Avatar
Arn Sange
005213ef01a818dac6303c3bb3e9ea68dc3e6b6f7bdf4f38bc36bfe863cb31a6
“อ่าน แสง” A Noob BTCner & Dentist who 🎶 Just face my fear and become my hero! https://www.youtube.com/watch?v=q-74HTjRbuY

เพลงนึงรู้จักเพราะโถส้วมหน้าคน อีกสองเพลงรู้จักจากเมทัลเกีย5

ปล. ไปเปิดให้เพื่อนรุ่นเดียวกันกะรุ่นน้องฟัง ไม่มีใครอินเบย เส้า

ผมกินเปล่าๆเลยอะ กลิ่นมันจะแปลกๆ หน่อย แต่เข้าปากแล้วก้อร่อย มันๆดี

IDK how to explain, but this need correction.

คืออิหยังวะทั่น_่อ กินเกลือเยอะแล้วเป็นบาวหวานไทป์ทูวว

#siamstr

#health

Replying to Avatar Mikey_S09

วันนี้มาบ่นเรื่องนี้กัน!!

หลายคนคงได้เห็นข่าวนี้มาแล้วว่า

สธ. จะผลิตแพทย์เพิ่มลง รพสต. หรือที่เรียกว่าอนามัยในอดีต สาเหตุเพราะ การกระจุกตัวของผู้ป่วยที่ รพ. จังหวัด รวมถึง รพ. ศูนย์ คนไข้รอนาน ไม่พอใจการบริการ ท่าน ๆ ผู้บริหาร บนหอคอยเลยไม่สบายใจ!

ทีนี้เก็ท Idea ก็ผลิตแพทย์เพิ่มเลย ไปอยู่ รพสต. คนไข้จะได้กระจาย ๆ มองแบบตื้นเขินก็เหมือนจะแก้ปัญหาได้...แต่ ๆ ๆ ปัญหาเรื่องแพทย์ในไทยไม่ใช่ปัญหาแพทย์ไม่พอแบบในอดีตแล้ว แพทย์พอครับ แถมเหลือด้วย แต่ปัญหาจริง ๆ คือปัญหาการกระจายตัวของแพทย์ต่างหาก กล่าวคือหมอกระจุกตัวแต่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น ในต่างจังหวัดยังขาดแคลน หมอยังคงทำงานอดหลับอดนอนเป็นเรื่องปกติเลย

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ก็คงเกี่ยวกับเรื่องปากท้อง เรื่อง fiat fiat อีกตามเคย

ในช่วงที่หมอยังไม่พอ รัฐเร่งผลิตแพทย์ การันตีรับราชการมีเงินเดือน มีบำนาญ มีเบิกจ่ายตรง พื้นที่กันดารก็มีเบี้ยพิเศษบลา ๆ ๆ...ดูเหมือนจะดี...ใช่ ดีครับ ถ้าเงินออกหมด และออกตรงเวลา แต่ที่ผ่านมา พอแต่ละรัฐบาลเข้ามา ทำนโยบายประชานิยมเยอะแยะไปหมด การรักษาเข้าถึงง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายร่วม หรือจ่ายหลักสิบ ภาระตกเป็นของ รพ. รัฐเอง การรพ. เงินติดลบเรื่อย ๆ กระทบเงินที่ รพ. ต้องจ่ายให้หมอในแต่ละเดือน จึงทำให้ตกเบิกบ่อย 3,4 เดือนออกครั้งเป็นว่าเล่น หมอจบใหม่ทำงาน 6 เดือนแล้วค่อยตกเบิกยังมี อนิจจาค่าใช้จ่ายส่วนตัวมีมาให้จ่ายตรงเวลาทุกเดือน

นอกจากงานก็หนักคนไข้ก็เยอะ เงินเดือนยังออกไม่ครบอีก...ทีนี้ทนไหม หมอก็คน มีครอบครัว หลายคนไม่ทน ซึ่งเข้าใจได้ ก็เกิดปัญหาสมองไหล ไหลไปไหน...ไปเอกชน ไปคลินิคความงาม เยอะแค่ไหน เยอะมากชนิดที่ว่า ผู้ประกอบการ(ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ใช่หมอ) กดค่า Doctor fee (DF) เป็นว่าเล่น คนในวงการเขารู้ว่าค่า DF หมอเอกชน 500 บาท/ชม. ไม่รู้กี่ 10 ปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่เงินเฟ้อ ค่าข้าวของ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายที่เก็บจากคนไข้เพิ่มขึ้นทุกปี...แต่ ๆ ๆ ค่า DF หมอเอกชน ก็ยัง 500 บาท/ชม. อยู่ดี...อ้าว แล้วทำไมหมอไม่รวมตัวประท้วงขอขึ้นค่าแรงล่ะ คำตอบคือ ถ้าเขาประกาศจ้าง 300-400 บาท/ชม. ก็ยังมีหมอสักคนรับงานอยู่ดี

เหตุผลเหรอ?

ย้อนกลับไปตรงหมอล้นตลาด เรียงให้เห็นภาพคือ

1) ผู้ใหญ่ detect ว่าคนไข้กระจุก...เออ ออว่าหมอยังน้อย

2) ผลิตหมอเข้าระบบ แต่ไม่ดูแลให้ดีพอ

3) หมอสมองไหล ไหลรวมไปกองเอกชน และคลินิคความงาม จนผู้ประกอบการกดราคาได้

4) ค่าตอบแทนที่ว่า 500 หรือ 300-400 บาท/ชม. มันยังเยอะกว่ามากเมื่อเทียบกับ รพ. รัฐ เพราะ รพ. รัฐ จ้างแค่ 800 บาท/ 8 ชม. ดีขึ้นมาหน่อย 1,200 บาท/ 8 ชม. ส่วนน้อย 2100-2400 บาท/ 8 ชม. เท่านั้น!

อีกเหตุผลหนึ่งที่สนุนสนุนว่าแพทย์พอคือ แพทย์จบใหม่ไม่ได้การันตีตำแหน่งข้าราชการเหมือนอดีตแล้วครับ เขาให้เหตุผลว่าตำแหน่งราชการเต็ม หมอหลายคนเป็นแค่ลูกจ้าง รพ. สิทธิทางราชการต่าง ๆ หายหมดเลย ไม่แปลกที่หมอเขาจะลาออกไปเอกชนกัน

...ทำไมนะ ทำไม ผู้ใหญ่บนหอคอยงาช้างไม่เห็นถึงต้นตอปัญหา หรือก็เห็นอยู่แหละ แต่ยังเมิน และยังคงเอางบออกมาแก้ปัญหาไม่ตรงจุด...ได้แต่ถามวนไป วนมา ว่า ทำไม?

อันนี้ภาพประกอบที่ว่า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ไม่ต้องจบหมอ มีเงินมาซื้อเอาเลข ว. หมอ ทำคลินิค กดราคายับ ๆ เพราะยังไงก็หาได้ จ้างหมอก็จ้างถูก ๆ พอ.... วงการนี้เถื่อนแบบนี้ นี่แล!!!!

ปล. ผมเองยังทำงานอยู่ในระบบนะครับ ทุกวันนี้ก็แค่พอใช้จ่าย ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อาศัย stack sats ไปเรื่อย ๆ ครั้นจะออกไปเอกชน ก็ไม่ได้กะรันตีความมั่นคงอะไร เขาจะเลิกจ้างเมื่อไรก็ได้ สู้ทำงานในที่ที่เราสบายใจอยู่พอได้ ทำงานมีความสุขไปเรื่อย ๆ ดีกว่าครับ

#siamstr #fiat #doctorfee #หมอ #หมอไทย #หมอเอกชน

เข้าใจความรู้สึกเลยคับ แม้ว่าสายอาชีพจะใกล้ๆกันแต่ไม่ได้ suffer เท่า (แค่เคยโดนตกเบิก พตส) คิดไปคิดมาที่ทุกอย่างที่มัน mess up มานี่ มันเริ่มจากสมัยนโยบาย 30 บาทฯ ไหมคับ

จำตอนลงไม่ได้ว่าต้องแทคไรเพิ่ม #foodstr

เรารู้สึกว่ารุ่นพ่อแม่ป้าลุงเรา(น่าจะ gen X ) ยังมีภาพจำว่าเงินควรจะเป็นวัตถุอะไรที่มือและเท้าจับต้องได้ถึงจะมีค่า พอยกเรื่องบิทคอยมา ก้จะนึกไปเลยว่าเงินในอากาศ อธิบายไปก้ไม่เข้าจัยยยยย

นี่ก้เก็บให้ดู เปิด hw wallet ให้ดูเลยว่าใช้ไง ยังโดนบอกให้อย่าไปยุ่งยุเรย

เมื่ออาทิตย์ก่อนคุยกะครอบครัวเกี่ยวกับ impact ของเงินเสกได้ที่กำลังจะเป็นจริง และ impact จากสงครามในอนาคต ต่อมูลค่าเงินบาท พร้อมกำชับว่าทุกอย่างมันจะเกิดเร็วมาก อย่าเก็บแต่เงินบาท แบ่งไปซื้อทองบ้าง (ไม่พูดบิทคอยอะ โดนด่ามาเยอะละ) แล้วก้เข้าเรื่องว่า จะเอาไปเก็บไว้ไหนดีย์

ด้วยไอเราที่เป็นนู้บบิทคอยเน่อ ก้เชียร์ให้ซื้อมาเก็บเอง แต่พ่อแม่ที่เคยได้ยินป้าๆ เล่าให้ฟัง ว่าต่อให้เก็บในเซฟ ซ่อนดียังไง โจรมันก้เจอยุดี และมันไม่มัวแต่ไขเซฟหรอก มันยกเค้าทั้งเซฟเรย และด้วยพ่อเคยทำธนาคาร แม่ก้ทำธนาคาร เชื่อธนาคารจัดๆ ก้เลยบอกว่ามันต้องไปเก็บกับเซฟธนาคาร ปลอดภัยกว่า

เราก้แย้งว่าอ่าวมันก้ต้องไว้ใจธนาคารนิว่าเขาจะไม่ริบทองเราไป เชื่อได้เรอะ แม่ก้บอกว่ามันมีกุญแจไขเซฟ 2 ดอก เก็บที่เรา 1 ให้จนท ธนาคารเก็บอีก 1 ไม่ต้องเสี่ยงโจรขึ้นบ้านด้วย

เอิ่ม ตอนนั้นก้เอ๊ะยุนะว่าดีจิงอ่อวะ แต่ถ้าตอนที่ธนาคารมันจะเอา จิงๆมันไม่สนว่าจะมีกุญแจไขหรอก มันน่าจะเจาะทุบเซฟเลยมั้ง เช่นแบบนี้

#siamstr

เนื้อหลังเที่ยง

#siamstr

ช่วงนี้อะไรเพี้ยนๆ แปลกๆ ก็มาเรื่อยๆเรยแฮะ อย่างเรื่องกินน้ำมะนาวรักษาโรค (แล้วทั่นแม่ดันเชื่อด้วย เห็นเปิดท่อแดงดูวนไปเป็นสิบๆคลิปแหนะ) หรือกิน CDS รักษาโรค ทั่นๆ ชาวนกม่วงมีความคิดเห็นหรือข้อมูลอยากแชร์บ้างครับ

ส่วนตัวผม ไม่ค่อยอยากกินอาหารใส่น้ำมะนาวบ่อยอะ ขก ทนเสียวคอฟัน ส่วนไอ CDS นั่น เห็นกลุ่มใน telegram แชร์กัน แต่ดูน่ากลัวแฮะ ไม่ยุ่งดีกว่า

Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

🦷จากเรื่องของการใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฝันผุ ซึ่งภาพลักษณ์ของสารตัวนี้ดูดีมากในการใช้ดูแลสุขภาพช่องปาก แต่ในอีกชุดข้อมูลก็พบว่าเป็นสารให้ผลเสียกับสุขภาพอยู่ครับ

แล้วทำไม? เราถึงต้องใช้ฟลูออไรด์กันล่ะ

โพสนี้เลยเอาผลของฟลูออไรด์ในการดูแลช่องปากมา ซึ่งพบว่าสารตัวนี้เพียงลดความเป็นกรดในช่องปาก จากการยับยั้งเชื้อในช่องปากที่สร้างกรดขึ้นมาทำให้ฟันของเราผุ

คำถามต่อมาคือแล้วทำไม? เชื้อตัวนั้นถึงสารกรดขึ้นมา เพราะการสร้างกรดนี้มาจากการทานอาหารกลุ่มน้ำตาลสังเคราะห์ที่ใส่อาหารเป็นประจำเป็นเวลานานที่สัมผัสในช่องปาก ส่งผลให้ช่องปากมีความเป็นกรดขึ้นมามากแล้วก็ต้องหันมาใช้ ฟลูออไรด์จากยาสีฟันเพื่อแก้ปัญหานี้

ทั้งที่จริงแล้วจุดเริ่มต้น มาจากการทานอาหารที่ส่งผลให้เสี่ยงกับโรคฟันผุซึ่งก็เป็นของที่เราทุกคนแทบจะทานกันทุกวันครับ ดังนั้นเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์มาช่วยครับ

เป็นเหตุให้ยาสีฟันสมัยนี้ต้องมี รวมถึงทันตแพทย์ก็แนะนำอีก ทั้งที่จริงไม่ต้องทำตามก็ได้ถ้าเราไม่ได้ทานอาหารกลุ่มเสี่ยงนี้

พอเราได้รับข้อมูลนี้ ผมเองยังรู้สึกว่าทุกๆอย่างล้วนเชื่อมโยงกันในการจะดูแลสุขภาพช่องปาก

เราต้องกินขนม และยังต้องซื้อยาสีฟับฟลูออไรด์ไปด้วยเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ครับ

💥หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนอ่านไปวิเคราะห์กันดูนะครับ แล้วปรับใช้ในการดูแลช่องปากคระบ🪥😄

#KdentistTH

#siamstr #nostr

อย่าว่าแต่ขนมเลยฮะ อาหารกลุ่ม carb ในปัจจุบัน อย่างข้าวขัดสี อาหารที่ทำจากแป้ง หรือผลไม้ที่เหนียวติดฟันได้ ล้วนสามารถกระตุ้นเชื้อก่อฟันผุได้หมด และที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ ต่อให้ไม่เกิดฟันผุ แต่เชื้อมันก็สามารถเซาะทำลายเนื้อเยื่อรอบรากฟัน(เนื้อเยื่อปริทันต์)ได้อยู่ดี ทำให้เหงือกร่นจนรากฟันโผล่ ฟันโยก จนฟันหลุดในที่สุด

สำหรับผู้ใหญ่เราๆ พอมี awareness เรื่องพวกนี้มันปรับ lifestyle ได้อยู่ แต่กับเด็กเล็กวัยอนุบาล-ประถมต้นก็จะดูแลยากหน่อย อย่างโฆษณาขนมคั่นเวลาดูอนิเมยามเช้า ร้านน้ำร้านขนมหวานหน้าโรงเรียน แม้แต่พ่อแม่หลายครอบครัวที่ยังคงปล่อยให้ลูกกินขนมดูดขวดนมก่อนนอน นี่ก้ทำให้ปัญหาฟันผุในเด็กยังคงมีอยู่ตลอด โดยเฉพาะในเด็กประมาณ 6 ขวบที่ ”ฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่ง” ขึ้นมาเต็มๆแล้ว และทำความสะอาดไม่ดีจนวันดีคืนร้ายเกิดปวดขึ้นมาจนต้องถอนออกตั้งแต่วัยเด็ก ฟันแท้นั่นก้จะหายไปอย่างถาวร เป็นอะไรที่น่าเศร้าเพราะเดี๋ยวนี้โครงการต่างๆก้ยังคงเป็นไปในแนว ตรวจฟันเคลือบฟลูออไรด์ใน รร หรือสถานเลี้ยงเด็ก หรือบอกให้ลดกินหวาน แต่ไม่กล้าที่จะแตะไปที่ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมรอบ รร อย่างร้านขายขนมหวานตอนเย็นหน้า รร หรือการโฆษณาขนมให้เด็กดูคั่นเสลา ซึ่งเอาจริงต้นตอปัญหาก้หนีไม่พ้นเรื่อง fiatๆ อยู่ดี

Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

⭐️Global Research

Toxic Contagion – Funds, Food and Pharma ⭐️

การแพร่ของเชื้อชั่ว - เงินทุน อาหาร และยา

By Colin Todhunter. May 22, 2023

เมื่อปี 2014 เวบไซท์ GRAIN org เปิดเผยในรายงาน Hungry for land: ว่า ..มีแต่ฟาร์มขนาดเล็กของโลกเท่านั้นที่เป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก

เกษตรกรรายย่อยมากกว่า 80% ในประเทศ non-industrialised เป็นผู้ผลิตอาหาร ซึ่งน้อยกว่า 1/4 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของโลก ....ในช่วงปี 1974-2014 มีพื้นที่ถึง 140 ล้านเฮคเตอร์ ที่ใช้ปลูกถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน อ้อย และพืชเลี้ยงสัตว์

พื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ลดน้อยลงทุกที ในขณะที่คนอดหยากเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน ใขณะที่ฟาร์มอุตสาหกรรมมีอำนาจและทรัพยากรมากขึ้น ....แต่ฟาร์มขนาดเล็กก็ยัง outperform ฟาร์มใหญ่ในด้านการผลิต

ตั้งแต่ปี 2000-2011 farmland ทั่วโลกประมาณ 500 ล้านเอเคอร์ มีการเปลี่ยนเจ้าของเป็นกลุ่มประเทศพัฒนา ที่ทำให้ความมั่นคงด้านอาหาร และกรรมสิทธิ์ที่ดินของประเทศเกษตรกรรมตกอยู่ในความเสี่ยง

พวกนักลงทุนสถาบัน ทั้งเฮ็ดจ์ฟันด์ กองทุนเอกชน กองทุนบำนาญ กระตือรือล้นที่จะลงทุนใน farmland โดยยกให้มันเป็นทรัพย์สินชั้นดี

เทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเข้าซื้อฟาร์มในประเทศยากจนเท่านั้น ..แม้แต่ฟาร์มในสหรัฐเอง ก็มีการเข้าลงทุนซื้อมากกว่า $10,000 ล้าน

จาก farmland ทั่วสหรัฐซึ่งมีมูลค่าราว ๆ $1.8 trillion ..มีอยู่ประมาณ $3 แสนล้าน ถึง $5 แสนล้านที่มีคุณภาพ "instituional quality" เหมาะกับการลงทุนของสถาบัน

ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา จากสถานการณ์เศรษฐกิจ อาจทำให้มีการเปลี่ยนเจ้าของอย่างถาวร จากกรรมสิทธิ์ครอบครัวไปเป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบัน และกลุ่มบริษัทใหญ่กันแล้ว

Why this matters

แล้วมันสำคัญยังไง?

เกษตรกรรายย่อยนี่แหละที่เป็นผู้ผลิตอาหารที่สำคัญเลี้ยงดูคนในประเทศกับตลาดต่างประเทศ ในขณะที่ธุรกิจใหญ่ที่เข้าครอบครองผืนดินที่สมบูรณ์เพื่อผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกเพื่อมุ่งหวังกำไร เป็นการส่งออกเพื่อแตกกิ่งก้านออกเป็นหลายภาคในการเลี้ยงดูพลโลก

ในปี 2013 มีรายงานของ UN ว่าควรเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ลดการใช้ปุ๋ย สนับสนุนเกษตรกรรายย่อย เน้นการผลิตอาหารเพื่อการบริโภค ในรายงานยังบอกอีกว่า พืชเชิงเดี่ยวและอุตสาหกรรมการเกษตร ไม่สามารถเลี้ยงดูพลโลกได้เพียงพอ

ปี 2020 ...GRAIN แจ้งว่าเคยเตือนไปหกปีก่อนแล้ว ถึงการเข้าไปลงทุนเปลี่ยน farmland ให้เป็นระดับ industrial scale ...หัวหอกสำคัญของกลุ่มนี้คือ BlackRock

BlackRock เป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทอาหารใหญ่หลายแห่ง ทั้ง Nestlé, Coca-Cola, PepsiCo, Walmart, Danone and Kraft Heinz ...และอีกหลายบริษัทด้านอาหารและเกษตร เช่นเมล็ดพันธ์ เคมี และปุ๋ย ตลอดถึงอุปกรณ์การเกษตร เช่น Deere, Bunge, ADM and Tyson (จากข้อมูลของ BlackRock ปี 2018).

มี 5 บริษัทยักษ์ด้านจัดการทรัพย์สิน BlackRock, Vanguard, State Street, Fidelity และ Capital Group ถือหุ้นอยู่ 10-30% ของบริษัทด้านการเกษตรขนาดใหญ่ ๆ

BlackRock และ Vanguard เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทผู้ผลิตยาฆ่าแมลงและปุ๋ย Yara, CF Industries Holdings K+S Aktiengesellschaft, Nutrien, The Mosaic Company, Corteva and Bayer.

บริษัทยักษ์เหล่านี้ทำกำไรจาก $1.9 หมื่นล้านในปี 2021 เป็น $3.8 หมื่นล้านในปี 2022 และยังจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามการขยายตัว

ด้วยการอัดเงินทุนจำนวนมาก BlackRock สร้างกำไรมหาศาลจากระบบอาหารของโลก และได้ทำให้ระบบการเกษตรท้องถิ่นสูญพันธ์ไปเลย ด้วยการผูกขาดการค้าเมล็ดพันธ์ ความรู้ใหม่ ๆ จนทำให้เกษตรกร ..ชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่นสูญสิ้นไป ....นี่เป็นต้นเหตุของอาหารที่มีคุณภาพเลวลง การเจ็บป่วยตลอดถึงการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล และสถาพสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายลง

หลังปี 1945 Rockefeller Chase Manhattan bank และ World Bank ช่วยกันส่งเสริมสิ่งที่เรียกกันว่า การเกษตรแบบโมเดิร์นต่อชาวโลก ที่อยู่ในรูปบริษัทเอกชน โดยเน้นที่การใช้เคมี ทำให้เพิ่มผลผลิตได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ตั้งแต่นั้น ทั้ง IMF, World Bank และ WTO ก็เข้ามาช่วยจัดการด้านการส่งออก สินค้าอุตสาหกรมการเกษตรเหล่านี้ โดยอ้างถึง Green Revolution ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้เงื่อนไขเงินกู้มาบีบบังคับประเทศต่าง ๆ ที่ถูกปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้สูญเสียระบบอาหารที่พอเลี้ยงพลเมืองในประเทศของตน

ประเทศเหล่านี้กลายเป็นผู้ผลิตสินค้าโภคภัณท์ทางการเกษตร เพื่อแลกกับยูเอสดอลลาร์ เพื่อใช้ซื้อน้ำมันและอาหารจากตลาดโลก โดยมีสัญญาการเกษตรจาก WTO เป็นตัวบังคับ

ทุกวันนี้ BlackRock มีทรัพย์สินรวมถึง $10 trillion และสามารถเป็นผู้ควบคุม US Federal Reserve และแบงค์ยักษ์แห่งวอลล์สตรีท และแม้แต่รัฐบาลไบเดน ..เหล่าอดีตเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของ BlackRock ตอนนี้อยู่ในตำแหน่งสำคัญผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล

ตอนที่เกิด Covid มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุ และคนอ้วน โรคเบาหวานและโรคหัวใจ ไม่มีใครซักคนที่จะบอกว่า นี่เป็นเพราะระบบอาหารจากบริษัทยักษ์เหล่านี้ที่สร้างเงื่อนไขให้เป็นแบบนี้มานานหลายสิบปีแล้ว

แล้วจะโทษใครล่ะ BlackRock, Vanguard และนักลงทุนสถาบันอีกหลายแห่งหรือ ...พอเราหันไปดูพวก big pharma เราก็จะเห็นว่า พวกผู้ถือหุ้นมันก็ players กลุ่มเดียวกันนั่นแหละ

ผู้ถือหุ้นใหญ๋ของ Pfizer, J&J and Merck คือ Vanguard SSGA และ BlackRock.

เงินปันผลของผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ เพิ่มขึ้น 400% ...จาก $3 หมื่นล้านในปี 2000 เป็น $1.46 แสนล้าน ในปี 2018 ....รวมทั้งสิ้น 18 ปี เท่ากับ $1.54 trillion

ในสายตาของพวกเหล่านี้ กำไรมหาศาลมาจากสุขภาพที่เลวลงของคนทั้งโลก ...ลงทุนในระบบอาหาร ทำกำไรได้ดีแล้ว ...แต่จะกำไรอีกมาก ถ้าลงทุนในระบบ pharmaceutical ซะด้วย

บริษัทอย่าง Pfizer and Monsanto/Bayer จะเป็นผู้ต้องออกหน้าถ้าจะมีการกล่าวโทษเรื่องความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ....แต่ถ้าจะโยงให้ถึงตัวจริง ๆ มันก็อยู่ในห้องประชุมกรรมการของ BlackRock และ Vanguard นั่นแหละ

ถ้าจะว่าไปแล้ว ตอนนี้ยักษ์ใหญ่ทั้งสาม BlackRock, Vanguard and State Street Global Advisor นั่งอยู่ใจกลางกาแล็กซี่การเงิน กำลังจัดการกับ GDP ของโลกถึงครึ่งนึง และเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ 90% ของบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้น

บริษัทซึ่งเป็นผู้กำหนดการเคลื่อนไหวของระบบเศรษฐกิจ และระบบอาหารของโลก โดยมีอำนาจของ World Bank, IMF, แลละ WTO เป็นผู้ช่วยเหลือ

💥ระบบซึ่งมี”กำลังทหาร”เป็นผู้รับรองความมั่นคงให้

:เรียบเรียงโดย อ.สายัณห์ รุจิรโมรา

เป็นอีกหนึ่งบทความที่ผมชอบหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับชาวยาส้มในทุ่งม่วงกันนะครับ🟠💜⚡️

#siamstr

BlackRock --> Rockefeller ??

ตะกี้คุยกะเพื่อนเรื่องสมัย PS5 ช่วง covid ที่ของขาดตลาดและราคาพุ่งตอนเครื่องออกมาใหม่ๆ จนไปถึงการ speculation ของพ่อค้าแม่ค้าหลายๆเจ้า เท่าที่จำได้ตอนนั้นจากเครื่องราคาประมาณเกือบๆ 20,000 เขาสามารถปั่นราคาจนไปไกลถึง 50,000 ได้ เขาจะหว่านโฆษณาออนไลน์ จ้างคนที่สนใจให้คนละ 200-300 ให้ไปต่อคิวซื้อตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ถ้าใครสามารถซื้อมาให้ได้ทัน เขาจะออกตังให้และให้เงินคนที่ซื้อได้อีก 500-1000 บาท เพื่อเอา PS5 มาตุนไว้รอขายตอนของขาดตลาด แล้วคนที่สนใจทำแบบนี้ก้ไม่ใช่น้อยด้วย เป็นร้อยๆ คนแหนะ

ก้สงสัยนะว่าเดี๋ยวนี้อะไรแปลกๆ ก้เกิดได้ คนที่อยากซื้อ PS5 มาเล่นเร็วๆ ก้ต้องมาซื้อในราคาแพงลิบลิ่วกับคนกลางอีกที แล้วก็ต้องมาเสีย PoW ไปอย่างไม่สมกับที่ควรเป็น

#siamstr

จริงๆแล้ว ที่ดินไม่ควรจะแพงถึงขนาดในปัจจุบันครับ แก่นแท้ของการมีที่ดิน คือการใช้สร้างที่อยู่อาศัย ใช้เพาะปลูก ใช้ปศุสัตว์ คนที่ไม่ชอบการเพาะปลูก ไม่ชอบการปศุสัตว์ ไม่ได้ชอบหรือถนัดอาชีพเกษตรกรรม ก็ไม่จำเป็นต้องมีดินมากมายก็ได้ เพียงมีไว้สร้างที่อยู่อาศัยสักแปลงก็ยังดี ถือเป็นความมั่นคงขั้นพื้นฐานของชีวิต

แต่เพราะระบบเงินที่วิปริต เงินที่พิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ จนทำให้เงินเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ มันเลยทำให้คนที่มีเงินเยอะ ไม่เก็บเงินที่เงินกัน ส่วนนึงเขาจึงเอามาเก็บเป็นที่ดินกัน ทั้งที่เขาแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผืนดินนั้นเลยก็มี ใช้เป็นเพียงที่เก็บรักษาความมั่งคั่ง ซึ่งนั้นผิดวัตถุประสงค์อันเป็นแก่นแท้ของที่ดิน

จนทำให้ราคาที่ดินแพงเกินไปจนอยากที่จะจับต้องได้

ผมเองไม่ได้โทษคนมีเงินเยอะแล้วเขาเปลี่ยนเงินเป็นที่ดินนะครับ

แต่ผมโทษระบบเงินอันวิปริต

Fix the money fix the world.

อยู่ดีๆ ก้นึกถึงที่ดินไอนั่น ที่เอาไปทำฟาร์มกล้วยกลางเมือง

เมื่อ อจ อธิบายถึงความเปียกความแห้งพื้นผิว เมื่อเทียบกับความสุกเนื้อ

ตัวเอง : อ่อ medium rare ต้องสุกประมาณนี้ที่ 63 องศา

คิดว่าวิ่งในทางที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ มันน่าจะ happy กว่าถูกผลักถูกบังคับให้วิ่งให้เร็วๆในทางที่ตัวเองไม่อยากวิ่ง จนพอคิดอยากจะวกกลับไปอีกที มันก็วิ่งมาไกลเกินจะกลับไปแล้วอะ ส่วนไอแพ้ชนะ เราถือว่ามันเป็นการประเมินตัวเองอะว่าเทียบกับอะไร คนอื่น ตัวเองในอดีต หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นอยากทำให้ได้ในอนาคต การที่เราจะช่างแม่งกับการแพ้ชนะ มันก็ happy นะ แต่บางทีเราก้น่าจะต้องประเมินตัวเองด้วยอะว่าเราขาดอะไร ทำยังไงเราถึงจะวิ่งเร็วขึ้น

แต่เรามองว่ากระแสสังคมมันเหมือนกับทางวิ่งมากกว่าอะ ปัจจุบันมันมีทางวิ่งใหม่เปิดมามากขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้น คนที่เข้าไปวิ่งในเส้นทางใหม่ก่อนก็จะนำคนอื่นไปก่อน คนที่วิ่งทางเดิมแต่มีอุปกรณ์มีข้อมูลทางลัดพร้อม ก้เข้าไปวิ่งทางใหม่ได้แบบชิวเว่อร์แบบ super novice แต่คนส่วนใหญ่ดันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทางวิ่งนี้มันก้ไปได้นะ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนชวนให้มาวิ่งทางใหม่นี่ พอจะเปลี่ยนทางก็ต้องหาข้อมูล ลงทุนกันใหม่ และยังโดนขัดขาด้วยจากคนที่วิ่งมาก่อนเพราะเขาแอบวางตะปูเรือใบไว้ คนที่ FOMO เข้าไปและไม่พร้อมก้อาจจะเหนื่อยและเจ็บตัวจนวิ่งต่อไม่ได้

สำหรับเรานะ แค่เรารู้ว่ามันมีทางใหม่ ลองเข้าไปนิดๆหน่อยๆ ดูว่าไหวไหม ไม่ไหวก้ออกแล้วเดินทางเก่าต่อ แค่นี้ก็ไม่แพ้แล้ว