Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

วิถีชาว yield เขาอยากจะมีเงินเด้งเข้าบัญชีวินาทีละ $1 real time แบบ passive income อะครับ 555 โคตรฟิน

ลองนึกภาพว่าเราเปิดแอร์เอาไว้ในห้องที่ปิดมิดชิด ที่มีหน้าต่างใส ๆ ที่แดดกำลังสาดเข้ามาในห้อง แล้วในเวลานี้แอร์มันกำลังดับไม่ได้ทำความเย็นต่อ

มันมีพวกเราคนหนึ่งในห้องกำลังนั่งจุดเทียนไขอยู่ในห้อง แล้วคนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้น แล้วก็กำลังโทษคนที่จุดเทียนว่าเป็นต้นตอทำให้ห้องทั้งห้องมันร้อนขึ้นอะครับ 555

แล้วก็กำลังบอกว่าการเก็บภาษีคาร์บอนคนที่จุดเทียนไข จะช่วยลดสภาวะของอากาศในห้องที่กำลังร้อนขึ้นได้ ไม่ก็ช่วยให้อุณหภูมิมันคงที่ไม่ร้อนไปกว่านี้

จริง ๆ ห้องที่เพิ่งจะปิดแอร์ไป ถึงไม่มีเทียนไขที่ถูกจุดตั้งเอาไว้ หรือเอาคนออกไปจากห้อง ห้องมันก็ยังร้อนขึ้นอยู่ดี

ขำ ๆ นะครับ ผมค่อนข้างไบแอสกับเรื่อง ๆ นี้ :)

#Siamstr

เห็นด้วยครับ เงินที่มีคุณค่าในตัวสูงย่อมไหลไปสู่สินค้าและบริการที่ให้คุณค่าสูงทัดเทียมกัน มันมีแค่ยุคของเฟียตเท่านั้นแหละ ที่เงินจะไหลไปสู่สินค้าและบริการคุณภาพต่ำ ๆ

คำถามคือ ทำไมถึงอยากปกป้องสินค้าและบริการห่วย ๆ เอาไว้? ไม่ชอบกันเหรอที่จ่ายเงินเป็นบิตคอยน์แล้วได้สินค้าและบริการดี ๆ สมกับราคาที่จ่ายออกไป

ส่วนผมรอบิดผ้าให้นะครับ

ถ้าจะมีเวลา 1 นาทีให้โทรฯ กลับไปหาตัวผมเมื่อตอนที่มีอายุ 20 ปีได้ ผมจะบอกกับตัวเองว่า

“ขอบคุณนะ” :) ฟังดูดีใช่มั้ยละครับ ชีวิตผมไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรดีเด่กว่าตาสีตาสาหรอกครับ แต่ผมกล้าบอกได้เรื่องหนึ่ง ถ้าไม่มีตัวผมในอดีต ถ้าไม่มีการตัดสินใจที่ผิดพลาด ถ้าไม่ได้ทำตัวแย่ ๆ ถ้าไม่ได้เคยอกหัก ถ้าไม่ได้เคยเจ็บปวด ถ้าไม่ได้เคยพบกับประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ดีและร้าย มันก็จะไม่มีตัวผมในวันนี้เลย

เราต้องเผชิญกับ “การเลือก” บนการตัดสินใจที่ไม่มีความแน่นอนในตลอดการมีชีวิตของเราไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ มันเหมือนการเดิมพัน ถ้าเลือกอย่างหนึ่งเราก็จะต้องเสียอีกอย่างหนึ่งไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เราก็สามารถกลับมาทำในสิ่งที่ไม่ได้เลือกตั้งแต่แรกได้อีกครั้ง ราวกับว่าเราได้ย้อนกลับไปยังอดีตเพียงแต่มันมาอยู่บนเส้นทางของช่วงเวลาในปัจจุบัน

มีพี่คนหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่า “คุณอายุยังน้อย คุณยังล้มลงเพื่อที่จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกหลายครั้ง ในขณะที่ผมไม่เหลือเวลาให้ทำแบบนั้นได้อีกแล้ว” ในช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ “เวลา” เป็นต้นทุนที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือสำหรับคนที่อายุยังน้อย คุณเจ็บปวดได้หลายครั้งและนั่นจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะแข็งแกร่งขึ้น คุณยังผิดพลาดได้อีกหลายครั้งและความผิดพลาดจากการตัดสินใจ จากการกระทำก็จะทำให้คุณค้นพบวิธีการที่จะทำให้คุณทำในสิ่งที่ถูกและประสบผลสำเร็จ

เรียนรู้มันไปเถอะครับ สำหรับทุก ๆ เรื่องราวที่จะเข้ามาในชีวิต ผิดถูกให้ลองดูว่ามันเหมาะกับตัวเราเองหรือไม่ อย่ากลัวความผิดพลาดและอย่ากลัวเมื่อได้ตัดสินใจลงไปแล้ว เผชิญหน้าและยอมรับผลของมัน “มันดีกว่าการที่ไม่ได้ลองลงมือทำอะไรเลย”

ผมมีเพื่อนที่ “เลือก” ในการเข้าเรียนในมหาลัยฯ ในคณะที่เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ เลือกไปเรียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจริง ๆ แล้วชอบอะไร เพื่อนคนนี้ต้องดร็อปเรียนและลาออกไปในเวลาต่อมา เขาใช้เวลาในช่วงที่ดร็อปเรียนเพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเรียนแน่ ๆ ก่อนจะพบว่าคืออะไร เขาใช้เวลาใน 1 ปีนั้นตั้งใจอ่านหนังสือ นั่งเรียนด้วยตัวเองเพื่อเตรียมตัวเอง ก่อนที่จะกลับเข้ามาเรียนในคณะใหม่ที่เขาเป็นคน “เลือกเอง” ซึ่งในตอนนี้ชีวิตของเขา PoW ของเขาที่ขัดเกลามา มันทำให้เขาสามารถที่จะเลือกทำงานที่ไหนก็ได้ภายใต้ตลาดแรงงานนี้

บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรจนกระทั้งมันมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แต่บางคนก็โชคดีที่ได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปมากมายนัก แต่บางคนก็หามันไม่เจอ

ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์อย่างที่ตั้งใจจะถามไหม แต่ถ้าให้ผมแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับการเข้าเรียนต่อในมหาลัยฯ “ให้ระวังสังคมที่แวดล้อมให้ดี ๆ ” ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน รุ่นพี่ หรือครูอาจารย์ ให้ระวังให้มาก ๆ ระลึกถึงเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้ให้ดี ๆ ว่าคุณเลือกที่จะเข้าไปเรียนเพื่ออะไรตั้งแต่แรก

ถ้าเลือกที่จะไม่เรียนต่อ เราก็สามารถที่จะเอาเวลาที่มีไปศึกษาลองผิดลองถูกด้วยตัวเองได้ และอาจจะกลับมาเรียนใหม่อีกครั้งหลังจากได้เลือกแล้วว่าต้องการจะเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มองความรู้ให้กับตัวเราเอง ระหว่างนั้นอาจจะหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย ได้ทดลองทำงานจริง ๆ ในตลาดจริง ๆ ก่อนที่จะเลือกเรียนอะไรก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

ยังไงก็ขอให้ค้นพบหนทางของตัวเองในเร็ววันนะครับ :)

Replying to Avatar Jingjo

## #Siamstr NEWS UPDATE กรอบบ่าย

## #TheFiatStandard แปลไทย

- วันนี้ สนพ. จัดเลย์เอาท์สำหรับให้พี่ยะไฟนอลพรูฟเสร็จแล้ว 50% คาดว่าเลยเอาท์ทั้งเล่มจะเสร็จสิ้นเดือนนี้ครับ

- ถ้าไม่มีไรผิดพลาดอาจจะได้อ่านกันก่อนฮาล์ฟวิง เย้

## #หนังสือพี่ชิต

- ผมเรียบเรียง 4 บทแรกเสร็จแล้วเรียบร้อย

- ตอนนี้ผมและ nostr:npub1m008pf6d9w3hrsqwrqmg3w5rp2zjnxzrl7a5entl4nyecwdn3avsrfeuf6 กำลังช่วยกันตัดแต่ง หั่นเจี๋ยน และขยับขยี้เนื้อหาส่วนที่เหลือให้ทั้งเล่มไม่หนาเกินไป ไม่บิตคอยน์หนักไปจนโนคอยเนอร์สมองหวาน โดยวางเป้าไว้ว่ามีสักไม่เกิน 15 บทน่าจะอ่านได้อิ่มพอดีคำ

- ความท้าทายคือพี่ชิตเองก็ไฟลุก เขียนโพสต์จ๊าบ ๆ ออกมารัว ๆ เลยเดือนนี้ ทำเอาผมต้อง revise บทแรกไปสี่รอบแล้ว 55555555

- ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เล่มนี้น่าจะออกทันงาน #BTC2024 ครับ

## #WhenMoneyDies เงินตาย แปลไทย

- ผมแปลไปแล้ว 3 บท พี่ตั้มเข้ามาช่วยพรูฟเบื้องต้นแล้ว แต่พับโครงการไปก่อน รอจบหนังสือพี่ชิตแล้วลุยกันทีเดียว

- เล่มนี้ผมเองอยากแปลให้เสร็จในปีนี้ ไม่แน่ใจจะไหวมั้ย เพราะนอกจากภาษาที่โบราณอ่านยากแล้วยังต้องค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาอ่านเพิ่มอีกเยอะมาก เพื่อให้แปลได้ถูกต้องแม่นยำที่สุด

- พี่ยะจะเข้ามาร่วมแปลและพรูฟต้นฉบับภาษาไทยด้วย

## #BrokenMoney เงินหัก แปลไทย

- น้องอิสรและเจ้าหลามเริ่มลุยกันไปพอประมาณแล้ว มีพี่ยะเข้ามาช่วยพรูฟและสอนกระบวนการทำงานที่เหมาะสมให้ น้อง ๆ จะได้เติบโตขึ้นเป็นกำลังหลักในแผนกงานแปลของทีมได้ในอนาคต

- เล่มนี้สมนึกรับหน้าที่ บ.ก. สมนึก อย่างเป็นทางการเต็มตัวหลังจากดูดวิชาไปจากผมเรียบร้อยแล้ว

- ลินและ สนพ. วางแผนอยากให้เล่มนี้ขายปี 2025

## #EconomicsInOneLesson เศรษฐศาสตร์คลาสเดียวจบ แปลไทย

- จารย์ขิงโซโล่แปลไปแล้ว น่าจะประมาณ 20-30% ของเล่ม

- คาดว่าจะปล่อยเล่มออกมาให้ทันปลายปีนี้ครับ

## มีเล่มอื่น ๆ อีกในมือ

- กำลังทยอยทำกันเต็มที่ไปเรื่อย ๆ ครับ อยากให้คนไทยมีหนังสือบิตคอยน์และเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนดี ๆ ไว้อ่านกันเยอะ ๆ

- ส่วนใครลุ้นให้ไรท์ชิฟต์แปล The Sovereign Individual ไปเรียนภาษาอังกฤษให้คล่องแล้วอ่านต้นฉบับเอง อาจจะไวกว่ารอนะครับ 😆

🫂

โปรดฝังกลบ อย่านำมารีไซเคิล 🤣

จริง ๆ สนใจเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ส่งผลกับสมองนะครับ (แบบว่าเคยได้ยินว่าอาหารที่เรากินมีผลกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์แต่ละชนิดในลำไส้ที่จะส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด เหมือนว่าลำไส้เราเป็นสมองที่ 2 ของร่างกายอะไรประมาณนี้)

จริง ๆ อยากรู้ไปถึงเรื่องของการตากแดด กับจุลินทรีย์ในลำไส้ด้วย เพราะเมื่อก่อนผมค่อนข้างเกลียดกลัวแสงแดด (ไม่ได้มาจากค่านิยมแต่มาจากการหมดตัวอยู่แต่ในห้องมืด) เวลาออกแดดจะรู้สึกเกลียดการโดนแดด แต่พอได้ลองหักดิบออกไปตากแดดบ่อย ๆ เลิกอยู่แต่ในห้องมืด ๆ ก็พบว่า อาการเกลียดกลัวแสงแดดมันหายไป เหมือนจุลินทรีย์บางประเภทที่สร้างสภาวะทางอารมณ์แบบนั้นมันถูกกดจำนวนลงด้วยจุลินทรีย์ประเภทที่ชื่นชอบแสงแดด อะไรประมาณนี่อะครับ

ฮ่า ๆ ๆ แต่ดูแล้วถ้าคุยเรื่องนี้น่าจะยาวเลย

ขอบคุณหมอเอกอีกครั้งนะครับ สำหรับวีดีโอเรื่อง all disease begin in the gut ที่ลงไว้ใน yt 💜

Replying to Avatar HereTong

ถ้าเราลองมองในอีกมุมนึงคิดว่าเป็นอย่างไรครับ

- ฟลูออไรด์ เป็นสารเคมีที่มาเกาะฟัน เคลือบฟันเอาไว้ ทำให้ไม่เสียวฟันเนื่องจาก แบคทีเรียไม่สามารถเจาะฟันเราเข้ามาได้มาก

- สมุนไพร ไม่มีสารเคมี มีแต่ somthing ที่บดรวมกันเป็นลักษณะคล้ายๆน้ำพริก เอามาถูๆกับฟันให้ความรู้สึกสดชื่น ฤทธิ์บางอย่างในพืชมีการขจัดแบคทีเรียได้บ้าง (คล้ายคุณสมบัติการรักษาแผล)

แต่ทั้ง 2 อย่างนี้ ไม่มีตัวไหนที่รักษาสาเหตุของการเสียวฟัน การเสียวฟันเกิดจาก

- เคลือบฟันสึกกร่อน จากการแปรงฟันบ่อยไป

-เหงือกร่น จากการแปรงฟันบ่อยไป/แปรงแรงแปรงวิธีไม่เหมาะสม หรือ เกิดโรคเหงือก (เกิดการอักเสบ --> สาเหตุของการอักเสบ ก็คือน้ำตาล ไม่ว่าจะทำให้ร่างกายอักเสบหรือการสะสมจนเป็นอาหารแบคทีเรียตัวเลวในช่องปาก)

-ดื่มเครื่องดื่มที่เป็นกรด ทำให้กัดกร่อนเคลือบฟัน เช่น acv ที่นิยมกัน มีการใช้หลอดดูดให้ผ่านช่องปากไปแบบที่ควรทำไหม หรือ ยกแก้วกลั้วไปทั่วปากเลย ถ้าแบบหลังก็ซวยหน่อย รีบปรับ

-กรดไหลย้อน ตอนขย้อนออกมา กรดจะมากัดเคลือบฟัน และสาเหตุของกรดไหลย้อนคือ การกินคาร์บสูงเกินไป จนเป็นเมทาบอลิก ซินโดรม

-ฟันแตกฟันร้าว อันนี้มันต้องรักษาอยู่แล้ว

ดังนั้น เปรียบเสมือนคุณเป็นนักฟุตบอลบาดเจ็บ คุณจะออกมารักษาอาการบาดเจ็บ หรือ คุณจะเลือกฉีดยาชาไปตลอดชีวิต ?

เพราะยาชามันทำให้คุณไม่เจ็บปวด และเมื่อไหร่ที่คุณหยุดฉีด มันก็เจ็บเพราะหมดฤทธิ์ยา

แล้วเราจะบอกว่า เนี่ยพอไม่ฉีดยาชา มันก็กลับมาเจ็บใหม่ ก็ไม่น่าจะเป็นเหตุและเป็นผลกัน ใช่ไหมครับ

สรุปคือ ฟลูออไรด์ไม่ใช่การรักษาอาการเสียวฟัน และ สมุนไพร ก็ไม่ใช่ตัวที่ทำให้คุณเสียวฟัน ถ้าเรากลับมามองในมุมของ สาเหตุ และ ผลลัพธ์ ครับ ถ้าต้องการที่จะไม่เสียวฟัน ก็ต้องกลับมาแก้ไข แก้งาน ที่สาเหตุแห่งการเสียวฟัน นั่นเอง

#siamstr

หาสาเหตุของปัญหา แล้วแก้ให้มันตรงจุด :)

ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า อย่าให้ใครมาทำให้เราหันมองไปทางอื่น..

nostr:note1rdh9htk7f3hvlkt8aghfn7lkqvuyxs4gyte3hvq7symk78cdsyjs5ach03

ไม่ได้เรียนมาเลยครับ ผมเป็นคนประเภทที่ถ้าส่งสัยอะไรจะไปหาข้อมูลเอา ฮ่า ๆ :)

แบบว่าอย่างในเรื่องนี้ เราเข้าใจในความเป็นพุทธว่าแก่นหลักคือการดับทุกข์เพื่อการพ้นทุกข์และเข้าสู่สภาวะของนิพพาน ที่จะไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีก

ดังนั้นผมจึงสงสัยในบทสวดบทนี้ที่มีการกล่าวถึงระดับขั้นของสวรรค์และพรหมโลก ซึ่งไม่ใช่จุดหมายสูงสุดของพุทธแน่ ๆ แต่ทำไมถึงมีการบันทึกเอาไว้ พอไปค้นหาความหมายคำแปลถึงได้รู้ว่าเป็นคำของสาวก

และได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมาอีกเรื่องนึงว่า จริง ๆ แล้วในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่ได้มีการ “สวด“ แบบที่เวลาเราไปวัดมักจะมีบทสวดต่าง ๆ ในพิธีกรรมทางศาสนาในปัจจุบัน ซึ่งในสมัยของพระพุทธเจ้า การ ”สวด“ จะเป็นระบบของการบันทึกคำสอนของศาสนาพระเวท (พราหมณ์) ด้วยการท่องคำสอนในภาษาสันสกฤตโบราณ เป็นความน่าทึ่งของการบันทึกคำสอนด้วยการใช้เสียง

(ในยุคสมัยที่ยังไม่มีการบันทึกทางตัวอักษร เขาจะใช้การท่องจำ ซึ่งบทสวดพระเวท ใช้ระบบการออกเสียง สำเนียง และวรรณยุกต์ ที่จะไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้ ซึ่งมันน่าทึงมาก ๆ )

ที่กล่าวว่าในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่มีการ “สวด” เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งในสมัยนั้นมีพระ 2 รูปมาร้องกล่าวกับพระพุทธเจ้าว่า มีสมณะเหล่าอื่นกำลังสั่งสอนบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า พระทั้ง 2 จึงต้องการให้พระพุทธเจ้าบันทึกคำสอนจากพุทธวจนให้อยู่ในภาษาสันสกฤตโบราณแบบเดียวกับที่พวกพราหมณ์ใช้กัน จะได้ไม่ถูกตีความและบิดเบือนไป

แต่พระองค์ก็ปฏิเสธไป เพราะว่าพระองค์ต้องการให้คำสอนของพระองค์สามารถที่จะเจ้าถึงและสามารถทำให้คนที่ได้ฟังได้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วยภาษาที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น เมื่ออยู่ในแคว้นมคธก็ทรงเทศสอนด้วยภาษามคธ เมื่อไปแคว้นอื่นก็ใช้ภาษาของแคว้นอื่น

ถ้าหากใช้ภาษาพระเวทที่ใช้กันเฉพาะนักบวชพราหมณ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้กันมาบันทึกคำสอน คำสอนของพระองค์จะไม่มีวันเข้าถึงชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่ได้เรียนพระเวทมาอย่างแน่นอน

ยาวเลย ถามนิดเดียวแต่ผมตอบซะยาวเลย หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ :)

Replying to Avatar U

ปีนี้เรามีโมเดลธุรกิจใหม่ ที่หวังให้มันเติบโต เราอยากทำคอนเซป

“คุณปลูก เราปรุง” ให้มันยั่งยืน

ตอนนี้เราปรุงอาหารขายคนรอบๆ

โดยหยิบเอาวัตถุดิบเป็นตัวตั้ง แล้วอาหารเป็นตัวรองรับ

ไม่ใช่อาหารเป็นตัวตั้งแล้ววัตถุดิบรองรับ

มันเลยทำให้ตอนนี้เราสามารถสนับสนุนผลผลิตที่สวนได้สวนนึง

เราตัดกุยช่ายที่โตไม่รู้จะไปทำอะไรกิน เอาไปทำขนมขาย

หยิบเอาผักชีฝรั่ง ผักชีไทย และ พริกเอามาขาย แนมสาคูไส้หมู

ชาบูน้ำดำที่หยิบเอาฟักทองและไข่เป็ดไล่ทุ่งมาขาย

เราพยายามอย่างถึงที่สุด

เพื่อให้คนกินรับรู้ว่าของที่เราใช้

เราสนับสนุนชุมชนและคนรอบๆอยู่

ผ่านทักษะการเขียนคอนเทนต์การตลาดเลเวล 1 ของเรา

ภาพในหัวที่เราอยากให้เป็น

คุณอยากปลูกอะไรก็ปลูก ดินคุณเหมาะกับอะไร ปลูกแบบนั้น ไม่ต้องกลัวว่ามันจะขายได้ไหม เพราะเราจะเอามันมาปรุง แล้วขายให้เอง ขอแค่ของมันดี เราจะพัฒนาฝีมือเราให้เจ๋งเท่าผลผลิตของคุณ

เอาใจช่วยเราด้วยนะ #siamstr ❤️

สัมผัสได้ถึงพลังความตั้งใจดีเลยครับ ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลย

ชุมชนแข็งแกร่งเราจะอยู่ด้วยกันอย่างอย่างยั่งยืนและสงบสุข :)

เป็นบทที่ขึ้นด้วย “เอวัมเม สุตัง” ซึ่งแปลว่า “ข้าพเจ้า (พระอานนท์เถระ) ได้ฟังมาแล้วอย่างนี้“

ผมเข้าใจว่าเป็นคำของ ”สาวก“ ที่ไม่ใช่พุทธวจนโดยตรง ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่

ใด ๆ คือ ด้วยระบบของการ “สวด” ที่เป็นการใช้เสียงที่มีจังหวะ มีไดนามิก และเรโซแนนซ์ที่เป็นความถี่เฉพาะ เมื่อได้ฟัง (ถึงแม้จะไม่รู้ความหมาย) ก็มีส่วนที่ทำให้สภาวะของจิตใจมีความสงบขึ้นครับ (ยังผลที่เอาแค่เรื่องของความสงบ)

ส่วนความประรำประราของเรื่องภพภูมิต่าง ๆ อาจจะต้องศึกษาลงลึงไปถึงพระไตรปิฎก ซึ่งต้องใช้เวลาที่เยอะมาก ๆ ด้วยจำนวนหน้าที่มีราว ๆ 1 หมื่นกว่าหน้า

ดังนั้นผมไม่อาจจะตอบได้ว่า พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องภพภูมิต่าง ๆ เอาไว้จริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่ถูกแต่งเติมขึ้นเพื่อขยายอิทธิพลของความเชื่อทางศาสนาให้มีความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมของท้องถิ่นครับ :)