็นกลุ่มคนที่คอยยุติข้อพิพาท?(แต่จำเป็นต้องมีจริงๆหรอ ในเมื่อเราให้คนในชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมตัดสินข้อพิพาทนั้นย่อมยุติธรรม และ เหมาะสมมากกว่า กฎเกณฑ์จากส่วนกลาง)

- เป็นกลุ่มคนที่คอยดูแลความปลอดภัยของผู้คน?

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ตราบใดที่มีคนหลากหลายและคิดต่างกัน บางคนนอนรอขอเงินจากรัฐ(เหมือนซอมบี้ในเมกาที่รอสวัสดิการรัฐทุกเดือนโดยไม่ทำมาหากิน) บางคนเกิดมาจนจริงๆ หรือบางคนจ้องจะขอและฉกฉวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน มันเป็นภาพใหญ่เกินกว่าคนตัวเล็กอย่างเราจะแก้..แต่มามองตัวเรา เราต้องสร้าง Store of Value ด้วยตัวเอง โดยที่ให้รัฐเอาเงินของเราไปให้น้อยที่สุด เราก็ต้องสร้างคุณค่าตัวเองโดยไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใคร และทำทุกวันให้มีความสุข มีเหลือก็เผื่อแผ่โดยไม่หวังผลตอบแทน..มันก็คุ้มค่าที่เกิดมาล่ะครับ🙂

มุมมองนายดีจัง โน๊ต

อันเชิญ nostr:npub1e8e3qv6y60aktjafqe97dltk96rfjwuevnyul0kwemwcg8mz6u0qal9tp3 เฮียว่าไงครับ

ส่วนตัวแล้วมันพูดยากแหะ ถ้ามีเงินที่ดีแล้วสุดท้ายผู้คนในสังคมจะเป็นคนตัดสินใจเองว่ารัฐมันควรมีไหม ถ้ามีมันก็ต้องให้ value จริงๆกับผู้คน เพราะคนคงไม่ยอมเสียเงินที่มีค่าไปให้รัฐแบบฟรีๆ

ถ้าให้มีนี่ก็อาจจะแค่ดูแลความปลอดภัยของผู้คน หรือ ถ้าไม่มีเลยคนก็จะดูแลกันเองภายใต้กฏหมาย หรือ อาจจะมี service ใหม่ๆ ของเอกชนขึ้นมา

ส่วนตัวก็รู้สึกว่า “กฎหมาย” มันมักจะทำหน้าที่ จำกัดสิทธิ์ จำกัดอิสระและเสรีภาพ

แต่เปิดเผยตัวตนในรูปของการเขียนเพื่อเป็นบรรทัดฐานของสังคม ควบคุมความสงบเรียบร้อยของสังคม

ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายมรดก ถ้าผู้ตาย ตายไปแล้วไม่ได้ทำพินัยกรรม มรดกนั้นจะตกสู่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่ระบุในกฎหมาย

โดยธรรมชาติ ในยุคที่ครอบครัวแข็งแรง มันเป็นแบบนั้น เพราะผู้ตายกับครอบครัว ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

แต่มันมักมามีปัญหาเวลาที่คนได้

ไม่ใช่คนดูแล แถมคนดูแลกลับไม่ได้อะไรเลย เพราะกฎหมายที่ออกมาจากส่วนกลาง เขียนไว้แบบนั้น หากมีข้อพิพาทก็ตัดสินตามกฎ

ถ้ามันมีกฏหมายมันก็คงต้องจำกัดในบางแง่มุมแหละครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนทำอะไรที่ละเมิดสิทธิของคนอื่น

ผมว่าเรื่องกฏหมายอาจจะต้องมานั่งแก้มานั่งคุยกันอีกว่าทำไงถึงจะให้ผู้คนที่อยู่ภายใต้กฏหมายนั้นได้มีสิทธิเสรีภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างในกรณีที่ยกมาก็น่าสนใจว่าเราสามารถปรับกฏหมายให้มันเอื้อกับคนที่เขาดูแลจริงๆยังไง

ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยยได้ศึกษาเรื่องการปกครอง หรือ มีความรู้พอที่จะเห็นภาพรวมๆคร่าวๆได้ ว่าถ้าไม่มีกฏหมายไปเลย หรือ มีกฏหมายในระดับไหนถึงดีที่สุด 5555555 แต่ก็สนใจอยู่นะครับ

อย่างแรกเลยคือ เราต้องเอาตัวเองออกจากความหมกมุ่นของ Bitcoiner ก่อน คือ ความหลากหลายตามธรรมชาติ

ผมไม่คิดว่า โลกมันจะ direct ขนาดนั้น แม้ไม่มีบิทคอยน์ ตอนนี้บริบทแต่ละชาติก็แตกต่างกันครับ

Bitcoin ไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยน รูปแบบการปกครองขนาดนั้น มันเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบของสินค้าชนิดเงิน

มนุษย์ต่างหากที่เปลี่ยนตัวเอง

ไอ้พวกที่พร่ำบอกว่าบิทคอยน์จะเปลี่ยนทุกอย่างมันเลยไม่ใช่ครับ ไอ้พวกนี้เชื่อแบบ Objectivism และ สุดท้ายคงไม่ต่างอะไรจาก Ayn Rand และมันเป็นสิ่งที่สังคมเราเป็นถัดมาครับ คือการบูชาตัวบุคคล เหมือนที่ สลิ่ม บูชาเจ้า เจ๊กบูชาไอ้เหมา หรือ สามกีบ บูชาก้าวไกล

bitcoin มันแค่เป็นสินค้าชนิดเงิน ที่สามารถทำหน้าที่ได้ตาม concept good capital