ฉายาเขา 80 ในร่าง 18 นะ 😄
คีย์เวิร์ดเช็คอายุ 🤣
POW นี่บางที่ก็กินพลังชีวิตเยอะ ต้องเติมพลังด้วยเพลงใสๆ เป็นถัง E ให้ชีวิตบ้าง
🎵ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา
ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป ดอกไม้จึงบาน
คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ
ความฝันเท่ากับหยาดเหงื่อรินรดไป
เพื่อให้เหล่าเมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตและสูงใหญ่
และคงต้องมีสักวัน จะได้ดั่งใจสมปรารถนา 🎹
#siamstr
ควันหลงงาน Bitcoin Tokyo 2024
ชอบ quote จาก VDO เปิดงานที่โตเกียวมาก “Bitcoin is Signal” เพิ่งมารู้ว่ามันคือ MV เพลง DAWN ของ Tip_NZ ตอนที่มาดูเพลง REALITY แล้วเพลงนี้ขึ้นมาด้วย เด็ดดวงไม่แพ้กันเลย
https://youtu.be/9T4Mj5nrQTQ?si=qqK392qGeoDxKBnJ
#siamstr
เรื่องย้อนแย้งที่แวบขึ้นมาเกี่ยวกับฟิสิกส์ กฎหมาย และบิทคอยน์
ฟิสิกส์อธิบายสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติ แต่คนเราเลือกรู้หรือไม่รู้ได้ด้วยการบอกว่าตัวเองเป็นสายวิทย์หรือศิลป์ ทั้งที่ทุกคนต้องรับผลของมัน
กฎเกณฑ์กฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์บัญญัติขึ้น แต่คนเราตกลงกันว่าเมื่อประกาศใช้แล้ว ห้ามปฏิเสธว่าไม่รู้กฎหมาย ห้ามไม่รับ fiat ชำระหนี้ ราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติและทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎไม่มีข้อยกเว้น
กฎหมายหลายอย่างคิดขึ้นมาเพื่อความสงบสุขในสังคมโดยไม่ได้อิงกับธรรมชาติ อาศัยกำหนดบทบาทผู้มีอำนาจตัดสินใจ เลยมีคนหาช่องโหว่เอาเปรียบคนอื่นๆผ่านการใช้กฎหมายเสมอ
ย้อนแย้งตรงที่ สิ่งที่ควรจะเป็นสากล บางคนกลับไม่อยากยึดถือ แต่สิ่งที่เป็นของมนุษย์กำหนด กลับยึดมั่นจะเป็นจะตาย
แล้วคนเราจะเขียนกฎหมายที่ยึดหลักธรรมชาติได้ไหม เพื่อเปลี่ยนจากย้อนแย้งมาเป็นการเอาข้อดีของทั้งสองอย่างมารวมกัน
บิทคอยน์พยายามทำสิ่งนั้น ถ้าคนจำนวนมากเห็นร่วมกันว่ากฎของบิทคอยน์เป็นอย่างนี้ และยอมรับว่าธุรกรรมต่างๆต้องทำผ่านการสุ่มปาเป้าตามหลักสถิติ ซึ่งมนุษย์แทรกแซงผลไม่ได้ ก็จะได้สิ่งประดิษฐ์ ที่แม้คนไม่สนใจหลักการทำงานของมันก็ต้องยอมรับมันโดยดุษฎีด้วยฉันทามติของสมาชิกในระบบ
ที่มันดูเหมือนลงตัว แต่จริงๆแล้วข้างในเคยย้อนแย้ง บิทคอยน์จึงสวยงาม
#siamstr
Time slows down in the god domain 😆
“รีวิวงาน Bitcoin Tokyo 2024 วันที่ 2 ตอนจบ”
พอกลับมางานก็เข้าตลอด คิดซะว่าเป็นเรื่องดีๆที่ได้ทำงานที่มีคุณค่าละกัน กว่าจะเขียนตอนสองเสร็จก็เลยนานหน่อยครับ มาต่อกันเลย....
6️⃣ Bitcoin VC - หัวข้อนี้ตั้งคำถามให้กับผู้บรรยาย 3 ท่านว่าทำไมต้องสนับสนุน bitcoin startup ในเมื่อกลยุทธ์ buy-and-hold 💎 ก็ใช้ได้ดีมาก (ถ้าอยากได้เยอะขึ้นก็ leverage แบบที่ Microstrategy ทำ) ก็ได้คำตอบที่น่าสนใจว่า startup ส่วนใหญ่พยายามปฏิวัติเทคโนโลยีบางอย่าง แต่ Bitcoin เป็นการปฏิวัติมาตรฐานการเงินซึ่งมันใหญ่กว่ามาก ความเฉพาะตัวของ Bitcoin คือมันไม่สามารถออกโทเคนใหม่เพื่อการระดมทุนขยายกิจการเหมือนอย่างที่ altcoin ทำ 💩 แต่นั่นก็คือการต่อยอดอย่างแท้จริง ไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่ต้องออกโทเคน
เป้าหมายของการขยายธุรกิจ bitcoin ก็คือการทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถใช้มันได้ ไม่ว่าจะทำให้มันใช้ง่ายขึ้น หรือทำให้มันประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเหมือนเครื่องมือทางการเงินในปัจจุบันเช่น options 📈 (เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงินชนิดหนึ่ง)
7️⃣ Limitations and Challenges of Lightning - Michael ผู้บรรยาย (บริษัท Boltz ที่ทำ bitcoin bridge ไร้ศูนย์กลางเชื่อมระหว่าง L1 / Lightning / Liquid โดยใช้ Atomic swap) ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของ Lightning Network ⚡️มาเล่าให้ฟัง สถิติที่น่าสนใจ เช่น Lightning wallet ถึง 63% เป็นแบบ custodial ซึ่งรวมศูนย์ (เจ้าของแอพเป็นคนเก็บเงินให้), Wallet ยอดนิยมได้แก่ WoS / Alby / Blink
Michael แชร์ว่าการตั้ง Lightning node เป็นเรื่องท้าทายมาก มันเคยฮิตมากแล้วก็ค่อยๆหายไป จากประสบการณ์ node ที่ setup ง่ายมักจะเจอปัญหาทีหลัง เพราะไม่รู้รายละเอียดเบื้องหลังของ HW, OS และ service ที่ทำงานเลย (คุณตี๋ทีมรามสูรก็สะท้อนภาพเดียวกันนี้ใน TBC2024) และการทำธุรกิจรับดูแล bitcoin ให้คนอื่น (custodial) เป็นงานยากเพราะผิดพลาดแค่นิดเดียว อาจทำให้เงินหายทั้งหมดได้ 💥
สิ่งที่จะพัฒนา Lightning ให้ดีขึ้นได้อีกก็มีเรื่องของการลดขนาด database ที่เก็บประวัติธุรกรรม ซึ่งดูน้ำเสียงผู้บรรยายแล้วคงจะใหญ่มากจริงๆ อีกเรื่องคือ E-cash ที่น่าจะเพิ่ม privacy ให้ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และสุดท้าย Michael มองว่าในอีก 10 ปี แม้แต่ Lightning เองก็จะมีค่า fee แพงเกินไป 💸 และต้องการทางออกใหม่ๆ
8️⃣How not to lose your Bitcoin - เซสชั่นที่ Anant จาก Bithyve และ Igor จาก BlueWallet มาคุยกันถึงเรื่องการเก็บ Private Key (ทั้งสองคนทำแอพ Bitcoin wallet) ทั้งสองย้ำว่าเราไม่ได้กำลังจัดการกับกระเป๋าแบบในโลกจริง แต่เรากำลังจัดการกับ Key (เก็บ Key ยังไงให้ปลอดภัย) 🔐 กระเป๋าหลายใบอาจเชื่อมไปที่ Bitcoin address เดียวกันผ่าน Key แต่ต้องระวังเพราะ Key (Bitcoin) จะปลอดภัยเท่าๆกับ Wallet ที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น ⛓️💥 เนื้อหาหลักก็เป็นการพูดถึงการเลือก hot/cold wallet ด้วยเหตุผลอะไร และวิธีการเก็บ Seed ให้เหมาะสม (สามารถไปศึกษาเพิ่มเติมจากคอร์สอาจารย์ขิง Right Shift เรื่อง Bitcoin Wallets ใน Skilllane ได้)
เร็วๆนี้มีข่าว supply chain attack กรณีที่อิสราเอลแอบแก้ไขอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งขายไปยังประเทศคู่อริและสั่งให้มันระเบิดได้ hardware wallet ก็มีความเสี่ยงทำนองนี้เช่นกัน ไม่ใช่ระเบิดแต่เป็นการแอบยุ่งกับ Key ของเรา 👀 การใช้ HW wallet ต่างยี่ห้อมาทำ multisig 2of3 ก็เป็นทางเลือกนึงในการเพิ่มความปลอดภัยให้ Key แต่ทั้งนี้ผู้บรรยายมองว่าความยุ่งยากในการจัดการ Key นี่เองคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้ามาถือ Bitcoin หากแก้ได้ คนก็จะเข้ามาถืออีกเยอะ 🤝
9️⃣Living as a FOSS developer - Calvin ผู้ที่ทำงานเป็น FOSS dev (Free and Open-Source Software) 👨💻 project ชื่อ Utreexo มาเล่าให้ฟังว่าหารายได้ยังชีพได้อย่างไร โดยที่ไม่ได้ทำงานเป็น developer มีสังกัด Calvin เขียน proposal ขอทุนจากบริษัทหรือหน่วยงานที่ส่งเสริมเกี่ยวกับ bitcoin หรือต่อต้านอำนาจเผด็จการ เขาเคยได้ทุนจาก BitMEX, HRF, และล่าสุดที่ OpenSats
Calvin แชร์ว่ามีหน่วยงานไหนบ้างที่สามารถขอทุนได้ แต่ละทุนมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน นั่นทำให้เขาต้องปรับเปลี่ยน proposal ทุกครั้งที่ส่งไปที่ผู้ให้ทุนแต่ละราย และนั่นก็น่าจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เขาสามารถหาทุนมาสนับสนุนสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้เรื่อยมา ผู้ให้ทุนอย่าง OpenSats ย้ำว่าผู้ขอต้องแสดง PoW (Proof of Work) ออกมาให้เห็น 🏋️ ก็คือมีผลงานเก่ามาโชว์นั่นเอง
🔟Stable coins on Bitcoin - Federico จาก Bitfinex มาเล่าให้ฟังเรื่อง RGB บน layer 2 ที่จะช่วยในการออก digital asset อยู่บน Bitcoin blockchain อีกที และมันอาจจะทำงานร่วมกับ Lightning ได้ โดย assets ที่สร้างจาก RGB สามารถเทรดได้บน Lightning รายละเอียดเชิงเทคนิคลึกกว่านี้เล่าไม่ถูกละครับ
1️⃣1️⃣ Bitcoin is a mean of exchange - Daniel ผู้พัฒนา WoS มาเล่าเหตุผลเบื้องหลังสุดมันส์ ซึ่งมาจากความเชื่อว่า Bitcoin เร็วและมีความน่าเชื่อถือสูง สามารถทำหน้าที่ชำระเงินในชีวิตประจำวันได้ (อย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางแห่งสารขัณฑ์เชียวนะ 🤫) เริ่มจากแอพจ่ายค่าน้ำค่าไฟด้วย BTC “Living room of Satoshi” ในปี 2014
หลังจากประสบความสำเร็จเขาก็หาโจทย์ที่ยากขึ้น ในปี 2016 เขาพัฒนาระบบซื้อกาแฟด้วย BTC และนั่นทำให้เขาพบข้อจำกัดว่า on-chain transaction ⛓️ นานเกินไปแม้ว่าจะใช้การรอ confirmation เดียว แถมความเสี่ยงที่ transaction จะ invalid ไปตกอยู่กับผู้ขายแทน ซึ่งปัญหาจะรุนแรงขึ้นเมื่อใช้งานในวงกว้างกว่านี้ จึงไม่สามารถใช้งานในการจ่ายเงินข้ามโลกได้ แล้วในปี 2018 Daniel ก็ได้คำตอบนั่นคือ Lightning network เขารู้ทันทีว่ามันต้องการ wallet สำหรับผู้ใช้ และ WoS ก็ถือกำเนิดขึ้น กลุ่มเป้าหมายของ Daniel คือร้านค้าตามสนามบิน 🛫 เพื่อพิสูจน์ว่าการจ่ายเงินข้ามโลกด้วย BTC เป็นเรื่องง่าย แต่แผนก็ต้องมาสะดุดเมื่อปลายปี 2019 โควิดทำให้สนามบินเงียบเหงา
ปี 2022 หลังโควิดผ่านไป การเผยแพร่ WoS ยังดำเนินต่อไป และแอพ wallet สำหรับร้านค้า WoS POS (Point of Sales) ก็ตามมา 👜 เขาได้ผสานระบบเข้ากับ Square POS ซึ่ง Daniel บอกว่าโชคดีมากๆที่มันเป็นบริษัทของ Jack Dorsey ซึ่งอินกับ BTC เช่นกัน (Square หรือ Block คือบริษัทที่ทำเรื่อง portable POS solution) เป้าหมายของ Daniel คือการเผยแพร่ WoS ออกไปให้เร็วและมากที่สุด โดยที่หวังว่า BTC จะกลายเป็น mean of payment ที่คนทั่วโลกต้องการใช้ และช่วยกันปกป้องมันจากการถูกแบนโดยรัฐบาล⁉️ (So cool, bro!!)
ใครจะว่า Satoshi คิดแต่เรื่อง Store of Value ไม่ได้ตั้งใจให้เป็น Mean of Payment แต่ Daniel เห็นต่าง เขาโชว์โพสต์ของ Satoshi ตอนปี 2010 ที่คุยเรื่องตู้ vending ที่รับ BTC และเป็นโพสต์ที่เกิดประโยคในตำนานว่า “If you don't get it, I don't have time to convince you, sorry”
🎬 เป็นอันจบไปสำหรับเนื้อหาวันที่สอง และพิธีกล่าวปิดสั้นๆ โดยคุณ Teruko จาก Fulgur Ventures หนึ่งในผู้จัดงานครั้งนี้ และยังเป็นผู้แปลหนังสือ Bitcoin Standard เป็นภาษาญี่ปุ่น
หลังปิดงานก็มีการประมูลเม็ดกาแฟ Bean of Fire จาก El Salvador ใบ้ให้นิดๆ ว่ากระป๋องที่มีลายเซ็น Shadowy Coders 👤 (เช่น Adam Back) อาจจะได้มาให้เพื่อนชาวไทยเราได้ยลโฉมกันนะ 🏰
สรุปความรู้สึกที่ได้ฟังสองวัน แล้วกลับมาไทยก็มีเวลาคิดเรื่องนี้ระหว่างที่ทำสรุปไปด้วย หลักๆแล้วหัวข้อที่พูดจะเกี่ยวกับสองเรื่องหลักคือ adoption กับพัฒนาการทางเทคโนโลยีของ bitcoin แม้แต่ Japanese track 🇯🇵 เท่าที่กวาดตาดูหัวข้อก็อยู่ในธีมเดียวกัน ถ้าเทียบแล้วคงประมาณห้อง advanced stage ของงาน TBC2024 ซึ่งงานที่ไทยเวที main stage ผมว่ามีความหลากหลายมากกว่านะ 🥳 ขณะที่งาน Bitcoin Tokyo 2024 ก็ทำได้ดีในแง่ของความล้ำหน้าของหัวข้อด้านเทคนิคและผู้บรรยาย (เริ่มแอบรู้สึกว่าที่ไทยก็มี dev เก่งๆ แฝงตัวอยู่แต่ไม่ค่อยออกสื่อ)
ที่อดตื่นเต้นไม่ได้คือถึงจะไม่รู้เนื้อหาเทคนิคลึกๆ แต่เราก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้เพราะได้ยินเรื่องราวมาจากไลฟ์ของอ.ตั๊มมาแล้ว ทำให้เข้าใจเลยว่าอาจารย์คงติดตาม bitcoiner เหล่านี้และศึกษาเองมาเยอะ ก่อนที่จะตกผลึกนำมาสรุปเล่าให้พวกเราฟังเป็นภาษาไทย คนไทยโชคดีมากๆครับ ที่มีโอกาสเข้าถึงเรื่องสำคัญขนาดนี้แบบไม่ต้องลงทุนลงแรงเยอะ 🇹🇭
พอได้มาเจอและได้ฟังจาก bitcoiner เจ้าของผลงานเอง ทำให้เข้าใจเลยว่าเรารู้แค่ผิวๆ เอง การที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ต่อได้ ต้องทำการบ้านเยอะกว่านี้ การมีข้อมูลแค่เพียงฟังจากไลฟ์ที่สรุปมาแล้ว มันพอแค่ทำให้เราเข้าใจคนเดียว แต่ใช่ว่ารู้แล้วจะสามารถถ่ายทอดต่อได้ 📡 ถ้าอยากจะเผยแผ่เรื่องราวความก้าวหน้าของ bitcoin ก็คงมีอะไรที่ต้องศึกษาอีกเยอะ (แต่ถ้าด้านปรัชญาของ bitcoin อันนี้ทุกคนสามารถเอาประสบการณ์ชีวิตของตัวเองไปประยุกต์เพื่อถ่ายทอดต่อได้นะ นั่นเป็นจุดเด่นของคอมมูบิตคอยเนอร์ไทยเลย) 📚
ความรู้สึกส่วนตัวเวลาไปงาน TBC2024 เหมือนได้เห็นภาพจำลองโลกอนาคตที่เป็น Bitcoin Standard แล้ว 🏆 ทุกคนสามารถมีชีวิตในแบบของตัวเองเพื่อสร้างคุณค่าให้กับคนรอบตัวโดยไม่ต้องมากังวลเรื่องการลงทุน ส่วนที่งาน Bitcoin Tokyo 2024 เป็นการพูดถึงเทคโนโลยีที่จะมาพัฒนา Bitcoin ไปให้ถึงจุดที่คนทั่วโลกจะยอมรับและเอา Bitcoin ไปใช้เป็น standard ได้จริง มันมาเชื่อมกันตรงนี้ว่า งานหนึ่งให้ภาพอนาคตที่เราอยากเห็น และอีกงานนึงให้ภาพเครื่องมือและการขับเคลื่อนที่จะพาให้เราไปถึงจุดหมายที่วาดไว้ 🎯
หลังจบทั้งสองงาน สิ่งที่ตกผลึกเป็นเป้าหมายสำหรับตัวเองแล้วก็คือ 🧊 จะไล่ตามศึกษาเรื่อง privacy technology ทั้งหลายโดยเฉพาะ layer 2 และ 3 ให้รู้มากพอที่จะถ่ายทอดได้ เพราะสิ่งที่สะดุดใจผมที่สุดในบรรดาเรื่องราวทั้งหลายของ Bitcoin ก็คือเรื่อง privacy นั่นเอง 🥷
#siamstr #bitcointokyo2024 #tbc2024
ผลจากการฟัง Jimmy Song ในงาน #TBC2024 แล้วกดสั่ง Amazon ทันที วันนี้หนังสือมาส่งแล้ว เข้าคิว waiting list หรือลัดคิวเลยดีนะ 😆

#siamstr
“รีวิวงาน Bitcoin Tokyo 2024 วันที่ 2 ตอนที่ 1“
เริ่มวันที่สอง ความแตกต่างจากวันแรกคือ ตาราง English track แน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเข้าทุกอันก็จะมี 11 หัวข้อเลยทีเดียว แต่ไหนๆก็มาแล้วก็ฟังให้หมดเลย จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร และด้วยศัพท์เทคนิคใหม่ๆหลายคำ ต้องใช้เวลาค้นเพิ่ม เลยจะทยอยโพสต์สรุปวันที่สองเป็นตอนย่อยๆครับ จะได้ไม่ดองนาน 😆
อีกอย่างหนึ่งคือวันนี้มี lightning market ⚡️ในห้องใหญ่ ทำให้บรรยากาศคึกคักมาก มีที่ให้ bitcoiner ยืนจับกลุ่มคุยกันตรงโซนตลาดนั่นเอง บางทีก็ดังรบกวนที่นั่งฝั่งที่ติดกับโซนตลาดไลท์นิ่งเลย แล้วก็ขายดีเสียด้วย สินค้าส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือ สติกเกอร์ ตุ๊กตา 🖼️ คนที่นี่ก็ใช้ Lighning กันคล่องแคล่ว ผมก็ได้ของติดไม้ติดมือมาด้วย เสีย sat เยอะไม่แพ้งาน TBC2024 เลย

ตอนจบวันมีการประมูลกาแฟ Bean on Fire จาก El Salvador 🇸🇻 ที่มาพร้อมลายเซ็นคนดังอย่าง ปธน.นายิบ, แม็กซ์ ไกเซอร์, และ shadowy coders คนละกล่อง รายได้ทั้งหมดจะไปช่วยเรื่องการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสในประเทศ El Salvador และก็มี After Party ซึ่งผมไม่ได้ไปเพราะซื้อตั๋วกลับไว้คืนนี้เลย ก็เสียดายนิดๆ เพราะเริ่มรู้จักคนในงานบ้างแล้ว ถ้าไปคงได้เม้ามอยกันต่อ แต่ภารกิจทางบ้านสำคัญกว่า ✈️
เรื่องภาษา วันนี้มีการสลับห้องไปมา โดย English session ได้อยู่ห้องใหญ่เยอะเกินครึ่ง คาดว่าวันนี้คนมาพูดน่าจะเป็น bitcoiner ชาวตะวันตกที่มีชื่อเสียง เลยต้องจัดห้องใหญ่ไว้รองรับ จะงงๆหน่อย ต้องคอยเช็คตารางว่าคิวถัดไปห้องไหนเป็น English session 🇺🇸
ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเนื้อหาวันที่สอง ที่ย้าวยาวกันดีกว่า
1. Form Cypherpunk to Future Finance - เป็นไฮไลท์เปิดงานวันที่สอง ที่มี bitcoiner OG อย่าง Adam Back กับ Martti Malmi มาเป็นคนพูด สรรพคุณของ Adam สั้นๆคือถูกสงสัยว่าเป็น Satoshi 👤 ส่วน Martti นั้นเป็น freelance รับงานเขียนโปรแกรม bitcoin ให้ Satoshi มีอีเมล์ตอบโต้กับ Satoshi เป็นหลักฐาน 📩 (ตอนฟังเขาเล่าเรื่องอีเมล์นี่ขนลุกเลย) ปัจจุบัน Adam Back เป็น CEO บริษัท Blockstream ส่วน Martti ทำ Nostr client ชื่อว่า Iris

เนื้อหาบนเวทีส่วนแรกพูดถึงประวัติศาสตร์ตั้งแต่ช่วง Cypherpunk จนมาเจอ bitcoin whitepaper 📄 และคุยกันท่าไหนไม่รู้ไปจบที่ Nostr ซึ่ง Martti พูดปิดท้ายว่า “Nostr is fun” เป็นอีกคนที่เห็นความหวังใน Nostr (สามารถหาอ่านเรื่องราว Cypherpunk เพิ่มเติมได้เช่นที่นี่ https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/history-of-bitcoin-3rd-cypherpunk/)
2. Evolution or Distraction: NFT & Token on Bitcoin - ที่จริงเป็น session ที่เชิญ Casey Rodarmor ผู้สร้าง Ordinals ที่ทำให้ NFT 🎭มาฮิตบน Bitcoin จน mempool เต็มไปด้วย transaction 1sat/vB ไปพักใหญ่ๆ แต่ Casey ป่วยมาไม่ได้ ผู้จัดจึงเชิญ Luke Dashjr บิทคอยเนอร์ระดับตำนานอีกคนมาถามตอบเรื่อง Ordinals แทน ก็เลยไม่ได้ฟังความคิดของเจ้าตัวจริงๆ
ถึงอย่างนั้นก็มีความเห็นที่น่าสนใจหลายๆ อัน เช่น “ถ้าคุณมี Ordinals เท่ากับคุณไม่มีอะไรเลย”, “Ordinals พยายามกำหนดหมายเลขให้ Sat (0.00000001 BTC) แต่ Bitcoin chain รู้จักแต่ UTXO”, “ที่จริงค่าธรรมเนียม NFT ไม่ควรจะแพงถ้าอยู่บน L2 แต่คนเล่น NFT อยากได้ความรู้สึกมั่นคงเลยทำบน L1”, “NFT เป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพยากรบนบล็อกเชนระหว่าง งานด้านระบบการเงิน กับการเป็นที่เก็บข้อมูล“ ⚔️ เป็นต้น (อย่าเพิ่งหัวบวมกันนะทุกคน ยังมีต่ออีก)
3. Making Mining Decentralized Again - Luke Dashjr อยู่ต่อบนเวทีในฐานะผู้สร้าง Ocean pool ⛏️ ที่พยายามแก้ปัญหาการรวมศูนย์ของกำลังขุด หลายคนคงพอจะทราบว่าปัจจุบัน การขุดเป็นธุรกิจที่ต้องมีทุนหนาถึงจะเข้ามาทำกำไรได้ไปแล้ว ซึ่งผู้เล่นกลุ่มแรกก็คือ Mining Farm ที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ลงทุนสร้างโรงงานขุดขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง ซึ่งแบบนี้รวมศูนย์ชัดเจน ส่วนผู้เล่นกลุ่มที่สองเป็นการรวมกลุ่มกันแบบที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ Mining Pool ซึ่งถึงแม้จะให้อิสระผู้ขุดรายย่อยในการเลือก pool ที่จะส่งกำลังขุดไปได้ แต่เจ้าของ pool ก็สามารถวางกลไกผลตอบแทนให้ไม่อยากเปลี่ยน pool ได้ เช่นกำหนดระยะเวลาจ่ายค่าตอบแทนกำลังขุด ที่ไม่ได้ให้ทันทีที่ปิดบล็อกได้ เป็นต้น

ที่จริงแล้วไอเดียเริ่มต้นของการมี Miners 👲ก็เพื่อต้องการให้มีผู้ตรวจสอบที่กระจายตัวกันไปทั่วโลก ช่วยกันปิดบล็อก ต้านการ censorship แต่ระบบ mining pool ในปัจจุบันกลับทำให้ miner รายย่อยมีบทบาทเป็นแค่คนคำนวนค่า Hash โดยไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกธุรกรรมที่จะมาปิดบล็อก (เพราะต้องใช้ template ของ pool) Ocean Pool จึงพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการให้ template หลากหลายรูปแบบ ให้ miner รายย่อยมีสิทธิ์เลือก (ผมก็ไม่เข้าใจรายละเอียดของ Ocean pool ดีนัก เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไปศึกษาต่อด้วยตัวเอง) นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายอันที่พยายามแก้ปัญหาการ centralize กำลังขุดเช่น GBT, Stratum V2, Datum (ไม่รู้เรื่องเลย 😂)
สุดท้ายมีคนถาม Luke ว่ากำลังขุดถูกรวมศูนย์ที่รายใหญ่มากเท่าไหร่จึงถึอว่าอันตราย เขาตอบว่า >50% ส่วนกำลังขุดของรายใหญ่ที่ระดับปลอดภัยคือ ไม่เกิน 20%✨
4. Programmable money for AI - Michael Levin จาก Lightning Labs กำลังพัฒนา protocol ชื่อว่า L402 สำหรับการจ่าย lightning บนหน้า HTTP ที่เรียกว่า paywall 💵(เช่นการจ่ายเงินเพื่อเข้าไปอ่านข่าวในเว็บ) ซึ่ง paywall ปัจจุบันไม่ได้ machine-friendly เพราะต้องผ่านตัวกลาง payment ต่างๆในระบการเงิน ซึ่ง L402 จะผนวกความสามารถในการจ่ายเงินของ lightning เข้ากับ HTTP ทำให้ machine หรือ AI สามารถใช้งาน paywall ได้ด้วย lightning ทำให้ lightning กลายเป็น Internet-native money for AI (รายละเอียดทางเทคนิคขอข้ามเพราะไม่มีความรู้เลย หากสนใจตามไปต่อที่ https://l402.org/)

5. Tokenized securities on Bitcoin and Liquid - Jesse จาก Bitfinex มาพูดถึงการแปลงหลักทรัพย์ให้กลายเป็น token 🪙 (ซึ่งน่าสนใจมากสำหรับ real estate เพราะสามารถแบ่งออกเป็น token จำนวนมาก กระจายให้คนจำนวนมากมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของได้ คล้าย REIT) ที่ทำได้ทั้งหุ้น กองทุน ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ

การออก Token ขายให้ pulic (Security Token Offering) มีข้อดีกว่าการออกหุ้นหรือหลักทรัพย์ในตลาด traditional ตรงที่ความรวดเร็วในการ settle transaction ขณะเดียวกัน การทำ tokenization บน Bitcoin L2 ก็มีความน่าเชื่อถือมากกว่า ICO (Initial Coin Offerring ที่โด่งดังช่วง 2017) เพราะมี blockchain ที่แข็งแกร่ง ⛓️และมีสินทรัพย์จริงที่ back อยู่ และมีข้อสังเกตก็คือ STO มีคนคิดขึ้นมานานแล้ว แต่เพิ่งกลับมาได้รับความสนใจเมื่อเร็วๆนี้ หลังจาก Bitcoin ETF
ขอพักรีวิววันที่สองของ #bitcointokyo2024 ไว้เท่านี้ก่อน ถ้าอ่านแล้วพบว่าวันที่สองนี้มีแต่ชื่อคนและศัพท์ที่ไม่คุ้นเต็มไปหมดเหมือนผม นี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้ไปค้นหาเพิ่มเติมว่าคือใครและคืออะไรกันบ้าง เพื่อให้เข้าใจโลกของ bitcoin ได้มากขึ้น หลายคนเป็น bitcoiner ที่อ.ตั๊มเคยพูดในไลฟ์แล้ว แต่เราฟังผ่านๆสนุกๆ ไม่ได้เก็บไปทำการบ้านเพิ่มเติม วันนี้เจอตัวจริงก็รู้แล้วว่าแค่ฟังจากที่อาจารย์สรุปมาไม่พอ ต้องศึกษาเพิ่ม อ.ตั๊มบอกผมในงานอีกครั้งว่า “don’t trust, verify” ✅
ขอขอบคุณ nostr:nprofile1qqsq3jwcc5esv3s85le8f9sl0vm470f0cf96zxmhxv78dsxcxaatrucpt6uva และ nostr:nprofile1qqsgse66tkynqz2xqjphcmp7ssxgfqeg6el27gaqpz7jfh2cxy2zqsg0ag95w อีกครั้งที่แนะนำหลายๆเรื่องในระหว่างงาน
#siamstr
ดีครับๆ ทั้งนี้ผมก็คิดว่าไทยเรามีมุมอื่นๆที่น่าสนใจนะ ถ้า OG มาอาจจะติดใจก็ได้ 😁
วันนี้หัวบวม เจอไป 11 session เป็น technical ราวๆครึ่งนึง ค่อยๆสรุปไปละกัน
สิ่งนึงที่ตกผลึกได้วันนี้คือความต่างของคอมมูที่ญี่ปุ่นกับไทย ของญี่ปุ่นน่าจะเป็น dev ทั้งนั้น แถมหน้าฝรั่งแต่พูดญี่ปุ่นปร๋อ บางคนชื่อเป็นญี่ปุ่นเลย ทำให้หัวข้อไม่ค่อยเกี่ยวกับชีวิตประจำวันเท่าไหร่ ก็เป็นความแตกต่างที่มีเสน่ห์ไปคนละแบบ
อีกเรื่องก็คือ bitcoiner ตัวตึงมางานที่โตเกียวเยอะ คิดว่าพอความเป็น dev commu มันแน่น ก็ไม่แปลกที่ OG จะมาพูดในงานที่ญี่ปุ่นเต็มไปหมด ถ้าเราเป็น dev แล้วต้องเลือกมา มาประเทศที่มี dev เยอะน่าจะสนุกกว่า อยากให้เหล่า OG มาไทยบ้างจังแฮะ


(บรรยากาศท้องฟ้าก่อนงานจบ มองเห็นฟูจิอยู่ไกลๆด้วย)
#siamstr
Lightning market คึกคักไม่เบา มีของน่ารักๆ หลายอย่างเลย #bitcointokyo2024 #siamstr

