### การทดลอง 9 วันอันล้ำค่า : 1
คนๆ หนึ่ง จะมีแบตเตอรี่ชีวิตให้ใช้งานได้มากแค่ไหนกันเหรอ?
ผมอยากรู้.. ครั้งสุดท้ายที่ผมลางาน 9 วันน่าจะ 10 ปีมาแล้ว ครั้งนี้ผมตั้งใจเต็มที่ว่า 9 วันนี้ผมจะได้งานเป็นชิ้นเป็นอันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน (เพราะปกติผมแทบไม่เคยลา ต้องหาเวลานิดๆ หน่อยๆ มาทำงานอื่นแทน)
ผมบอกกับประธานไปว่า.. มาลองดูกันว่าพี่ลา 9 วันเราจะทำอะไรกันได้บ้าง?
สรุป.. ไม่ได้งาน RS อะไรสักอย่างในช่วงเวลาสั้นๆ ดังกล่าว
วันแรกของการลาผมเลือกจะชาร์จแบตตัวเองให้เต็มพิกัด โดยการนอนแบบไม่ตั้งนาฬิกาปลุกและห้ามคนที่บ้านปลุก เต็มตื่นเมื่อไหร่ค่อยลืมตา เพื่อชดเชยให้กับทั้งปีที่ผ่านมา.. สรุปก็นอนได้แค่ 6 ชม.
วันที่ 2 ผมตั้งใจจะทำงานที่คั่งค้าง.. แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด วาานาผมจะไม่ได้พัก ลูกชายดันมาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ซะก่อนและอาการก็หนักมากทีเดียว ยา Tamiflu ก็ขาดตลาดเลยต้องรักษาตามอาการกันไป
อีก 3 วันถัดมาแม่ยายก็ติดไข้ตามไปด้วย สรุปจึงเหลือผมคนเดียวในบ้านที่ยังพอเดินเหินทำนั่นทำนี่ได้ (เมียทำงาน ตจว)
วันที่ 5 ลูกชายต้องไปสอบในสภาพป่วยๆ
ลูกสาวซึ่งโตมากแล้วก็มีชีวิตของเขา กลายเป็นผมที่ต้องลางานมาเพื่อดูแลสิ่งต่างๆ ในบ้านและคนในครอบครัวไปแทน เมื่อทุกคนเริ่มอาการดีขึ้นผมก็เลือกจะเดินทางไปบ้านเกิดพาลูกๆ ไปเจอปู่กับย่า ให้เวลากับทางนั้นบ้าง (ปีหนึ่งไม่เกิน 2-3 ครั้ง)
ผมว่าผมมีอาการ "Burn-out" ค่อนข้างชัด จึงปรารถนาที่จะหลบลี้ความเร่งรีบไปหาประสบการณ์สงบๆ แบบอื่นเพื่อให้สมองที่กำลังล้าเต็มทีฟื้นกลับมาปลอดโปร่งได้อีกครั้ง
แต่สุดท้ายก็พบว่า.. ผมกลับใช้เวลาช่วงที่เหลือตลอด 9 วันนี้ไปกับการเรียนรู้และการค้นพบเรื่องใหม่ๆ แทน แบบหมกมุ่นอีกต่างหาก
เป็นการพักกแบบจริงจัง ที่ก็ทำเรื่องอื่นแบบจริงจังและมีความสุขชิบหาย และใช่... เราเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ได้เติบโตไปด้วย
และใช่อีกนั่นแหละ.. ผมก็หายไปจากทีมงาน RS และชาว Siamstr นานพอสมควร และกลับมาทำงานประจำตามปกติในวันนี้
ความสงบตลอด 9 วันเริ่มกลับมาจอแจ เค็มไปด้วยเสียงบ่นเสียงนินทาชาวบ้านของเพื่อนร่วมงานตลอดทั้งเช้า.. น่าเบื่อชะมัด แต่ผมไม่ควรแปลกใจ นี่คือบรรยากาศเดิมๆ ที่ผมอยู่กับมามาสิบกว่าปีแล้วนี่นา..
สงสัยต้องมีพาร์ท 2 มีเรื่องเล่าเต็มไปหมดเลย ผมต้องไปทำงานละครับ..
อรุณสวัสดิ์ #siamstr