Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

พระพุทธเจ้าเคยกล่าวกับเราไว้ว่า พวกเราทั้งหลายนั้นเคยหลังน้ำตากันมาแล้วมากมายพอ ๆ กับน้ำที่มีอยู่ในมหาสมุทร

มา.. ;)

น้ำในมหาสมุทรมีปริมาตรเฉลี่ย 1,365 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร หรือ 1.365 x 10^21 ลิตร (1,365 ล้านล้านล้านลิตร)

มนุษย์อย่างเรา ๆ หลังน้ำตากันครั้งละ 15 มิลลิลิตร หรือ 0.015 ลิตร

เมื่อนำมาหารกันจะเท่ากับว่าพวกเราแต่ละคนร้องไห้กันมาแล้ว 9.1 หมื่นล้านล้านล้านครั้ง เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยของอายุไขมนุษย์ปัจจุบันที่ 75 ปี หรือ 27,375 วัน และอนุมานว่าพวกเราร้องไห้กันในทุก ๆ วัน ก็จะเท่ากับว่าเราได้ตายเกิดกันมาแล้วประมาณ 3.3 ล้านล้านล้านครั้ง ต่อ คน (อาจจะมากกว่าในกรณีที่เราไม่ได้ร้องไห้ทุกวัน)

ซึ่งถ้าอิงจากคำพูดที่ว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยอยู่เสมอ และด้วยจำนวนครั้งของการตายเกิดที่มากมายเกินกว่าความยาวนานของประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติจะมีการบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้

จึงมีความเป็นไปได้ว่าพวกเราอาจจะเคยผ่านประสบการณ์ของการเกิดและได้อาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่ “เฟียต” กำลังครองโลกกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบการตายเกิดของเรากับการต้องหลังน้ำตาในปริมาณที่มากกว่าน้ำในมหาสมุทร และเป็นไปได้ที่หลาย ๆ ครั้งที่พวกเราจะต้องอาศัยอยู่อย่างทุกข์ทนในโลกของระบบเฟียต เคยมีสิ่งประดิษฐ์ที่คล้ายคลึงกันกับ “บิตคอยน์” เช่นเดียวกันกับที่เรามีมันในทุกวันนี้ เคยผ่านมือเราและเคยถูกพวกเราใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับระบบเฟียตกันมาแล้ว

มันจึงเป็นไปได้ว่า แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานจนพวกเราไม่หลงเหลือความทรงจำทางกายภาพอีกต่อไป แต่ผ่านจิตวิญญาณที่อาจจะหลงเหลือเศษเสี้ยวของประสบการณ์แบบนั้นอยู่ นั่นจึงทำให้พวกเรา มีความเข้ากันได้กับสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าบิตคอยน์ได้อย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่ใครหลาย ๆ คนยังคงไม่เขาใจถึงมัน และยังคงเชื่อมั่นว่าระบบเฟียตยังคงเป็นสิ่งที่ดี

อ่าห์... กาวโคตร... ขออภัยคนที่หลงเข้ามาอ่านด้วยครับ, ทำงานเครียด ๆ เลยลองหาอะไรคำนวณเล่นดูหลังเลิกงาน ไม่คิดว่าจะเตลิดมาไกลขนาดนี้ 555 ฟุ้งโคตร ๆ

http://www.anakame.com/page/1_Sutas/300/345_Sutas.htm

#Siamstr

บิตคอยน์กำลังไล่เช็คบิลเฟียตโลคอลของแต่ละประเทศที่ถูกตรึงมูลค่าด้วยดอลลาร์ ราคาของบิตคอยน์ที่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮในหน่วยของสกุลเงินเฟียตโลคอลในแต่ละประเทศกำลังสะทอนความเสื่อมค่าของเงินที่ถูกผลิตจนมีหน่วยวัดมูลค่าที่บิดเบี้ยว เมื่อต้องถูกนำเอามาเทียบกับหน่วยวัดที่มีความเสถียรและเที่ยงตรงอย่างบิตคอยน์

มีหลาย ๆ คนที่ยังคงมองไปที่คู่เทียบอย่างดอลลาร์ที่บิตคอยน์ยังคงมีมูลค่าที่อยู่ต่ำกว่าระดับของออลไทม์ไฮของรอบก่อน โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับคู่เทียบในหน่วยอื่น ๆ ยังคงมั่นใจว่าตราบใดที่บิตคอยน์ยังไม่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮในหน่วยของดอลลาร์ มันยังคงไม่มีอะไรที่น่าจะต้องเป็นห่วง นั่นน่าจะต้องมีอะไรที่กำลังผิดพลาดถ้าหากว่ากำลังคิดแบบนั้น

ในเมื่อดอลลาร์เป็นศูนย์กลางของระบบการเงิน การเพิ่มปริมาณหน่วยของดอลลาร์ในแต่ละครั้งจะส่งผลให้เฟียตโลคอลจะต้องเพิ่มปริมาณของเงินตามการขยับของดอลลาร์เพื่อเสถียรภาพในการนำเข้าส่งออกสินค้า ไม่ให้มีความแตกต่างของระดับค่าเงินจากกันมากเกินไป

ดังนั้นโลกที่เงินกำลังถูกตรึงเอาไว้ในที่ ๆ เดียวกันกับดอลลาร์แบบในเวลานี้ สกุลเงินเฟียตโลคอลกำลังแสดงอาการของโรคให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนขึ้น ยาที่ถูกพาณิชย์ป้อนให้กับตลาดมาตลอดด้วยการหลบซ่อนมูลค่าของเงินที่เป็นจริงเอาไว้ในดัชนีราคาผู้บริโภค ที่มีการโยกย้ายตัวเลขของราคาสินค้าต่าง ๆ มาแสดงโชว์อย่างหลอกตามานานแสนนานให้ประชากรได้เห็น ตอนนี้มันกำลังถูกเปิดโปงด้วยเงินตราที่แท้จริงที่หน่วยวัดมูลค่าของมันมีความเที่ยงตรงมากที่สุดเท่าที่มนุษย์จะเคยมีมา สะท้อนมันออกมาในภาพของราคาบิตคอยน์ที่กำลังไล่ทำออลไทม์ไฮในแต่ละสกุลเฟียตโลคอล หรือถ้ามองในมุมที่กลับกันก็คือในหน่วยของเฟียตโลคอลกำลังมีการเสื่อมค่าลงอย่างรุนแรงเมื่อต้องมาเจอกับสิ่งที่มีปริมาณที่ถูกจำกัดที่มนุษย์ทุก ๆ คนสามารถที่จะมองเห็นอยู่ตลอดเวลา

พวกเขาอาจจะหลบซ่อนมูลค่าแท้จริงของเงินเสื่อมค่าไปจากสินค้าที่มีปริมาณการผลิตอย่างจำกัด เช่น เนื้อวัว ที่พวกเราไม่รับรู้ว่าจำนวนของวัวที่จะนำมาผลิตเป็นเนื้อวัวนั้นมีอยู่จริง ๆ เท่าไหร่ แต่ไม่ใช่สำหรับบิตคอยน์

และการที่ในหน่วยของดอลลาร์ที่บิตคอยน์ยังคงไม่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดอลลาร์กำลังกระเสือกกระสนในการที่จะนำเอาดอลลาร์เขามาในยูนิตของบิตคอยน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะไม่ทำให้บิตคอยน์นั้นสะทอนความเสื่อมค่าของดอลลาร์อย่างรวดเร็วจนเกินไปนัก ผ่านกองทุนต่าง ๆ ที่เพิ่งจะมีการอนุมัติและมีการถือครองบิตคอยน์จริง ๆ อยู่กับพวกเขา

นั้นอาจจะหมายถึงการที่พวกเขามีกองทุนอย่างบิตคอยน์อีทีเอฟ จึงเป็นการนำเอาดอลลาร์ที่เสื่อมค่า กระจายเอาไปฝากไว้ในมือของผู้ที่เป็นคนขายบิตคอยน์ให้กับพวกเขา ซึ่งจะเป็นการทำให้ดอลลาร์สามารถเข้าไปสร้างสภาพคล่องภายในตลาด และพวกเขาก็ยังได้ครอบครองสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัดอย่างบิตคอยน์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (ต่างจากพิมพ์เงินซื้อบิตคอยน์ตรงไหน?) และยิ่งพวกเขาเข้าซื้อบิตคอยน์ด้วยดอลลาร์มาขึ้นเท่าไหร่ นั่นจึงสร้างผลกระทบต่อเงินเฟียตโลคอลสกุลอื่น ๆ ที่ยังไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องอะไรกับบิตคอยน์มากนัก สะทอนมันออกมาในรูปของราคาที่บิตคอยน์กำลังไล่เช็คบิลทำออลไทม์ไฮในทุก ๆ สกุลของเงินเฟียตโลคอล

ผู้ที่ต้องการจะรอดในเกม ๆ นี้อาจจะต้องมีการอนุมัติกองทุนบิตคอยน์อีทีเอฟที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศและกองทุนของผู้เล่นรายใหญ่ สามารถนำเอาเฟียตโลคอลของตัวเองนำเอาเข้าไปใส่ไว้ในยูนิตของบิตคอยน์แบบเดียวกันกับที่ดอลลาร์กำลังทำ

มันนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ถ้าหากว่าบิตคอยน์อีทีเอฟจะค่อย ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทีละประเทศ ๆ ที่จะทำให้ค่าเงินของเฟียตโลคอลของประเทศที่ไม่ยอมเอาตัวเองเข้ามาในอยู่ในยูนิตของบิตคอยน์ ราคาของบิตคอยน์จะสูงขึ้นทะลุฟ้าไปอีกมากมายแค่ไหนในวันที่กองทุนของแต่ละประเทศต่างแย่งกันเขามาซื้อมันเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งสมดุลอำนาจของเงินเฟียต

ประตูของการใช้เงินเฟียตโลคอลในการเก็บบิตคอยน์อาจจะค่อย ๆ กำลังปิดลงในเร็ว ๆ นี้ เมื่อสุดท้ายจะเหลือเงินเฟียตโลคอลเพียงแค่ไม่กี่สกุลเงินที่พอจะเหลือมูลค่ามากพอให้สามารถใช้มันเพื่อครอบครองบิตคอยน์ได้ในหน่วยย่อยเพียงจำนวนเล็ก ๆ เท่านั้นได้

ในวันที่ทุก ๆ คน ในทุก ๆ ที่ ทุก ๆ ประเทศ ต่างหนี้ตายจากสกุลเงินโลคอลที่พวกเขาเคยมี ในวันที่มันไม่เหลือค่าให้สามารถใช้ในการซื้อขายอะไรได้อีกต่อไป ดอลลาร์อาจจะเป็นสกุลเงินเฟียตสกุลสุดท้ายที่ยืนอยู่ บ้านหลังที่อัปลักษณ์น้อยที่สุดในสลัม

ปล. เป็นเพียงการคาดเดา

ปล. พิมพ์เงินซื้อบิตคอยน์มันทำกันแบบนี้นี่เอง

#Siamstr

เป็นไปได้มั้ยครับว่าประเทศที่ถือทุนสำรองเป็นดอลลาร์น้อยกว่าประเทศอื่น มีแนวโน้มที่บิตคอยน์จะทำ ATH ช้ากว่าประเทศที่มีทุนสำรองเป็นดอลลาร์มากกว่า

มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอะครับ 555 จะรับบิตคอยน์หรือไม่รับ จะไปทางไหนสุดท้ายแล้วก็ลงเหวกันหมด

บิตคอยน์กำลังไล่เช็คบิลเฟียตโลคอลของแต่ละประเทศที่ถูกตรึงมูลค่าด้วยดอลลาร์ ราคาของบิตคอยน์ที่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮในหน่วยของสกุลเงินเฟียตโลคอลในแต่ละประเทศกำลังสะทอนความเสื่อมค่าของเงินที่ถูกผลิตจนมีหน่วยวัดมูลค่าที่บิดเบี้ยว เมื่อต้องถูกนำเอามาเทียบกับหน่วยวัดที่มีความเสถียรและเที่ยงตรงอย่างบิตคอยน์

มีหลาย ๆ คนที่ยังคงมองไปที่คู่เทียบอย่างดอลลาร์ที่บิตคอยน์ยังคงมีมูลค่าที่อยู่ต่ำกว่าระดับของออลไทม์ไฮของรอบก่อน โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับคู่เทียบในหน่วยอื่น ๆ ยังคงมั่นใจว่าตราบใดที่บิตคอยน์ยังไม่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮในหน่วยของดอลลาร์ มันยังคงไม่มีอะไรที่น่าจะต้องเป็นห่วง นั่นน่าจะต้องมีอะไรที่กำลังผิดพลาดถ้าหากว่ากำลังคิดแบบนั้น

ในเมื่อดอลลาร์เป็นศูนย์กลางของระบบการเงิน การเพิ่มปริมาณหน่วยของดอลลาร์ในแต่ละครั้งจะส่งผลให้เฟียตโลคอลจะต้องเพิ่มปริมาณของเงินตามการขยับของดอลลาร์เพื่อเสถียรภาพในการนำเข้าส่งออกสินค้า ไม่ให้มีความแตกต่างของระดับค่าเงินจากกันมากเกินไป

ดังนั้นโลกที่เงินกำลังถูกตรึงเอาไว้ในที่ ๆ เดียวกันกับดอลลาร์แบบในเวลานี้ สกุลเงินเฟียตโลคอลกำลังแสดงอาการของโรคให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนขึ้น ยาที่ถูกพาณิชย์ป้อนให้กับตลาดมาตลอดด้วยการหลบซ่อนมูลค่าของเงินที่เป็นจริงเอาไว้ในดัชนีราคาผู้บริโภค ที่มีการโยกย้ายตัวเลขของราคาสินค้าต่าง ๆ มาแสดงโชว์อย่างหลอกตามานานแสนนานให้ประชากรได้เห็น ตอนนี้มันกำลังถูกเปิดโปงด้วยเงินตราที่แท้จริงที่หน่วยวัดมูลค่าของมันมีความเที่ยงตรงมากที่สุดเท่าที่มนุษย์จะเคยมีมา สะท้อนมันออกมาในภาพของราคาบิตคอยน์ที่กำลังไล่ทำออลไทม์ไฮในแต่ละสกุลเฟียตโลคอล หรือถ้ามองในมุมที่กลับกันก็คือในหน่วยของเฟียตโลคอลกำลังมีการเสื่อมค่าลงอย่างรุนแรงเมื่อต้องมาเจอกับสิ่งที่มีปริมาณที่ถูกจำกัดที่มนุษย์ทุก ๆ คนสามารถที่จะมองเห็นอยู่ตลอดเวลา

พวกเขาอาจจะหลบซ่อนมูลค่าแท้จริงของเงินเสื่อมค่าไปจากสินค้าที่มีปริมาณการผลิตอย่างจำกัด เช่น เนื้อวัว ที่พวกเราไม่รับรู้ว่าจำนวนของวัวที่จะนำมาผลิตเป็นเนื้อวัวนั้นมีอยู่จริง ๆ เท่าไหร่ แต่ไม่ใช่สำหรับบิตคอยน์

และการที่ในหน่วยของดอลลาร์ที่บิตคอยน์ยังคงไม่ทะลุระดับของออลไทม์ไฮนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดอลลาร์กำลังกระเสือกกระสนในการที่จะนำเอาดอลลาร์เขามาในยูนิตของบิตคอยน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะไม่ทำให้บิตคอยน์นั้นสะทอนความเสื่อมค่าของดอลลาร์อย่างรวดเร็วจนเกินไปนัก ผ่านกองทุนต่าง ๆ ที่เพิ่งจะมีการอนุมัติและมีการถือครองบิตคอยน์จริง ๆ อยู่กับพวกเขา

นั้นอาจจะหมายถึงการที่พวกเขามีกองทุนอย่างบิตคอยน์อีทีเอฟ จึงเป็นการนำเอาดอลลาร์ที่เสื่อมค่า กระจายเอาไปฝากไว้ในมือของผู้ที่เป็นคนขายบิตคอยน์ให้กับพวกเขา ซึ่งจะเป็นการทำให้ดอลลาร์สามารถเข้าไปสร้างสภาพคล่องภายในตลาด และพวกเขาก็ยังได้ครอบครองสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัดอย่างบิตคอยน์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (ต่างจากพิมพ์เงินซื้อบิตคอยน์ตรงไหน?) และยิ่งพวกเขาเข้าซื้อบิตคอยน์ด้วยดอลลาร์มาขึ้นเท่าไหร่ นั่นจึงสร้างผลกระทบต่อเงินเฟียตโลคอลสกุลอื่น ๆ ที่ยังไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องอะไรกับบิตคอยน์มากนัก สะทอนมันออกมาในรูปของราคาที่บิตคอยน์กำลังไล่เช็คบิลทำออลไทม์ไฮในทุก ๆ สกุลของเงินเฟียตโลคอล

ผู้ที่ต้องการจะรอดในเกม ๆ นี้อาจจะต้องมีการอนุมัติกองทุนบิตคอยน์อีทีเอฟที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศและกองทุนของผู้เล่นรายใหญ่ สามารถนำเอาเฟียตโลคอลของตัวเองนำเอาเข้าไปใส่ไว้ในยูนิตของบิตคอยน์แบบเดียวกันกับที่ดอลลาร์กำลังทำ

มันนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ถ้าหากว่าบิตคอยน์อีทีเอฟจะค่อย ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทีละประเทศ ๆ ที่จะทำให้ค่าเงินของเฟียตโลคอลของประเทศที่ไม่ยอมเอาตัวเองเข้ามาในอยู่ในยูนิตของบิตคอยน์ ราคาของบิตคอยน์จะสูงขึ้นทะลุฟ้าไปอีกมากมายแค่ไหนในวันที่กองทุนของแต่ละประเทศต่างแย่งกันเขามาซื้อมันเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งสมดุลอำนาจของเงินเฟียต

ประตูของการใช้เงินเฟียตโลคอลในการเก็บบิตคอยน์อาจจะค่อย ๆ กำลังปิดลงในเร็ว ๆ นี้ เมื่อสุดท้ายจะเหลือเงินเฟียตโลคอลเพียงแค่ไม่กี่สกุลเงินที่พอจะเหลือมูลค่ามากพอให้สามารถใช้มันเพื่อครอบครองบิตคอยน์ได้ในหน่วยย่อยเพียงจำนวนเล็ก ๆ เท่านั้นได้

ในวันที่ทุก ๆ คน ในทุก ๆ ที่ ทุก ๆ ประเทศ ต่างหนี้ตายจากสกุลเงินโลคอลที่พวกเขาเคยมี ในวันที่มันไม่เหลือค่าให้สามารถใช้ในการซื้อขายอะไรได้อีกต่อไป ดอลลาร์อาจจะเป็นสกุลเงินเฟียตสกุลสุดท้ายที่ยืนอยู่ บ้านหลังที่อัปลักษณ์น้อยที่สุดในสลัม

ปล. เป็นเพียงการคาดเดา

ปล. พิมพ์เงินซื้อบิตคอยน์มันทำกันแบบนี้นี่เอง

#Siamstr

ครับพี่พฤษ (ถ้าเขียนชื่อพี่ผิดผมขอโทษด้วยนะครับ) :)

เป็นชนชาติที่มีประวัติศาสตร์ และการบันทึกที่สืบย้อนไปได้ไกลมาก ๆ เลยครับ โดยเฉพาะในเรื่องทางศาสนาอย่างยูดาห์หรือศาสนาอับราฮัม

แล้วมันก็เป็นไปได้ในการที่จะมียิวที่มีส่วนร่วมในองค์กรลับ ๆ อย่างอิลูมินาติ พวกฟรีเมสัน หรือกลุ่มอื่น ๆ แต่นั้นก็ไม่ได้แปลว่าชาวยิวคนอื่น ๆ คิดจะครองโลกแบบที่ในหนังสือ The Protocol เขียนให้คนรู้สึกเกลียดชังชาวยิว

งุ้ย... กดตั๋วดินเนอร์ใส่ตะกร้าก่อนกดตั๋วงานอีก 😄เจอกันครับ

เมื่อความกลัวและความเกลียดชังเป็นสิ่งที่ถูกนำมาผสมเขารวมกัน ความมืดบอดบดบังจึงบังเกิดขึ้นอย่างสิ้นซึ่งการสงสัย

ยังไม่ต้องไถ่ถามหาความจริงเลยว่าใครถูกใครหลอก หรือว่าใครหลอกใคร แค่เริ่มก็ถูกเคมีในสมองของตัวเราเองหลอกให้เชื่อเข้าให้แล้ว

499 comment กว่า 90% เป็นเอกฉันท์

https://www.youtube.com/live/wufAYdYTSTU?si=iJsDbvHN1ExVq5nK

อ. บอกว่าตะไบคม ๆ กินเนื้องานเยอะ เดี๋ยวตะไบเกินให้นศ.หัดใช้ตะไบทื้อ ๆ แต่จริง ๆ ผมว่า อ.แกล้งแหละครับพี่โคตรเหนื่อย 🤣

สมมติว่าพวกเรากำลังอยู่ในช็อปเครื่องกลแห่งหนึ่ง วันนี้เป็นวันที่เราจะต้องตะไบหัวค้อนตีกิ๊บเพื่อที่จะทำค้อนสำหรับเอาไปใช้ในงานเดินสายไฟ โดยกำหนดให้ทุกคนใช้เวลาในช็อปได้ 8 ชม.

คนแรก ใช้เวลาในช็อปเครื่องกล 8 ชม. หมดไปกับการนั่งกดมือถือไถ่โซเชียลมีเดีย

คนที่สอง ใช้เวลาในช็อปเครื่องกล 8 ชม. ไปกับการตะไบงานหัวค้อนตีกิ๊บ เสร็จไป 2 ใน 4 ทำ ๆ หยุด ๆ เพราะว่าไม่ค่อยออกกำลังกายเลยไม่มีแรงในการตะไบชิ้นงาน

คนที่สาม ใช้เวลาในช็อปเครื่องกล 4 ชม. ในการตะไบเสร็จไปทั้ง 4 ด้าน และใช้เวลาตะไบส่วนตีกิ๊บและลบมุมหัวค้อนอีก 4 ชม.

คนที่สี่ ใช้เวลาในช็อปเครื่องกล 2 ชม. แรก ในการใช้เครื่องกลึงตัดแต่งก้อนเหล็กจนได้ขนาดที่ใกล้เคียงกับแบบที่ออกแบบไว้ และใช้เวลาอีก 2 ชม. ในการตะไบเก็บงานหัวค้อนจนเสร็จ และ เริ่มใช่สว่านเรเดียนเจาะเพื่อทำรูใส่ด้ามค้อนใน ชม. ที่ 6 และใน ชม. ที่ 8 เขาได้ค้อนตีกิ๊บสำหรับเอาไปทำงานเดินสายไฟ

เราจะเห็นได้ว่าใน 8 ชม. เท่า ๆ กัน แต่ให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

คนแรกที่ไม่ได้เอาพลังงานที่เขามี ใส่ลงไปในก้อนเหล็กที่ถูกเตรียมเอาไว้ มันจึงกลายเป็นเพียงก้อนเหล็กที่ไร้ประโยชน์และเอาไปใช้ทำอะไรไม่ได้

คนที่สองเอาพลังงานจากร่างกายที่มีอย่างจำกัด ใส่ลงไปในก้อนเหล็กได้ในปริมาณหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงพอให้ก้อนเหล็กนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ เขาคนนี้ต้องใช้เวลาในการกลับมาที่ช็อปแห่งนี่อีกหลายวันจนกว่าชิ้นงานนี้จะเสร็จ

คนที่สามเอาพลังงานจากร่างกายที่มีอย่างจำกัดเช่นกัน แต่เพราะว่าแข็งแรงกว่าเขาอาจจะต้องกลับมาที่ช็อปนี้อีกหนึ่งหรือสองวันชิ้นงาน ๆ นี้ก็จะเสร็จเป็นรูปร่าง

คนที่สี่ใช้ “พลังงานคุณภาพสูง” จากเครื่องจักรในการลดระยะเวลาในการทำงานชิ้นงานนี้ เขาใช้เวลา 8 ชม. ในการสร้างค้อนตีกิ๊บ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาใช้เวลาที่เขามีไปกับการเรียนการใช้เครื่องจักรกล

และถ้าหากเขาใช้เวลา (low time preference) ไปกับศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่อง cnc และโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบชิ้นงานในคอมพิวเตอร์ เขาคนนี้อาจจะใช้เวลาในการสร้างค้อนตีกิ๊บที่น้อยกว่า 8 ชม. และเขาก็สามารถผลิตค้อนตีกิ๊บจำนวนมาก เพื่อนำมาขายให้กับ คนที่แรก คนที่สอง คนที่สาม

GM ครับ :)

#Siamstr

วิชาบังคับของ นศ.ปวช/ปวส/วิศวะ ครับ แถมตะไบในช็อปมักจะไม่คมด้วย 🤣