Replying to Avatar TATUN

Wave harmonics เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของคลื่น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์การส่งผ่านพลังงาน หรือการรบกวนสภาวะสมดุลทางฟิสิกส์ของแหล่งกำเนิด ซึ่งก่อให้เกิดการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องหรือการสั่นของอนุภาค (ในตัวกลาง) จากต้นกำเนิดไปยังบริเวณโดยรอบ

https://youtu.be/PVX4V5Adbzk?si=rFZHfW_wK1PNpAVt

คลื่นมีหลายชนิด และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน สามารถนำไปต่อยอดให้เป็นประโยชน์ได้มากมาย มีหลายวิธีที่สามารถนำ wave harmonics ไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น

⚡ในทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถนำไปใช้ในการศึกษาคุณสมบัติของสัญญาณ การสร้างสัญญาณที่มีความซับซ้อน การตรวจจับความผิดปกติของระบบไฟฟ้า การลดการสูญเสียพลังงาน และการปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า

🎻 ในด้านดนตรีและเสียง การวิเคราะห์ wave harmonics สามารถใช้ในการศึกษาคุณลักษณะของเสียง การสร้างเสียงที่มีความหลากหลาย การปรับแต่งเสียง การผสมเสียง และการสร้างเสียงเครื่องดนตรี

📊 ในด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ wave harmonics สามารถใช้ในการศึกษาคุณสมบัติของฟังก์ชัน การแก้สมการเชิงอนุพันธ์ การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และการประยุกต์ใช้ในวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ

Wave harmonics เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและมีประโยชน์ในหลายๆด้าน แต่ก็มีผลเสียบางอย่าง เช่น การเกิดความผิดปกติของระบบไฟฟ้า หรือการเกิดเสียงรบกวน ซึ่งต้องมีการควบคุมและป้องกันให้เหมาะสม

GM 🌿⛅

#Nostr #Zap #Zapathon

#Siamstr #Thainostrich

สรุปแสงเป็นคลื่นหรือเป็นอนุภาค?🤔

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อาจต้องถกกันอีกนาน แต่ถ้าแสงแรกกับแสงสุดท้าย เป็นเพลงของ Bodyslam ครับ แฮ่! GM ครับ 😄

เป็นความน่าพิศวงในโลกของควอนตัม สิ่งที่เล็กลงไปในระดับของอนุภาค อิเล็กตรอน หรือโฟตอน เมื่อไม่ได้กำลังถูกพบเห็นหรือทำการสังเกตการณ์ตรวจวัดมัน ณ ตำแหน่งใด ณ เวลาใด มันก็จะประพฤติตัวเป็นคลื่นแห่งความน่าจะเป็น

ความเป็นจริงที่ถูกพบเห็นปรากฏขึ้นเฉพาะผู้ที่กำลังสังเกตการณ์ตรวจวัดเท่านั้น และเมื่อเขาละทิ้งการสังเกตไป สิ่งนั้นก็กลับสู่ความน่าจะเป็น ที่ผู้ที่เคยสังเกตไม่รับรู้อีกต่อไปว่าตัวของมันกำลังอยู่ที่ไหน จนกว่าจะเกิดการสังเกตการณ์ตรวจวัดมันอีกครั้ง

ถ้าเปรียบเทียบตัวเราให้เป็น “ผู้เฝ้าสังเกตการณ์” ที่กำลังยืนมองดู “ไก่” ที่กำลังคุ้ยเขี่ยอาหาร ผู้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเรารับรู้ว่าไก่กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน มีตัวตนผ่านเนื้อตาที่มองเห็น “เหมือนกับ detector ที่ตรวจพบ อนุภาคของแสง”

กลับกันเมื่อผู้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเรา ละทิ้งการสังเกตเจ้าไก่ตัวนั้น กลับเข้าไปภายในบ้าน ตอนนี้เจ้าไก่ก็ได้ประพฤติตัวเป็น “คลื่นแห่งความน่าจะเป็น” เป็นการคาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ ภายในหัวของผู้เฝ้าสังเกตการณ์

ตัวของเราไม่อาจรับรู้ความเป็นจริงของเจ้าไก่ตัวนั้นว่า ในขณะนี้ตัวของมันไปอยู่ที่ไหน และทำอะไรอยู่ มันอาจจะอยู่ที่เดิมและกำลังคุ้ยเขี่ยอาหาร มันอาจจะกำลังเดินเตร่ไปยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ มันอาจจะกลับเข้าไปในเล้าเพื่อที่จะกกไข่ที่มันออก

ความน่าจะเป็นที่หลากหลายสำหรับเจ้าไก่ ที่ตัวของมันมีขนาดใหญ่โตกว่าอนุภาคหลายล้านเท่า ก็สามารถที่จะเป็นคลื่นแห่งความน่าจะเป็น ภายใต้ความคิดของผู้เฝ้าสังเกตการณ์

ผู้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเรา จะรับรู้ว่าเจ้าไก่กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนอีกครั้งก็ต่อเมื่อเราออกจากบ้านเพื่อไปดูตัวของมันให้เห็นกับตา

กล่าวคือ อิเล็กตรอน หรือ โฟตอน (แสง) จะประพฤติตัวเป็นดั่ง “อนุภาค” ก็ต่อเมื่อมีการพบเห็น และจะเป็น “คลื่น” แห่งความน่าจะเป็น เมื่อไม่ได้กำลังถูกตรวจวัด

ความเป็นจริง ปรากฏอยู่เพียงเบื้องหน้าของผู้ที่กำลัง “รับรู้” กับปรากฏการณ์ และความเป็นจริงก็จะอันตธานหายไปเมื่อเขาได้ละทิ้งซึ่งการรับรู้นั้นไป

ปล. ถ้าเกิดทุก ๆ สิ่งมันเป็นอนุภาคแล้วปรากฏขึ้นมาพร้อม ๆ กันทั้งหมด คอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์นี้มันคงต้องทำงานหนักมาก ๆ แน่ ๆ โหลดมันคงมหาศาลมาก ๆ และแทนที่จะทำให้เป็นแบบนั้น ทรัพยากรที่ไม่ได้กำลังถูกใช้งาน ก็จับมันให้เป็นคลื่นแห่งความน่าจะเป็นไปซะ แล้วเมื่อต้องนำมาใช้แสดงผลก็ค่อยใช้การ trigger ที่ตัวบุคคลเปลี่ยนมันเป็นอนุภาคเมื่อตัวละครกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งนั้นด้วย

แบบนี้ก็ไม่เปลืองทรัพยากรฮาร์ดแวร์ดี ไม่เปลืองพื้นที่ log ข้อมูลด้วย

ผู้ที่สร้างสิ่งนี้นี่โคตรจะอัจฉริยะเลย 555

#siamstr

มีคนเคยเปรียบเทียบว่าการพยายามวัดผลของ quantum entanglement นั้นเหมือนการที่หัวหน้าเดินเข้ามาในห้องทำงาน เห็นพนักงานทุกคนนั่งอยู่หน้าจอ ตั้งใจทำงาน แต่พอหัวหน้าคนเดิมเดินออกนอกห้อง ทันที่ที่ประตูปิดลง พนักงานบางคนลุกออกไปกินขนม บางคนไปห้องน้ำ บางคนนั่งเม้ากัน บางคนเล่นเกม

หัวหน้าคนนั้นไม่อาจสามารถวัดผลการทำงานของพนักงานแบบ realtime แต่มันสามารถวัดผลได้ โดยผลลัพธ์นั้นเป็นเพียงความน่าจะเป็น ความน่าจะเป็นนั้นวัดผลออกมาได้ผ่าน productivity ที่ได้รับมา

น่าเสียดายที่ในกล่องใบนั้นของเชอโรดิงเงอร์มันไม่มีกล้องวงจรปิด #siamstr

เรื่องควอนตัมนี่มันเหมือนเรื่องของความบังเอิญของกาลเวลาอยู่เหมือนกันนะ

why moment are present ?