Replying to XJP

กำหนดรู้ก็พอ

ไม่ว่าจะความรู้สึกอยากที่จะ....

หรือว่าความรู้สึกไม่อยากที่จะ....

Focus แค่ "รู้" ว่าในหัวกำลังเกิดอะไรขึ้น โดยไม่ต้องแทรกแซง เหมือนมองแม่น้ำที่ไหลผ่านไป ทั้งน้ำขุ่น น้ำใส แม้มันจะขุ่นก็ไม่ต้องไปหาทางทำให้มันใส

แม้มันจะใสก็ไม่ต้องพยายามไปยึดว่ามันจะต้องใสไปตลอด

ทุกอย่างแค่มอง//รับรู้//ไม่แทรกแซง

จะแทรกแซงเฉพาะการกระทำที่ "แสดงออก" มาในกรณีที่จะทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม

เมื่อผมทำเช่นนี้ทุกอย่างเลยดูง่ายขึ้น ไม่ค่อยมีภาระทางจิตใจตกค้าง แม้จะตกค้าง วนเวียนในหัวระยะเวลาที่วนเวียนอยู่มันก็สั้นลงๆ

สุดท้ายก็จะเหลือแค่ปัจจุบัน

จุดที่ต้องระวัง (ผมพลาด)

1. อาจเผลอแทรกแซงโดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อโกรธอาจเผลอข่มความโกรธ แล้วคิดว่าวางเฉยต้องไม่รู้สึกอะไร, เมื่อผิดหวังต้องข่มให้ไม่รู้สึก, เมื่อสนุกเพลิดเพลินต้องข่มว่าเราต้องไม่สนุกสิ

2. วางความอยากได้ แต่กลับไม่ยอมวางความไม่อยาก เช่น ไม่อยากให้จิตใจไม่สงบเช่นนี้ (=ความอยากที่แฝงมาในรูปความไม่อยาก)

3. ไม่แทรกแซงแต่ไม่ละเลย เช่น หากเจ็บป่วย ใช่ว่ากำหนดรู้เฉยๆปล่อยให้อาการลุกลามจนรุนแรง แต่ควรกำหนดรู้ด้วยปัญญาว่าจุดนี้รักษาเองเบื้องต้นได้ จุดนี้วิกฤติแล้วต้องเข้ารับการรักษาเร่งด่วน เป็นต้น

สุดท้ายแล้วผมยังต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์เบื้องต้น เผื่อว่าใครจะเคยเจออะไรคล้ายๆกัน

#siamstr

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ครับ

หาก ”รู้“ แจง รู้ ประจักษ์ใน สภาพธรรม แต่ละอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้ว

ลองพิจารณา หา“เหตุปัจจัยของการเกิด”สภาพ สภาวะ ธรรม เหล่านั้นเล่นๆดูเพิ่มสิครับ

🙏🏼🙏🏼🙏🏼

*** วิปัสสนาญาณ ๑๖

นามรูปปัจจัยปริคคหญาณ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ขอบคุณมากครับ เรื่องการพิจารณานี้รบกวนถามได้ไหมครับว่าจะพิจารณาเมื่อใด เมื่อเหตุเกิดหรือหลังเหตุผ่านไปแล้ว เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ผมพยายามศึกษาแต่ยังนึกภาพไม่ออก เลยทำได้เพียง รู้-เห็น-ปล่อย เป็นหลักครับ 🙏

ขออนุญาตแชร์ความเห็นส่วนตัวนะครับ

เช่นเมื่อ โกรธ

รูปเป็นปัจจัยให้เกิด นาม = เห็นหน้าเลยหมั่น(โกรธ)

นามเป็นปัจจัยให้เกิดรูป = หมั่น หน้าเลยตึง

ลองนึกถึงเวลาโกธร จริงๆ มันไม่มี รู้ตัวครับมันไม่เห็น มันเลยไม่ปล่อย ณ ตอนเราโกรธ สภาวะ”ไม่รู้“ ตัวกูจึงโกรธ แต่พอ “รู้” โกรธมันดับ ทันที ครับ

ที่ดับก็เพราะมีสติ ”รู้“เห็นตามธรรม เลยปล่อยได้ ตามแบบที่พี่ว่ามาเลย แต่มันอารมแบบว่างๆโล่งๆ ผมเลยถือวิสาสะ แนะนำให้หาเหตุปัจจัยต่อ

ส่วนหลักพิจารณา

-พิจารณากระบวนการและเหตุปัจจัย เมื่อมี ขณะที่มันเกิด จึงต้องใช้ “สติ” รู้เห็นเข้าใจสว่างแจ่มแจ้งด้วยเหตุปัจจัย (สติมาปัญญาเกิด)

-พิจารณาหลังเกิด ”ใช้ความคิด“ ตึกตรองใช้สมองเหตุผลทางโลก

🙏🏼🙏🏼🙏🏼 เกิดดับรัวๆ ถ้าเรื่องโกรธ ไม่ทัน มีเรื่องอีกให้พิจารณาเล่น ได้ทุกขณะ ทุก อริยาบท เลยครับ

ขออนุญาตเพิ่มเติม

มี สติ”รู้“กับ ลม รูปเกิด นามดับ

สติหลุดจาก ลม รูปดับ นามเกิด

ไม่รู้ตอบคำถามพี่รึป่าวนะครับ

หากพี่ ชอบ อานาปานสติ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼