## รอมึงอยู่ใต้คณะเสมอนะ
วัยที่เริ่มบรรลุนิติภาวะ วัยที่เคยผ่านความโลดโผนกันมาเยอะแล้ว วัยที่เราต้องเริ่มรับผิดชอบกับตัวเอง วัยที่เรารักใคร่เพื่อนฝูงมากกว่าช่วงเวลาใดๆ ช่วงชีวิตและเรื่องราวภายในรั้วมหาลัยที่หลายๆ คนคงได้เคยผ่านกันมาแล้ว
#m=image%2Fjpeg&dim=1344x1024&blurhash=%234N%5Ee%3A%25M4T%3Fb%25M-%3B-%3B%25gM%7B%7Eq%25MM%7BD%25xuM%7Baxt7D%25%3FbRjM%7Boej%5BWBIURjRj%7EqRjD%25%3Fbt7oeoyIU_3%7Eqa%7CRjD%2500M%7BIUIUofIU%25M%25Mxu9FxuWBM%7Bof-%3B%3Fb4nt7M%7B%25M%25MM%7B-%3B&x=91676946fd3f2138fed37c9387743aaff2e21bb597af14db9d4af472a63c20e5
ผมเชื่อว่า... ทุกคนคงจะพอคุ้นหูกับคำว่า "เดี๋ยวกูรอมึงอยู่ ใต้คณะ/ใต้ตึก แล้วกันนะ" ..อะไรแบบนี้มาไม่มากก็น้อยล่ะนะ
ความรู้สึกสุขเล็กๆ ฟินแปลกๆ ที่เราจะได้เว้นวรรคจากภาวะสมองหวานในห้องเรียน ออกไปทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง สนุกสนานเฮฮาร่วมกับแก๊งค์เพื่อนฝูงของตัวเอง
สำหรับผมในอดีต... มันแทบจะเป็นหนึ่งในแรงจูงใจเพียงไม่กี่อย่าง ที่ทำให้ผมต้องพยายามเอาชนะความเกียจคร้านในยามเช้า ลากสังขารพาตัวเองไปเรียนให้ได้ในสภาพที่ยังนอนไม่เต็มตื่นเท่าไหร่นัก
นั่นก็เพราะ... ผมอยากจะไปเจอกับพื่อนๆ
อยากออกไปรับเอาพลังความสุขในลักษณะนั้นให้ได้ในทุกๆ วัน
มีใครใน #siamstr เคยเป็นแบบนั้นเหมือนผมบ้างไหม?
ช่างหัวการเรียนมันปะไร!
อยากเจอหน้าไอ้ Y จังเลยว่ะ
อยากโม้เรื่องตีบอสเมื่อคืนให้ไอ้ X มันฟัง
เชี่ยแม่ม! สาวเมื่อคืนแม่งโคตรแจ่มเลย คันปากอยากฝอยชิบหาย แล้วไอ้ M มันไปถึงไหนแล้วว่ะ เรื่องคั่วสาวนิเทศน่ะ?
ฯลฯ
สารพัดเรื่องราว (ไร้สาระ) ที่เราต่างอยากรู้อยากเห็น คันปากอยากเล่า สั่นกระเส่าอยากฟังใจจะขาด ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับภารกิจหลักหรือการเรียนเลยแม้แต่น้อย..
บางครั้งเราไม่มีอะไรจะไปแชร์ให้พวกมันฟังกันหรอก
แต่ก็แค่.. อยากเจอหน้าแม่ง อยากจะทำบางอย่างร่วมกัน กระทั่งแดกข้าวด้วยกันก็ฝันดีแล้วคืนนั้น
นี่คงจะเป็น"ความสัมพันธ์แบบเพื่อน" ที่มันได้ค่อยๆ เฟดหายไปบ้างแล้วตามกาลเวลา
อืม.... มันเริ่มหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?
พวกเราเคยสังเกตุกันบ้างไหม?
สำหรับผม.. มันจางลงไปเรื่อยๆ หลังเราออกไปใช้ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย ต่างคนต่างแยกย้ายกันออกไปทำงาน ตามบุญตามวาสนา ต่างกรรมต่างวาระกันไป แม้กระทั่งกับแฟนที่คบกันมาตั้งแต่คราวนั้น คงไม่มีกี่คู่ที่ยังนอนข้างกันจนถึงวันนี้
พออายุเราเริ่มมากขึ้น..
พอเราต้องเจอกับสังคมที่ไม่ค่อยคุ้นชิน สังคมที่เราไม่เคยรู้สึกถึงความกลมเกลียวจริงๆ แบบคราวนู้น.. บางทีมันก็มีรู้สึกโหยหาช่วงเวลาแบบนั้นเหมือนกันนะ...
ในกลุ่มเพื่อนแบบนั้น มันไม่มีการแก่งแย่งชิงดีกัน (ยกเว้นเรื่องสาว) ห่วงหาอาทรกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ใครเหลี่ยมจัดก็แค่เลิกคบกันไป เพื่อนที่รักเราจริงๆ ..คือรักแบบรักจริงๆ น่ะ.. มันทำเราเจ็บปวดไม่ได้หรอกนะ เพราะตัวมันเองก็จะเจ็บกับเราไปด้วย..
วันนี้เราเหลือเพื่อนแบบนั้นกี่คนกันนะ?
ผมคิดว่า.. การหวนคิดถึงห้วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้ มันคนละเรื่องกันกับ "การยึดติดในอดีต" เพราะทุกๆ ครั้งที่เรานึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ เรามักยิ้มได้.. เรามักได้รับพลังบางอย่างดีๆ เป็นการตอบแทน... เราไม่เห็นได้เศร้าตรงไหนเลย ก็แค่คิดถึงเพื่อนๆ
วันนี้... มันไม่มีตึกแบบนั้นให้เราไปนั่งรอใครแล้ว..
ไม่มีไอ้ A ไม่มีไอ้ B ไม่มีสาว C ไว้คอยส่อง..
แต่เรามี " # Nostrnest " !!
สยามเสตอร์เรดิโอ (Siamstr Radio) คลื่นคนเหงาแห่งทุ่งม่วง มันได้ให้ความรู้สึกเดิมๆ แบบนั้นกับผม มันเรียกความทรงจำของผมกลับมา..
ถึงแม้ช่วงวัยเราจะต่างกัน มาจากคนละที่กัน แต่ผมก็สามารถเรียกทุกคนที่นี่ได้เต็มปากว่า "เพื่อน" (ต่อให้ใครบางคนจะเรียกผมว่าลุงก็ตาม)
ใต้ตึก "รังนก" ที่ว่านี้ มันเปิดตลอด 24 ชั่วโมง..
บางวันก็จะเจอกับไอ้ A, บางวันไอ้ B ไม่มา.. บางเวลาก็ไม่เจอใครเลย เป็นเราเองที่ต้องไปนั่งรอพวกมัน
แต่แล้วยังไงล่ะ?
ที่นี่มันก็คือที่ๆ เราจะได้เจอ ได้พูดคุยสัพเพเหระกับเพื่อนๆ ขิงเราไม่ใช่หรอ?
มันจะมีเพื่อนเราสักคนนั่งรอเราอยู่ตรงนั้นเสมอ..
วันไหนโชคดี เราก็คงได้เจอกับดาวคณะ 555
เราเหนื่อยกันมามากแล้วตลอดทั้งวันกับการเรียน (งานประจำ, ชีวิตเฟียต) สักครึ่ง ชม. หรือ 1 ชม. ที่ได้แวะเข้าไปทักทายเพื่อนๆ ได้ไปฟังพวกมันคุยกัน ได้ไปซึมซับบรรยากาศที่ไม่มีอะไรให้ตึงหัว.. มันช่วยให้เราหลับสบายมากขึ้นจริงๆ นะ
การคุยกับเพื่อนมันต้องเตรียมตัวอะไรมากมายด้วยเหรอ?
ถ้าว่างก็ลองไปหาพวกมันหน่อยแล้วกันนะครับ มีหลายคนที่คงยังไม่รู้ว่ามันมีเพื่อนๆ เราเม้ามอยกันสนุกอยู่ใต้ตึกคณะนั่น.. คณะทุ่งม่วง
ว่าแต่..
นี่ผมก็หายตัวไปเรียนมาหลายวันแล้ว..
มันจะพอมีใครที่รอผมอยู่ใต้ตึกบ้างรึเปล่านะ?
#jakk