คำถาม: ผู้ประกอบการหรือนายทุน จะช่วยให้แรงงานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ:
ผู้ประกอบการ คือ 1 ในปัจจัยการผลิตทั้ง 4 (ได้แก่ ทุน ที่ดิน แรงงาน และ ผู้ประกอบการ) ซึ่งมีหน้าที่รวมปัจจัยเหล่านี้ให้เข้ากับความคิด ความต้องการ ผลิตสินค้าและบริการสูสายตาผู้บริโภคให้ได้ “เลือกซื้อ”
.
ทำไมผมต้องเน้นคำว่า “เลือกซื้อ” ก็เพราะมันคือ มหาศึกสงครามระหว่างผู้ประกอบการ ในการแย่งชิง “ทุน”ของพวกเขาจากผู้บริโภค เพื่อนำ ”ทุน” เหล่านั้นมาต่อยอด ผลิตสินค้า ลงไปแข่งขันกันใหม่ วนเป็นวัฏจักร นี่คือการแข่งขันกันในตลาดเสรีนั่นเอง
.
แล้วการที่นายทุนต้องแข่งขั้นกันในตลาด มันเกี่ยวอะไรกับแรงงานอย่างเราๆท่านๆล่ะ?
.
นั่นก็เพราะเขาจำเป็นต้องใช้พวกท่านเป็นปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนยังไงเล่า กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นและตั้งอยู่บนหลักของอุปสงค์-อุปทาน เมื่อแรงงานมีมากกว่าความต้องการ ราคาค่าจ้างย่อมถูกลง แต่ถ้าแรงงานมีน้อยกว่าความต้องการ นั่นหมายถึงราคาค่าจ้างก็ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
.
แล้วเราจะทำอย่างไร ให้แรงงานมีน้อยกว่าความต้องการของผู้ประกอบการล่ะ? อยากบอกนะว่า!! ใจเย็นสหาย ที่นี่เราไม่ทำกันแบบนั้น แต่เรากำลังหมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการอยู่ต่างหาก!!
.
เมื่อมีผู้ประกอบการมากขึ้น เราก็ยิ่งจะมีการแข่งขันในตลาดที่หลากหลาย นั่นหมายถึงระดับความต้องการแรงงานที่สูงขึ้นตาม ธุรกิจขนาดเล็กย่อมมีความต้องการแรงงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร มากกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเพียงพออยู่แล้ว ด้วยกลไกราคาตรงนี้เอง ทำให้เกิดทางเลือกของราคาค่าจ้าง และวิธีการจ้างงานที่หลากหลายให้กับแรงงานมากขึ้น
.
สรุปแล้ว เมื่อมีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้น ย่อมเป็นการทำให้คุณภาพชีวิตของแรงงานดีขึ้น อันเกิดจากการแข่งขันกันภายในตลาดเสรี…
.
ถ้างั้น…แล้วเราจะทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้ยังไง? แล้วเหตุผลอะไร ทำไมทุกวันนี้โลกของเราถึงยังไม่เป็นแบบนั้น? ไว้มาต่อกัน ep.หน้า ราตรีสวัสดิ์
คำถาม: ผู้ประกอบการหรือนายทุน จะช่วยให้แรงงานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ:
ผู้ประกอบการ คือ 1 ในปัจจัยการผลิตทั้ง 4 (ได้แก่ ทุน ที่ดิน แรงงาน และ ผู้ประกอบการ) ซึ่งมีหน้าที่รวมปัจจัยเหล่านี้ให้เข้ากับความคิด ความต้องการ ผลิตสินค้าและบริการสูสายตาผู้บริโภคให้ได้ “เลือกซื้อ”
.
ทำไมผมต้องเน้นคำว่า “เลือกซื้อ” ก็เพราะมันคือ มหาศึกสงครามระหว่างผู้ประกอบการ ในการแย่งชิง “ทุน”ของพวกเขาจากผู้บริโภค เพื่อนำ ”ทุน” เหล่านั้นมาต่อยอด ผลิตสินค้า ลงไปแข่งขันกันใหม่ วนเป็นวัฏจักร นี่คือการแข่งขันกันในตลาดเสรีนั่นเอง
.
แล้วการที่นายทุนต้องแข่งขั้นกันในตลาด มันเกี่ยวอะไรกับแรงงานอย่างเราๆท่านๆล่ะ?
.
นั่นก็เพราะเขาจำเป็นต้องใช้พวกท่านเป็นปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนยังไงเล่า กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นและตั้งอยู่บนหลักของอุปสงค์-อุปทาน เมื่อแรงงานมีมากกว่าความต้องการ ราคาค่าจ้างย่อมถูกลง แต่ถ้าแรงงานมีน้อยกว่าความต้องการ นั่นหมายถึงราคาค่าจ้างก็ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
.
แล้วเราจะทำอย่างไร ให้แรงงานมีน้อยกว่าความต้องการของผู้ประกอบการล่ะ? อยากบอกนะว่า!! ใจเย็นสหาย ที่นี่เราไม่ทำกันแบบนั้น แต่เรากำลังหมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการอยู่ต่างหาก!!
.
เมื่อมีผู้ประกอบการมากขึ้น เราก็ยิ่งจะมีการแข่งขันในตลาดที่หลากหลาย นั่นหมายถึงระดับความต้องการแรงงานที่สูงขึ้นตาม ธุรกิจขนาดเล็กย่อมมีความต้องการแรงงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร มากกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเพียงพออยู่แล้ว ด้วยกลไกราคาตรงนี้เอง ทำให้เกิดทางเลือกของราคาค่าจ้าง และวิธีการจ้างงานที่หลากหลายให้กับแรงงานมากขึ้น
.
สรุปแล้ว เมื่อมีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้น ย่อมเป็นการทำให้คุณภาพชีวิตของแรงงานดีขึ้น อันเกิดจากการแข่งขันกันภายในตลาดเสรี…
.
ถ้างั้น…แล้วเราจะทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้ยังไง? แล้วเหตุผลอะไร ทำไมทุกวันนี้โลกของเราถึงยังไม่เป็นแบบนั้น? ไว้มาต่อกัน ep.หน้า ราตรีสวัสดิ์
คำถาม: ผู้ประกอบการหรือนายทุน จะช่วยให้แรงงานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ:
ผู้ประกอบการ คือ 1 ในปัจจัยการผลิตทั้ง 4 (ได้แก่ ทุน ที่ดิน แรงงาน และ ผู้ประกอบการ) ซึ่งมีหน้าที่รวมปัจจัยเหล่านี้ให้เข้ากับความคิด ความต้องการ ผลิตสินค้าและบริการสูสายตาผู้บริโภคให้ได้ “เลือกซื้อ”
.
ทำไมผมต้องเน้นคำว่า “เลือกซื้อ” ก็เพราะมันคือ มหาศึกสงครามระหว่างผู้ประกอบการ ในการแย่งชิง “ทุน”ของพวกเขาจากผู้บริโภค เพื่อนำ ”ทุน” เหล่านั้นมาต่อยอด ผลิตสินค้า ลงไปแข่งขันกันใหม่ วนเป็นวัฏจักร นี่คือการแข่งขันกันในตลาดเสรีนั่นเอง
.
แล้วการที่นายทุนต้องแข่งขั้นกันในตลาด มันเกี่ยวอะไรกับแรงงานอย่างเราๆท่านๆล่ะ?
.
นั่นก็เพราะเขาจำเป็นต้องใช้พวกท่านเป็นปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนยังไงเล่า กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นและตั้งอยู่บนหลักของอุปสงค์-อุปทาน เมื่อแรงงานมีมากกว่าความต้องการ ราคาค่าจ้างย่อมถูกลง แต่ถ้าแรงงานมีน้อยกว่าความต้องการ นั่นหมายถึงราคาค่าจ้างก็ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
.
แล้วเราจะทำอย่างไร ให้แรงงานมีน้อยกว่าความต้องการของผู้ประกอบการล่ะ? อยากบอกนะว่า!! ใจเย็นสหาย ที่นี่เราไม่ทำกันแบบนั้น แต่เรากำลังหมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการอยู่ต่างหาก!!
.
เมื่อมีผู้ประกอบการมากขึ้น เราก็ยิ่งจะมีการแข่งขันในตลาดที่หลากหลาย นั่นหมายถึงระดับความต้องการแรงงานที่สูงขึ้นตาม ธุรกิจขนาดเล็กย่อมมีความต้องการแรงงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร มากกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเพียงพออยู่แล้ว ด้วยกลไกราคาตรงนี้เอง ทำให้เกิดทางเลือกของราคาค่าจ้าง และวิธีการจ้างงานที่หลากหลายให้กับแรงงานมากขึ้น
.
สรุปแล้ว เมื่อมีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้น ย่อมเป็นการทำให้คุณภาพชีวิตของแรงงานดีขึ้น อันเกิดจากการแข่งขันกันภายในตลาดเสรี…
.
ถ้างั้น…แล้วเราจะทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้ยังไง? แล้วเหตุผลอะไร ทำไมทุกวันนี้โลกของเราถึงยังไม่เป็นแบบนั้น? ไว้มาต่อกัน ep.หน้า ราตรีสวัสดิ์
Tik tok next half… nostr:note1fz3zlj5j63kpzwu73n7d95k28vtt4rp8cfd6hg0p6yc2ce67v2ws4tv06p
"Hey, fellow comrades and hardworking professionals like us, let's unite and show those capitalist bosses what we are capable of! They're sucking up all our hard-earned sweat and degrading us. This capitalist system is just deplorable.
This is something that my Santa Caul-loving friends often talk about, and it inspired me to write this.
From what we've learned in our textbooks, labor is one of the four factors of production, and that's correct. However, if we look deeper into the buyer-seller relationship, we'll see that labor is also a kind of commodity owned by an individual. You can offer this commodity to others in the form of hiring them for work.
The greatness of the commodity "labor" lies in its ability to add value to itself. If the individual uses it correctly, it can bring in experiences and expertise. If the individual uses it to seek knowledge and explore new areas, the results may multiply.
Three factors that will increase the value of labor in a free market are:
Working more - Selling more products means earning more money.
Enhancing one's abilities - Higher-quality products mean customers are willing to pay more.
And one crucial factor is:
Employers - When demand increases but supply remains the same, product prices naturally rise.
But wait... these capitalist employers who exploit our beloved comrades, how can they make our lives better?
...Until the next time, Plebs...
เก็บมารวมกัน สิ่งที่ฝัน ให้มันรวมเป็นหนึ่ง
และออกไปค้นหา ความปารถนา สุดฟ้าอันกว้างใหญ่~
วันพีซ! nostr:note1t2ztkfeq2n7gu2fqfrdzu8j6gew499n4ysljr6e32s80zu2hzdlsd7hmtq
The minimum wage, it's barely enough for anything! The capitalists are squeezing us!
Wait...let me lay down some facts.
The minimum wage, let's assume it's 450 baht per day, which means 450 baht for 7 hours of work plus 1 hour break or 6 hours of work plus 1 hour break in case of dangerous jobs. So, the hourly rate for part-time work would be 56.25 baht per hour.
Regarding overtime (OT) work, the employee must be paid 1.5 times the normal rate for working overtime, 2 times for working on holidays, and 3 times for working on holidays and overtime on the same day.
(This rate come from the Thailand Labour Laws )
So, let's say someone works 14 hours per day, which can be divided into 2 cases:
1. Working overtime: 450 + (450/8 * 6 * 1.5) = 956.25 baht per day.
2. Taking part-time jobs as additional income: 450 + (450/8 * 6) = 787.5 baht per day.
For an employee who works up to 6 days per week, there will be one day off. This means:
1. They will earn up to 1,912.5 baht on that day.
2. They will earn 1,575 baht on that day.
I saw a video of someone spending money according to the minimum wage of 450 baht and trying to claim that it's not enough. Many people probably talk about other issues a lot. So, I tried to calculate what it's like to be a minimum wage worker, but even if you work hard and spend less, saving in a non-depreciating currency, you can still improve your life in the long run.
Work hard, stay humble, and stack sats.
Ps. Earning nearly 2,000 baht per day according to the calculation is true, but who would hire you? Haha!
ว่าด้วยเรื่องค่าแรง 1.5
"โอ้สหายเอ๋ย ชนชั้นกรรมมาชีพอย่างเราๆ ท่านๆ ต่างเป็นผู้ลงหยาดเหงื่อแรงกาย สร้างสรรค์ผลงานใดๆ ขึ้นมา ใยอ้ายนายทุนมันริบเอาไปเสียหมดเล่า!! ทุนนิยมนี้หนอช่างบัดซบ โลกนี้ช่างเหลื่อมล้ำ
อย่างกระนั้นเลย พวกเราชาวกรรมมาชีพเอ๋ย จงรวมพลังกันแสดงให้อ้ายพวกนายทุนมันเห็น พวกเราชาวกรรมมาชีพเอ๋ย จงจับค้อน ถือเคียวของท่านออกมา เพื่อชะล้างความโสมมออกไปจากโลกใบนี้เสียที!!"
.
นี่คือสิ่งที่เหล่ามิตรรักแฟนเพลงเฮีย เครา(ดก) มาก มักชอบพูดกัน ซึ่งผมเขียนไปก็จั้กจี๊นิ้วไป เพราะอะไร
.
จากความรู้ในตำราที่เราเรียนกันมา แรงงานถือเป็น 1 ในปัจจัยการผลิตทั้ง 4 ซึ่งก็ถูกต้องตามนั้น แต่ถ้าเราลองมองให้ลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ในแบบผู้ซื้อและผู้ขายจะเห็นได้ว่า แรงงานก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งของมนุษย์คนหนึ่งนั้น คุณสามารถปล่อยสินค้านี้ให้คนอื่นเช่าในลักษณะของการจ้างงาน
.
ความเจ๋งของสินค้า "แรงงาน" นั้นคือ มันสามารถเพิ่มมูลค่าให้ตัวมันเองได้ หากมนุษย์คนนั้นใช้มันอย่างถูกวิธีจะนำมาซึ่งประสบการณ์ ความชำนาญในด้านนั้นๆ หากมนุษย์คนนั้นใช้มันเพื่อแสวงหาความรู้ ทดลองทำในด้านใหม่ๆ ผลลัพธ์ก็อาจเพิ่มเท่าทวีคูณ
.
3 ปัจจัยที่จะทำให้แรงงานมีค่าแรงที่เพิ่มขึ้นในตลาดเสรีคือ
1.ทำงานให้มากขึ้น - ขายสินค้ามากขึ้น ก็ได้เงินมากขึ้น
2.เพิ่มความสามารถตัวเอง - สินค้ามีคุณภาพมากขึ้น คนซื้อก็ยอมจ่าย
และปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ
3.ผู้ประกอบการ - เมื่ออุปสงค์เพิ่มขึ้นไม่ว่าทางใดก็ตาม อุปทานเท่าเดิม ราคาสินค้าย่อมเพิ่มสูงขึ้น
.
ว่าแต่..ผู้ประกอบการหรือนายทุนผู้กดขี่เหล่าสหาย สร้างความเหลื่อมล้ำที่สาวกท่านเครา(ดก) มาก ชิงชังนักหนา พวกมันจะช่วยให้สหายของเราลืมตาอ้าปากได้อย่างไร
...ตัดจบแบบละครไทย...
แต่ว่ากันตามจริง ก๋วยเตี๋ยวชามนึงสมัยนี้ก็ไม่อิ่มนะครับ555
ถึงอย่างนั้นการที่ประชากร(อุปทาน)เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแต่ค่าแรงมีอำนาจการจับจ่ายลดลงไปราว 1 ใน 4 แปลว่ามีการจ้างงานรองรับแต่ไม่เพียงพอจะรักษาอำนาจการจับจ่ายไว้ให้เท่าเดิม
Stack sats and make your own jobs ครับ!
Piranha can’t bite you, if you bite him first. Meow 555
ตลาดเสรีหมายถึง ตลาดที่เปิดกว้างมากพอให้ทุกคนมีที่ทางของตัวเอง โดยตัดสินกันที่ Proof of work เช่นเดียวกับบิตคอยน์ครับ
.
Believe in Proof of work, then work until its work!!
ค่าแรงขั้นต่ำ มันพอกินที่ไหน!! พวกนายทุนมันกดขี่ บลาๆ
.
หยุดก่อนอานนท์ วางส้มลงแล้วคิดตามเรานะ
.
ค่าแรงขั้นต่ำ สมมติไว้ที่ 450 บาท ในที่นี้หมายถึง
450บาท/ 7ชม. + พัก 1ชม. หรือ 6ชม. + พัก 1ชม. หากเป็นงานที่อันตราย
ซึ่งค่าแรงช่วงเวลา(Part- time) ก็จะเท่ากับ 450/8 = 56.25 บาท/ชม
.
และในการทำงานล่วงเวลา(OT) จะต้องจ่ายให้ลูกจ้าง 1.5 เท่า เมื่อล่วงเวลา,
2 เท่า เมื่อเป็นวันหยุด และ 3 เท่าและทำ OT ในวันหยุด
.
ดังนั้นถ้ากำหนดให้คนๆหนึ่ง ทำงานวันละ 14ชม./วัน ซึ่งจุดนี้จะแบ่งเป็น 2 กรณี
1.ทำ OT 450+(450/8*6*1.5) = 956.25บาท/วัน
2.รับงาน Part-time เสริม 450+(450/8*6) = 787.5บาท/วัน
.
สำหรับลูกจ้างที่กำหนดให้ทำงานไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์เท่ากับจะมีวันหยุด 1 วัน ซึ่งนั่นหมายความว่า
1.จะได้เงินถึง 1,912.5บาท ในวันนั้น
2.จะได้ 1,575บาท ในวันนั้น
.
พอดีเห็นคลิปคนใช้เงินตามค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท แล้วพยายามจะสื่อว่าค่าแรงแค่นี้ไม่พอ หลายคนคงพูดประเด็นอื่นๆไปเยอะละ ผมเลยลองมาคำนวณเล่นๆให้ดูว่าต่อให้คุณเป็นแรงงานที่รับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ถ้าคุณขยันทำงาน กินให้น้อย ใช้จ่ายให้น้อย เก็บออมในเงินที่ไม่เสื่อมค่า คุณก็สามารถยกระดับชีวิตในระยะยาวได้เหมือนกันนะ
.
Work hard, Stay humble, and stack sats.
.
วันละเกือบ 2,000 ตามสูตรคำนวณก็จริง แต่ว่าใครมันจะจ้างอะ 555
ต่อต้านไม่ได้ ก็เข้าร่วม เมื่่อยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านเกิดจากฐานรากสู่ด้านบน เปรียบได้กับเชื้อรา วันที่คุณเห็นมัน เมื่อนั้นมันก็ได้ครอบครองทุกส่วนได้แล้ว
.
โควทบางส่วนยืมมาจากพี่ M4Nwith40iQ nostr:note1mp75mqqsf959yhah3vgy5xlhdggat7wrlfzl55j486a4fg0vlrmqswcz20
Stardew valley and the most game from supercell( Hay day, Clash of clans, Clash royales)
and some from Slice too!
ล้าน 8 ที ในบล็อค 8 แสน
.
Million 8 times at the 800k blocks.

