Replying to Avatar Riina

เมื่อใดที่ระบบการเงินถูกพัฒนาแล้วจริงๆ กลายเป็น Bitcoin Standard คิดว่าเมื่อนั้น สิ่งที่เรียกว่า NFT จะถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน

ส่วนตัวมอง NFT ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ การแสดงความเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เอกสารการเป็นเจ้าของที่ดิน(โฉนด) การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์

สิทธิ์ในการครอบครองสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากถูกบันทึกลงในบล็อคเชน มีโหนดที่คอยยืนยันตรงกันว่า ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของมันจริงๆ มันคงง่ายกว่าการบันทึกลงในกระดาษอย่างเช่น โฉนด อย่างแน่นอน

ในปัจจุบันทุกอย่างยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบของเรายังเป็นแบบนั้น

คงไม่มีใครซื้อขายที่ดินโดยไม่ต้องการโฉนด หรือใช้เอกสารการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายทึกทักเอาเองว่าเป็นเจ้าของ ผู้คนยังคงต้องการได้รับการยืนยันจากรัฐในด้านกรรมสิทธิ์อยู่

แต่ในอนาคต การเก็บบันทึกในกระดาษ และการยืนยันการทำธุรกรรมที่ต้องผ่านคนกลางอย่างเข่นการนัดไปซื้อขายที่ดินที่สำนักงานที่ดินมันคงล้าหลังมาก

ทุกวันนี้เวลาเราต้องการขายบ้านสักหลัง หรือที่ดินสักผืน เราอาจจะต้องติดประกาศขายบ้านให้ผู้คนรู้ อาจจะประกาศขายบ้านในอินเทอร์เน็ต หรือฝากขายผ่านนายหน้า

หลังจากตกลงกับผู้ซื้อได้ ต้องนัดวันว่างให้ตรงกันแล้วก็พากันเดินทาง ไปที่สำนักงานที่ดิน แบกโฉนดกับเอกสารต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ รอตรวจสอบเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม และเสียภาษี เมื่อจบกระบวนการ ผู้ขายได้รับเงิน ผู้ซื้อได้รับโฉนดที่ดินและความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐบาลได้รับภาษี

วันหนึ่งคงมีรัฐใดสักแห่งที่มองเห็นสิ่งนี้ และเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ต่างๆไปวางอยู่บนบล็อคเชน ผู้ขายก็แค่ตั้งขาย ผู้ซื้อก็เพียงแค่กดซื้อ บิทคอยน์ถูกโอนจากกระเป๋าของผู้ซื้อไปสู่กระเป๋าของผู้ขาย อำนาจในการครอบครองกรรมสิทธิ์ถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ รัฐจัดเก็บภาษีผ่านค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องการคนกลาง ไม่ต้องมีสำนักงาน มันคงจะง่ายมากทีเดียวในการแลกเปลี่ยนอำนาจการครอบครองกรรมสิทธิ์

พอมีระบบการเงินที่ดี อะไรๆในลำดับถัดไปก็คงจะพัฒนาตามมาอีกเยอะเลยทีเดียว แม้เราจะไม่ชอบระบบรัฐมากแค่ไหน ในตอนนี้เราก็ยังปฏิเสธมันไม่ได้อยู่ดี ผู้คนยังต้องการส่วนกลาง ต้องการผู้นำ ต้องการผู้ควบคุมกฎกติกาในการที่จะอยู่ร่วมกัน แต่รัฐที่ไม่สามารถผลิตเงินเองได้ ในโลกของบิทคอยน์ น่าจะเป็นรัฐที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าในปัจจุบัน

รัฐใดก็ตามที่คิดจะต่อต้านเงินที่ดีอย่างบิทคอยน์เพียงเพราะกลัวจะถูกลดทอนอำนาจ เป็นเรื่องโง่เขลา รัฐใดก็ตามที่เข้าร่วมก่อนย่อมได้เปรียบมากกว่า

เป็นแค่การมองภาพการนำ NFT มาใช้ประโยชน์ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ (ซึ่งเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ) แต่นี่คือภาพนึงที่เรามองเห็นการนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อถึงวันที่เรามีระบบการเงินที่ดี มันจะมีเลเยอร์อื่นๆที่ถูกพัฒนาอีกมากมายต่อมา บนระบบมาตรฐานของบิทคอยน์

คิดไปเรื่อยเปื่อย 😄

ใครที่มีมุมมองอื่นๆอีกมาแชร์กันได้นะคะ

ในมุมของเรานะคะ เรามองว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะสามารถกระจายศูนย์ได้ค่ะ เพราะยังไงมนุษย์ก็ยังต้องร่วมกลุ่ม มันจึงต้องมีตรงกลางที่จะอยู่ร่วมกัน ในโลกที่เป็นมาตรฐานบิทคอยน์ เราก็เชื่อว่า รัฐก็ยังคงมีอยู่ค่ะ ทุกวันนี้ทุกอย่างในชีวิตก็ยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ออกตัวก่อนว่าผมเองก็ไม่ใช่ Bitcoin Maximalist ยังพึงพา Fiat อยู่ แต่กลไก Bitcoin ตัวมันไม่ต้องพึ่งพาใครมันทำงานของมันเองไม่ต้องพึงรัฐก็ได้ แต่รัฐจะพยายามเข้ามายุ่งก็ได้

สำหรับ NFT ยังไงผมก็ไม่เข้าใจครับ ผมอาจจะตกรถขบวนนี้ แต่ถ้าการเอาเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้เป็นอีกเรื่องครับ

NFT มาจาก Non-Fungible Token คือ สิ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร

1 BTC ของทุกคนย่อมมีค่าเท่ากัน

แต่ NFT คือกรรมสิทธิ์ที่แสดงความเป็นเฉพาะตัว การตีมูลค่าจึงต่างกัน

คิดง่ายๆว่า BTC เปรียบเสมือเหรียญบาท 1บาทของคุณ กับของเรา มีค่าเท่ากัน

แต่ NFT เป็นการครอบครองกรรมสิทธิ์ ที่มีความเฉพาะ สมมติให้เป็นโฉนดที่ดิน

เรามองในแง่การจัดเก็บบันทึกบนเลเยอร์ที่ซ้อนอยู่บนระบบเงิน การนำมาใช้ประโยชน์ จะถูกทำโดยรัฐ หรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ เช่นโฉนดที่ดิน ที่เป็นกระดาษ ให้ไปเป็น NFT ซะ ซึ่งจะต้องได้รับการยืนยันการแปลงโดยรัฐ

ผู้คนไม่ต้องพกพาโฉนด ไม่ต้องเก็บไว้ที่บ้าน แต่ยืนยันได้โดยการมี NFT โฉนดที่อยู่บนระบบของรัฐ ซึ่ง ทำไมต้อง NFT นั่นเพราะ 1NFT ≠ 1NFT

ทุกวันนี้ผู้คนเข้าใจ NFT แต่ในมุมที่ค่อนข้างเป็น Scam แต่เรากำลังมองในมุมของการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องกระจายศูนย์ค่ะ มันจะ Centralize โดยรัฐ

การประยุกต์ใช้ NFT โดยรัฐแบบนี้ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งจะได้ไม่ต้องเก็บเอกสาร