Avatar
nahmkahw
1d10aaa945f225e74399193ed5b8691087127f215190e962caf7072811a6f122
Stack sats everyday. 🧡⚡️ ไม่เรียกร้องให้รัฐเปลี่ยน แต่ “ออกจากเกม” ไปเลย (Hirschman, 1970) พลังของการ “ไม่สนใจ”

GM 🧡⚡️ ในวัยที่ต้องเล่นโยคะทุกเช้า แก้อาการปวดหลังล่าง

บอกเขาไปว่าที่นี่เราสามารถคุยกับทีม Right Shift ได้อย่างเป็นกันเอง ที่นี่เราได้เห็น อ.พิริยะ ในมุมที่ไม่มีทางได้เห็นใน fb ที่นี่เรามีเพื่อน ๆ เหล่า bitcoiner ที่ไม่ได้คุยกันแต่เรื่องของบิตคอยน์ เราสามารถคุยกันได้ทุก ๆ เรื่องเท่าที่เรานั้นต้องการ ตั้งแต่เรื่องของเนื้อที่เป็นสเต็ก ไปจนถึงเรื่องของเนื้อที่ไม่ใช่สเต็ก และเรามีปฏิสัมพันธ์กันโดยที่ไม่ได้ถูกจับคู่ให้เจอกันด้วยระบบ algorithm แต่มันมาจากโชคชะตาที่แท้จริงที่นำพาให้เรามาเจอกัน

เราสามารถเลือกสิ่งที่จะเห็น หรือข้อความที่ต้องการจะอ่านด้วยตัวของเราเอง มันไม่มี Ads โฆษณาที่ดึงดูดเวลาของสายตาเรา ไม่ต้องทนปวดประสาทรับรู้เรื่องไม่เข้าเรื่องที่ toxic ซะยิ่งกว่าโดนเหล่า bitcoiner อย่างพวกเราแซะ ถึงมันอาจจะมีบ้างในบางเวลาที่เรานั้น toxic แต่มันก็เป็นความ toxic อย่าง organic ไม่ได้เป็นความ toxic มาจากความจงเกลียดจงชังที่แพลตฟอร์มชักจูงให้มันเป็นแบบนั้น

เราแสดงออกถึงความคิดภายในหัว หรือแสดงความคิดเห็นด้วยเจตจำนงเสรีแห่งความเป็นปัจเจกของใครของมัน และมันดีงาม เพราะนี่แหละมนุษย์ที่ควรจะเป็นในเวลาที่ต้องอยู่ในสังคมหมู่มาก มันไม่ใช่ความหลากหลายที่เหล่า woke กำลังพูดถึง แต่มันคือความหลากหลายในระดับของปัจเจก

Nostr มันเป็นห้องทดลองตลาดเสรีอีกรูปแบบหนึ่ง ก่อนการมาถึงอย่างแท้จริงของตลาดเสรี ที่ถ้าเกิดมันทำงานขึ้นมาจริง ๆ คนที่อยู่แต่ในโลกที่มีระบบค่อยจัดการอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ให้ อาจจะต้องลำบากอย่างแน่นอน ใครที่คิดว่าอยากจะสัมผัสกับประสบการณ์และได้ทดลองตลาดเสรี Nostr ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี บางที zap แรกที่คุณได้รับอาจจะเป็นแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้คุณเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของสิ่งที่เรียกว่า V4V โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องไปหาอ่านนิยามหรือความหมายของมันแม้แต่สักนิดเดียว

#Siamstr

#Beertimestr

ชอบตรงนี้ “เราแสดงออกถึงความคิดภายในหัว หรือแสดงความคิดเห็นด้วยเจตจำนงเสรีแห่งความเป็นปัจเจกของใครของมัน และมันดีงาม” 🧡⚡️

หน่วยวัดมูลค่าทางบัญชีแรกที่ใช้งานได้จริงนั่นคือเหรียญลิเดียที่มีตราประทับรูปสิงโตคำราม และมีน้ำหนัก 126 เม็ดข้าวเปลือกหรือประมาณ 8 กรัม #readtoday #layeredmoney #siamstr

แวะกินเนื้อต้มจุกยันคอ #siamstr

ผมอิ่มเนื้อแล้วครับ

ฟังสัมภาษณ์เรื่อง A380 ของการบินไทย ไม่พร้อมถูกนำกลับมาบินไปรับคนไทยในอิสราเอล เหตุเพราะจอดตากแดดไว้นานมากที่อู่ตะเภา

การจะกู้คืนมาขับใช้ จะเกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ที่สำคัญกว่านั้นมากคือต้องใช้เวลา

ไฟลต์ล่าสุดที่ผมกลับจากสิงคโปร์ เผอิญผมได้สนทนาเรื่องนี้พอดีกับลูกเรือการบินไทยที่แสนอบอุ่น (…จนร้อน)

เป็นการสนทนาเผ็ดร้อนก่อนเกิดเหตุสงครามในอิสราเอลนะ เราไม่ได้รู้อะไรล่วงหน้า

แต่พอรู้แล้วก็ตอบคำถามจากข่าวคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะ รมต. คมนาคม ที่ให้ข่าววานนี้ว่า A380 ยังถูกนำออกมาใช้ไม่ได้ …เหตุจอดทิ้งไว้นาน (รอการขาย)

… การจะฟื้นคืนนั้นนาน และต้องควานหาตัวกัปตัน และฟื้นฟูทักษะการบิน …ต้องต่อไลเซนส์ สะสมชั่วโมงบินกันใหม่ (ใครขับได้บอกด้วย)

แต่เมื่อต้องอพยพคนไทยจำนวนมากในบริเวณฉนวนกาซา ความใหญ่โตของ A380 ที่จุได้ถึง 500 ที่นั่ง จึงถูกถามถึงความสามารถในการนำไปรับคนไทยแทนลำเล็กกว่าที่ใช้กันอยู่ (เวลานี้จึงทำได้เพียง “ทะยอยนำกลับ”)

กองทัพอากาศไทยใช้ A340-500 สเปกจุได้ราว 270-310 ที่นั่ง (ข้อมูลระบุไว้แบบนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดเรียงเก้าอี้ของกองทัพอากาศ) แต่นำไปรับกลับมาได้ 130 คนในรอบแรก มีแผนจะจัดเครื่องบินไปรับกลับ 6 รอบ (ขาไป ต้องตีเครื่องเปล่า)

ยุคนี้มีข้อมูลให้สืบค้นได้เยอะ ขนาด ทอ. บินอ้อม คนยังรู้เลย (แอป FlightRadar™️ นี่บอกหมด ! บินไปย้งไง ?) ทอ. ใช้เวลาไป 12 ชม. ปกติต้อง 9 ชม. เซ่ ! คนเห็นฟ้อง

โฆษกกระทรวงต่างประเทศต้องออกมาแจงว่าอ้อมเพราะไม่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับบางประเทศแถบนั้น

เรามีคนไทยตกค้างอยู่ในอิสราเอลถึง 25,962 คน (19% ของจำนวนแรงงานไทยในต่างประเทศทั้งหมด) ขนกลับกันได้ทีละไม่มาก ต้องตั้งคำถามต่อว่า อีกกี่เที่ยวบินถึงจะเพียงพอ ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ และ …“จะทันไหม ?” เพราะชีวิตคนประเมินมูลค่าไม่ได้

สายการบินพาณิชย์หลายสายที่นายกรัฐมนตรีประสานไป ก็แถลงความร่วมมือดี ตีรวม ๆ แล้วเราจะได้ 24 เที่ยวบิน (รวมการบินไทยด้วย) …แต่สเปกเครื่องบินเขาก็ไม่ใหญ่โตพอจะรับกลับได้ครั้งละมาก ๆ เหมือน A380

ซึ่งหากได้ ก็ต้องวางแผนนัดรวบรวมคนให้ดี ๆ เพราะการเข้าถึงจุดจอดเครื่องบิน ของผู้อพยพก็คงยากลำบากเช่นกันในเวลานี้ …

จินตนาการภาพคงคล้ายหนังที่ต้องค่อย ๆ ย่องมาทีละมุมตึก ปรักหักพัง

แต่ KeyPoint ที่ผมจะชวนผู้ประกอบการและคนทำงานคุยกันวันนี้คือ ”การเก็บของอย่างมีประสิทธิภาพ“

ข้อมูลจากลูกเรือการบินไทยที่คุยกับผมคือ เขาเสียดายที่ A380 หลายลำที่รอการขาย ไม่ได้ถูกนำไปจอดในภูมิศาสตร์แนะนำคือ “ออสเตรเลีย” ที่เป็นทะเลทราย อากาศแห้ง และสำคัญคืออากาศคงที่

เหตุเพราะอากาศสวิงสวายร้อนชื้นแบบบ้านเราทำให้เบาะและเครื่องมือต่าง ๆ เสื่อมสภาพ

…ของแบบนี้แปลกนะ หากมึคนนั่งขยับไปมา ไม่ยักกะเป็นไร แต่พอไร้คนนั่ง คนสัมผัสมัน มันเสื่อม

ใครมีประสบการณ์ปิดห้องไว้นาน ๆ ก็จะรู้ว่า เก้าอ้ง เก้าอี้ โต๊ะตั่ง เบาะเบอะ มัน “กรอบ” หมด

ถ้าเป็นขนมอบกรอบก็คงขายได้ แต่พออุปกรณ์กรอบนี่ สินค้าเสื่อมราคาทันที ขายไม่ได้แล้ว

ผมได้สนทนากับนักธุรกิจใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านกรุณาคิดให้ว่าผมจะหายอดขายใหม่ให้บริษัทได้จากอะไร … เขาคิดให้ผมอย่างจริงจังแล้วตอบว่า “คุณหนุ่ยก็ต้องขายของโดยไม่มีสต๊อกสิครับ”

ค่าเก็บรักษาของนี่โหดมาก … จะต่อว่าการบินไทยว่าทำไมไม่เอา A380 หลาย ๆ ลำที่รอการขาย บินไปจอดไว้ออสเตรเลีย จะได้ไม่เสื่อมสภาพ … ก็ต้องตอบแบบเห็นอกเห็นใจว่า “ก็ค่าจอดออสเตรเลียมันแพงกว่าอู่ตะเภาเรานิ !“

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องบวกลบคูณหาร หาจุดคุ้มค่า

ระหว่าง …จอดถูก แต่ของพังบ่นปี้ vs. จอดแพง แต่ของน่าจะยังดีอยู่ (โดยทฤษฎี) vs. ขายมันออกไปถูก ๆ ให้พ้น ๆ ตัว แต่หยุดค่าใช้จ่ายได้ทันที

เรื่องนี้ลองเทียบกับใจเราก็ได้นะ

เวลาใครเขาต่อราคาของเหลือใช้เรา เราไม่ชอบเลขราคาที่เขาต่อเลย (เพราะมัวไปเทียบกับราคาของใหม่ตอนซื้อมา) เราก็เลยพาลเก็บไว้ไม่ขายเอาดื้อ ๆ

วัน เดือน ปี หมุนเปลี่ยนผ่าน Time Fly เร็วจะตาย ! ของเหลือใช้นั้นกลายเป็นของเน่าเสีย … มานั่งเสียดาย กำขี้ดีกว่ากำตดเสียแล้ว

ขายทิ้งเมื่อไม่ต้องการใช้แบบไม่ได้ราคา ดีกว่าเก็บดองไว้ให้ไหมันแตกเสียหาย ขายไม่ได้เลย แถมมีค่าเก็บไว้ที่วิ่งไม่หยุด ! เจอแบบนี้นี่เซ็งสุด …

เอวัง…

================

เริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่เช้า และเก็บเล็กผสมน้อยเขียนมาตลอดวัน แต่การงานวันนี้เยอะ มาเลยสรุปจบเอาก่อนนอน ง่วงแล้ว สรุปจบไม่ดีเท่าไหร่ ไม่มีโซลูชัน ….

ขอใช้คำว่า ”เอวัง ด้วยประการฉะนี้“ แล้วกัน

อยากละลาย sats แต่ zap ไม่ได้ครับพี่หนุ่ย

Replying to Avatar Panai Lawasut

กำแพงของการสร้าง Proof of work มันช่างสูงเหลือเกิน

ผมไม่รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการสร้างPOWของคนอื่นมันแพงแค่ไหน แต่สำหรับของพ่อกับแม่ผม มันคือบ้านหลังเดียวของครอบครัวที่ต้องโดนยึดในขณะที่พ่อผมอายุ 60 พอดี

ของผมเองถ้าไม่บังเอิญเอา POW ที่พ่อกับแม่ผมทำไว้ให้มาต่อยอดได้ บ้านซักหลังคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ

และคิดว่าราคาที่ต้องจ่ายในการสร้าง POW ของรุ่นถัดไปมันคงแพงขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงมันอาจจะถึงจุดที่ไม่มีวันจ่ายไหว

หลังจากผมเข้าใจปรัชญาของบิทคอยน์ ผมรู้ได้ทันทีว่า

การที่คุณจะสร้าง values ในระดับที่คนอื่นจะยอมให้มูลค่ากับคุณ คุณจำเป็นต้องใช้พลังงานและเวลาไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในระดับที่ใครก็ไม่สามารถเอาพลังงานและเวลามาของเค้าแลกได้เท่ากับคุณได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นแปลว่า ใครเริ่มสร้าง POW ก่อน คนนั้นมีโอกาสชนะ

และนั่นก็หมายถึง ใครเจอก่อนว่าตัวเองอยากทำอะไร คนนั้นก็มีโกาสได้เริ่มสร้าง POW ก่อน

เรื่องใหญ่ๆที่ผมให้ความใส่ใจกับลูกคือ เค้าค้นพ้บตัวเองหรือยัง เค้าชอบทำอะไร เค้าใช้เวลากับอะไรได้นานที่สุด เพราะผมอยากให้เค้าเริ่มสร้าง POW ให้เร็วที่สุด

ลูกสาวผมเกิดมาในช่วงที่ผมไม่พร้อม ตอนนั้นผมอายุ27 รายได้แค่พอเลี้ยงตัวเองคนเดียวในกรุงเทพฯเท่านั้น กลายเป็นต้องเลี้ยง 3 ชีวิต หมุนไม่เคยทันซักเดือน

กลับมาอยู่เมืองชล ต้องพลักดันนางให้เข้าเนอสเซอรี่ตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง เพราะเราทำงานกันตั้งแต่ตี5-6โมงเย็น มีเวลาเล่นกับนางน้อยมาก

พอนางเข้าอนุบาล ผมวิ่งเต้นทุกอย่างเพื่อให้นางเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด เพราะมั่นใจว่าวิชาการที่นี่แข็งเป็นอันดับต้นๆของภาคตะวันออก

นางเรียนที่นี่จนจบ ป.6 นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขกับลูกสาวในวัยที่น่ารักได้น้อยสุดๆ

เข้าเรียน 7:30 เลิก 17:30 การบ้านอีกมหาศาล(แม้นางจะไม่ค่อยทำก็เถอะ) เวลาเหลือน้อยมากๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยนู่นนี่กันบ่อยๆเหมือนกับลูกชาย

คุณเริ่มเห็นกำแพงของการสร้าง POW ที่ค่อยๆก่อขึ้นมาโดยผมเองมั้ย

ผมแม่งโง่สุดๆ ผมรู้สึกเกลียดตัวเองมาก เอาเวลาในช่วงที่สำคัญมากของชีวิตคนๆนึง(ซึ่งแม่งคือลูกเราเองด้วย) ส่งไปในพลาญในระบบผลิตมนุษย์ที่บิดเบี้ยว โดยอ้างว่าเพราะเราต้องเอาเวลามาหาเงินเลี้ยงครอบครัว

“แม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลย”

ผมเองเริ่มรู้จักบิทคอยน์ตอนนางประมาณ ป.5

เริ่มรู้ตัวแล้วว่าผิดทาง ผมคุยกับนางว่า “พ่อไม่สนใจผลการเรียนนะ หนูอยากทำอะไร อยากลองอะไรก็ได้ ลองให้หมด”

นางเองก็ลองเยอะอยู่นะ นางจะออกไปทางศิลปินหน่อยๆ ขอไปเรียนวาดรูป เฉพาะวาดรูปลองไปประมาณ3สถาบัน เรียนบัลเล่ต์ เรียนเปียโน กีตาร์ เรียนร้องเพลง มีเรียนเดินแบบด้วย เรียนดูไพ่ก็เอา

พอนางจบ ป.6 นางบอกว่าจะไปสอบเข้า รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ (ฉันก็เรียนที่นี่)

นางไม่ใช่คนหัวดี ผมรู้ว่าไม่ใช่วิสัยนาง แต่นางไปสอบเพราะเพื่อนไปสอบกันทั้งห้อง

กำแพงของการสร้าง POW แม่งยังมีสังคมรอบตัวมาช่วยก่อ ระบบนี่แม่งวางมาดีจริง

ร.ร.รับนัดเรียน 88 คน นางสอบติดเป็นตัวสำรองอันดับที่ 80!! แต่คนดันมีคนสละสิทธิจนนางติด มันเป็น ร.ร.ประจำ คนส่วนใหญ่ๆเลย ไม่อยากให้ลูกอยู่

แต่ฉันดันเสือกดีใจรีบส่งเข้านางเข้าไปเรียน

ฉันก็รู้นะว่าฉันก็ยังช่วยก่อกำแพงนี้อยู่ แต่มุมนึงก็เริ่มเห็นตัวตนนางแล้ว ลักษณะเหยียบเรือ2แคบ ในระบบก็เรียนไป POW ก็สร้างไป

ทุกอาทิตย์ที่รับนางกลับมาบ้าน ผมจะถามว่า อาทิตย์นี้ทำ POW อะไรบ้าง คำตอบมันก็จะแบบว่า มีบ้าง ไม่มีบ้าง ผมก็ไม่ได้สนใจ แค่จะทำให้นางรับรู้ว่านี่คือเรื่องสำคัญ

ครั้งนึงนางกลับมาบ้าน มาเล่าให้ผมฟังอย่างดีใจว่า อาทิตย์ที่ผ่านมามีงานโรงเรียน เค้าอนุญาตให้นักเรียนเปิดบูทหาเงินได้ นางเปิดบูทดูหมอ!!!

“บูธดูหมอในงานโรงเรียนวิทยาศาสตร์เนี่ยนะ” 3 คำถาม 20 บาท ได้เงินมา 700.-

ผมดีใจมาก ไม่ใช่เพราะนางหาเงินได้ แต่เพราะผมเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง การมี passion กับการทำอะไรสักอย่าง การไม่ตามกระแสคนรอบตัว การเริ่มขบถต่อระบบ

ตอนนี้นาง ม.3 เป็นช่วงเวลาที่มองหาที่เรียนต่อกัน โดยปกติเด็ก ร.ร.นี้ประมาณครึ่งนึง จะเข้าไปเรียนต่อในกทม. ซึ่งร.ร.เป็นเบอร์ต้นๆที่เรารู้จักกันดีทั้งนั้น และอีกครึ่งนึงก็จะเรียนต่อที่เดิม และร.ร.บังคับให้สอบแข่งขันกันเข้ามาใหม่ทุกคน

แปลว่าในช่วงเวลาปิดเทอมนี้ทุกคนจะติววิชาการกันอย่างหนักหน่วง

นางขอผมเข้าไปเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ แต่ไม่ใช่ติววิชาการแต่อย่างใด

… นางขอเรียนแต่งหน้า !!!!!….

ผมเชื่อว่าไม่มีพ่อที่ไหนอนุญาตให้ลูกสาวอายุ14 ไปเรียนแต่งหน้า

แต่ผมกลับดีใจมากที่นางมาขอแบบนั้น

อันที่จริงนางแต่งหน้าไปโรงเรียนตั้งแต่ ม.2 (ผมแปลกใจที่แม่นางผู้ดุนางทุกเรื่องกลับไม่บ่นเรื่องนี้)

นางมีลิปสติกมากกว่าแม่นาง

นางดูยูทูปอะไรพวกนี้อยู่ตลอดเวลา

ผมเชื่อว่านางอาจจะเจอตัวตนของนางก็ได้

ผมคุยกับแม่นางว่าเอาเลย พลักดันให้สุด ไม่ต้องสนเรื่องค่าใช้จ่าย

2 คนแม่ลูกพากันไปหาข้อมูล เข้ากรุงเทพไปคุยกับครู กลับมาเล่าให้ผมฟังแบบเสียงเซ็งๆถึงค่าเรียน

การเรียนกับคนที่คนสร้าง POW เรื่องนั้นๆมาจริงๆ เป็นอะไรที่ประหยัดเวลามาก ผมเชียร์ขาดใจ แต่พอได้ฟังตัวเลขค่าเรียนแล้วถึงกับหน้าซีด…

จริงๆก็ไม่แปลกใจ นั้นมันค่า POW ของเค้า แล้วก็ไม่มีเด็กอายุ 14 ที่ไม่รู้จะเอาแน่รึเปล่า ที่ไหนไปเรียนหรอก นั่นมันที่ของมืออาชีพ

แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะพลักดันกันไปให้สุดทาง ก็เลยกัดฟันลุยกันไป

กัดฟันจริงครับ ต้องเช่าหอที่กทม. ค่าเครื่องสำอางที่ครูพาไปซื้อ ค่านางแบบที่ต้องจ้างมาเอง และต้องใช้ประมาณ 20 คน ค่ากินอยู่ในกรุงเทพอีก

ผมดีดตัวเลขมาคร่าวๆ น่าจะต้องใช้จริงประมาณเกือบ 3 เท่าของค่าเรียน

และทั้งหมดนี่อาจหมดไปฟรีๆเพราะลูกสาวผมเจอ passion เรื่องอื่น

ผมได้แต่คิดในใจว่า ทำไมกำแพงในการสร้าง POW ของเด็กคนนึงมันถึงได้สูงขนาดนี้วะ

ขนาดว่าเจอสิ่งที่ชอบแล้ว

มีพ่อแม่ที่เข้าใจแล้ว

ยังต้องมีกำลัง effort ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องด้วย

ผมนึกเสียดายแทนเด็กที่ไม่มีโอกาสทำเรื่องพวกนี้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเด็กส่วนใหญ่ในประเทศ เด็กรุ่นที่เราเชื่อกันว่าจะเป็น gen ที่ adopt บิทคอยน์

gen ที่อาจจะได้เจอกับตลาดเสรีจริงๆที่มันโหดร้ายมาก

แล้วทั้งหมดนี่ของลูกสาวผมเอง มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น มันยังต้องเอาเวลา พลังงาน และก็น่าจะเงินด้วย เข้าไปแลกอีกเยอะเลย

ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่คุณอยากทำคุณจะแพ้คนที่เค้าเจอก่อน

ถ้าคุณเจอตัวคุณแล้ว แต่คุณสร้าง POW ไม่มากพอ คุณจะแพ้คนที่เค้ายอมแลกมากกว่า

ถ้าคุณสร้าง POW มากแล้ว แต่ไม่สามารถเอา POW ของคนรุ่นก่อนหน้ามาใช้ หรือไม่สามารถส่งต่อ POW ให้รุ่นถัดไป คุณจะแพ้คนที่เค้าทำได้

ทั้งหมดผมแค่อยากชวนให้คิดว่า กำแพงของเรื่องนี้มันสูงมากนะ และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

“แล้วตอนนี้คุณอยู่ ณ จุดไหนของ process กันล่ะ”

#ทีมตรู่

#siamstr

โพสต์ยาวๆ ที่กระทบใจอีกแล้วครับ

ชื่ออพี่มันเปลี่ยนกลับมาเป็นอันเดิม

เกิดอะไรขึ้น ทำไม profile กลับมาเป็นของเดิมหว่า