Avatar
Riina
0e06eec0b32f1db1031005dfdfc33fef39f33d966b8538464ca39d873212fb17
🧡 Freedom ⚡️

นอนได้แป๊บๆตื่นตลอดเลยค่ะ เพราะไอจนตื่น เพลียมากค่ะเพราะอดนอน เลยนอนไม่เป็นเวลาเลยช่วงนี้ปรับเวลาไม่ได้ 😅

Replying to Avatar PIGROCK

หลังฟังสภายาส้มจบ

ก็นึกถึงตัวเองว่าตอนสร้างseedแรกๆ

ผมลกอยู่เป็นเดือนๆกว่าจะนอนหลับ

ครั้งแรกนอนๆอยู่ก็เอ๊ะ

ปากกาที่กูใช้แม่งละลายน้ำป่าววะ?

ลุกขึ้นมาเอาน้ำลูบๆ เออไม่ออกโว้ย นอนต่อ

ยังไม่ทันหลับดี แล้วน้ำมันละ แม่งละลายป่าววะ?

พอคิดได้ถึงตรงนี้จินตนาการมันไปไกลมากแล้วน้ำลายละ น้ำเกลือละ แอลกอฮอลละ บลาๆๆ

ในที่สุดผมตัดสินใจจดเบิ้ลแม่ง2ครั้งต่อคำไปเลย

คำนึงใช้ดินสอ คำนึงใช้ปากกา

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ความอัจฉริยะมันเกิดขึ้นตอนก่อนที่จะนอนหลับอีกแล้ว

ปลวก แม่งกินกระดาษได้นี่หว่า

งั้นเอางี้เคลือบพลาสติกหนาแม่งเลยละกันแล้วเอาเทปพันให้หนา ระหว่างที่กำลังพันเทปอยู่ก็คิดได้ว่าถ้าเจอปลวกlv99ตีนมีแสงมางี้ แม่งอาจจะอยากกินกระดาษจัดจนแม่งกัดทะลุแร็กซีน(เทปปกรายงาน) ทะลุสก็อตเทป และทะลวงพลาสติกเข้ามาได้ เราแย่เลยนะ

ในที่สุดเราพยายามจำseed จนจำได้ แล้วเพิ่มก็อปปี้กระดาษเอา

หลังจากนั้นไม่กี่วัน คำถามมันมาก่อนนอนอีกแล้ว

ถ้าเราเผลอละเมอออกมาแล้วiphoneมันดักไมโครโฟนเราได้ละ แย่เลยนะนั้น seedนี้ไม่ปลอดภัยละ

ผมลุกขึ้นมาสร้างseedใหม่ทั้งหมด แล้วย้ายของจากseedเก่าไปseedใหม่ และเคลือบพลาสติกพันเทปหนาๆ แล้วเข้านอน..

(ก่อนผมจะใช้seedนั้นๆจริงๆผมจะโอนsatน้อยๆเข้าไปก่อนทีนึง แล้วresetทึ้ง หลังจากนั้นจะbackupด้วยอุปกรณ์อีกตัวดู ถ้าsatเท่าเดิม เวลาโอนเท่าเดิม ผมถึงจะใช้จริง จึงทำให้เสียเวลารอนานกว่าธุรกรรมจะปิดลงblock)

ยังไม่ทันจะหลับดี อนิจจังมันมาอีกแล้วเมื่อกี้เราลืมปิดม่านหน้าต่างห้องนี่หว่า ถ้ามีคนส่องกล้องดูดาวมาจากคอนโดที่ห่างออกไป 2 kmละ เค้าอาจเห็นตอนเราจดก็ได้นะ

ผมเพิ่มมาตรการสูงสุด

ผมปิดม่านและไฟห้องทั้งหมด เปิดไฟจากจอคอมปรับแสงให้สลัวๆ เอาสติกเกอร์ทึบปิดกล้องคอมไว้ เอากระดาษลังแผ่นใหญ่ๆไล่ปิดกระจกทุกบานในห้อง

เอาอุปกรณ์ที่มีกล้องทั้งหมด รวมทั้งมือถือด้วยไปใส่ในตู้เสื้อผ้าแล้วเอาเก้าอี้ขวางตู้ไว้จะได้มีสติไม่เผลอหยิบอุปกรณ์เหล่านั้นออกมาก่อนทำseedเสร็จ

แต่กว่าผมจะทำเสร็จก็เกือบเช้าละ ผมคิดว่าสมองผมอาจจะเบลอจนเผลอทำอะไรผิดพลาดไปก็เป็นได้ ผมวางแผนนอนให้พอในคืนถัดไป แล้วตื่นมาสดชื่นๆค่อยทำทั้งหมดใหม่อีกที -..-“

มันเป็นอยู่แบบนี้คืนแล้วคืนเล่า มันนานเป็นเดือนๆกว่าผมจะเริ่มนอนหลับสนิท

เอาจริงๆผมถามตัวเองตลอดนะว่าผมบ้าไปหรือยัง?

ผมมักจะเอาโจทย์เลขที่เป็นสมการมานั่งหาคำตอบอาทิตย์ละครั้ง2ครั้งเพื่อเช็คว่าสมองตัวเองยังปกติอยู่

ในท้ายที่สุดผมก็ได้วิธีสร้างseedที่ผมมั่นใจในตัวมันได้

แต่ทั้งหมดนี้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ความลกของผมมันลามไปถึงตอนใช้งานระบบblockchainด้วย แต่ผมเล่าให้ฟังไม่ได้

สรุปคือ ผมทำทุกอย่างตกน้ำตอนไปเรือสำราญ ตกหมดทุกอย่างแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ก็ตกลงไปมหาสมุทรด้วย ตอนนี้ผมไม่มีbtcเหลืออยู่เลยเป็นอากาศธาตุไปหมดแล้ว ไม่ต้องปลอบใจนะครับ ผมทำใจได้แล้ว ขอบคุณมากครับ^^

ปล ขอให้คนที่เพิ่งเริ่มศึกษาที่จะเก็บbtcเอง ได้พบกับการนอนหลับสนิทในทุกๆคืนโดยเร็วนะครับ สาธุ

รักทุกคนนะครับ ฝันดีจ้า

#siamstr

ความล่กนี้ ตลกอ่าา สรุปตอนจบตกน้ำหายอีกนะ 555 😂

ทำไมผู้คนถึงยอมรับทองคำ

ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีว่า ทองคำนั้นเป็นโลหะมีค่า ที่ใครๆต่างก็ยอมรับ ผู้คนมากมายยินดีนำพลังงานและเวลาของพวกเขานั้นไปเก็บไว้ในทองคำ ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมายว่าทองคำนั้นมีค่า และคนส่วนมากก็มองว่าทองคำนั้นมีค่า โดยไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่า…ทำไม

บ้างก็ให้เหตุผลว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวเอง ทองคำนั้นราคาแพงขึ้นเสมอ ทองคำนั้นสามารถนำไปทำเครื่องประดับได้ พูดง่ายๆว่า จริงๆแล้ว ทุกคนต่างยอมรับทองคำโดยที่หลายคนก็ไม่ได้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำว่า ทำไมทองคำถึงมีค่า แต่ที่ทุกคนมองว่ามันมีค่า เป็นเพราะใครๆ ต่างก็ยอมรับทองคำต่างหาก

ธาตุพื้นฐานทั้งหมดที่มนุษย์รู้จักนั้น มีจำนวนทั้งหมด 118ธาตุ เมื่อเราตัดธาตุที่มีสถานะเป็นแก๊สออก ตัดธาตุจำพวกโลหะอัลคาไลออกเพราะความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัดธาตุกัมมันตรังสีออกเพราะไม่เสถียรและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ก็จะเหลือตัวเลือกไม่มากนัก สำหรับธาตุที่มีความเสถียรสูง ไม่ได้อยู่ในสถานะก๊าซ และไม่ใช่ธาตุกัมมันตรังสี ดังนั้นทองคำเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 118ธาตุพื้นฐาน

ด้วยคุณสมบัติหลายประการของทองคำ

- คุณสมบัติที่ทนทานต่อการสึกกร่อน(ไม่เป็นสนิม) ไม่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี

- ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เนื่องจากทองคำมีความอ่อนและเหนียวสูง สามารถขึ้นรูปได้ง่าย ซึ่งต่างจากอัญมณี จุดหลอมเหลวของทองคำที่อุณหภูมิ 1,064°C สามารถหลอมทองคำให้เป็นของเหลวและนำทองกลับมาขึ้นรูปและใช้ได้อีกตามต้องการ

- ความหายากแบบพอดีๆ(หาไม่ยากเกินไปและหาไม่ง่ายเกินไป) แต่ก็หายากพอที่จะทำให้คนที่มีทักษะทางด้านต่างๆ เลือกที่จะไม่ขุดทองและเลือกที่จะไปทำงานของตัวเอง ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าได้ง่ายกว่าการขุดทอง

ทองคำนั้นหายาก ทั้งยังตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ วางทิ้งไว้ก็ไม่เป็นสนิม ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้แทบจะทำให้ทองคำนั้นเป็นอมตะ เพราะทองคำนั้นจะมีมวลเท่าเดิมอยู่เสมอ ทองคำนั้นจึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นสิ่งที่สามารถเก็บไว้และส่งต่อผ่านกาลเวลาไปยังคนรุ่นต่อไปได้โดยไม่เสื่อมสลายไป

สรุปที่ทองคำนั้นมีค่า เพราะคุณสมบัติของธาตุ ที่ทำให้ทองคำนั้นเหมาะสมที่จะถูกนำมาใช้เป็นเงิน เงินจะมีค่าจริงๆก็ต่อเมื่อสามารถนำไปแลกทรัพยากรได้ และการจะนำไปแลกทรัพยากรได้ ผู้ที่รับแลกนั้นต้องยอมรับทองคำ

เมื่อเราทราบคุณสมบัติของทองคำแล้ว แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนเริ่มต้นให้คุณค่าแก่ทองคำจนกลายเป็นที่ยอมรับ ใครกันที่ควรจะเห็นคุณค่าของทองคำแบบรู้ได้ด้วยตนเอง รู้แบบไม่ต้องมีใครมาบอก ใครกันที่ทำให้ผู้คนที่ไม่เข้าใจในทองคำด้วยซ้ำ หันมายอมรับทองคำโดยที่พวกเขาไม่ต้องเข้าใจมันก็ได้ ใครกันที่จะทำเช่นนั้นได้

ลองนึกย้อนกลับไปในอดีตกาล เศรษฐีในยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเงินนั้น ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะ แต่คือคนที่มีทรัพยากรเหลือเฟือ และการจะมีทรัพยากรเหลือเฟือได้นั้น คนๆนั้นต้องแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะแข็งแรงกว่า ฉลาดกว่า อดทนมากกว่า ค้นพบเร็วกว่า รวบรวมผู้คนได้เยอะกว่า ซึ่งมันทำให้เขามีทรัพยากรมากกว่า และตามมาด้วยอำนาจที่มากกว่า

พวกเขามีทรัพยากรมากมายเท่าที่อำนาจของเขาจะครอบครองไหว ทั้งแผ่นดิน ผืนน้ำ สิ่งต่างๆล้วนกินไม่หมดและใช้ไม่ทัน แต่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ ถึงบางอย่างจะเก็บเอาไว้ได้ แต่ก็เก็บได้ไม่นาน ทรัพยากรต่างๆที่แม้จะใช้หรือไม่ใช้ วันนึงก็จะสลายไปอยู่ดี ตัดไม้เก็บไว้ใช้ ใช้ไม่ทันไม้ก็ผุ จะผลิตเก็บเป็นอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ วางทิ้งไว้สนิมก็กัดกิน ผลไม้ อาหาร หรือข้าวสารต่างๆ ถ้ากินไม่ทันก็เน่าเสีย เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วมหรือไฟไหม้ทรัพยากรต่างๆเหล่านี้ก็จะสูญไป ไม่เหลืออะไรเลย ปัญหาหนักใจของคนรวย คือมีทรัพยากรมากมาย แต่จะเก็บไว้ให้อยู่ได้ตลอดไปยังไงดี

ลองนึกภาพว่า เมื่อเศรษฐีได้พบกับคุณสมบัติที่พิเศษของทองคำและเมื่อเขาเข้าใจในความเป็นอมตะของมัน แน่นอนว่าเขาพร้อมที่จะครอบครองมัน แต่แล้วใครล่ะจะหาแร่ทองคำนี้มาให้เขา

ไม่ยาก…

ใครก็ตามที่หาแร่สีทองนี้มาให้เศรษฐี เขาก็ยินดีจะแบ่งปันอาหารและสิ่งต่างๆให้ ของที่เขากินไม่หมด ของที่เขาใช้ไม่ทัน ทรัพยากรที่เขามีอยู่มากมาย

เท่านี้ก็เพียงพอ ที่จะทำให้ผู้คนนั้น ยอมนำเวลาที่พวกเขามี ไปตามหาแร่สีทอง ถึงแม้มันจะกินไม่ได้ นำมาสร้างบ้านก็ไม่ได้ เอามาใส่แทนเสื้อผ้าก็ไม่ได้ มันไม่ได้ใกล้เคียงกับปัจจัยสี่เลยแม้แต่น้อย แต่… มันใช้แลกสิ่งต่างๆจากเศรษฐีได้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่า เศรษฐีจะเอาแร่สีทองนี้ไปทำอะไร แต่ในเวลานี้เขายอมรับมันและทุกคนต่างก็ยอมรับมัน เพราะมันสามารถนำไปแลกสิ่งต่างๆที่พวกเขาต้องการได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านคิดเหมือนกันไหม ว่าจริงๆแล้ว บางทีช่วงเวลาแห่งการยอมรับอะไรบางอย่าง(Adoption) มันไม่ได้ต้องรอให้ทุกคนบนโลก หรือคนส่วนมากนั้นเข้าใจมันทั้งหมดหรอก

อะไรก็ตามที่คุณสมบัติของมันนั้นพร้อมด้วยตัวมันเองแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่ร่ำรวยทรัพยากรนั้นให้การยอมรับ ในไม่ช้าผู้คนต่างก็จะยอมรับ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเข้าใจมัน แต่เป็นเพราะมันสามารถนำไปแลกทรัพยากรที่มีค่าจากผู้ที่มีอำนาจได้

ในบรรดาผู้คนทั้งหมด คนที่จะเข้าใจในเรื่องของ Store of value ที่สุด ดูจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากชนชั้นอีลิทหรือบรรดาเหล่าเศรษฐี ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ที่เป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด มีมากจนล้น และพวกเขาต้องการที่เก็บ เก็บแบบใดก็ได้ที่ใช้ต้นทุนในการเก็บน้อยที่สุด ขนย้ายได้ง่ายที่สุด นำมาใช้ได้ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด ถูกขโมยหรือถูกยึดได้ยากที่สุด ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่สูญหายไปพร้อมกับภัยพิบัติ

แน่นอนว่าในอดีต ทองคำคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอนต่างหาก การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอ การคัดเลือกทางธรรมชาติในแต่ละยุคก็คงจะมีความแตกต่างกันออกไป และในวันนี้ทองคำไม่ใช่ตัวเลือกเดียวอีกต่อไป

โลกของเรามีสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดี มีความสามารถในการเป็นที่เก็บรักษามูลค่า(Store of value)ที่เหนือกว่าทองคำ และเป็นหน่วยวัดได้(Unit of acount)ที่ดีกว่าเงินกระดาษ และมีความพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)ที่ดีที่สุด ถึงแม้จะจับต้องไม่ได้ในแบบรูปธรรม แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง และที่สำคัญคือไม่มีใครที่มีอำนาจควบคุมหรือบังคับมันได้เลย

หากเศรษฐีคนใดในวันนี้ที่ยังไม่เข้าใจในคุณสมบัติของเงินที่ดี ความมั่งคั่งของพวกเขา จะต้องถูกเคลื่อนย้ายไปสู่มือของบรรดาเหล่าหัวกะทิ ที่บางคนอาจจะไม่ใช่คนร่ำรวยในวันนี้ แต่บรรดาหัวกะทิเหล่านั้นจะกลายเป็นบรรพบุรุษของเหล่าเศรษฐีในยุคถัดไป

#siamstr

Replying to Avatar Riina

ถ้าในแบบทดสอบที่ทำตามเว็บ จะมีตรงนี้ซึ่งเราเคยหาข้อมูลแล้วเราเองก็ไม่พบความแตกต่าง หรือจุดที่น่าสนใจอ่ะค่ะ เหมือนเว็บเขาทำขึ้นมาเอง (เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน)

แต่เราพบว่า Mbti แต่ละไทป์จะมี Cognitive Function(CF) ที่แตกต่างกัน ซึ่งตัวชี้วัดที่แม่นยำเราว่าคือตัวนี้แหละค่ะ เพราะ CF เป็นระบบกระบวนการคิดที่แตกต่างกันของแต่ละไทป์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนพลักษณ์ จากการที่เราคลุกคลีอยู่กับมัน เราว่ามันค่อนข้างตรงมากๆค่ะ ถ้าไม่ตรงแสดงว่าอาจจะยังมิสไทป์อยู่ ต้องค่อยๆตรวจเช็คไป บางคนเป็นปียังหาตัวเองไม่เจอเลยค่ะ

นพลักษณ์ช่วยแยกความต่างของคนไทป์เดียวกันได้อีกขั้น เช่น เป็น INTP เหมือนกัน แต่นพลักษณ์ อาจจะแตกต่างกันก็ได้ 5w6 5w4 6w5 4w5 อาจจะมีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเลย ถึงแม้จะเป็น INTP เหมือนกันก็ตาม

mbti เป็นระบบกระบวนความคิดของบุคคลนั้นๆ เป็นมาแต่กำเนิด ติดตัวมาเลย เกิดมาก็เป็นแบบนั้นเลย แต่ความถนัดฟังก์ชั่นต่างๆ จะค่อยๆพัฒนาตามช่วงวัย บางคนให้คุณค่ากับข้อเท็จจริง บางคนบอกว่าข้อเท็จจริงไว้ทีหลังเอาสบายใจไว้ก่อน ปกติระบบกระบวนการคิด จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ นอกจากสมองจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างแบบถาวร

นพลักษณ์ เกิดจากปมในวัยเด็ก หล่อหลอมมาให้กลายเป็นในแบบที่เราเป็น ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด เคยอ่านเจอว่าบางช่วงเวลา นพลักษณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ตรงนี้เราไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ

เราแค่ตอบตามข้อมูลที่เรามี เพราะเราก็ศึกษาจากหลายๆที่มาเหมือนกันค่ะ มันเป็นเพียงทฤษฎีที่พยายามอธิบายตัวตนของคนแต่ละแบบ ซึ่งเราคิดว่ามันค่อนข้างแม่นยำ แต่อาจไม่มีอะไรที่100%ค่ะ เพราะจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง 😂

Replying to Avatar Riina

เหมือนแบ่งคนแต่ละไทป์ออกเป็น 4กลุ่มค่ะ

บ้านม่วง (xNTx) นักวิเคราะห์ ถนัดคิด วางแผน วางกลยุทธ ใช้เหตุผลเพื่อเข้าใจสิ่งต่างๆ ไม่ชอบการถูกจำกัดความคิด ไม่ชอบงานซ้ำๆ ที่ไม่ท้าทายสมอง (นามธรรม)

INTP

INTJ

ENTP

ENTJ

บ้านเขียว (xNFx) นักการฑูต ถนัดการเชื่อมถึงผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ มักจะใจดี หรือทำเพื่อผู้อื่น (นามธรรม)

INFP

INFJ

ENFP

ENFJ

บ้านฟ้า (xSxJ) ผู้เฝ้ายาม ถนัดทำตามแบบแผน ดูแลจัดการสิ่งต่างๆให้อยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่ชอบนอกกรอบ ชอบงานที่มีขอบเขตชัดเจน (รูปธรรม)

ISTJ

ISFJ

ESTJ

ESFJ

บ้านเหลือง (xSxP) นักสำรวจ ตามชื่อเลย ถนัดสำรวจ ค้นหาสิ่งใหม่ๆ ขี้เบื่อต้องหาอะไรทำ (รูปธรรม)

ISTP

ISFP

ESTP

ESFP

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9025294585599005651699160725.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9154950094538706231699160730.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_6527150201087647171699160733.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8861655944071176911699160736.webp

ถ้าในแบบทดสอบที่ทำตามเว็บ จะมีตรงนี้ซึ่งเราเคยหาข้อมูลแล้วเราเองก็ไม่พบความแตกต่าง หรือจุดที่น่าสนใจอ่ะค่ะ เหมือนเว็บเขาทำขึ้นมาเอง (เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน)

แต่เราพบว่า Mbti แต่ละไทป์จะมี Cognitive Function(CF) ที่แตกต่างกัน ซึ่งตัวชี้วัดที่แม่นยำเราว่าคือตัวนี้แหละค่ะ เพราะ CF เป็นระบบกระบวนการคิดที่แตกต่างกันของแต่ละไทป์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนพลักษณ์ จากการที่เราคลุกคลีอยู่กับมัน เราว่ามันค่อนข้างตรงมากๆค่ะ ถ้าไม่ตรงแสดงว่าอาจจะยังมิสไทป์อยู่ ต้องค่อยๆตรวจเช็คไป บางคนเป็นปียังหาตัวเองไม่เจอเลยค่ะ

นพลักษณ์ช่วยแยกความต่างของคนไทป์เดียวกันได้อีกขั้น เช่น เป็น INTP เหมือนกัน แต่นพลักษณ์ อาจจะแตกต่างกันก็ได้ 5w6 5w4 6w5 4w5 อาจจะมีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเลย ถึงแม้จะเป็น INTP เหมือนกันก็ตาม

เหมือนแบ่งคนแต่ละไทป์ออกเป็น 4กลุ่มค่ะ

บ้านม่วง (xNTx) นักวิเคราะห์ ถนัดคิด วางแผน วางกลยุทธ ใช้เหตุผลเพื่อเข้าใจสิ่งต่างๆ ไม่ชอบการถูกจำกัดความคิด ไม่ชอบงานซ้ำๆ ที่ไม่ท้าทายสมอง (นามธรรม)

INTP

INTJ

ENTP

ENTJ

บ้านเขียว (xNFx) นักการฑูต ถนัดการเชื่อมถึงผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ มักจะใจดี หรือทำเพื่อผู้อื่น (นามธรรม)

INFP

INFJ

ENFP

ENFJ

บ้านฟ้า (xSxJ) ผู้เฝ้ายาม ถนัดทำตามแบบแผน ดูแลจัดการสิ่งต่างๆให้อยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่ชอบนอกกรอบ ชอบงานที่มีขอบเขตชัดเจน (รูปธรรม)

ISTJ

ISFJ

ESTJ

ESFJ

บ้านเหลือง (xSxP) นักสำรวจ ตามชื่อเลย ถนัดสำรวจ ค้นหาสิ่งใหม่ๆ ขี้เบื่อต้องหาอะไรทำ (รูปธรรม)

ISTP

ISFP

ESTP

ESFP

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9025294585599005651699160725.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9154950094538706231699160730.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_6527150201087647171699160733.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8861655944071176911699160736.webp

Replying to Avatar Riina

เป็นบุคลิกพื้นฐานค่ะ มีทั้งหมด9รูปแบบ เกิดจากปมที่ต่างกันไปในวัยเด็ก

โดยปกติแล้ว Mbti เป็นบุคลิกโดยกำเนิด คือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ละฟังก์ชั่นมักจะพัฒนาตามช่วงวัย (แต่บางคนไม่พัฒนาก็มี อยู่ที่แต่ละคน) คือเกิดมาก็เป็นแบบนั้นเลย ไม่ส่งต่อทางพันธุกรรม พ่อแม่และลูกบางทีจึงต่างกันสุดขั้วเลยก็มี

แต่นพลักษณ์ เกิดจากปมในวัยเด็ก จะมีลักษณ์ที่เด่นที่สุด และลักษณ์ข้างเคียง(เท่านั้น)ที่สนับสนุนลักษณ์เด่น

ยกตัวอย่างเช่นเราเป็นลักษณ์ 5w6 (ลักษณ์5 ปีก6) เขียนเป็น 5w6 (ปกติลักษณ์5 จะมี ปีก2ข้างคือ 5w6 หรือ 5w4 จะข้ามไปเป็น 5w3 หรืออื่นๆไม่ได้)

ความหมายคือ ลักษณ์ของเราคือ5(ผู้สังเกตุการณ์) ปีกที่เราใช้สนับสนุน5คือ ลักษณ์6(นักตั้งคำถามหรือผู้จงรักภักดี) ดังนั้น 5w6 ก็จะแตกต่างกับ 5w4 เพราะลักษณ์4คือความเป็นศิลปิน หากคนที่เป็น 5w4 ก็จะมีอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์มากกว่า 5w6 เป็นปกติ ส่วน5w6 ก็จะมีความระแวดระวังมากกว่า 5w4 เช่นกัน

ปกติแล้วนพลักษณ์และ mbti จะมีความเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างของเรานะคะ เราเป็น INTP 5w6 (ลักษณ์ 5w6 จะพบได้มากใน INTP) แต่แทบจะไม่พบลักษณ์ 2 หรือ 8 เลยใน INTP ประมาณนี้ค่ะ (แนบรูปไว้ให้แล้ว)

แถมข้อมูลให้ค่ะ

อันนี้คือ ปมของทุกนพลักษณ์

1 ลักษณ์หนึ่ง:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและคำวิพากย์วิจารณ์จากผู้อื่น

ในวัยเด็ก a) คำวิพากย์วิจารณ์จากผู้ใหญ่เป็นแรงกดดันให้ 1 ต้องทำทุกอย่างให้ดี ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ทั้งที่ยังอายุน้อยเกินไปที่ควรจะต้องแบกรับความรับผิดชอบนั้น b) ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเนื่องจากความไม่มั่นคงและความกังวลภายในครอบครัว ทำให้ 1 ต้องแบกรับความรับผิดชอบ วางกฏระเบียบและความมั่นคงของครอบครัวด้วยตนเองครั้นแต่เยาว์วัย

1 จึงวางกลยุทธ์โดยการสร้างกฏเกณฑ์มาตรฐานและกิจวัตรที่มั่นคงขึ้นมาเพื่อปกป้องตนเองจากคำวิพากย์วิจารณ์เพื่อความสบายใจ

2 ลักษณ์สอง:

ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัวว่าความต้องการของตนจะถูกปฏิเสธ หรือไม่ได้รับการเติมเต็มจากใครสักคน

ในอดีตตนไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ทั้งด้านความรักความห่วงใยและการดูแลเอาใจใส่ทางด้านอารมณ์ เช่น ได้รับการยอมรับและความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข 2 จึงมองว่า a) ความต้องการของตนอาจมีมากเกินกว่าที่ผู้อื่นจะสามารถให้ได้ b) พวกเขาไม่คู่ควรที่จะได้รับความเราความเอาใจใส่เหล่านั้น และหากเขาไม่ทำอะไรเขาคงจะไม่ได้รับความรักเพียงพอเท่าที่ต้องการ

2 จึงวางกลยุทธ์โดยการกดความต้องการของตนเองเอาไว้และเข้าช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยความคิดที่ว่าหากช่วยเหลือคนอื่นมากๆจะทำให้คนเหล่านั้นรักและกลับมาตอบสนองความต้องการในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้รับเพียงพอ

3 ลักษณ์สาม:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการการยอมรับที่เกิดจากความเชื่อที่ว่าการเป็นที่รักของใครสักคนขึ้นอยู่กับความประสบความสำเร็จของเขา มากกว่าตัวเขาเองในฐานะคนคนหนึ่ง

เนื่องมาจาก a) พวกเขาได้รับคำชมเชยจากผู้ใหญ่ในวัยเด็กเมื่อทำสิ่งใดสำเร็จ ทำให้พวกเขาเชื่อว่าหนทางในการเป็นที่ยอมรับ ได้รับคำชมเชยหรือได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น คือการแสดงว่าตนทำอะไรสำเร็จสักอย่าง b) ในวัยเด็ก 3 ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ตนเองต้องการ พวกเขาจึงรู้สึกว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง c) พวกเขาไม่ได้รับการปกป้องหรือการดูแลที่เพียงพอจากผู้ใหญ่ พวกเขาจึงเรียนรู้ที่จะทำอะไรต่างๆเพื่อความอยู่รอด หรือบางคนที่สูญเสียพ่อตั้งแต่เด็กๆ พวกเขาจึงต้องพยายามสร้างความสามารถให้มากเพียงพอ เพื่อลบช่องว่างที่ขาดผู้ปกครองให้หายไป

3 จึงวางกลยุทธ์โดยการ a) ทำตามมุมมองความคาดหวังของผู้ปกครองในด้านการประสบความสำเร็จ เพื่อให้ได้การยอมรับที่พวกเขาต้องการ b) พยายามเป็นในสิ่งที่คนรอบตัวให้คุณค่า เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูมีความสามารถ น่าค้นหา มีฐานะ เชื่อถือภาพลักษณ์นั้นที่ตนสร้างขึ้นมาเสมือนเป็นความจริง

4 ลักษณ์สี่:

ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัวจากการสูญเสียและความเชื่อว่าตนไม่มีค่าคู่ควรกับความรัก

พวกเขาได้สัมผัสถึงการสูญเสียความรักในวัยเด็ก ถูกกีดกันหรือถูกทอดทิ้ง เพื่อทำความเข้าใจถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้น พวกเขาจึงเชื่อว่าตนมีส่วนผิดในความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น แม้โดยส่วนมากจะไม่เป็นความจริง แต่ความรู้สึกนี้ก็ช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าตนสามารถทำอะไรกับบางอย่างกับมันได้

4 จึงวางกลยุทธ์โดยการจดจ่อและคอยรำลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และมองว่าตนไม่ดีไม่คู่ควรกับความรัก และโหยหาความรักในอุดมคติที่จะสามารถมาชดเชยการสูญเสียครั้งนั้นได้

5 ลักษณ์ห้า:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการพึ่งพาตนเอง ปกป้องพลังงานและทรัพยากรที่มีจำกัดของตนเอง

ขณะที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากผู้ปกครองหรือคนอื่นๆ พวกเขาถูกมองข้ามหรือโดนกลบความสนใจไปโดยผู้อื่น ทั้งที่เขาต้องการความช่วยเหลือเพื่ออยู่รอด คนรอบตัวขาดความใส่ใจในความต้องการของเขา เขาจึงรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบังคับหรือเกลี้ยกล่อมให้คนสนใจนอกเสียจากต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เขาจึงเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่กับทรัพยากรอันน้อยนิดที่พวกเขามี

5 จึงวางกลยุทธ์โดยการปลีกวิเวก อยู่กับตนเองบนโลกที่ไม่มีทรัพยากรหรือความปลอดภัยเพียงพอ เพื่อปกป้องตนจากภัยอันตรายจากภายนอก ล้มเลิกความสนใจและพึ่งพาความสัมพันธ์ ลดความต้องการของตนเองสงวนทรัพยากรที่มีเอาไว้ และให้ความสนใจในความรู้ทางปัญญาแทน

6 ลักษณ์หก:

ถูกขับเคลื่อนโดยความเชื่อที่ว่าโลกเป็นสถานที่อันตราย

ประสบการณ์ที่อันตรายต่างๆในวัยเด็ก a) ผู้ปกครองติดเหล้า ป่วยทางจิต ใช้ความรุงแรง หรืออ่อนแอเกินไปที่จะปกป้องเขา b) พวกเขาอาจเผชิญเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ถูกลงโทษอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นเวลานาน c) ใช้ชีวิตอยู่กับผู้ปกครองที่ไม่น่านับถือ โลเล และขาดความมั่นคง ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความขาดแคลนผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจใกล้ตัวที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้

6 จึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตความผิดปกติที่อาจเป็นสัญญานที่นำไปสู่ภัยอันตราย และสามารถคาดเดาถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ ทำให้พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมสำหรับภัยอันตรายก่อนที่มันจะมาเยือนได้ แต่ว่าแต่ละ subtype ก็มีกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยอันตรายที่แตกต่างกันออกไป

7 ลักษณ์เจ็ด:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดความรู้สึกแย่โดยการโฟกัสในความคิดหรือกิจกรรมที่ทำให้เขารู้สึกดี

พวกเขามีประสบการณ์ที่ดีในวัยเด็กและมักจะมีชีวิตแฮปปี้ไร้ความกังวล ความทรงจำเหล่านั้นมักจะหอมหวานกว่าที่ความเป็นจริงเสมอ อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เผชิญกับประสบการณ์เรื่องแย่ๆอย่างกะทันหันในขณะที่พวกเขาไม่พร้อมที่จะรับมือ เหมือนตกจากสวรรค์ ด้วยเหตุนี้ 7 จึงหลบหนีความกลัวโดยการหลบอยู่ภายใต้ความทรงจำที่หอมหวานที่พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมีทรัพยากรเพียงพอ หรือมุ่งหาประสบการณ์ที่สนุกสนานเบิกบานและมีความสุข

7 จึงวางกลยุทธ์โดยการพยายามเปลี่ยนเรื่องแย่ๆให้กลายเป็นเรื่องที่ดีเพื่อหลบหนีเรื่องแย่ๆไปอยู่ในความทรงจำที่ดี

8 ลักษณ์แปด:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการที่จะรู้สึกมีพลังและมีอำนาจ

ในวัยเด็ก 8 โตมากับสภาพแวดล้อมที่มีการต่อสู้และความขัดแย้งสูง ทำให้พวกเขาต้องเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอด ส่วนมากพวกเขามักจะถูกพรากประสบการณ์ในวัยเด็กออกไปหรือไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอ พวกเขามักประสบกับสถานการณ์ความรุนแรงหรือถูกมองข้ามไป โดยส่วนมาก 8 มักจะเป็นลูกคนสุดท้องในครอบครัวใหญ่ และในมุมมองของ 8 พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ โดยการปฏิเสธความจริงว่าตัวเองอ่อนแอ และสวมท่าทีว่าตนนั้นมีอำนาจและมีพลัง เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่มีความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัยไว้ให้สำหรับพวกเขา

8 จึงวางกลยุทธ์โดยการแสดงความเข้มแข็งและพยายามเข้าควบคุมในทุกสิ่งที่ตนสามารถทำได้ ปกปิดความอ่อนแอของตัวเองและสร้างความเชื่อว่าตนนั้นแข็งแกร่ง

9 ลักษณ์เก้า:

ถูกขับเคลื่อนโดยความสงบสุขและการเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้อื่น

เนื่องมาจากครอบครัวที่เขาเติบโตมา a) ไม่รับฟังความคิดเห็นของเขา ในขณะที่คนอื่นๆได้ออกความคิดเห็น b) ความปรารถนาและความชอบของเขาไม่ได้รับความสนใจ c) ต้องคล้อยตามคนอื่นถ้าอยากจะอยู่อย่างสงบสุขหรือหลีกเลี่ยงความร้าวฉาน 9 มักจะเป็นลูกคนกลางหรืออยู่ในครอบครัวใหญ่ ในบางครั้งผู้ปกครองมีอำนาจในการควบคุม พวกเขาจึงต้องยอมจำนนความต้องการของตัวเองและทำตามความต้องการของคนอื่นเพื่อคงความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้

9 จึงวางกลยุทธ์โดยการลืมความต้องการของตนเอง รวมถึงความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับในสิ่งที่ตนเองต้องการ พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่นเพื่อค้นหาสันติสุขและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

แหล่งอ้างอิง: Beatrice

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9038514976873816241699153651.webp

สวัสดีค่ะ เราเพื่อนกันค่ะ เรา5w6 อิอิ

ชอบคุณลุงโฉลกมากๆ เลยค่ะ ชอบฟังเวลาสอน ให้ความรู้ตามคลิปต่างๆ จังหวะการพูด น้ำเสียง เวลาเล่าเรื่อง 🤩🙏🏻

wow มีชาวกัมพูชาด้วย

#siamstr

nostr:note1lsu7kcfftvxt4luhve2an242mnyrxc8acmk7eqm0jeen4hs8pv3qsxn0ye

แบบทดสอบบางครั้งก็มีความผิดพลาด และไม่ตรงค่ะ คำถามเดียวกัน แต่ละคนก็ตีความเข้าใจต่างกัน ดังนั้นทำแค่พอเป็นไกด์ แล้วมาวิเคราะห์ Cognitive function อีกทีค่ะ ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีไปกว่าเรา และเชื่อไหมคะ ว่าหลังจากที่เราทำความเข้าใจ Cognitive function แล้ว มันทำให้เราจำลักษณะของคนทุกไทป์ได้หมดเลย เราจะทำความเข้าใจกับไทป์อื่นๆที่ไม่ใช่แค่เฉพาะไทป์ของตัวเองด้วยค่ะ ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของคนอื่นมากขึ้นด้วยค่ะ

INTP มีฟังก์ชั่นคือ Ti-Ne-Si-Fe

INTJ มีฟังก์ชั่นคือ Ni-Te-Fi-Se

Cognitive Function เป็นเหมือนวิธีหรือกระบวนการคิดที่เกิดขึ้นในหัวของแต่ละคน โดยใช้ฟังก์ชันต่างๆ

เรียงเป็น 4 ลำดับ

Dominant (เด่น/นำ = อันดับ 1)

Auxiliary (สนับสนุนตัวเด่น = อันดับ 2)

Tertiary (อันดับ 3) และ

Inferior (ด้อย/ไม่ถนัด = อันดับ 4)

Carl Jung เป็นคนที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมา

เราพบว่าตัวเราเป็น INTP ที่ใช้ Ni อยู่บ่อยๆ บางครั้งเลยเกิดความสับสนว่า เอ๊ะ เราใช่ INTP ไหม แต่เราก็พบว่า เราใช้ Ti มากที่สุดอยู่ดี และเรายังสามารถเช็คได้จากการติดลูป หรือ ติดgrip ได้ (เมื่ออยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ จะทำให้ใช้ฟังก์ชั่นที่ไม่ถนัดโดยไม่รู้ตัว) เมื่อเราเจอปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ เรามักพบว่าตัวเรามักจะคิดวน ซ้ำไปมา ซึ่งเป็นลักษณะของการติดลูป Si ของ INTP และบางครั้งก็พยายามใช้Fe มากเกินไป(ติดgrip Fe) ในบางสถานการณ์ ซึ่งINTPไม่ค่อยถนัดการใช้Fe (การรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น) เราเลยประเมินตัวเองได้ว่า เราเป็น INTP ค่ะ แม้บางครั้งจะใช้ Ni บ่อยมากเลยก็ตาม

ในขณะที่ถ้า INTJ ติดลูป Fi หรือ ติด grip Se จะเป็นอีกแบบเลย ซึ่งไม่ตรงกับเรา เราไม่ประสบปัญหาแบบชาว INTJ ในช่วงเวลาติดลูปหรือติดgrip แต่ของเราตรงกับ INTP เลย จึงคิดว่าเราแค่เป็น INTP ที่คิดบังเอิญใช้ Ni อยู่บ่อยๆ (แต่ก็บ่อยไม่เท่า Ti-Ne อยู่ดี)

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7292731231817971301699155443.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7069725162639565781699155448.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_4007938414896153371699155494.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8680471654200871931699155529.webp

แล้วบ้านม่วงกับเขียวที่เป็น INxx นี่หายากด้วยนะคะ (มีน้อย) 5555 ไม่แปลกเลยที่บิทคอยเนอร์คุยกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง (เพราะคนส่วนมากไม่เข้าใจพวกเรา)

เป็นบุคลิกพื้นฐานค่ะ มีทั้งหมด9รูปแบบ เกิดจากปมที่ต่างกันไปในวัยเด็ก

โดยปกติแล้ว Mbti เป็นบุคลิกโดยกำเนิด คือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ละฟังก์ชั่นมักจะพัฒนาตามช่วงวัย (แต่บางคนไม่พัฒนาก็มี อยู่ที่แต่ละคน) คือเกิดมาก็เป็นแบบนั้นเลย ไม่ส่งต่อทางพันธุกรรม พ่อแม่และลูกบางทีจึงต่างกันสุดขั้วเลยก็มี

แต่นพลักษณ์ เกิดจากปมในวัยเด็ก จะมีลักษณ์ที่เด่นที่สุด และลักษณ์ข้างเคียง(เท่านั้น)ที่สนับสนุนลักษณ์เด่น

ยกตัวอย่างเช่นเราเป็นลักษณ์ 5w6 (ลักษณ์5 ปีก6) เขียนเป็น 5w6 (ปกติลักษณ์5 จะมี ปีก2ข้างคือ 5w6 หรือ 5w4 จะข้ามไปเป็น 5w3 หรืออื่นๆไม่ได้)

ความหมายคือ ลักษณ์ของเราคือ5(ผู้สังเกตุการณ์) ปีกที่เราใช้สนับสนุน5คือ ลักษณ์6(นักตั้งคำถามหรือผู้จงรักภักดี) ดังนั้น 5w6 ก็จะแตกต่างกับ 5w4 เพราะลักษณ์4คือความเป็นศิลปิน หากคนที่เป็น 5w4 ก็จะมีอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์มากกว่า 5w6 เป็นปกติ ส่วน5w6 ก็จะมีความระแวดระวังมากกว่า 5w4 เช่นกัน

ปกติแล้วนพลักษณ์และ mbti จะมีความเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างของเรานะคะ เราเป็น INTP 5w6 (ลักษณ์ 5w6 จะพบได้มากใน INTP) แต่แทบจะไม่พบลักษณ์ 2 หรือ 8 เลยใน INTP ประมาณนี้ค่ะ (แนบรูปไว้ให้แล้ว)

แถมข้อมูลให้ค่ะ

อันนี้คือ ปมของทุกนพลักษณ์

1 ลักษณ์หนึ่ง:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและคำวิพากย์วิจารณ์จากผู้อื่น

ในวัยเด็ก a) คำวิพากย์วิจารณ์จากผู้ใหญ่เป็นแรงกดดันให้ 1 ต้องทำทุกอย่างให้ดี ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ทั้งที่ยังอายุน้อยเกินไปที่ควรจะต้องแบกรับความรับผิดชอบนั้น b) ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเนื่องจากความไม่มั่นคงและความกังวลภายในครอบครัว ทำให้ 1 ต้องแบกรับความรับผิดชอบ วางกฏระเบียบและความมั่นคงของครอบครัวด้วยตนเองครั้นแต่เยาว์วัย

1 จึงวางกลยุทธ์โดยการสร้างกฏเกณฑ์มาตรฐานและกิจวัตรที่มั่นคงขึ้นมาเพื่อปกป้องตนเองจากคำวิพากย์วิจารณ์เพื่อความสบายใจ

2 ลักษณ์สอง:

ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัวว่าความต้องการของตนจะถูกปฏิเสธ หรือไม่ได้รับการเติมเต็มจากใครสักคน

ในอดีตตนไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ทั้งด้านความรักความห่วงใยและการดูแลเอาใจใส่ทางด้านอารมณ์ เช่น ได้รับการยอมรับและความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข 2 จึงมองว่า a) ความต้องการของตนอาจมีมากเกินกว่าที่ผู้อื่นจะสามารถให้ได้ b) พวกเขาไม่คู่ควรที่จะได้รับความเราความเอาใจใส่เหล่านั้น และหากเขาไม่ทำอะไรเขาคงจะไม่ได้รับความรักเพียงพอเท่าที่ต้องการ

2 จึงวางกลยุทธ์โดยการกดความต้องการของตนเองเอาไว้และเข้าช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยความคิดที่ว่าหากช่วยเหลือคนอื่นมากๆจะทำให้คนเหล่านั้นรักและกลับมาตอบสนองความต้องการในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้รับเพียงพอ

3 ลักษณ์สาม:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการการยอมรับที่เกิดจากความเชื่อที่ว่าการเป็นที่รักของใครสักคนขึ้นอยู่กับความประสบความสำเร็จของเขา มากกว่าตัวเขาเองในฐานะคนคนหนึ่ง

เนื่องมาจาก a) พวกเขาได้รับคำชมเชยจากผู้ใหญ่ในวัยเด็กเมื่อทำสิ่งใดสำเร็จ ทำให้พวกเขาเชื่อว่าหนทางในการเป็นที่ยอมรับ ได้รับคำชมเชยหรือได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น คือการแสดงว่าตนทำอะไรสำเร็จสักอย่าง b) ในวัยเด็ก 3 ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ตนเองต้องการ พวกเขาจึงรู้สึกว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง c) พวกเขาไม่ได้รับการปกป้องหรือการดูแลที่เพียงพอจากผู้ใหญ่ พวกเขาจึงเรียนรู้ที่จะทำอะไรต่างๆเพื่อความอยู่รอด หรือบางคนที่สูญเสียพ่อตั้งแต่เด็กๆ พวกเขาจึงต้องพยายามสร้างความสามารถให้มากเพียงพอ เพื่อลบช่องว่างที่ขาดผู้ปกครองให้หายไป

3 จึงวางกลยุทธ์โดยการ a) ทำตามมุมมองความคาดหวังของผู้ปกครองในด้านการประสบความสำเร็จ เพื่อให้ได้การยอมรับที่พวกเขาต้องการ b) พยายามเป็นในสิ่งที่คนรอบตัวให้คุณค่า เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูมีความสามารถ น่าค้นหา มีฐานะ เชื่อถือภาพลักษณ์นั้นที่ตนสร้างขึ้นมาเสมือนเป็นความจริง

4 ลักษณ์สี่:

ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัวจากการสูญเสียและความเชื่อว่าตนไม่มีค่าคู่ควรกับความรัก

พวกเขาได้สัมผัสถึงการสูญเสียความรักในวัยเด็ก ถูกกีดกันหรือถูกทอดทิ้ง เพื่อทำความเข้าใจถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้น พวกเขาจึงเชื่อว่าตนมีส่วนผิดในความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น แม้โดยส่วนมากจะไม่เป็นความจริง แต่ความรู้สึกนี้ก็ช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าตนสามารถทำอะไรกับบางอย่างกับมันได้

4 จึงวางกลยุทธ์โดยการจดจ่อและคอยรำลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และมองว่าตนไม่ดีไม่คู่ควรกับความรัก และโหยหาความรักในอุดมคติที่จะสามารถมาชดเชยการสูญเสียครั้งนั้นได้

5 ลักษณ์ห้า:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการพึ่งพาตนเอง ปกป้องพลังงานและทรัพยากรที่มีจำกัดของตนเอง

ขณะที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากผู้ปกครองหรือคนอื่นๆ พวกเขาถูกมองข้ามหรือโดนกลบความสนใจไปโดยผู้อื่น ทั้งที่เขาต้องการความช่วยเหลือเพื่ออยู่รอด คนรอบตัวขาดความใส่ใจในความต้องการของเขา เขาจึงรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบังคับหรือเกลี้ยกล่อมให้คนสนใจนอกเสียจากต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เขาจึงเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่กับทรัพยากรอันน้อยนิดที่พวกเขามี

5 จึงวางกลยุทธ์โดยการปลีกวิเวก อยู่กับตนเองบนโลกที่ไม่มีทรัพยากรหรือความปลอดภัยเพียงพอ เพื่อปกป้องตนจากภัยอันตรายจากภายนอก ล้มเลิกความสนใจและพึ่งพาความสัมพันธ์ ลดความต้องการของตนเองสงวนทรัพยากรที่มีเอาไว้ และให้ความสนใจในความรู้ทางปัญญาแทน

6 ลักษณ์หก:

ถูกขับเคลื่อนโดยความเชื่อที่ว่าโลกเป็นสถานที่อันตราย

ประสบการณ์ที่อันตรายต่างๆในวัยเด็ก a) ผู้ปกครองติดเหล้า ป่วยทางจิต ใช้ความรุงแรง หรืออ่อนแอเกินไปที่จะปกป้องเขา b) พวกเขาอาจเผชิญเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ถูกลงโทษอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นเวลานาน c) ใช้ชีวิตอยู่กับผู้ปกครองที่ไม่น่านับถือ โลเล และขาดความมั่นคง ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความขาดแคลนผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจใกล้ตัวที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้

6 จึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตความผิดปกติที่อาจเป็นสัญญานที่นำไปสู่ภัยอันตราย และสามารถคาดเดาถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ ทำให้พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมสำหรับภัยอันตรายก่อนที่มันจะมาเยือนได้ แต่ว่าแต่ละ subtype ก็มีกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยอันตรายที่แตกต่างกันออกไป

7 ลักษณ์เจ็ด:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดความรู้สึกแย่โดยการโฟกัสในความคิดหรือกิจกรรมที่ทำให้เขารู้สึกดี

พวกเขามีประสบการณ์ที่ดีในวัยเด็กและมักจะมีชีวิตแฮปปี้ไร้ความกังวล ความทรงจำเหล่านั้นมักจะหอมหวานกว่าที่ความเป็นจริงเสมอ อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เผชิญกับประสบการณ์เรื่องแย่ๆอย่างกะทันหันในขณะที่พวกเขาไม่พร้อมที่จะรับมือ เหมือนตกจากสวรรค์ ด้วยเหตุนี้ 7 จึงหลบหนีความกลัวโดยการหลบอยู่ภายใต้ความทรงจำที่หอมหวานที่พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมีทรัพยากรเพียงพอ หรือมุ่งหาประสบการณ์ที่สนุกสนานเบิกบานและมีความสุข

7 จึงวางกลยุทธ์โดยการพยายามเปลี่ยนเรื่องแย่ๆให้กลายเป็นเรื่องที่ดีเพื่อหลบหนีเรื่องแย่ๆไปอยู่ในความทรงจำที่ดี

8 ลักษณ์แปด:

ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการที่จะรู้สึกมีพลังและมีอำนาจ

ในวัยเด็ก 8 โตมากับสภาพแวดล้อมที่มีการต่อสู้และความขัดแย้งสูง ทำให้พวกเขาต้องเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอด ส่วนมากพวกเขามักจะถูกพรากประสบการณ์ในวัยเด็กออกไปหรือไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอ พวกเขามักประสบกับสถานการณ์ความรุนแรงหรือถูกมองข้ามไป โดยส่วนมาก 8 มักจะเป็นลูกคนสุดท้องในครอบครัวใหญ่ และในมุมมองของ 8 พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ โดยการปฏิเสธความจริงว่าตัวเองอ่อนแอ และสวมท่าทีว่าตนนั้นมีอำนาจและมีพลัง เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่มีความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัยไว้ให้สำหรับพวกเขา

8 จึงวางกลยุทธ์โดยการแสดงความเข้มแข็งและพยายามเข้าควบคุมในทุกสิ่งที่ตนสามารถทำได้ ปกปิดความอ่อนแอของตัวเองและสร้างความเชื่อว่าตนนั้นแข็งแกร่ง

9 ลักษณ์เก้า:

ถูกขับเคลื่อนโดยความสงบสุขและการเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้อื่น

เนื่องมาจากครอบครัวที่เขาเติบโตมา a) ไม่รับฟังความคิดเห็นของเขา ในขณะที่คนอื่นๆได้ออกความคิดเห็น b) ความปรารถนาและความชอบของเขาไม่ได้รับความสนใจ c) ต้องคล้อยตามคนอื่นถ้าอยากจะอยู่อย่างสงบสุขหรือหลีกเลี่ยงความร้าวฉาน 9 มักจะเป็นลูกคนกลางหรืออยู่ในครอบครัวใหญ่ ในบางครั้งผู้ปกครองมีอำนาจในการควบคุม พวกเขาจึงต้องยอมจำนนความต้องการของตัวเองและทำตามความต้องการของคนอื่นเพื่อคงความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้

9 จึงวางกลยุทธ์โดยการลืมความต้องการของตนเอง รวมถึงความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับในสิ่งที่ตนเองต้องการ พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่นเพื่อค้นหาสันติสุขและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

แหล่งอ้างอิง: Beatrice

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9038514976873816241699153651.webp

Replying to Avatar Riina

ทำแบบทดสอบ Mbti แค่พอเป็นไกด์ แล้วต้องมาทำความเข้าใจแต่ละฟังก์ชั่นอีกทีค่ะ วิเคราะห์ Cognitive function ว่าใช่ตัวตนของเราไหม อย่าง INFJ ฟังก์ชั่นคือ Ni-Fe-Ti-Se

แต่ละไทป์ฟังก์ชั่นจะต่างกัน ต้องทำความเข้าใจความหมายของแต่ละฟังก์ชั่น มันค่อนข้างลึกซึ้งค่ะ บางคนทำแบบทดสอบอย่างเดียว ไม่ได้มาวิเคราะห์อีกทีอาจจะทำให้มิสไทป์ได้ และยังมีเรื่องนพลักษณ์อีก ค่อนข้างเชื่อมโยงกับไทป์

เราชอบเรื่องนี้มาก รองจากเรื่องของบิทคอยน์เลย เพราะมันสนุกแล้วก็ทำให้เข้าใจตัวเองและคนอื่นมากขึ้น

เราจำได้ว่าคุณขิงเคยทำโพลในกลุ่ม siamese ว่ามีไทป์อะไรกันบ้าง พบว่าจากทั้งหมด 16ไทป์ Top4 อันดับแรกคือ INTJ/INFJ/INFP/INTP อื่นๆรองลงมา เป็น ISxx/ENxx และน้อยสุด ESxx ตามลำดับ นั่นแสดงให้เห็นเลยว่า กลุ่มคนที่มีลักษณะแบบ INxx คือกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องของบิทคอยนฺมากที่สุด

แล้ว INxx คืออะไร ชาว INxx คือกลุ่มคนที่ถนัดการรับรู้นามธรรมจากภายใน การเชื่อมโยงข้อมูลภายในนั่นเอง I = introvert , N = intuition = สัญชาติญาณ(การรับรู้โดยนามธรรม) ถ้าจะมาวิเคราะห์มันก็ใช่เลย ทำไมบางคนถึงไม่คลิกกับบิทคอยน์ บางคนถึงสนใจแต่ไม่อิน ทำไมบางคนถึงศึกษาจริงจังและอินกับมันมาก เราเองก็คิดว่า Mbti ของคนๆนั้นมีส่วนมากเหมือนกัน

ส่วนเราเป็น INTP ค่ะ บ้านม่วง อิอิ อยากรู้ของคนอื่นๆเหมือนกันค่ะว่า ในนี้เป็นไทป์อะไรกันบ้าง

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8608142664212834131699118490.webp

เราเองศึกษามาสักพักแล้ว บางครั้งก็ยังสับสนตัวเองอยู่เลยค่ะว่า เป็น INTP หรือ INTJ กันแน่ เพราะเรารู้สึกเหมือนตัวเองใช้ Ni เยอะมากเหมือนกัน แต่ INTP จะใกล้เคียงตัวตนของเรามากกว่า จากการเช็คช่วงเวลาที่ติดGrip หรือติดลูป

ทำแบบทดสอบ Mbti แค่พอเป็นไกด์ แล้วต้องมาทำความเข้าใจแต่ละฟังก์ชั่นอีกทีค่ะ วิเคราะห์ Cognitive function ว่าใช่ตัวตนของเราไหม อย่าง INFJ ฟังก์ชั่นคือ Ni-Fe-Ti-Se

แต่ละไทป์ฟังก์ชั่นจะต่างกัน ต้องทำความเข้าใจความหมายของแต่ละฟังก์ชั่น มันค่อนข้างลึกซึ้งค่ะ บางคนทำแบบทดสอบอย่างเดียว ไม่ได้มาวิเคราะห์อีกทีอาจจะทำให้มิสไทป์ได้ และยังมีเรื่องนพลักษณ์อีก ค่อนข้างเชื่อมโยงกับไทป์

เราชอบเรื่องนี้มาก รองจากเรื่องของบิทคอยน์เลย เพราะมันสนุกแล้วก็ทำให้เข้าใจตัวเองและคนอื่นมากขึ้น

เราจำได้ว่าคุณขิงเคยทำโพลในกลุ่ม siamese ว่ามีไทป์อะไรกันบ้าง พบว่าจากทั้งหมด 16ไทป์ Top4 อันดับแรกคือ INTJ/INFJ/INFP/INTP อื่นๆรองลงมา เป็น ISxx/ENxx และน้อยสุด ESxx ตามลำดับ นั่นแสดงให้เห็นเลยว่า กลุ่มคนที่มีลักษณะแบบ INxx คือกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องของบิทคอยนฺมากที่สุด

แล้ว INxx คืออะไร ชาว INxx คือกลุ่มคนที่ถนัดการรับรู้นามธรรมจากภายใน การเชื่อมโยงข้อมูลภายในนั่นเอง I = introvert , N = intuition = สัญชาติญาณ(การรับรู้โดยนามธรรม) ถ้าจะมาวิเคราะห์มันก็ใช่เลย ทำไมบางคนถึงไม่คลิกกับบิทคอยน์ บางคนถึงสนใจแต่ไม่อิน ทำไมบางคนถึงศึกษาจริงจังและอินกับมันมาก เราเองก็คิดว่า Mbti ของคนๆนั้นมีส่วนมากเหมือนกัน

ส่วนเราเป็น INTP ค่ะ บ้านม่วง อิอิ อยากรู้ของคนอื่นๆเหมือนกันค่ะว่า ในนี้เป็นไทป์อะไรกันบ้าง

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_8608142664212834131699118490.webp

Bank run รูปแบบใหม่หรือเปล่าเนี้ย น้องชายของเรา อยู่ดีๆบัญชีก็ถูกอายัดเหมือนกัน ทำธุรกรรมไม่ได้ อ้างตรวจสอบเส้นทางการเงิน เงินมันเป็นของไหล เราจะรู้ได้ไงว่าเงินไหนรับได้รับไม่ได้ งี้รับเงินมา ซื้อข้าวหน้าซอย ไม่ต้องไปปิดร้านแม่ค้าเลยหรอ

สมัยก่อนจะถอนเงินต้องไปธนาคาร ถอนมาเป็นเงินสด พอคนถอนพร้อมกันถึงเห็นปัญหา

สมัยนี้คนถอนเงิน ใช้วิธีโอนออกจากธนาคาร ย้ายเงินไปที่อื่นแทนการถอนเป็นเงินสด แล้วถ้าคนย้ายเงินออกพร้อมๆกัน การอายัดบัญชี 72ชม. นี่ก็เหมือนเป็นการถ่วงเวลา ไม่ให้คนย้ายเงินเหมือนกันนะ เอาจริงไม่ว่าจะเหตุผลไหน คือน่าหัวเสียทั้งนั้นอ่ะ เงินก็เงินเราแท้ๆ

รู้สึกว่าแบงค์ไม่ปลอดภัยมานานละ แต่มันชัดเจนวันนี้เลย ของเรามีเงินติดบัญชีแค่หลักสิบบาทมานานและ จะใช้ค่อยโอนจากที่อื่นมาใช้จ่าย ทุกอย่างที่อยู่ในธนาคารรู้สึกโคตรไม่ปลอดภัยเลย เงินในธนาคารนี่เหมือนไม่ใช่เงินของเราจริงๆ รัฐหรือธนาคารมีอำนาจมากกว่าเจ้าของเงินด้วยซ้ำ เงินที่เป็นบิทคอยน์นี่แหละ เงินของเราจริงๆ

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_9768881012452194251699087713.webp