Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

ถ้างั้น เตรียมเสื้อไปด้วยดีกว่าครับ 😊

If you can meet me in another life and We can burn into the velvet sky.

โอเคครับ 🥹ตอนแรกคิดว่าจะต้องหาเสื้อคลุมไปไว้ใส่มั้ยนะ

วันงานแอร์จะหนาวมั้ยอะ? #Siamstr

เผื่อใครหาตั๋วเข้างานไม่เจอ #Siamstr

ตั๋วจะอยู่ใน Eventpop นะครับ, ซึ่งถ้ายังไม่เคยใช้งานให้สมัคร/ล็อกอิน ด้วย "อีเมลเดียวกันกับตอนที่กดซื้อตั๋วจากทาง Right Shift" นะครับ

โหลดเป็น application มาติดเครื่องไว้เลยก็ได้ครับ, วันงานจะได้เปิดแอพฯ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจาก QR Code ของตั๋วที่กดซื้อมาได้เลย

ปล. ของผมกดซื้อผ่าน LN เหมือนกัน ในอีเมลจะมีมาแค่ Invoice ที่ส่งมาให้ครับ ไม่มีหน้าตั๋ว และไม่เคยสมัคร Eventpop มาก่อน แต่สามารถใช้อีเมลเดียวกันกับที่กดซื้อตั๋วไปสมัครใช้งาน Eventpop ก็จะเห็นรายการ Ticket ใน Account ของ Eventpop (ตามรูป)

หากไม่เจอคงต้องติดต่อทาง Right Shift โดยตรงครับ

nostr:nevent1qqsyeqjzee7ryggmcr0sjc268ucn804khv60aj78jetyzzq5lk86hsszyq9tqhx8q50cj8zf6aj4x4r2zn65dg6ejdsw6ux8az9n35m78v8n2ta7l3a

Nostrudel.ninja เปลี่ยนหน้าตา UI ใหม่นิดหน่อย, เพิ่มรายละเอียดของการ zap (เท่าไหร่? ใคร?)ใต้โน้ตนั้น ๆ โดยที่ไม่ต้องกด about เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องเข้าไปเช็คเอง, กรอบรูปโปรไฟล์สี (อันนี้ไม่รู้ว่าเพิ่มมาทำไม?) แต่ใด ๆ คือรู้สึกได้ถึงความช้าลงของการตอบสนองในการโหลดหน้าฟีดแห๊ะ

ปล. Safari (บนมือถือ) / ยังไม่ได้ลองจาก PC

บอกตัวเองว่าอย่ารีบร้อนเกินไป ไม่งั้นอาจจะได้ทิ้งเงินไปฟรี ๆ เลยครับ 😭

ไม่ไหวเลยพี่ อย่างแสบคอเลย, นึกถึงคนที่สั่งเพิ่มหวานแล้วกินเหมือนเป็นเรื่องปกติได้นี่โคตรโหด

ทำไมเราถึงนิยมกินกาแฟใส่น้ำตาลกันนะ, พองดมันมานาน กลับมากิน (เพราะพลาด) วันนี้ยังคิดเลยว่า เมื่อก่อนกินไปได้ยังไงนะ

จะมีในสักวันหนึ่งมั้ยนะ ที่การสั่งกาแฟจะเบสออนการไม่ใส่น้ำตาลหรือไซรัปมาให้โดยที่ไม่ต้องคอยบอกไม่ใส่, เป็น default ที่ทุกร้านจะไม่เติมความหวานมาในกาแฟจนมันเป็นเรื่องปกติ

ชห. วันนี้รีบจัด ลืมบอกไม่ใส่น้ำตาล, หวานตาลอยเลยหอกโยก

https://video.nostr.build/012a37e23464c10628135354fd67e38f3c5fcaf48f98eff0d9cf48c9a1e1bdb9.mp4

“เมื่อเวลาเย็นนกพิราบก็กลับมาหาโนอาห์ และคาบใบมะกอกเขียวสดมาด้วย โนอาห์จึงรู้ว่าน้ำลดจากแผ่นดินแล้ว”

‭‭ปฐมกาล‬ ‭8‬:‭11‬ ‭THSV11

ก่อนที่น้ำจะท่วมโลก มนุษย์ใช้ชีวิต กินดื่มและให้เป็นสามีภรรยากัน ทุก ๆ อย่างดูปกติจนกระทั้งฝนจากฟ้าที่ถล่มลงมา น้ำพุผุดขึ้นจากแผ่นดิน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีใครสังเกตได้ทันที่จะตั้งตัวเตรียมพร้อมก่อนภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้น ทุก ๆ คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั้งความหายนะได้มาเยือน และเปลี่ยนให้ทุก ๆ สิ่งกลายเป็นความโศกเศร้า

ถ้าหากเรื่องของโนอาห์จะเป็นเพียงแค่นิทาน นิทานเรื่องนี่ก็สอนให้เราใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท หัดสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา ใช้ชีวิตด้วยการมีสติอยู่กับตัว ไม่ปล่อยใจเลื่อนลอยไปตามสิ่งที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์ด้วยการตอบสนองโดยไม่ผ่านการคิดไตร่ตรอง เรื่องของนกอีกาและนกพิราบ เป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้บอกกับเราว่าโนอาห์เป็นคนแบบไหน หากเรากำลังอยู่ในสถานะการณ์เดียวกันกับโนอาห์ เราจะรอคอยอยู่ในเรืออย่างไร้จุดหมายถึงวันที่น้ำจะแห้งลง หรือเราจะมองหาสัญญาณจากความช่างสังเกตโดยใช้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ถึงแม้ว่าโนอาห์จะวางใจในพระเจ้าตั้งแต่การเตือนถึงเหตุการณ์ที่น้ำจะท่วมโลกว่าจะเกิดขึ้นจริง เชื่อพระเจ้าว่าพิมพ์เขียวที่พระเจ้าเป็นผู้มอบให้สำหรับการใช้สร้างเรือจะเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริง แต่ถึงแม้ว่าเขาจะวางใจในพระเจ้า ตัวเขาเองก็ไม่ได้ละทิ้งการกระทำและการตัดสินใจที่เป็นของตัวเขาเองไป นกที่ถูกปล่อยไปไม่ได้เป็นไปเพราะว่าเขาไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะทำให้น้ำจะลดลง แต่เพื่อให้รู้ว่าถึงเวลา (เวลาที่เหมาะสม) ที่น้ำจะลดลงไปหรือยัง เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกจากเรือ

ความทุกข์ยากลำบากในชีวิตที่เราทุกคนต้องเผชิญก็เช่นกัน เราเป็นผู้ที่รอคอยและภาวนาให้ความทุกข์นั้นผ่านผ้นไป หรือเราจะลงมือทำบางอย่างเพื่อให้มันจบลงโดยเร็ว หรืออย่างน้อยทำเพื่อให้เห็นถึงสัญญาณ ทางออก หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เราพบว่ายังคงมีความหวังว่าเวลาที่เหมาะสมจะมาถึง การสิ้นสุดลงของสิ่งที่เรากำลังเผชิญกับมันเพื่อที่เราจะเริ่มต้นใหม่

ปล. ชื่อของ Noah มีความหมายว่า Rest หรือ พักสงบ, ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ที่หลังจากน้ำท่วมโลก (โลกถูก reset) เขาได้เริ่มตั้งถิ่นฐานใหม่บนโลกใหม่หลังการชำระล้าง ได้พักสงบจากความอธรรมและผืนแผ่นดินที่เคยถูกแช่งสาป คนแต่งเรื่องนี้แม่งไม่ธรรมดาจริง ๆ อ่อ.. ปฐมกาล โมเสสเขียนนี่เนอะ

ถ่ายคลิปนกพิราบไว้วันนั้นที่แดดออกดี ๆ วันนี้ฝนตกและแลดูแล้วน่าจะตกทั้งอาทิตย์ยาวยันพุธหน้าหากดูจาก weather แต่สัญญาณที่แม่นกว่าการดูพยากรณ์อากาศก็คือการที่เราเอารองเท้าไปซักนี่แหละ แล้วฝนก็ตก อันนี้ขำ ๆ นะ #Siamstr

ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง เช้า ๆ หน้าเสาธง

เพื่อน : เห้ยเพื่อน กูลอกการบ้านหน่อย

ผม : เอาดิ.. ว่าแต่ทำไมไม่ทำมาล่ะ?

เพื่อน : ช่วงนี้ติวสอบพิเศษกับครูคณิตศาสตร์ทุกเย็น เลยไม่มีเวลาจะทำการบ้าน

ผม : มีเรียนพิเศษช่วง 5 โมงเย็นของโรงเรียน ยังจะไปเรียนพิเศษต่อที่บ้านครูอีกหรอ?

เพื่อน : ก็.. ครูเขามีติวแนวข้อสอบให้อ่ะ

(รร.นั้นจะแบ่งครูที่สอนห้องเรียน 1-5 กับ 6-8 เป็นครูสองคนซึ่งแต่ละคนจะแบ่งกันคิดข้อสอบสำหรับวิชานั้นให้กับทุกห้อง (ร่วมถึงห้องที่เขาไม่ได้สอน) ผมมารู้ในตอนนี้ที่เพื่อนมันบอก ว่ามันจะมีพวกครูที่รับสอนพิเศษช่วงเย็นที่บ้าน จะเอาแนวข้อสอบที่ตัวเอง "จะออก" เอามาเป็นแบบฝึกสำหรับเด็กที่เสียเงินไปเรียนพิเศษด้วย)

ผม : งั้นขอดูแนวข้อสอบที่ไปเรียนพิเศษมาหน่อยดิ (แหย่มันเล่น)

เพื่อน : เรื่องอะไรจะให้ว่ะ? อยากได้ไม่ไปเสียเงินเรียนเอาเองอ่ะ

ผม : ... (ว้าว)

บางครั้ง เราจะได้รู้ความจริงว่า คำว่า "เพื่อน" ไม่ใช่สิ่งพิเศษอะไรไปกว่าการแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้มันเพื่อบอกกับผู้อื่น ถึงสถานะความสัมพันธ์เพื่อใช้ในการบรรลุซึ่งผลลัพธ์ ส่วนคนที่เรานำพวงมาลัย หรือทำพานไปกราบไหว้ก็ไม่ใช่ว่าทุก ๆ คนควรจะได้รับการปฏิบัติด้วยแบบนั้น พวกเขาก็แค่รับเงินจากธุรกิจของเจ้าของโรงเรียนผ่านเงินของพ่อและแม่ที่จ่ายเป็นค่าเทอม และจากสิ่งที่สอนไม่หมดภายในเวลาเรียน พวกเขานำมันไปคิดเงินเพิ่มจากพ่อแม่ที่ต้องการอยากให้ลูก ๆ ได้คะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่งของห้องเรียน เพื่อที่จะได้ประกาศบอกกับเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน ญาตพี่น้องว่าลูกของเขาเป็นเด็กเรียนดี เด็กเก่ง เด็กขยัน

"คำว่าที่หนึ่ง" เป็นการตลาดของธุรกิจโรงเรียนที่จะให้พ่อแม่แข่งกันลงเงินอัดฉีดเพื่อให้ลูก ๆ ของพวกเขาได้มาซึ่งการเป็นที่หนึ่ง ที่สุดท้ายแล้วทุกอย่างจะไปจบที่กระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งภายในนั้นระบุถึงค่าทางสถิติที่ถูกวัดผลจากผู้ที่ก็รับเงินมาจากพ่อและแม่ของเด็กเอง กระดาษที่เป็นใบเบิกทางสำหรับการเข้าเรียนต่อในระดับชั้นการศึกษาที่สูงยิ่งขึ้น และต้องใช้เงินอัดฉีดมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้รับกระดาษอีกหนึ่งใบสำหรับใช้เป็นใบเบิกทางเพื่อการเข้าทำงานในที่ ๆ ดี ที่สุดท้ายพวกเขาจะต้องเผชิญกับการประเมินทางสถิติซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่างจากตอนที่พวกเขาอยู่ในโรงเรียน เพื่อให้พวกเขาก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี แต่มันจะไม่มีวันเพียงพอกับอัตราเงินเฟ้อที่ทำให้เงินเดือนของพวกเขาไม่ต่างจากเศษเงินทอน ซึ่งในเวลาหนึ่งพวกเขาจะมีลูก ๆ และทำแบบเดียวกันกับที่พ่อและแม่ของพวกเขาทำกับพวกเขา

หนักกว่าเอาแนวข้อสอบที่ตัวเองจะออกไปเป็นการหารายได้ ก็พวกที่มายืนฝอยอยู่หน้าห้องเรียนถึงเรื่องไร้สาระส่วนตัวจนจบคาบเรียน แล้วค่อยไปเปิดสอนพิเศษข้างนอกเพราะเด็กเรียนในห้องไม่รู้เรื่องนี่โคตรบัดซบ

Replying to Avatar tukjedsadatik

ลุยเลยพี่ 🍻