Replying to Avatar Jakk Goodday

"อัปปาดานะ" (Upadana) : ตัวกู ของกู

การยึดติดตัวกูของกู, ลาภ, ยศ, ชื่อเสียง หรือสิ่งที่เรียกว่า "อัปปาดานะ" สามารถสร้างความทุกข์ให้กับตัวเราเองได้ มันทำให้เราตกอยู่ในวงวารของการเวียนว่ายตายเกิด (สังสารวัฏ) และไม่สามารถรู้สึกพบเพลินหรือสงบเรียบร้อยได้

การยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องการมากขึ้นเสมอ ทำให้เรารู้สึกไม่พอใจหรือไม่รู้สึกสุขสบายกับสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบันได้ นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกว่าเรามีความต้องการที่จะควบคุมหรือกำกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา

การยึดติดในตัวตนนี้ เกิดจากความไม่เข้าใจในธรรมชาติของสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน (อนิจจัง) และความเป็นไม่มีตัวตน (อนัตตา) คือ ความคิดว่ามี "ตัวตน" หรือ "ความเป็นตัวของเรา" ที่คงที่และไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งแท้จริงแล้วนั้น มันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และไม่มีอะไรที่เราสามารถควบคุมหรือกำกับมันได้

การฝึกฝน ศีล สมาธิ และ ปัญญา การฝึกฝนในการรักษาศีลจะทำให้เรามีชีวิตอยู่ในวิถีที่เป็นธรรม การฝึกสมาธิจะทำให้ใจเราสงบ และการฝึกฝนในปัญญาจะทำให้เราเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและมีความไม่แน่นอน และการละทิ้งตัวตนจะทำให้เราสามารภปล่อยวางจากการยึดติดและความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการยึดติดนั้นได้

"ชีวิตใหม่ของสติ"

"สติ" ยังจำได้ในวันที่เขาได้ชิมรสชาติของความมั่งคั่งและสถานภาพทางสังคมที่ถูกยกระดับ มันเหมือนน้ำผึ้งหยดหวานที่ตัวเขาเองยังต้องหลงใหล เป็นยาอายุวัฒนะที่จะทำให้เขายังอยู่บนโลกใบนี้ได้ตราบนานเท่านาน

สติเป็นหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานและความฝัน เขาเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง และได้รับความสำเร็จมากกว่าที่เคยคาดหวังไว้ มีเงินเข้ามาเยอะ มาพร้อมกับฐานะความมั่งคั่ง สถานภาพทางสังคมและอำนาจ สติรู้สึกราวกับตัวเองยืนอยู่บนยอดเขา

แต่ในขณะที่สติยังรู้สึกยินดีกับความสำเร็จนั้น เขาเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง เริ่มรู้สึกว่ากำลังกลายเป็นคนที่ยึดติดกับความมั่งคั่ง ฐานะ สถานภาพและชื่อเสียงของตัวเองมากขึ้น สติกำลังกลายเป็นคนที่เริ่มเห็นแก่ตัว เขากำลังสูญเสียตัวตนไปทีละนิด เริ่มสัมผัสไม่ได้กับโลกรอบๆ ตัว

วันหนึ่งสติได้พบกับหนังสือชื่อว่า "อัปปาดานะ" (Upadana)

มันมีเนื้อหาเกี่ยวกับความทุกข์ที่มาจากการยึดติดตัวตน ลาภ ยศ ศรัทธา และชื่อเสียง มันกล่าวถึงความไม่ถาวรในทุกสรรพสิ่ง ความเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันพูดถึงหนทางสู่การปลดปล่อย การเป็นอิสระจากความทุกข์

สติเริ่มสนใจ.. เขาเริ่มขุดค้นเข้าไปในคำสอนเหล่านั้น สติเริ่มฝึกทำสมาธิ ปฏิบัติตัวให้คงอยู่ในปัจจุบัน เพาะบ่มความเมตตาและปัญญา เขาเริ่มเห็นความจริงในคำสอน สติเห็นถึงผลกระทบของการยึดติดในตัวตนของตัวเอง

สติเห็นสิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เขาทุกข์ เห็นว่ามันกำลังทำให้เขาแปลกแยกจากคนอื่น ทำให้เขามองความเป็นจริงบางอย่างผิดเพี้ยนไป เห็นว่ามันกำลังขัดขวางตัวเขาจากการได้สัมผัสกับความสุข และ ความสงบที่แท้จริง

สติรู้สึกว่าฉันต้องเริ่มปล่อยวางตัวตน สิ่งนามธรรมที่เคยแบกเอาไว้จนหนักอึ้ง ละทิ้งจากการยึดติดในลาภ ยศ ชื่อเสียง ความเป็นตัวกู ความปรารถนา ความคาดหวัง ยอมรับในความไม่จีรังของทุกสิ่ง ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งหมดนี้มันไม่ง่าย.. มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานและยากลำบาก แต่เมื่อสติปล่อยวาง เขาละทิ้งตัวตน เขาเลิกยึดติด เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความสงบ ความเป็นอิสระ เริ่มสัมผัสได้ถึงความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง

สติไม่ได้เป็นทาสแห่งความปรารถนาอีกต่อไป ความคาดหวังของเขา เขาเป็นอิสระ อยู่ในสภาวะที่สงบ

เมื่อสติมองย้อนกลับไปยังการเดินทางของเขา เขาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณสำหรับทุกคำสอน สำหรับความเมตตาและปัญญาที่พวกเขาได้ปลูกฝังในตัวเขา ขอบคุณสำหรับโอกาสที่จะได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่จะเติบโต ที่จะพัฒนา

ภายใต้กฏของความไม่มี ทุกสรรพสิ่งดำเดินไปอย่างถูกต้อง ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในระบบของจักรวาล

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.