มันเป็นข้อพิสูจน์ที่ถกเถียงกันถึงเรื่องของ "แสง" ว่าตัวของมันเป็น "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า" หรือว่าเป็น "อนุภาค" กันแน่ ข้อสรุปหนึ่งที่สรุปเอาว่าแสงนั้นเป็นอนุภาค "โฟตอน" เพราะปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก" นั้นเกิดจาก "โฟตอน" ที่มีระดับพลังงานที่สูง พุ่งเข้าชนกับผิวของโลหะแล้วเกิดการหลุดออกของอิเล็กตรอนที่เคยยึดติดอยู่กับอะตอมของโลหะ มันต้องเป็นอนุภาคแน่ ๆ ถึงจะทำอะไรแบบนั้นได้ ไม่ใช่คลื่นหรอก
เรารู้ว่าวัตถุจะถูกค้นพบว่ามีอยู่ จากการที่แสงได้ตกกระทบลงบนพวกมัน ก่อนที่แสงจะสะท้อนเอาการมีอยู่ของวัตถุนั้น มาปรากฏแก่ดวงตาของผู้ที่กำลังจ้องมองมันอยู่ "นั้นเป็นระดับพลังงานที่ปกติ" ความพอดีที่ช่วยสะท้อนภาพของวัตถุให้ตาของมนุษย์ได้มองเห็น
ถ้าหากเราเพิ่มระดับของพลังงานเพิ่มมากขึ้น ไปในระดับเดียวกันกับรังสีอัลตราไวโอเลตที่ตาของมนุษย์นั้นไม่อาจจะมองเห็น "แสง" จะทำหน้าที่พุงชนอะตอมของโลหะ จนอิเล็กตรอนของพวกมันนั้นหลุดกระเด็นออกมา
"แสง" ที่มีระดับพลังงานสูงนั้นช่วยตัดแต่งชิ้นส่วนของโลหะให้ขึ้นรูปเป็นชิ้นงานได้ ตามที่ใจของเรานั้นปรารถนา แต่ถ้าหากปล่อยให้มันอยู่ในระดับพลังงานที่ปกติ "แสง" จะทำเพียงแค่สะท้อนความเป็นจริงของวัตถุ ตามธรรมชาติที่วัตถุนั้น ๆ เป็น
เปรียบกับการทำงานกันเป็นทีมในบางครั้งอาจจะต้องใช้พลังงานที่สูงล้น เพื่อทำให้ทีมนั้นเป็นดังที่ใจเราปรารถนา มันเป็นวิธีที่เราจะเจียไนออกแบบทีมที่เราต้องการจะให้มันเป็นดังที่เรานั้นต้องการ และมันย่อมสร้างภาระความเหน็ดเหนื่อยให้กับผู้ที่ต้องนำทีมอย่างมหาศาล
แต่กลับกันหากได้ลองลดระดับของพลังงานลงมาสักนิด เราก็อาจจะพบกับทีมที่กำลังทอประกายแสงเจิดจรัส สวยงามตามธรรมชาติ เป็นไปตามตัวตนของพวกเขา เราอาจจะไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าค่อยสาดแสงส่องลงไปที่พวกเขา และค่อยเฝ้าดูการเติบโตของพวกเขาเพียงเท่านั้น
ผมนับถือความมุ่งมั่นตั้งใจแบบนั้นของพี่ ความพยายามที่เมื่อเริ่มอะไรแล้วมันต้องทำให้สำเร็จ, ตัวตนที่ตรงกันข้ามกับผมเลย 555
ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะครับ เป็นห่วงจริง ๆ
การนอนหลับไม่ได้ทำให้เวลาในชีวิตของเรามันหายไปอย่างไม่เกิดประโยชน์ กลับกันมันช่วยในการฟื้นฟูและต่อเวลาในชีวิตของเราให้มากขึ้น เพื่อเอามันมาใช้สร้างโปรดักที่เป็นประโยชน์ได้อีกมหาศาล
ด้วยรักและเคารพ :)