Replying to Avatar Layer House

GA. #siamstr "ผู้คนบนโลกนี้เต็มไปด้วยความเหงา เราเลยต้องหมั่นเติมความสุข"

.

ค้นคว้าหาบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งมันเปรียบเสมือนเป็นความสุข

ความสุขซึ่งไม่มีในชีวิตประจำวัน คุณอาจจะมองในมุมเดียวกับผม หรืออาจจะมองต่างออกไปก็ได้

ในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยเลย อยู่คนเดียว จะด้วยตั้งใจ หรือสถานะภาพบังคับ

ต่างคนต่างแสวงหา ความต้องการทางวัตถุส่วนบุคคล

ความต้องการแสวงหารายได้ที่สูงขึ้น หาสินค้าต่างๆนานาเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรถ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน

ซึ่งคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้ตนมีความสุข ในเส้นทางของการเดินทางแลกมาด้วยการทำงานหนัก เพื่อตอบสนองความสุขด้วยวัตถุนั้น

.

ทำงานหนักมากขึ้นไปเรื่อยๆ งานยิ่งหนักรายได้ยิ่งดีขึ้น รายได้ยิ่งดีขึ้น ยิ่งอยากได้นู่น อยากได้นี่ อยากได้นั้น

ยิ่งซื้อนู่นซื้อนี่ ภาระในการผ่อนชำระ ภาระหนี้สินเพิ่มพูน เกิดความเครียด นำไปสู่ความจำเป็นในการแสวงหาการตอบสนองทางวัตถุสิ่งใหม่ๆ วนลูบไปเรื่อยๆ

แล้วในขณะเดียวกันนั้น ไม่ได้มองว่าการสร้างเครือข่าย Network Family เป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำ

ในที่สุดเมื่อเดินไปในเส้นทางนั้น ไปๆมาๆ เส้นทางนั้นมันเป็นเส้นทางซึ่งไม่ค่อยมีความสุขเสียเลย

.

คนในยุคสมัยหนึ่ง (คนรุ่นพ่อ รุ่นแม่) มีความรู้สึกว่า การเริ่มมีครอบครัวตั้งแต่วัยหนุ่ม เมื่อจบการศึกษา ก็แต่งงานจัดพิธีมงคลสมรสสร้าง Network Family แล้วก็มีบุตร

มันเป็นสิ่งที่ควรจะทำ หลังจากนั้นในขั้นตอนของการเติบโตในหน้าที่การงาน กิจการของครอบครัว คุณก็จะมีโอกาสเติบโตขึ้นพร้อมๆกับฐานะที่คุณเป็น บิดา-มารดา ของครอบครัวด้วย ไปพร้อมๆกัน

มันเหมือนกับว่า นี่เป็นเบสิคทางความคิด ว่าคนส่วนใหญ่ในสังคม ณ ตอนนั้น ถ้ามีโอกาสในการเริ่มสร้างชีวิตครอบครัว มีพิธีมงคลสมรสอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีบุตร และในที่สุดในยามแก่ก็มีหลานๆ

มีครอบครัวซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอยู่คนเดียว เพื่อแสวงหาความสุขทางวัตถุ นั่นคือโมเดลที่มีในเมื่อก่อน แต่แน่นอนในความสุขนั้น

มันมีราคาที่จะต้องจ่าย มันมีราคาที่ต้องชดใช้ แต่ว่าในเส้นทางการเดินตามนั้น มันเป็นเส้นทางซึ่งจะนำไปสู่ความผาสุขในยามแก่เฒ่าในที่สุด

มีลูก มีหลานเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วก็ช่วยเหลือดูแลกันในครอบครัว และเสริมสร้างสังคมรอบๆตัว ให้เจริญเติบโตขึ้นไปด้วยกัน

.

ลองนึกถึง เมื่อคุณพบปะพี่น้อง มันมีการเฉลิมฉลอง พบปะกันในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่

พบปะเพื่อนเก่าผู้ซึ่งเคยรักใคร่กัน หรือแม้กระทั่งเพื่อนตั้งแต่สมัยวัยเด็ก เวลามีการสังสรรค์กัน มันสร้างความสุขในจิตใจขนาดไหน

นั้นไม่ใช่หรือ คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า ความสุขที่แท้จริง ผู้คนบนโลกนี้มันเต็มไปด้วยความเหงา เราเลยต้องหมั่นเติมความสุข

.

สังคมที่เต็มไปด้วยคนเหงา มันคือวิกฤต วิกฤตนี้คุณจะไม่เข้าใจถ้าไม่ประสบด้วยตนเอง

ความเหงา คืออะไร? ถ้าไม่เข้าใจว่า ความเหงา คืออะไร จะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อผู้คน ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในสังคมตอนนี้ ซึ่งในที่สุดพออายุมากขึ้น ไม่มีลูกหลาน ไม่มีผู้คนมาเยี่ยมเยียน

ไม่มีเครือข่ายเพื่อน ที่เคยคบกันในสมัยหนุ่มๆสาวๆ ขาดเพื่อนขาดญาติ ขาดพี่น้อง ขาดครอบครัว เหมื่อนถูกทอดทิ้ง

ทั้งหมดนี้ นำไปสู่สังคมซึ่ง not Happy มากๆ ใช่แล้วตอนนี้ เรื่องนี้ยังไม่ได้ประสบเกิดขึ้นกับคุณในวัยยังเยาว์ คุณไม่มีทางเข้าใจ ความเหงาเป็นโรคร้ายที่สุดในอารยธรรมมนุษย์ มันเคยเป็น กำลังเป็นอยู่ และจะเป็นต่อไป

.

แต่คุณเอง ตัวคุณนั้นแหละ เปลี่ยนมันได้

.

เมื่อใดมีความเชื่อตัวเอง บังคับตัวเอง เคารพตัวเอง พึ่งตนเองได้ ความเหงาเกิดไม่ได้ คนด้อยค่าตัวเองคืออาหารของความเหงา

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.