Avatar
Xsara8
17ad50a532f2a8fcf48d6c49d7b1fedec59c13f80170ea753a38b91281f6af22
Make it happen, build it come true.

.. อ้าาากกกกก

Replying to Avatar Jakk Goodday

"จงกล้าที่จะฝัน กล้าที่จะลงมือทำ และกล้าที่จะเป็นตัวเอง แล้วคุณจะค้นพบพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง"

เราทุกคนต่างมีความฝัน มีภาพชีวิตในอุดมคติที่อยากให้เป็นจริง อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เก่งขึ้น เจ๋งขึ้น ก้าวไปสู่จุดหมายที่เราวาดฝันไว้..

แต่เส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงมันไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากหรอกนะครับ มันเต็มไปด้วยอุปสรรค ความท้าทาย และความไม่แน่นอนที่พร้อมจะเข้ามาทดสอบเราทุกเมื่อ

การตั้งเป้าหมายจึงเป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยนำทาง ให้เรามีทิศทางที่ชัดเจน ไม่หลงทางไปกับกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง

เป้าหมายที่ชัดเจน เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางสู่ความสำเร็จ

การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เหมือนเวลาเราออกเดินทางไกล ถ้าไม่มีแผนที่หรือ GPS นำทาง ก็คงหลงทางกันไปใหญ่

เป้าหมายที่คลุมเครือหรือเลื่อนลอยก็เหมือนกัน เราอาจเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือเดินวนอยู่ในอ่างไม่ไปไหนสักที

ดังนั้น..

ลองถามตัวเองดูสิครับว่าจริงๆ แล้วคุณต้องการอะไรกันแน่?

อยากเป็นใคร?

อยากทำอะไร?

และอยากมีชีวิตแบบไหน?

เมื่อคุณค้นพบคำตอบเหล่านั้นแล้ว จงจดบันทึกมันลงไป สร้างภาพแห่งความสำเร็จในอนาคต และพูดออกมาดังๆ ราวกับว่าคุณได้บรรลุเป้าหมายนั้นแล้ว

พลังแห่งคำพูดและจินตนาการจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจให้คุณฮึดสู้ต่อไปได้

ทัศนคติเชิงบวก จะคอยเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

ทัศนคติเชิงบวกนี่แหละ คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะมัวแต่กังวลว่า "เมื่อไรเราจะทำได้" ให้เปลี่ยนความคิดเป็น..

"ถ้าทำไม่ได้สิแปลก"

ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองจะช่วยให้คุณเอาชนะความกลัวและความสงสัยได้

ยิ่งคุณตั้งเป้าหมายที่ท้าทายมากเท่าไร ยิ่งจะมีคนสนับสนุนคุณมากขึ้นเท่านั้น เพราะผู้คนมักชื่นชมและให้กำลังใจคนที่กล้าที่จะฝันใหญ่และพยายามอย่างไม่ย่อท้อ

"ยิ่งฝันใหญ่.. ยิ่งมีแรงใจ"

และการตั้งเป้าหมายไม่ควรเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือเคร่งเครียดจนเกินไป.. จงเลือกเป้าหมายที่คุณรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่จะลงมือทำ

เพราะเมื่อคุณมีความสุขกับสิ่งที่ทำ คุณจะมีแรงบันดาลใจและพลังในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น

เป้าหมายที่ขาดความสนุกจะกลายเป็นเพียงภาระที่ถูกยัดเยียดให้เท่านั้น

ในขณะที่คุณกำลังสร้างเป้าหมาย จงอย่าใส่ใจกับเสียงรอบข้างหรือทัศนคติที่คนอื่นพยายามยัดเยียดให้คุณมากจนเกินไป

เพราะคุณคือผู้กำหนดชีวิตของคุณเอง

ดังนั้น.. จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณและความฝันของคุณ ทิ้งกรอบความคิดและความคาดหวังของผู้อื่นไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

ลงมือทำ.. ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

การลงมือทำคือสิ่งที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง อย่ามัวแต่นั่งรอคอยโอกาสที่สมบูรณ์แบบ เพราะมันอาจไม่มีวันมาถึง

"อย่าแค่ฝัน.. จงทำให้มันเป็นจริง"

จงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่คุณทำได้ในวันนี้ และทำมันอย่างสม่ำเสมอ เหมือนกับการสร้างบ้าน เราต้องเริ่มจากการวางรากฐานทีละก้อนอิฐ จนกระทั่งมันกลายเป็นบ้านที่แข็งแรงและสวยงาม

การเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เช่นกัน มันต้องใช้เวลา ความอดทน และความพยายามอย่างต่อเนื่อง

การเรียนรู้และพัฒนา.. กุญแจสู่การเติบโต

การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราหยุดนิ่ง ก็เท่ากับเราถอยหลัง

ดังนั้น.. จงเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาทักษะอยู่เสมอ

การเรียนรู้ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือหรือเข้าเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่มันคือการสังเกต คิดวิเคราะห์ และลงมือทำด้วยตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่ชีวิตในฝันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ทัศนคติเชิงบวก และความมุ่งมั่นที่จะลงมือทำและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เราทุกคนมีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์ชีวิตที่เราต้องการได้

"เปลี่ยนแปลงตัวเอง.. เปลี่ยนแปลงโลก"

จงอย่ากลัวที่จะฝันใหญ่ และอย่าลังเลที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ เพียงก้าวเดียว

"จงอย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะความกลัวคืออุปสรรคเดียวที่ขวางกั้นการเรียนรู้"

"ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด คือการปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด"

"ใช้เหตุผลให้มาก คิด วิเคราะห์ ก่อนลงมือทำ และที่สำคัญ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วย!"

"ทุกการกระทำของเรามีความหมาย เราทุกคนเป็น ‘ผู้กระทำ’ ที่ใช้ ‘เหตุผล’ ในการตัดสินใจและสร้างโลกของเราเอง"

— Jakk Goodday

#Siamstr #Jakkstr

เป้าหมาย -> กระบวนการ -> ทรัพยากร -> ลงมือทำ -> ฟีดแบ๊ก 🔁

Replying to Avatar Jameson Lopp

For peace YES.

Replying to Avatar Right Shift

จากฟลอรินสู่บิตคอยน์.. บทเรียนจาก Layered Money สู่ปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงบนโลก

อรุณสวัสดิ์ครับเพื่อนๆ เช้านี้ผมมีโอกาสหยิบหนังสือเล่มโปรดมานั่งอ่านชิลล์ๆ จิบกาแฟตรงสนามหญ้า พลางคิดคล้อยตามหลายๆ อย่างกับเนื้อหา นำมาเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เลยอยากจะนำมาลองเขียนแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ..

ปี 2023 นับเป็นปีที่โลกการเงินต้องหันมาจ้องมองบิตคอยน์อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงสินทรัพย์เก็งกำไรของคนกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาด และทิศทางของมันช่างสอดคล้องกับเนิ้อหาในหนังสือ "Layered Money" ของ Nik Bhatia อย่างน่าประหลาดใจ..

ย้อนกลับไปในปี 2008 ในวันที่ Lehman Brothers ล่มสลาย โลกได้รู้จักกับบิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความไม่ไว้วางใจในระบบการเงินดั้งเดิม Bhatia ได้นำเสนอแนวคิดอันล้ำหน้า เรียกว่า "Layered Money" หรือ "ระบบเงินซ้อนชั้น" เพื่ออธิบายวิวัฒนาการของเงิน ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงลำดับชั้นของเงิน

ตั้งแต่ "เงินชั้นที่หนึ่ง" อย่างทองคำ อันเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า สู่ "เงินชั้นที่สอง" ที่ถูกสร้างขึ้นจากหนี้สิน เช่น ธนบัตร หรือเงินฝากธนาคาร และ "เงินชั้นที่สาม" ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุดมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ สิ่งที่ Bhatia เคยคาดการณ์ไว้ในหนังสือ กำลังค่อยๆ เกิดขึ้นจริงในปี 2023

การที่ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ยื่นขอจัดตั้ง Bitcoin ETF ต่อ SEC ไม่ใช่แค่ข่าวเล็กๆ ในวงการคริปโทฯ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปิรามิดเงินดอลลาร์

การที่นักลงทุนสถาบันสนใจบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร แต่มันกำลังก้าวขึ้นเป็น "เงินทุนสำรอง" รูปแบบใหม่ ดังเช่นที่ Michael Saylor และ MicroStrategy ได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง

ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนเท่านั้น.. แม้แต่ Robert F. Kennedy Jr. และ Vivek Ramaswamy (ไปจนถึง Donald Trump) ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างหยิบบิตคอยน์ขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียง (สมมุติว่าจริงใจ..) สะท้อนถึงกระแสความต้องการอิสระภาพทางการเงิน อันเป็นหัวใจสำคัญของบิตคอยน์ การที่รัฐบาลอาจถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง ยิ่งตอกย้ำสถานะ "เงินชั้นที่หนึ่ง" ที่ท้าทายอำนาจของเงินดอลลาร์

ความสำเร็จของ MicroStrategy ในการใช้บิตคอยน์เป็นทุนสำรอง เป็นบทพิสูจน์คำทำนายของ Hal Finney ผู้สนับสนุน Bitcoin ในยุคแรกๆ ที่มองเห็นศักยภาพของบิตคอยน์ในการเป็น "เงินชั้นสูง" ที่ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินสำรองสำหรับธนาคารในการสร้างสกุลเงินของตัวเอง การเติบโตของ MicroStrategy ยิ่งตอกย้ำว่า Layered Bitcoin กำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ

การที่บิตคอยนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มชนชั้นนำด้านการลงทุน และในรัฐบาลหลายๆ ประเทศ สะท้อนถึงความกังวลต่ออำนาจที่กำลังถูกท้าทาย Bhatia ได้กล่าวไว้ในหนังสือว่า ระบบการเงินโลกกำลังโหยหาการเริ่มต้นใหม่ และ บิตคอยน์คือคำตอบของโลกที่กำลังมองหากระดานเกมใหม่ทางการเงิน

พอเห็นอะไรแบบนี้แล้ว.. ส่วนตัวผมจึงคิดว่า "Layered Money" นั้นอาจไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันคือแผนที่นำทางสู่อนาคตของโลกการเงิน ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของปิรามิดทางการเงิน การเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล และความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์จะก้าวขึ้นมาเป็น "เงินทุนสำรองของโลก"

โลกยุคใหม่กำลังมุ่งหน้าสู่ระบบการเงินที่ปราศจากพรมแดน ไร้ศูนย์กลาง และผู้คนมีอิสระในการเลือกใช้สกุลเงิน "Layered Money" คือหนึ่งในความเข้าใจ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และเตรียมพร้อมสำหรับโลกการเงินยุคใหม่

..และสำหรับชาวบิตคอยน์ "Layered Money" คือขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจบิตคอยน์ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนครับ

คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเงิน ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงการกำเนิดของระบบการเงินสมัยใหม่ Bhatia เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ "Layered Money" ช่วยให้คุณเข้าใจถึงรากฐานของเงิน Fiat จุดอ่อนของระบบธนาคารกลาง และที่มาของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Bhatia อธิบายว่าบิตคอยน์มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทองคำในโลกยุคดิจิทัล (เขานิยามมันว่าเป็นเงินชั้นที่หนึ่ง) มันคือสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า มีความแน่นอนทางคณิตศาสตร์ ใช้งานได้อย่างอิสระ และต้านทานความโลภของมนุษย์ได้อย่างดี หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเหตุใดบิตคอยน์จึงคู่ควรกับการเป็น "ทองคำดิจิทัล" และทำไมมันถึงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและบุคคลทั่วโลก

คุณจะได้เห็นภาพอนาคตของบิตคอยน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น Bhatia วิเคราะห์การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ในชั้นที่สอง เช่น เงินฝากในตลาดแลกเปลี่ยน สัญญาฟิวเจอร์ส และ Lightning Network ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ระบบการเงินที่ซับซ้อนและทรงพลัง

Bhatia ชี้ให้เห็นว่าบิตคอยน์กำลังท้าทายระบบการเงินโลก ที่การควบคุมเงินตราอยู่ในมือของรัฐบาลและธนาคารกลางมาอย่างยาวนาน หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงพลวัฒน์ของตลาดการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก

ดังนั้นผมจึงคิดว่า.. "Layered Money" คือคู่มือที่ไม่ควรพลาดสำหรับชาวบิตคอยน์ทุกคน มันจะช่วยให้คุณมองเห็นอนาคต เข้าใจความท้าทาย และพร้อมสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ที่บิตคอยน์กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่างครับ

แล้วเพื่อนๆ ชอบเนื้อหาส่วนไหนในหนังสือกันบ้างครับ? 🥹

// ประธานซุป nostr:nprofile1qqsdts7svdn3tudf6klz479d4cyj6a2hjc36kg3l06ts29scf5g4nvcpz4mhxue69uhk2er9dchxummnw3ezumrpdejqz9mhwden5te0ve5kcar9wghxummnw3ezuamfdejsz9nhwden5te0vakx7cnpdsh8yetvv9ujuun9vss0tu89

#Siamstr

เป็นเล่มที่เปิดแผนที่โลกของ "เงิน" อย่างแท้จริง เป็นพื้นฐานที่เหมาะมากที่จะนำไปสู่ Broken Money

ก้มหน้าฝัน ทำทันที ทำอย่างบ้าคลั่ง

Stay humble and stack bit power. 🔥

GM ครับ พี่นัท

กฎที่ไม่ได้ออกมาให้ทำตามแบบนี้ คนออกไม่ได้ทำ คนทำไม่ใช้ และคนใช้กฎหมายก็ไม่ถืเป็นสรณะหรอกฮะ (เว้นแต่ใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม) เผลอ ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกฎหมายนี้ฮะ 555555

เบียร์เถื่อน เงินเถื่อนแล้วไง เมื่อไม่มีใครห้ามเราได้

Pain and Benefit ครับ

1.เมื่อบิตคอยน์มีระบบครบวงจร

2.เมื่อใช้บิตคอยน์มีข้อดีมากกว่าพร้อมเพย์

3.เมื่อใช้พร้อมเพย์มีข้อเสียมากกว่าบิตคอยน์

อย่างไรก็ตาม มันเริ่มจากสิ่งๆ เล็ก คือพวกเราเริ่มรับและจ่ายเป็นบิตคอยน์ครับ นี่แหละคือก้าวเล็กๆ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของบิตคอยน์เนอร์