รู้ไหมว่า.. จริงๆ แล้วคนที่เคยอยากได้เวทีมากที่ที่สุดคือพี่นี่เอง..
แต่นั่นมันนานมาแล้ว เราชอบอ่านหนังสือ เราชอบขีดๆ เขียนๆ เราชอบถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด เราเคยคิดว่า.. เมื่อไหร่กันนะเราจะมีโอกาสได้เขียนหนังสืออย่างใครเขาบ้าง (ตั้งแต่โลกยังไม่มีเฟซบุ๊ค)
ผ่านเวลามาหลายสิบปี เราผ่านทั้งงานเขียนคอนเทนต์ เขียนคำโฆษณา เขียนโครงการต่างๆ งานวิจัย บทวิเคราะห์ บล็อกส่วนตัว สารพัดสารพันงานเขียน ในฐานะงานส่วนตัวที่ไม่เคยถูกเผยแพร่กระจายออกไป
มันฝึกให้เราค้นพบว่า จริงๆ แล้วงานเขียนไม่ใช่การสะบัดปากกาให้ออกมาสละสลวย แต่เขียนอย่างไรให้ทัชหัวใจคนอ่านต่างหากที่เป็นดั่งขั้นสุดยอด มันไม่มีกระบวนท่า ฉีกทิ้งทุกตำรา ประหนึ่งยอดยุทธ์กระบี่ไม่ไผ่
มันแค่เขียนสิ่งที่คิดออกมาด้วยภาษาที่ใครๆ ก็อ่านเข้าใจได้เท่านั้นเอง
สุดท้ายเรากลายเป็นคนที่สร้างเวทีและมอบโอกาสนั้นให้กับคนอื่นๆ เรากลับพบว่า แม่เราจะเคยอยากได้มันมาก แต่ทำไมวันนี้การได้เห็นคนอื่นเติบโตกลับทำให้เราสุขใจยิ่งกว่าการสมปรารถนาส่วนตัวเสียอีก..
เมื่อครั้งยังเด็ก บ้านเราจน เราต้องถาอไปบ้านคนอื่นเพียงเพื่อจะได้ยืนดูเค้าเล่นเครื่องเกม FR แค่นั้นก็พอใจแล้ว..
วันนี้เราซื้อเครื่อง PS5 สักกี่เครื่องก็ยังได้ แต่เรากลับอยากซื้อให้เด็กๆ ได้เอาไปเล่นกันมากกว่า คนที่เคยขาด จะเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังโหยหาเป็นอย่างดี
เราอาจเป็นเช่นนั้น..