วิถีชาว yield เขาอยากจะมีเงินเด้งเข้าบัญชีวินาทีละ $1 real time แบบ passive income อะครับ 555 โคตรฟิน
ลองนึกภาพว่าเราเปิดแอร์เอาไว้ในห้องที่ปิดมิดชิด ที่มีหน้าต่างใส ๆ ที่แดดกำลังสาดเข้ามาในห้อง แล้วในเวลานี้แอร์มันกำลังดับไม่ได้ทำความเย็นต่อ
มันมีพวกเราคนหนึ่งในห้องกำลังนั่งจุดเทียนไขอยู่ในห้อง แล้วคนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้น แล้วก็กำลังโทษคนที่จุดเทียนว่าเป็นต้นตอทำให้ห้องทั้งห้องมันร้อนขึ้นอะครับ 555
แล้วก็กำลังบอกว่าการเก็บภาษีคาร์บอนคนที่จุดเทียนไข จะช่วยลดสภาวะของอากาศในห้องที่กำลังร้อนขึ้นได้ ไม่ก็ช่วยให้อุณหภูมิมันคงที่ไม่ร้อนไปกว่านี้
จริง ๆ ห้องที่เพิ่งจะปิดแอร์ไป ถึงไม่มีเทียนไขที่ถูกจุดตั้งเอาไว้ หรือเอาคนออกไปจากห้อง ห้องมันก็ยังร้อนขึ้นอยู่ดี
ขำ ๆ นะครับ ผมค่อนข้างไบแอสกับเรื่อง ๆ นี้ :)
#Siamstr
เห็นด้วยครับ เงินที่มีคุณค่าในตัวสูงย่อมไหลไปสู่สินค้าและบริการที่ให้คุณค่าสูงทัดเทียมกัน มันมีแค่ยุคของเฟียตเท่านั้นแหละ ที่เงินจะไหลไปสู่สินค้าและบริการคุณภาพต่ำ ๆ
คำถามคือ ทำไมถึงอยากปกป้องสินค้าและบริการห่วย ๆ เอาไว้? ไม่ชอบกันเหรอที่จ่ายเงินเป็นบิตคอยน์แล้วได้สินค้าและบริการดี ๆ สมกับราคาที่จ่ายออกไป
GN krub, have a good dream :) 💜
ถ้าจะมีเวลา 1 นาทีให้โทรฯ กลับไปหาตัวผมเมื่อตอนที่มีอายุ 20 ปีได้ ผมจะบอกกับตัวเองว่า
“ขอบคุณนะ” :) ฟังดูดีใช่มั้ยละครับ ชีวิตผมไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรดีเด่กว่าตาสีตาสาหรอกครับ แต่ผมกล้าบอกได้เรื่องหนึ่ง ถ้าไม่มีตัวผมในอดีต ถ้าไม่มีการตัดสินใจที่ผิดพลาด ถ้าไม่ได้ทำตัวแย่ ๆ ถ้าไม่ได้เคยอกหัก ถ้าไม่ได้เคยเจ็บปวด ถ้าไม่ได้เคยพบกับประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ดีและร้าย มันก็จะไม่มีตัวผมในวันนี้เลย
เราต้องเผชิญกับ “การเลือก” บนการตัดสินใจที่ไม่มีความแน่นอนในตลอดการมีชีวิตของเราไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ มันเหมือนการเดิมพัน ถ้าเลือกอย่างหนึ่งเราก็จะต้องเสียอีกอย่างหนึ่งไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เราก็สามารถกลับมาทำในสิ่งที่ไม่ได้เลือกตั้งแต่แรกได้อีกครั้ง ราวกับว่าเราได้ย้อนกลับไปยังอดีตเพียงแต่มันมาอยู่บนเส้นทางของช่วงเวลาในปัจจุบัน
มีพี่คนหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่า “คุณอายุยังน้อย คุณยังล้มลงเพื่อที่จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกหลายครั้ง ในขณะที่ผมไม่เหลือเวลาให้ทำแบบนั้นได้อีกแล้ว” ในช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ “เวลา” เป็นต้นทุนที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือสำหรับคนที่อายุยังน้อย คุณเจ็บปวดได้หลายครั้งและนั่นจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะแข็งแกร่งขึ้น คุณยังผิดพลาดได้อีกหลายครั้งและความผิดพลาดจากการตัดสินใจ จากการกระทำก็จะทำให้คุณค้นพบวิธีการที่จะทำให้คุณทำในสิ่งที่ถูกและประสบผลสำเร็จ
เรียนรู้มันไปเถอะครับ สำหรับทุก ๆ เรื่องราวที่จะเข้ามาในชีวิต ผิดถูกให้ลองดูว่ามันเหมาะกับตัวเราเองหรือไม่ อย่ากลัวความผิดพลาดและอย่ากลัวเมื่อได้ตัดสินใจลงไปแล้ว เผชิญหน้าและยอมรับผลของมัน “มันดีกว่าการที่ไม่ได้ลองลงมือทำอะไรเลย”
ผมมีเพื่อนที่ “เลือก” ในการเข้าเรียนในมหาลัยฯ ในคณะที่เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ เลือกไปเรียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจริง ๆ แล้วชอบอะไร เพื่อนคนนี้ต้องดร็อปเรียนและลาออกไปในเวลาต่อมา เขาใช้เวลาในช่วงที่ดร็อปเรียนเพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเรียนแน่ ๆ ก่อนจะพบว่าคืออะไร เขาใช้เวลาใน 1 ปีนั้นตั้งใจอ่านหนังสือ นั่งเรียนด้วยตัวเองเพื่อเตรียมตัวเอง ก่อนที่จะกลับเข้ามาเรียนในคณะใหม่ที่เขาเป็นคน “เลือกเอง” ซึ่งในตอนนี้ชีวิตของเขา PoW ของเขาที่ขัดเกลามา มันทำให้เขาสามารถที่จะเลือกทำงานที่ไหนก็ได้ภายใต้ตลาดแรงงานนี้
บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรจนกระทั้งมันมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แต่บางคนก็โชคดีที่ได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปมากมายนัก แต่บางคนก็หามันไม่เจอ
ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์อย่างที่ตั้งใจจะถามไหม แต่ถ้าให้ผมแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับการเข้าเรียนต่อในมหาลัยฯ “ให้ระวังสังคมที่แวดล้อมให้ดี ๆ ” ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน รุ่นพี่ หรือครูอาจารย์ ให้ระวังให้มาก ๆ ระลึกถึงเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้ให้ดี ๆ ว่าคุณเลือกที่จะเข้าไปเรียนเพื่ออะไรตั้งแต่แรก
ถ้าเลือกที่จะไม่เรียนต่อ เราก็สามารถที่จะเอาเวลาที่มีไปศึกษาลองผิดลองถูกด้วยตัวเองได้ และอาจจะกลับมาเรียนใหม่อีกครั้งหลังจากได้เลือกแล้วว่าต้องการจะเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มองความรู้ให้กับตัวเราเอง ระหว่างนั้นอาจจะหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย ได้ทดลองทำงานจริง ๆ ในตลาดจริง ๆ ก่อนที่จะเลือกเรียนอะไรก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี
ยังไงก็ขอให้ค้นพบหนทางของตัวเองในเร็ววันนะครับ :)
## #Siamstr NEWS UPDATE กรอบบ่าย
## #TheFiatStandard แปลไทย
- วันนี้ สนพ. จัดเลย์เอาท์สำหรับให้พี่ยะไฟนอลพรูฟเสร็จแล้ว 50% คาดว่าเลยเอาท์ทั้งเล่มจะเสร็จสิ้นเดือนนี้ครับ
- ถ้าไม่มีไรผิดพลาดอาจจะได้อ่านกันก่อนฮาล์ฟวิง เย้
## #หนังสือพี่ชิต
- ผมเรียบเรียง 4 บทแรกเสร็จแล้วเรียบร้อย
- ตอนนี้ผมและ nostr:npub1m008pf6d9w3hrsqwrqmg3w5rp2zjnxzrl7a5entl4nyecwdn3avsrfeuf6 กำลังช่วยกันตัดแต่ง หั่นเจี๋ยน และขยับขยี้เนื้อหาส่วนที่เหลือให้ทั้งเล่มไม่หนาเกินไป ไม่บิตคอยน์หนักไปจนโนคอยเนอร์สมองหวาน โดยวางเป้าไว้ว่ามีสักไม่เกิน 15 บทน่าจะอ่านได้อิ่มพอดีคำ
- ความท้าทายคือพี่ชิตเองก็ไฟลุก เขียนโพสต์จ๊าบ ๆ ออกมารัว ๆ เลยเดือนนี้ ทำเอาผมต้อง revise บทแรกไปสี่รอบแล้ว 55555555
- ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เล่มนี้น่าจะออกทันงาน #BTC2024 ครับ
## #WhenMoneyDies เงินตาย แปลไทย
- ผมแปลไปแล้ว 3 บท พี่ตั้มเข้ามาช่วยพรูฟเบื้องต้นแล้ว แต่พับโครงการไปก่อน รอจบหนังสือพี่ชิตแล้วลุยกันทีเดียว
- เล่มนี้ผมเองอยากแปลให้เสร็จในปีนี้ ไม่แน่ใจจะไหวมั้ย เพราะนอกจากภาษาที่โบราณอ่านยากแล้วยังต้องค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาอ่านเพิ่มอีกเยอะมาก เพื่อให้แปลได้ถูกต้องแม่นยำที่สุด
- พี่ยะจะเข้ามาร่วมแปลและพรูฟต้นฉบับภาษาไทยด้วย
## #BrokenMoney เงินหัก แปลไทย
- น้องอิสรและเจ้าหลามเริ่มลุยกันไปพอประมาณแล้ว มีพี่ยะเข้ามาช่วยพรูฟและสอนกระบวนการทำงานที่เหมาะสมให้ น้อง ๆ จะได้เติบโตขึ้นเป็นกำลังหลักในแผนกงานแปลของทีมได้ในอนาคต
- เล่มนี้สมนึกรับหน้าที่ บ.ก. สมนึก อย่างเป็นทางการเต็มตัวหลังจากดูดวิชาไปจากผมเรียบร้อยแล้ว
- ลินและ สนพ. วางแผนอยากให้เล่มนี้ขายปี 2025
## #EconomicsInOneLesson เศรษฐศาสตร์คลาสเดียวจบ แปลไทย
- จารย์ขิงโซโล่แปลไปแล้ว น่าจะประมาณ 20-30% ของเล่ม
- คาดว่าจะปล่อยเล่มออกมาให้ทันปลายปีนี้ครับ
## มีเล่มอื่น ๆ อีกในมือ
- กำลังทยอยทำกันเต็มที่ไปเรื่อย ๆ ครับ อยากให้คนไทยมีหนังสือบิตคอยน์และเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนดี ๆ ไว้อ่านกันเยอะ ๆ
- ส่วนใครลุ้นให้ไรท์ชิฟต์แปล The Sovereign Individual ไปเรียนภาษาอังกฤษให้คล่องแล้วอ่านต้นฉบับเอง อาจจะไวกว่ารอนะครับ 😆
🫂
จริง ๆ สนใจเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ส่งผลกับสมองนะครับ (แบบว่าเคยได้ยินว่าอาหารที่เรากินมีผลกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์แต่ละชนิดในลำไส้ที่จะส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด เหมือนว่าลำไส้เราเป็นสมองที่ 2 ของร่างกายอะไรประมาณนี้)
จริง ๆ อยากรู้ไปถึงเรื่องของการตากแดด กับจุลินทรีย์ในลำไส้ด้วย เพราะเมื่อก่อนผมค่อนข้างเกลียดกลัวแสงแดด (ไม่ได้มาจากค่านิยมแต่มาจากการหมดตัวอยู่แต่ในห้องมืด) เวลาออกแดดจะรู้สึกเกลียดการโดนแดด แต่พอได้ลองหักดิบออกไปตากแดดบ่อย ๆ เลิกอยู่แต่ในห้องมืด ๆ ก็พบว่า อาการเกลียดกลัวแสงแดดมันหายไป เหมือนจุลินทรีย์บางประเภทที่สร้างสภาวะทางอารมณ์แบบนั้นมันถูกกดจำนวนลงด้วยจุลินทรีย์ประเภทที่ชื่นชอบแสงแดด อะไรประมาณนี่อะครับ
ฮ่า ๆ ๆ แต่ดูแล้วถ้าคุยเรื่องนี้น่าจะยาวเลย
ขอบคุณหมอเอกอีกครั้งนะครับ สำหรับวีดีโอเรื่อง all disease begin in the gut ที่ลงไว้ใน yt 💜
ไม่ได้เรียนมาเลยครับ ผมเป็นคนประเภทที่ถ้าส่งสัยอะไรจะไปหาข้อมูลเอา ฮ่า ๆ :)
แบบว่าอย่างในเรื่องนี้ เราเข้าใจในความเป็นพุทธว่าแก่นหลักคือการดับทุกข์เพื่อการพ้นทุกข์และเข้าสู่สภาวะของนิพพาน ที่จะไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีก
ดังนั้นผมจึงสงสัยในบทสวดบทนี้ที่มีการกล่าวถึงระดับขั้นของสวรรค์และพรหมโลก ซึ่งไม่ใช่จุดหมายสูงสุดของพุทธแน่ ๆ แต่ทำไมถึงมีการบันทึกเอาไว้ พอไปค้นหาความหมายคำแปลถึงได้รู้ว่าเป็นคำของสาวก
และได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมาอีกเรื่องนึงว่า จริง ๆ แล้วในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่ได้มีการ “สวด“ แบบที่เวลาเราไปวัดมักจะมีบทสวดต่าง ๆ ในพิธีกรรมทางศาสนาในปัจจุบัน ซึ่งในสมัยของพระพุทธเจ้า การ ”สวด“ จะเป็นระบบของการบันทึกคำสอนของศาสนาพระเวท (พราหมณ์) ด้วยการท่องคำสอนในภาษาสันสกฤตโบราณ เป็นความน่าทึ่งของการบันทึกคำสอนด้วยการใช้เสียง
(ในยุคสมัยที่ยังไม่มีการบันทึกทางตัวอักษร เขาจะใช้การท่องจำ ซึ่งบทสวดพระเวท ใช้ระบบการออกเสียง สำเนียง และวรรณยุกต์ ที่จะไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้ ซึ่งมันน่าทึงมาก ๆ )
ที่กล่าวว่าในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่มีการ “สวด” เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งในสมัยนั้นมีพระ 2 รูปมาร้องกล่าวกับพระพุทธเจ้าว่า มีสมณะเหล่าอื่นกำลังสั่งสอนบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า พระทั้ง 2 จึงต้องการให้พระพุทธเจ้าบันทึกคำสอนจากพุทธวจนให้อยู่ในภาษาสันสกฤตโบราณแบบเดียวกับที่พวกพราหมณ์ใช้กัน จะได้ไม่ถูกตีความและบิดเบือนไป
แต่พระองค์ก็ปฏิเสธไป เพราะว่าพระองค์ต้องการให้คำสอนของพระองค์สามารถที่จะเจ้าถึงและสามารถทำให้คนที่ได้ฟังได้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วยภาษาที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น เมื่ออยู่ในแคว้นมคธก็ทรงเทศสอนด้วยภาษามคธ เมื่อไปแคว้นอื่นก็ใช้ภาษาของแคว้นอื่น
ถ้าหากใช้ภาษาพระเวทที่ใช้กันเฉพาะนักบวชพราหมณ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้กันมาบันทึกคำสอน คำสอนของพระองค์จะไม่มีวันเข้าถึงชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่ได้เรียนพระเวทมาอย่างแน่นอน
ยาวเลย ถามนิดเดียวแต่ผมตอบซะยาวเลย หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ :)
สัมผัสได้ถึงพลังความตั้งใจดีเลยครับ ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลย
ชุมชนแข็งแกร่งเราจะอยู่ด้วยกันอย่างอย่างยั่งยืนและสงบสุข :)
เป็นบทที่ขึ้นด้วย “เอวัมเม สุตัง” ซึ่งแปลว่า “ข้าพเจ้า (พระอานนท์เถระ) ได้ฟังมาแล้วอย่างนี้“
ผมเข้าใจว่าเป็นคำของ ”สาวก“ ที่ไม่ใช่พุทธวจนโดยตรง ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่
ใด ๆ คือ ด้วยระบบของการ “สวด” ที่เป็นการใช้เสียงที่มีจังหวะ มีไดนามิก และเรโซแนนซ์ที่เป็นความถี่เฉพาะ เมื่อได้ฟัง (ถึงแม้จะไม่รู้ความหมาย) ก็มีส่วนที่ทำให้สภาวะของจิตใจมีความสงบขึ้นครับ (ยังผลที่เอาแค่เรื่องของความสงบ)
ส่วนความประรำประราของเรื่องภพภูมิต่าง ๆ อาจจะต้องศึกษาลงลึงไปถึงพระไตรปิฎก ซึ่งต้องใช้เวลาที่เยอะมาก ๆ ด้วยจำนวนหน้าที่มีราว ๆ 1 หมื่นกว่าหน้า
ดังนั้นผมไม่อาจจะตอบได้ว่า พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องภพภูมิต่าง ๆ เอาไว้จริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่ถูกแต่งเติมขึ้นเพื่อขยายอิทธิพลของความเชื่อทางศาสนาให้มีความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมของท้องถิ่นครับ :)

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x458&blurhash=Z25hY%7C_3D%254n9FWBRjWBIUIo%25MtRM%7BWVbHt7WBof4.RjxuxuxufkayWBt7-%3B9FM%7B-%3Bt7oLM%7Bxuj%5B&x=957ff785bab993925ecf878086c64f96d8193bf67cf5adaeb5041c29d692ae17

