เปิดแอพฯ Notes ในมือถือจะไล่ดูว่าเคยเขียนอะไรทิ้งไว้บ้าง เจออันนึงเขียนไว้เกี่ยวกับความฝัน (พอดีกับเรื่องที่ note ไว้เมื่อเช้าเลย)

เอามาแปะไว้ให้อ่านฆ่าเวลาเล่นตอนเที่ยง ๆ แล้วกันนะครับ อย่าไปซีเรียส :)

-

มีหลายคนที่บอกกับผมว่า "คนเราเมื่อนอนหลับแล้วฝัน เรามักจะไม่สามารถจำจุดเริ่มต้นของความฝัน หรือเมื่อตื่นจากความฝันเรามักจะไม่สามารถประติดประต่อเรื่องราวในความฝันได้" บางทฤษฎีก็บอกว่า "เรื่องราวที่เกิดขึ้นในความฝัน มักเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเรา อะไรบางอย่างที่เรายังไม่ได้ทำมัน หรือบางอย่างที่อยากจะทำแต่ทำไม่ได้"

ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเหล่านักวิชาผู้คิดค้นทฤษฎีต่าง ๆ จากการเก็บข้อมูลทางสถิติไปเถอะ ผมว่าผมลองเอาตัวเองเป็นผู้สังเกตการณ์ มองสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันของผม ด้วยตัวของผมเองดีกว่า

"เรื่องมีอยู่ว่า ในคืนหนึ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ในระหว่างที่ผมกำลังหลับผมฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบาร์เหล้าที่มีวงดนตรีชายล้วน 5 คน กำลังเล่นดนตรีสดอยู่ ผมกับเพื่อน 2 คน สั่งเบียร์มากินโดยบนโต๊ะมีขวดเบียร์เปล่าที่กินหมดแล้วตั้งไว้อยู่หลายขวด

ดูเหมือนเพื่อนที่มาด้วยกันกับผมจะกำลังเมากันได้ที่ เขาทำสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำ คือเขากระโดดขึ้นไปบนเวที แล้วเดินเซไปชนเข้ากับกีตาร์ไฟฟ้าตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่บนขาตั้งกีตาร์ กีตาร์ตัวนั้นล้มพับฟาดเอาส่วนที่เป็นคอของกีตาร์ลงมากระแทกกับพื้นของเวที

เสียงคนในวงดนตรีเริ่มโวยวาย ผมรีบวิ่งขึ้นไปดึงตัวเพื่อนออกมาจากเวที เหล่านักดนตรีชายล้วน 5 คน ตามลงมาเหมือนจะมีเรื่อง ผมรีบลากตัวเพื่อนออกไปข้างนอกร้านด้วยความลนลาน

มีผู้หญิงคนหนึ่งตามพวกผมออกมาที่หน้าร้าน อยู่ ๆ เธอก็เดินเขามาหาผมแล้วบอกว่าเธอเป็นคนในวงดนตรีนั้น ให้ผมใจเย็น ๆ ไม่มีใครติดใจจะเอาเรื่องที่เพื่อนผมขึ้นไปป่วนบนเวที ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นทันที

ผมถามเธอว่าร้านเลิกแล้วเธอกลับยังไง เธอบอกว่าเดี๋ยวเธอเดินไปขึ้น BTS กลับบ้าน ผมเลยขออาสาเดินไปเป็นเพื่อนเธอ ระหว่างทางที่เดินกลับกันอยู่นั้น เราคุยกันหลาย ๆ เรื่อง เธอเป็นผู้หญิงที่คุยเก่งมาก เราเดินไปคุยไป ความรู้สึกตึงเครียดหลังออกจากร้านเหล้าหายไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกสุขที่ได้รู้จักและพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้

ระหว่างทางที่กำลังเดินไปขึ้น BTS มีเพื่อน ๆ ผู้ชายในวงดนตรีของเธอ เดินนำหน้าเราสองคน พวกเขาเหลือกันอยู่ 3 คน เรายังคงคุยกันอยู่เหมือนเดิม พอใกล้ถึงที่หมายที่เราจะต้องแยกทางกันไป เธอบอกกับผมว่าขออะไรเอาไว้ติดต่อกันหน่อยได้ไหม ถึงผมจะรู้สึกดีกับเธอแต่ผมก็ไม่ได้ให้อะไรเธอไป (ผมมีแฟนแล้วเห้ย~)

บนชานชาลาจุดรอรถไฟ ผมมองไปยังแถวข้าง ๆ ผมเห็นเด็กคนหนึ่ง เหมือนว่าจะกำลังหลงทาง ผมตัดสินใจเดินไปหาเด็กคนนั้น มีเสียงคนที่ต่อแถวอยู่ข้างหลังผม ตะโกนออกมาว่า "อย่าไปยุ่งกับมัน มันเป็นผี" ผมไม่ได้สนใจคำพูดของคนพวกนั้น ผมยังคงเดินเข้าไปหาเด็กหลงทาง แล้วพาน้องออกจากแถวที่มีแต่ผู้ใหญ่ต่อแถวอยู่ พาน้องเดินไปต่อท้ายแถวที่เป็นแถวของเด็ก ๆ

หลังจากส่งน้องเสร็จ อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกโหยหาผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง คนที่เดินมากับผม ผมหันไปมองทางไหน ผมก็ไม่เจอเธอ เธอหายไปแล้ว"

แล้วผมก็ตื่น..

ในความฝันมันให้ความรู้สึกที่ว่า สถานะการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สถานที่ รายละเอียดของตัวละครต่าง ๆ ที่ปรากฏในความฝันมันไร้รอยต่อ ในช่วงที่ฝันอยู่ผมแทบไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดในความฝัน จนกระทั้งผมตื่นขึ้นแล้วลองมาพิจารณาดูดี ๆ ผมมีความประหลาดใจในหลาย ๆ สิ่งที่มันเกิดขึ้น

รอยต่อแรก : ในช่วงอารมณ์ที่ความวิตกกังวล ความเครียดที่พีคขึ้นถึงขีดสุด ในช่วงที่ลากเพื่อนออกมาจากร้านหนีการไล่ล่า อยู่ ๆ ก็มีผู้หญิงโผล่เข้ามาในสถานะการณ์ตึงเครียด เธอบอกว่าเธอเป็นคนในวงดนตรี แต่ถ้านึกดี ๆ วงดนตรีเป็นวงชายล้วนที่มีอยู่ 5 คน เธอคนนี้ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในวงดนตรีตั้งแต่แรก เธอโผล่มาจากไหน? และเพื่อนผมหายไปไหน?

เหมือนกับว่าสมองของผมจะบิดเนื้อเรื่องด้วยการสร้างเธอคนนี้ขึ้นมา เพื่อใช้หักล้างความเครียดที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในหัวของผม หรือสมองของผมกำลังปกป้องผมจากความเครียดที่พีคขึ้นสูงมากเกินไป? นายเจ๋งมากเจ้าสมอง

รอยต่อที่สอง : เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ตอนแรกผมก็ไม่เขาใจว่าสมองของผมมันทำไปทำไมก็คือ ชุดของผู้หญิงคนนี้ ในตอนแรกที่เจอกับเธอ เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวสีดำ แต่ระหว่างที่เดินไปขึ้น BTS ตอนที่หันไปมองเพื่อนผู้ชายของเธอที่เหลือแค่ 3 คน แล้วหันกลับมาคุยกับเธอ ชุดของเธอเปลี่ยนเป็นเสื้อโปโลสีชมพูกระโปร่งพีชสีขาว

อาจจะเป็นไปได้ว่า เมื่อสมองสร้างเธอที่เป็นตัวตนของความสุขเข้ามาแทนที่ตัวต้นเรื่องของปัญหาแล้วลบเพื่อนผมทิ้งไป พยายามหลอกล่อให้ผมไม่สนใจสิ่งอื่น (พยายามปกป้องผมจากการกลับไปมีความเครียด) ด้วยการทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่คุยเก่ง และทันทีที่ผมหันไปมองเพื่อนของเธอ เมื่อผมเริ่มสนใจสิ่งอื่น (นอกจากเธอ) สมองผมได้เปลี่ยนชุดของเธอที่ใส่ให้เป็นสีสันที่สะดุดตามากขึ้นเพื่อดึงดูความสนใจของผมกลับมาที่เธอ

รอยต่อที่สาม : แทนที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยเด็กหลงทาง สมองได้ส่งไม้ต่อให้เด็กหลงทางคนนั้นมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ลดพีคของความสุขลงให้อยู่ในระดับอารมณ์ปกติก่อนการตื่น สังเกตจากที่ผมบอกว่ารู้สึกคิดถึงและโหยหาผู้หญิงคนนั้นเมื่อมองหาแล้วไม่เจอ สมองผมคงกำลังป้องกันไม่ให้ผมมีอาการเสพติดความสุขที่ตัวมันสร้างขึ้นมา ไม่ให้มันมากจนไม่รู้สึกอยากจะตื่น

รายละเอียดอื่น ๆ ในความฝันที่ มีอยู่จริงในชีวิตจริง :

บรรยากาศในบาร์เหล้า โทนไฟสีส้มที่เปิดเวลากลางคืนตามสมัยนิยม ที่หากใครเคยได้เข้าไปคงจะคุ้นเคยกันดี (สมัยเรียนไปอยู่บ้าง)

กีตาร์ตัวที่ล้มเป็นตัวเดียวกับกีตาร์ของน้องชาย ยี่ห้อ Gretsch G5655TG Electrocromatic Center Block Jr. Laurel - Aspen Green ที่ทุก ๆ วัน จะเห็นวางตั้งอยู่บนขาตั้งที่ห้อง

เคยมีสถานการณ์ที่เพื่อนของน้องที่มาเที่ยวที่บ้านเดินสะดุดทำกีตาร์ที่วางอยู่บนขาตั้งล้มแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในความฝัน (คนละตัวกับของน้อง)

BTS จากที่ใช้เดินทางเป็นประจำ

เรื่องเด็ก อาจจะเป็นปมบางอย่างในตอนที่ยังเป็นเด็ก เวลาที่ต้องการให้ใครมาช่วยเหลือ แต่มันก็ไม่เคยมี

คุณเคยจดจำ หรือสังเกตความฝันของคุณเองบ้างหรือเปล่า บางทีอาจจะมีอะไรบางอย่างที่มันมากกว่าการเป็นเพียงแค่ความฝัน :)

#Siamstr

https://nostr.band/note1lvtfrydd8yf4xlden0zu2pu78n27wh3s09cf4n9urt2f02mw2hwshefnqs

ความฝันเป็นเรื่องของความคิด ของคนหลับไม่สนิท มันเหมือนการประกอบร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ มันจะสร้างเรื่องแบบไม่ปะติดปะต่อ ทุกคนที่เห็น ทุกคำที่พูด เสียงที่ได้ยิน สถานที่ มันเรียนแบบความทรงจำบวกกับจินตนาการ บางสถานที่ไม่เคยเห็น บางคนไม่เคยรู้จัก มันคือเราคนเดียวเล่นทุกบทในความฝันตัวเอง ถ้าอารมณ์ในฝันรุนแรงถึงกับสะดุ้ง หนักกว่านั้นละเมอพูดออกมาเลย บางครั้งฝึกสติไว้ดี สติมาทันเวลาฝัน อ้าวกำลังฝันอยู่ ทีนี้สนุกเลย อันนี้รู้ได้เฉพาะตน

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.