ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ครับ
หาก ”รู้“ แจง รู้ ประจักษ์ใน สภาพธรรม แต่ละอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้ว
ลองพิจารณา หา“เหตุปัจจัยของการเกิด”สภาพ สภาวะ ธรรม เหล่านั้นเล่นๆดูเพิ่มสิครับ
🙏🏼🙏🏼🙏🏼
*** วิปัสสนาญาณ ๑๖
นามรูปปัจจัยปริคคหญาณ
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ครับ
หาก ”รู้“ แจง รู้ ประจักษ์ใน สภาพธรรม แต่ละอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้ว
ลองพิจารณา หา“เหตุปัจจัยของการเกิด”สภาพ สภาวะ ธรรม เหล่านั้นเล่นๆดูเพิ่มสิครับ
🙏🏼🙏🏼🙏🏼
*** วิปัสสนาญาณ ๑๖
นามรูปปัจจัยปริคคหญาณ
ขอบคุณมากครับ เรื่องการพิจารณานี้รบกวนถามได้ไหมครับว่าจะพิจารณาเมื่อใด เมื่อเหตุเกิดหรือหลังเหตุผ่านไปแล้ว เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ผมพยายามศึกษาแต่ยังนึกภาพไม่ออก เลยทำได้เพียง รู้-เห็น-ปล่อย เป็นหลักครับ 🙏
ขออนุญาตแชร์ความเห็นส่วนตัวนะครับ
เช่นเมื่อ โกรธ
รูปเป็นปัจจัยให้เกิด นาม = เห็นหน้าเลยหมั่น(โกรธ)
นามเป็นปัจจัยให้เกิดรูป = หมั่น หน้าเลยตึง
ลองนึกถึงเวลาโกธร จริงๆ มันไม่มี รู้ตัวครับมันไม่เห็น มันเลยไม่ปล่อย ณ ตอนเราโกรธ สภาวะ”ไม่รู้“ ตัวกูจึงโกรธ แต่พอ “รู้” โกรธมันดับ ทันที ครับ
ที่ดับก็เพราะมีสติ ”รู้“เห็นตามธรรม เลยปล่อยได้ ตามแบบที่พี่ว่ามาเลย แต่มันอารมแบบว่างๆโล่งๆ ผมเลยถือวิสาสะ แนะนำให้หาเหตุปัจจัยต่อ
ส่วนหลักพิจารณา
-พิจารณากระบวนการและเหตุปัจจัย เมื่อมี ขณะที่มันเกิด จึงต้องใช้ “สติ” รู้เห็นเข้าใจสว่างแจ่มแจ้งด้วยเหตุปัจจัย (สติมาปัญญาเกิด)
-พิจารณาหลังเกิด ”ใช้ความคิด“ ตึกตรองใช้สมองเหตุผลทางโลก
🙏🏼🙏🏼🙏🏼 เกิดดับรัวๆ ถ้าเรื่องโกรธ ไม่ทัน มีเรื่องอีกให้พิจารณาเล่น ได้ทุกขณะ ทุก อริยาบท เลยครับ
ขออนุญาตเพิ่มเติม
มี สติ”รู้“กับ ลม รูปเกิด นามดับ
สติหลุดจาก ลม รูปดับ นามเกิด
ไม่รู้ตอบคำถามพี่รึป่าวนะครับ
หากพี่ ชอบ อานาปานสติ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼