หลักการมองเศรษฐศาสตร์ ของ Austrians Economic

จริงหลักการ ในการใช้การวิเคราะห์ของ Mises นั้นน่าสนใจมากคือเรื่องของ praxeology(Human Action) การกระทำของมนุษย์ซึ่งบ่งบอกถึงการนำไปสู่ Axioms(สัจพจน์) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การมองมนุษย์ในเชิงการมีเหตุและผลเชิงเศรษฐกิจ แต่เป็นปัจเจกต่างหากที่ไร้เหตุผล

Mises ใช้หลักการและแนวคิดที่มองมนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเสรีภาพนิยม เพื่อต่อต้านอำนาจของการกีดกันการค้า จากความคิด โดยบอกได้ว่าตัวของระบบ บางระบบมันนำไปสู่เผด็จการและลดทอนคุณค่าของเสรีภาพในด้านปัจเจก

ผมขอพูดเรื่อง Axioms นิดนึงว่าเวลาที่ผมคุยเรื่องศาสนาผมถึงค่อนข้างเกลียดพวก รักธรรมชาติ โลกสวย มองนั่นมองนี่คือสิ่งสวยงาม ปล่อยวางจิตใจ โดยมองว่า ธรรมะ คือสิ่งที่เป็นอยู่ ตั้งอยู่และดับไป ซึ่งไอ้ความเป็นการตั้งอยู่และดับไปนี่ ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าแถมเป็นการลดทอนคุณค่า ของสภาวะทางความเป็น จริงๆลงไปด้วย

ใน Narrative หรือ Perspective ที่ดูใหม่ดูสวยและดีงาม มันยังข้ามสัจจพจน์ไปไม่ได้ ดังนั้น มันไม่สามารถตอบคำถามแห่งความเป็นจริงทางสัจพจน์ได้ ผมยกตัวอย่างว่า หากเราเติบโตมาในการมองว่าทะเลกว้างกว่ากว่าผืนแผ่นดิน นั้นคือสัจพจน์ที่เราพิสูจได้ พวกเค้ากลับกรอกพูดว่า น้ำทะเลสีฟ้า ก็แค่ปล่อยวาง เห๋นสิ่งใดเกิดสิ่งใดก็แค่มองมันให้ลึกลงไป

โอ้ การให้อภัย สิ่งประเสริฐ ศีลธรรมอันดีงาม ท่านผู้ฉลาดในอุมคติมิได้หยั่งรู้ถึงความลึกซึ้ง เพียงแค่เห็นแต่ภาพภายนอก และ สิ่งที่ดำเนินอยู่ มิใช่การดำรงค์อยู่

ดังนั้นหัวใจของพวกท่านจึงไร้ซึ้ง ซึ่งคุณค่าของความเป็น

ศีลธรรมมิได้กำเนิดถึงสิ่งสวยงาม และการมองโลกตามธรรมชาติ มันแค่ศีลธรรมเท่านั้นที่ท่านมองเห็น

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

แต่ ก็ไม่สามารถเถียงได้ว่า

ธรรมชาติ ของดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นทางทิศตะวันออก ตั่งอยู่กลางหัวตอนเที่ยง ดับไปยามเย็น และทำซ้ำ

“ในความไม่ละเอียดเห็นความละเอียด “

การเทียบเคียงกับ สภาวะอารมของตนเองเมื่อมีสิ่งมากระทบ เช่น ได้กลิ่นไก่ย่าง อยากกินสัด-กินอิ่มhappy-หิวใหม่ มันก็เถียงไม่ได้ว่า เกิดขึ้นตั่งอยู่ดับไป หากเราจะพิสูจน์ ก็เอาไก่ย่างมาตั่งตรงหน้า

ยังไม่ต้องกินใช้เวลา ประมาณ5นาที สังเกตไก่

ตาเห็น สีของชิ้นปีกไก่ย่าง เหลี่ยมนี้กัดเข้าไปดูท่าจะพอดีคำ

จมูกได้กลิ่น น้ำซอสหมักไก่ กลิ่นไก่แดงย่างกับเตา

ปาก ถ้าได้กัดลิ้นสัมผัส น้ำลายสอ

หูได้ยิน คนข้างๆบอกเหลือให้ด้วย

กายจับ มือขวาถือขวาเหนียว มือซ้ายถือไม้ไก่ย่าง

อารมณ์ อยากกินไก่ “เกิด”

กินกำลังเพลิน หูดับไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆ “ตั่งอยู่”

กินอิ่ม ลืมตัวไม้สุดท้ายกินเข้าไปแล้ว โดนด่า ทำมัยไม่เหลือให้ด้วย “ความอยากดับลง”

ส่วนเรื่องให้ อภัย เถียงกันให้ตาย แต่การให้อภัยมันทำให้ “คนให้อภัย” รู้ สึกโล่งๆ สบาย ยกภูเขาออกจากอก ยกเรื่องที่โกรธแค้นเคือง ออกจากหัว เรื่องนั้นๆไม่มีอิทธิพลต่อเราแล้ว ลอง พิสูจน์เอา ท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย

ธรรมชาติ จะว่าบื้อๆก็ บื้อๆ บางทีแค่หิวก็ทำให้เหตุแห่งการไม่หิวมันเกิด แค่รู้เรื่องโง่ๆแบบนี้ด้วยตัวเองแล้วกินไก่ย่างแบบน้ำตาไหล ใครจะมาพูดกรอกหู”ว่ากินไก่ไม่สนองความอยากหลอกน่าอย่ากิน” เราก็ไม่เชื่อ

ขอความมีสติ จงมีแก่ท่าน

Being as การดำรงค์อยู่การดำเนินไป มิใช่ สภาวะการณ์ และ axioms ที่ท่านใช้ ไม่ได้บ่งสิ่งใดนอกจาก Nothing เหมือนพวกเอาศาสนาพุทธ มาพูดให้ดูสวยงามใน Perspective

ท่านภาวนาขอให้ผู้อื่นจงมีสติขณะที่ตัวท่านเองหลับไหล และ พยายามรักษาไว้ซึ่งสติ ที่ไร้ซึ่งปัญหา ท่านไม่สามารถช่วยผู้อื่นได้ หรือแม้แต่ความคิดเห็นของท่านก็อ่านแล้วดูเข้าท่า แต่ไม่น่านำไปใช้

เหตุขอการนำไปใช้ได้จริง เพราะเกิดจากการเห็นบ่อยๆจนละเอียด ยิ่งๆขึ้นไป ในทุกๆเรื่องเอง

ละเอียดอ่อน(จิตในใจ) เกิด-ดับ รัวๆ หรือเห็น ,รู้ (รู้สึก) ในทุกๆธรรมชาติ รอบตัว

ผมว่าที่ขอให้มีสติไม่ได้อ้อนวอน แต่คือเมตตา ในใจผมเองครับ 🙏🏼

หาก สัมมาทิฏฐิ เป็น 1 ในมรรค 8

และมรรคเป็นหนทางให้พ้นทุกข์

เหตุของการไม่พ้นทุกข์ คือ มิจฉาทิฐิ

ความคิดเห็นของท่านเองก็ดู เข้าท่า แต่ไม่น่าพ้นทุกข์

แต่การมีสติ รัวๆ จนเห็นเกิดดับ จนใช้ได้จริง (หน่าย) ก็ต้องอาศัย เหตุ ของการฝึกมากๆๆ จะเทียบให้เห็นภาพอาจจะไม่ต่างจากการ stack sats และอาศัยเวลาเป็นเครื่องปัจจัย และรอจนเกิดผล

คำว่าไม่น่าพ้นทุกข์ ท่านจะบอกว่าท่านมีสุข จริงๆหรือ หาก ท่านยังละกิเลส ยังคงหิว ยังคงดิ้นรน ท่านบอกว่าคนอื่นไม่น่าพ้นทุกข์ ท่านหนีกายหยาบท่านได้หรอ ถ้าท่านยังพบเจอ สัจพจน์หรือ กรรมตามธรรมชาติ ท่านจะพูดได้อย่างไรว่าความคิดใครที่พ้นทุกข์ หากินกับพุทธศาสนา และ เอาพระพุทธเจ้ามายึดไว้ที่ตน มิต่างกับพวกคริสเตรียนเลย

ขออนุญาตชี้ให้เห็น

เพราะเหตุ ที่ท่านไม่สามารถ ใช้สัจพจน์ ที่กลางๆ พิจารณาได้ครับ

มันอาจจะย่อยมาจาก

อคิต อาจจะใกล้เคียงกับ toxic

สะกดจิตตัวเอง จนชินเกินไปอาจจะเป็นอุปสรรคในการพิจารณา ให้เป็นกลาง ครับ

พ้นทุกข์ ไม่ได้หมายความว่า “สุข”

แต่ทักษะการพิจารณาธรรมชาติ แบบ

กลางๆ ไรอคติ “หาไม่เจอ” มันเลยแบกเอาอะไรมาเยอะๆ ดูตัวใหญ่เห็นแล้วหนักแทน

การเอาเรื่องโง่ๆ หรือแม้กระทั่งอิสระภาพ

ออกจากหัวได้ แล้วเป็นตัวเองสักหน่อย

ก็อาจจะอธิบายได้ว่า ได้สร้างเหตุปัจจัยให้พ้นทุกข์ไม่มากก็น้อย

กลัวเสียเวลาครับ

จึงชวนฉุกคิด..หยุดคิด.. หรือหาที่อยู่ของใจ.. จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ครับ🙏🏼🙏🏼🙏🏼

พิจารณาธรรมชาติ??

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป🙏🏼🙏🏼🙏🏼Good M.

Rip. Copy paste Buddha

ให้อภัยตัวเองด้วย อีกอย่างครับ🙏🏼

✌🏻✌🏻 ผมไม่ได้ต้องการจะวิจารณ์อย่างรุนแรงนะ ผมแค่ไม่เห็นด้วยกับหลายๆอย่าง 555ขอบคุณที่มาแชร์ครับ

หากมันไม่สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ในกาลนี่ ทิ้งไว้ให้มันเป็นเพียงเชื้อเหตุในใจ และให้มันเป็นการเกื้อหนุน เยี่ยง ”มิตร” ให้ชวนหยุดคิดเรื่องอื่นและรู้จักตัวเองมากขึ้น นะครับ

ในภายหน้า ก็ขอโอกาส “เมตตา”ผมหน่อย ช่วยแบ่งปัน ชวนชี้ ให้เห็นสภาวะตามธรรมชาติ (เกิด-ตั่งอยู่-ดับไป) ที่ละเอียดมากขึ้นเช่นกัน ครับ🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ขอบคุณครับ ✌🏻✌🏻