Replying to Avatar HereTong

การฟาส คือ การงด คือไม่หิวก็เลยงดกิน ใช้ชีวิตไปเพลินๆ ไปกินอีกทีตอนหิว เพราะร่างกายร้องขอ มันเลยหิว

การ อด คือ หิว แต่อดอาหาร บังคับตัวเองไม่ให้กินทั้งที่หิว นึกภาพคนที่บอกว่าฟาสอยู่แล้วใช้แอพจับเวลา กำลังนั่งไส้กิ่วแล้วบอกว่ายังกินไม่ได้ ฟาสอยู่ ต้องรอให้แอพร้องเตือนเวลาที่ตั้งไว้ก่อน

2 กริยานี้ คล้ายคลึง

แบบแรกเป็น สุขกิริยา

แบบหลังเป็น ทุกขกิริยา

แบบแรกเป็นสายกลาง หิวกินไม่หิวไม่กิน กินเพราะหิว หิวเพราะร่างกายมีสารอาหารแร่ธาตุพลังงานไม่เพียงพอ ธรรมชาติจึงเรียกร้องอาหาร เป็นวัฎจักรของธรรมชาติ

แบบหลังเป็นความตึงเกินไป หิวแต่บังคับ ร่างกายต้องการแต่ไม่ให้ เป็นวัฎจักรแห่ง อธรรมชาติ ทำแบบนี้นานๆ ร่างกายจะปรับตัว ให้เผาผลาญน้อยลงเก็บมากขึ้น ปรับตัวให้ใช้พลังงานน้อยลง คุณภาพอวัยวะน้อยลง ถ้าเวลาต่อมาถึงกินเท่าเดิม ก็จะใช้น้อยเท่าที่ปรับลด ทำให้สะสมแม้จะกินเหมือนเดิม นั่นคือภาพความโยโย่ ที่ทำไมกลับมากินเหมือนเดิมแล้วอ้วน เท่า/มากกว่า เดิม

วันนี้คุณ งด หรือ อด

นี่แค่ฟาส fast ยังไม่รวมฟีด feed ซึ่งสำคัญกว่าฟาสเสียอีก

#pirateketo

#siamstr

ผมกำลังลองปรับโภชนาการของตัวเอง อยากจะสอบถามหน่อยครับ

จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่หิวจริงๆ แล้วถ้าเกิดว่ายังรู้สึกว่าเป็นแบบกรณีที่ 2 นี้ เราจะทำการปรับแก้ยังไงครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

รู้ได้อย่างไร ก็คือ ไม่หิว เฉยๆเลยครับ อธิบายยังไงดีคำว่าไม่หิวคือ มันไม่หิวไปเองเลยครับ หลุดพ้นจากมื้ออาหาร มันจะไม่กังวลว่าเอ้ย เที่ยงแล้วต้องกินข้าวแล้ว

มันจะเหลือแค่กินตามที่หิว ร่างกายร้องหิว ท้องร้อง มึนหัวหมดแรง ต้องหาอะไรกินละ ประมาณนั้นครับ

ส่วนถ้าเป็นกรณีที่2 ก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ปรับโภชนาการยังไงอยู่ แต่ถ้าหิวก็กินอะครับ อย่างทางผมจะปรับโภชนาการคือ พร่องคาร์บลงต่ำมาก ร่างกายก็จะใช้พลังงานจากคีโตน แต่ถ้าช่วงเปลี่ยนถ่ายมันก็จะมีหิวเร็วเป็นปกติ พอหิวก็กินครับ แล้วพอเราปรับให้ร่างกายคุ้นชินกับการใช้ไขมัน ระยะห่างความหิวแต่ละครั้งมันก็จะยาวขึ้นเอง

ดังนั้นคำถามข้อ 2 ผมต้องทราบก่อนว่าคุณปรับโภชนาการอะไรอยู่ครับ