Avatar
AdminWaw
25f27b93c82e8f0fe481cd4434e3b1e9905f25b44d3ce17b60d5cf72d544f2a6
| STAY HUMBLE AND STACK SATS | RUN WITH BITCOIN |

ผมว่านี่แหละ ที่เป็นแนวคิดของ เศรษฐกิจพอเพียง คือการหันกลับมาพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

Replying to Avatar DJ Tar

~ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ไปกับเฮียบอล ~

บอลเป็นรุ่นน้องวิศวะของผมเอง

เราสนิทกันนิดหน่อยในตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผมเป็นสันทนาการ Gear 40

ส่วนบอลเป็นสันทนาการ Gear 41

Covid is god

- ปลายปี 2020 "พี่! มีที่ตรวจโควิดแบ่งขายมั้ย? หัวหน้าผมติดว่ะ" นั่นคือประโยคสนทนาแรกที่เราได้เจอกันในรอบ 6 ปี

จากนั้นผมสังเกตเห็นเขาใส่เสื้อ Grab ผมเลยถามเขาว่า "วิ่ง grab ด้วยหรอ" เขาก็บอกว่า "ใช่" และนับตั้งแต่นั้นมาความบรรลัยก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

The maze runner

- ขณะเรียนในวิศวะ บอลได้ฉายาว่า "เชฟบอล" เนื่องจากเป็นคนชอบทำอาหารมาก ดูจากหุ่นก็น่าจะรู้ บอลเป็นทำอาหารอร่อย มีฝีปากในการชิมรสชาติต่างๆเก่ง ครอบครัวบอลเคยเปิดร้านอาหารอยู่ที่เชียงใหม่ บอลชอบพาเพื่อนเข้ามากินเหล้าที่ร้านและแน่นอนว่าบอลชอบแอบขโมยของในร้านของแม่เขาเองในตอนกลางคืนเพื่อเอาไปทำกับแกล้ม นี่เป็นที่มาของคำว่า "เชฟบอล"

The first failure

- บอลมีความฝันอยากจะเป็น youtube สายอาหาร เขามีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากถึงขนาดว่าลงทุนซื้อกล้อง ซื้อไอแพดมาทำช่องอย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็ได้ถือกำเนิดช่อง youtube ที่มีชื่อว่า "Kitchen Rai" ด้วยความเก่งกาจบวกกับฝีมือในการทำอาหารขั้นเทพ ทำให้ช่องของเขามีผู้ติดตามมากว่า 20 คนในเวลา 2 ปี

ใช่ครับ ได้แค่นั้นแหละ ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงคนดูน้อย ผมให้คุณลองไปดูที่ช่องของมันเองจะดีกว่า

Funny things

- บ้านของบอลที่โคราชมีร้านราดหน้าห้อยขาสีคิ้ว เป็นร้านที่โด่งดังในระดับอำเภอ แน่นอนว่าบอลเองก็มี know how เต็มภูมิจากการทำอาหารให้ที่บ้าน แต่บอลก็ถูกไล่ออกจากบ้านโดยที่ไม่มีใครอนุญาติให้โผล่หัวเข้าไปอีก เพราะบอลไม่ฟังใคร แถมเสือกไปถอย big bike คันงามมาขับ พร้อมกับขี้เมาเอารถบริษัทไปชนคนอื่น จนเป็นหนี้ 3 แสน จากนั้นชีวิตของเชฟบอลก็จมสู่ก้นมหาสมุทร บอลไม่มีเงินเช่าห้องของตัวเอง จนต้องขอนอนบ้านเพื่อนที่ปทุม ขับรถไปทำงานที่สีลม เลิกงานก็ขับ grab ประทังชีพ วน loop อยู่แบบนี้ จากนั้นเราก็ได้เจอกันด้วยประโยคที่ว่า "พี่! มีที่ตรวจโควิดแบ่งขายมั้ย? หัวหน้าผมติดว่ะ"

Security is basic needs

- ผมได้ทำการ coach ความรู้การเงินพื้นฐานให้บอล และลากบอลเข้ายืนบาร์ chit beer และด้วยความมีจิตวิญญาณของเชฟ บอลเองก็สนใจทำเบียร์ด้วยเช่นกัน บอลใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการแก้หนี้ 3 แสนที่ติดมา ซึ่งก็ไม่ง่าย แต่บอลเป็นคนมีความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง พัฒนาตัวเองเสมอ ต้องยอมรับเลยว่า chit beer ให้อะไรเขามาเยอะมาก จนวันนี้บอลสามารถ handle หนี้ก้อนนี้ได้อยู่หมัด พร้อมกับมีทรัพย์สินอีกครึ่งล้าน เขาภูมิใจมากกับสิ่งที่ทำสำเร็จ ในวันนี้เขายืนด้วยขาของตัวเอง

Out of the box

- เชฟบอลได้เข้ามาเป็นตัวหลักของทีมเรา เขามีบทบาทหลายอย่าง เมื่อเขารู้สึก secure ในชีวิตตัวเองแล้ว แต่สิ่งนึงที่ไม่เคยเอาออกไปจากหัวใจบอลได้เลยก็คือ "การทำอาหาร" และใช่! เขากลับมาอีกครั้งในชื่อ เฮียบอลหมูปิ้งไส้ย่างเชียงใหม่ พร้อมกับน้ำจิ้ม sea food รสเด็ด นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของเชฟบอล อยากให้คุณมาลองด้วยตนเอง

A drink from paradise available on earth

- เบียร์ของเชฟบอลมีชื่อว่า kitchen rai ซึ่งประกอบไปด้วย 3 แบบด้วยกัน

1.kitchen rai pilsner

2.hoppy kolsch

3.kitchen rai IPA

ทั้ง 3 ตัวได้ผ่าน proof of work มามากมาย และกำลังจะเป็นเบียร์ยืนพื้นสำหรับโรงเบียร์ห้อยขา สีคิ้วในนาคต อีกด้วย

ไอเดียและหลักคิดในการจัดวัตถุดิบทำเบียร์ของเขาก็ไม่ธรรมดา นี่เรียกได้ว่าเป็นเบียร์ยอดขายดีอันดับ 1 ของเกาะเกร็ด ขึ้น tap ทีเดียว 3 ชั่วโมงก็หมดเกลี้ยงทุกถัง

หากคุณอยากทราบว่าเบียร์ทั้ง 3 ตัวของเชฟบอลมันเด็ดยังไง มันเนี๊ยบแค่ไหน? ให้มาตำที่ช่างชุ่ย

สรรพากรต้องเข้าละ

#เหล้าเรื่องผี

#ช่างชุ่ย

#อาศรมดีเจต้า

#ประชาชนเบียร์

#เฮียบอลหมูปิ้งโบราณByKitchenrai

#ไส้ย่างเชียงใหม่ในกทม

#ขี้ไม่แตกแจกทอง

#siamstr

DJ Tar Money Coach

Replying to Avatar satuser

http://midjourney.com

ตัวนี้ค้าบพี่แอด

ขอบคุณมากครับผม

ใน LNbits ก็ทำ Onlyfans ได้ : รูปโชว์นม 555+

https://demo.lnbits.com/paywall/VPbKusXsDhfyx9zVtu24kt

ครับผม ไม่สนใจ คือ ไม่รับรู้รับทราบ ไม่ใส่ใจ คือ รับรู้ไปงั้นๆ 55555 ผมคิดไว้เสมอว่า ยังไง๊ ยังไงก็มีคนเกลียดเราครับ แค่ตัวเราเองบางครั้งบางทียังไม่ชอบตัวเองเลยยย

Replying to Avatar Jakk Goodday

**"เป็นไปไม่ได้.. ที่เราจะไม่โดนเกลียด"**

เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเกลียดได้ เพราะพฤติกรรมที่ทำให้บางคนชอบเรา ก็คือพฤติกรรมเดียวกันที่ทำให้บางคนเกลียดเรา..

เสียงหัวเราะเฮฮาดังลั่น Chithole.. คืนนั้นพวกเราชาวบิตคอยเนอร์รวมตัวกันสังสรรค์ในงาน Bitcoin Halving Party ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง

"พี่แจ็ค.. ผมว่าพี่นี่โคตรเจ๋งเลยนะ" น้องคนนึงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ (จำชื่อมันไม่ได้ 🤦)

"อะไรของมึง.. อยู่ดีๆ ก็มาอวย" ผมตอบกลับไปแบบงงๆ

"ก็พี่เป็นคนตลก คุยสนุก ความคิดลึกซึ้ง ใครๆ ก็ชอบพี่" น้องว่าต่อ

"แต่ก็มีคนเกลียดพี่เหมือนกันนะ" ผมพูดติดตลก

น้องทำหน้างง "ใครจะเกลียดพี่ลงวะ? ผมไม่เห็นเคยเจอ"

ผมยิ้มมุมปาก.. "เชื่อเหอะ.. มันต้องมี"

"เป็นไปไม่ได้หรอกพี่" น้องสวนกลับทันควัน

"ผมว่าคนที่เกลียดพี่นี่.. ต้องเป็นพวกโลกแคบ ไม่เข้าใจอะไรเลยแน่ๆ"

ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไป..

"ไม่หรอกน้อง.. จริงๆ แล้ว คนที่เกลียดพี่ อาจจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดก็ได้นะ"

"ห๊ะ?" น้องทำหน้างงหนักกว่าเดิม

"คนที่เกลียดพี่ อาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น เขาอาจจะเห็นว่าพี่เฟค เห็นว่าพี่กำลังหลอกตัวเอง หรือเห็นว่าพี่กำลังทำลายบางสิ่งบางอย่างอยู่ก็ได้

ยิ่งเราแตกต่างมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีโอกาสโดนเกลียดมากขึ้นเท่านั้น

มันเป็นเรื่องธรรมชาติ... เหมือนเหรียญสองด้าน ที่มีทั้งหัวและก้อย ไม่มีทางที่เราจะโยนเหรียญแล้วได้แต่หัวตลอดไปหรอก..

และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่า.. ทำไมเราถึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเกลียดได้ **เพราะพฤติกรรมที่ทำให้บางคนชอบเรา ก็คือพฤติกรรมที่ทำให้บางคนเกลียดเราด้วยเหมือนกัน"**

น้องนั่งเงียบครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ผมเข้าใจแล้วพี่.. ผมว่ามันก็เหมือนกับ Bitcoin นั่นแหละ.. บางคนมองว่ามันคืออนาคตของเงิน บางคนมองว่ามันคือ เรื่องหลอกลวง ไร้ค่า สิ้นเปลืองพลังงาน ฯลฯ

แต่ไม่ว่าใครจะมองยังไง Bitcoin ก็ยังคงเป็น Bitcoin มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามความคิดเห็นของใคร"

ผมรู้สึกว่าน้องคนนี่มันหัวไวดี.. เลยเสริมไปว่า..

"และเราก็ไม่สามารถบังคับให้ใครมารักหรือเกลียดมันได้ เราทำได้แค่.. เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่น และยอมรับผลที่ตามมา"

ผมยิ้มให้กับน้อง.. "นั่นแหละคือสิ่งที่พี่อยากจะสอน"

"ในโลกที่ความคิดเห็นหลากหลายขนาดนี้ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้หรอก ดังนั้น.. **จงอย่าเสียเวลาพยายามที่จะเป็นที่รักของทุกคน แต่จงเป็นที่รักของตัวเองให้ได้ก็พอ**

และจงยอมรับว่า.. การถูกเกลียด ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะตราบใดที่เรายังแตกต่าง เราก็ยังคงมีตัวตน และตราบใดที่เรายังมีตัวตนเราก็ยังคงมีคุณค่า"

เราชนแก้วเบียร์กันเบาๆ เสียงเพลงในร้านยังคงดังคลอไปกับบทสนทนาของเรา คืนนั้น.. ผมได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากน้อง และผมก็หวังว่า.. น้องเองก็คงจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากผมเช่นกัน

เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การยอมรับความแตกต่าง และการเคารพในตัวตนของกันและกัน

นี่แหละ.. คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์

#Siamstr #JAKKSTR

ปล. รูปไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ผมมองเห็นข้อดีของคนที่เกลียดเราครับ "เขาเป็นเหมือนกระจกที่ทำให้เราได้ย้อนมองตัวเอง" เหมือนกับเป็นสิ่งที่คอยช่วยเตือนสติให้กับเรา อย่างเวลาที่เราหลงละเลิงไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป มันอาจช่วยดึงสติเรากลับมาได้ครับ ก็จริงอยู่ที่เราไม่สามารถไปบังคับให้ใครชอบหรือโกธรเกลียดเราได้ แต่ point สำคัญ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นการรับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ยังไง เราจะจัดการกับความคิดคนอื่นที่มีต่อเรายังไง ไม่ให้ความคิดนั้นมันมาเป็นปัจจัยที่คอยกระทบกับชีวิตเรามากเกินไปยังไงมากกว่าครับ เราอาจจะเก็บความคิดนั้นมาพิจารณาบ้างเป็นครั้งคราว ถ้าเราพินิจพิเคราะห์แล้วว่าเออเราเป็นอย่างงั้นจริง เราก็จะได้ปรับปรุงแก้ไข ส่วนอันไหนที่คิดแล้วว่า เราไม่น่าจะเป็นแบบนั้น เราก็แค่วางมันลง ผมคิดว่ามันดีกว่าการที่เราจะ "ไม่สนใจความคิดเห็นคนอื่นที่มีต่อเราเลย"ครับ

Replying to Avatar Xsara8

จากคลิปนี้ที่คุณ CK พูดถึงทุนจีนที่จะเข้ามาทำลายบ้านเรา โดยบอกว่ามันจะมาฆ่า SME ไทย ประเทศไทยกำลังทำอะไรกันอยู่ในเชิงทำไมถึงไม่กีดกันประเทศจีน คุณ CK ยกตัวอย่างประเทศจีนและเวียดนามที่มีการกีดกันการค้าจากภายนอกและให้คนในประเทศเขาสร้างนวัตกรรมเพื่อมาใช้ทดแทนกัน อย่างเช่น Facebook Instagram จีนก็มี WeChat เป็นต้น

ซึ่งในความคิดของผมแล้วมันมีอีกประเด็นหนึ่งที่เราควรจะคำนึงถึงนั่นก็คือ Human Ware

Human คือแนวคิดที่ผมได้ยินครั้งแรกจากเฮียวิทย์ เป็นแนวคิดที่วิเคราะห์ว่าคนแต่ละชาตินั้นมีการคิดการอ่านอย่างไร ตัวอย่างเช่นคนเยอรมันเป็นคนที่ชอบจดบันทึกเป็นคนที่มีความคิดอาจเป็นระบบ คิดระบบให้แล้วปรับคนให้เข้ากับระบบ ในขณะที่อิตาลีเป็นชาติที่ให้ความสำคัญกับคน ครอบครัว อย่างที่เราจะเห็นในแก๊งมาเฟียที่อยู่กันเป็นครอบครัว ยกตัวอย่างฟุตบอลอิตาลีที่จะดูเหนื่อยๆช้าๆ แต่เขาก็ชนะ เพราะเขาทำความเข้าใจคนแล้วถึงค่อยปรับระบบให้เข้ากับคนที่มี (นึกง่ายๆก็อัลเช่จาก Real Madrid ที่เป็นคนอิตาลีกับ Klopp ที่เป็นคนเยอรมัน)

หากพูดถึง Human ware ของคนไทย ก็จะคล้ายกับคนอิตาลี ทำอะไรวินาทีสุดท้าย ให้ความสำคัญกับครอบครัวเพื่อนฝูง ละเมียดละไมกับอาหารการกิน ฯลฯ

และการทำอะไรในวินาทีสุดท้าย นั่นหมายความว่าเขาต้องมีแรงกระตุ้น ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้ต่างจากจีนหรือเวียดนาม ที่การใช้นโยบายภาครัฐในการกีดกันทางการค้าจะทำให้รายเล็กสร้างนวัตกรรมได้ แต่คนไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น คนไทยแล้วต้องมีอะไรจี้ตูดอย่างเช่น ทุนจีนเป็นต้น ถ้าไม่มี Deadline เราก็จะไม่ทำอะไร ถ้าไม่มีโควิดคนส่วนใหญ่คงไม่ใช้พร้อมเพย์ ถ้าบริษัทไม่ไล่พนักงานออกเราคงไม่เห็นฟรีแลนซ์ และถ้าไม่มีทุนจีนมาจี้ตูดแล้วก็คงไม่ปรับตัว

ในวันที่ดูเหมือนไม่มีทางออกแล้วมืดแปดด้าน ทุนจีนก็มี AI ก็มา เราจะออกจากตรงนี้ได้ยังไง? นั่นคือความสามารถพิเศษของคนไทยอีก 1 อย่าง นั่นก็คือการเอาตัวรอดนั่นเอง ถ้ามืดแปดด้านแล้วจะหาทางที่ 9 ได้เสมอ นี่แหละคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ทำให้เราอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

เมื่อเรารู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของคนแบบชาติเราแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะปรับปรุงและพัฒนาระบบนี้ให้มันดีขึ้นสักที

Focus → Fight → Win #siamstr

https://youtu.be/ABTrnjcRbQs?si=kF6mjI_MfzCUxhlA

คนไทย เป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ สบายๆ เป็นคนชิวๆ มันเลยเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียไปในตัว แต่ข้อดีที่คนไทยไม่เหมือนชาติไหนๆ ในโลก (ในความคิดของผม) คือ คนไทยเป็นคนที่มีจิตใจดีเป็นพื้นฐาน มีความเห็นอกเห็นใจเป็นพิเศษ นี่คือสิ่งที่ผมสัมผัสได้

Replying to Avatar Wichit Saiklao

คาถาจากพี่ชิตในวีคนี้ "จงมุ่งมั่นพัฒนาตน จนมึงเป็นคนที่มีของ" #siamstr

VDO ย้อนหลัง Lecture 4/8 Principles of Economics: Trade and Money

Trade: Let you focus on self development to serve others

Money: Lubricant to speed up the transaction

อยากอยู่อย่างลำบากให้แยกไปอยู่คนเดียว อยู่เพื่อตัวเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่หากอยากอยู่สบายจงพัฒนาตนให้กลายเป็นคนที่มีของ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อื่น

Focus on self to serve others

Trade หรือกิจกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเปิดโอกาสให้แต่ละคนทำในสิ่งที่ตนถนัด สร้างความมั่นใจว่าถ้าหากเรา focus และทำมันได้ดีเยี่ยม เราสามารถมีชีวิตที่ดีในสังคมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก่งหรือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ละคนในสังคมทำตนเป็น productive node ที่ต่างพึ่งพากัน สังคมที่ทำให้้้้คนสามารถเข้าถึงระบบ Global Trade ที่ลื่นไหลได้ จะเป็นแรงช่วยขับเคลื่อนให้คนตามหาความฝันของตัวเองมากขึ้น เช่น หากคุณเป็นนักกีฬาที่เก่งก็สามารถเลี้ยงชีพได้ หากเลือกที่จะเป็นศิลปินวาดรูปก็สามารถสร้างครอบครัวที่ดีได้ เป็นนักปรุงเบียร์มืออาชีพก็สามารถมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้ ทุกคนในสังคมต่างได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการแลกเปลี่ยน ฉะนั้น Trade เป็นฟังก์ชั่นที่ทำให้คนในสังคมมีความร่วมมือกัน (Cooperation) เป็นสังคมที่ Give and Take โดยความถี่ในการแลกเปลี่ยนเป็นตัวชี้วัดระดับความสัมพันธ์และความอยู่ดีกินดีของคน

ส่วนบ้านเราไม่ต้องมองไกลให้ดูอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม วงการคราฟท์เบียร์ การผลิตลื่นไหลมั๊ย การซื้อขายแลกเปลี่ยนลื่นไหลมั๊ย ข้าราชการนักปกครองแม่งไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ธรรมะ รัฐทำหน้าที่ควรควบคุมแทนที่จะเป็นผู้อำนวยความสะดวก ระบบสร้างแรงจูงใจการกำหนด KPI ตัวชี้วัด แม่งผิดลูกผิดฝาหมด 5555

อย่างไรก็ตามภายใต้กติกาของ Trade นอกจากความร่วมมือกัน ทุกคนต่างต้องแข่งขันพัฒนาตนและสินค้าให้มีความโดดเด่นและแตกต่างๆอยู่เสมอ หยุดนิ่งไม่ได้ การแข่งขัน (Competition) ทำหน้าที่เหมือนตัวบังคับให้ทุกคนต้องพัฒนาความถนัดไปสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Specialization) ทุกคนถูกบังคับให้ลงลึก เมื่อทำมันอย่างยาวนานพอ ผลงานที่ออกมาจะเข้าใกล้ Masterpiece ขึ้นเรื่อยๆ

การตั้งเป้าหมายเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างผลงานในระดับ Masterpiece ดูเหมือนจะเป็น option ของแต่ละคน เราต้องการจะสร้างหรือไม่สร้างมันก็ได้ มันเป็นเรื่องของเรา แต่ในโลกความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น การสร้างผลงานในะดับ Masterpiece เป็นท่าบังคับเพราะทุกคนต่างถูกกระบวนการ Democratization & Commoditization ไล่ล่าโดยไม่รู้ตัว เหตุผลเพราะความรู้ เคล็ดลับ และเทคโนโลยีที่มันถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประกอบกับการคมนาคมที่สะดวกสบายรวดเร็ว จนทำให้โลกทั้งใบถูกเชื่อมโยงกันกลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ผลงานของเราที่มันเคยเจ๊ง เคยว้าว เผลอแพ๊บเดียวมันกลายเป็นผลงานแบบพื้นๆ ที่โลกไม่สนใจมันอีกต่อไป

การ Disrupt เป็นนิรันดร์ตราบใดที่โลกยังพัฒนา

Money ทำหน้าที่เหมือนน้ำมันหล่อลื่นช่วยเพิ่มความลื่นไหลของกิจกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยน

Modern money makes global transaction easier and faster

นัยยะสำคัญ คือ Disruption จะเกิดเร็วขึ้น ถี่ขึ้น เราพร้อมแค่ไหนในการรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงทั้งใหญ่และกว้าง

เรียนคลาสนี้กับพี่ชิตเพื่อเข้าใจตรรกะทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อนำความรู้ความเข้ามาปรับใช้กับสถานการณ์ปัญหาที่แต่ละคนกำลังเผชิญอยู่

ในช่วงสนนาธรรม ยังการพูดถึง

+ T-Model / ทฤษฎี 10 เพื่อสร้าง Masterpiece

+ แนวคิดหยินหยาง ทฤษฎีแตกใน

+ Disversity เกิดจากการตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานหลักการหนึ่งเดียวที่ใครก็ควบคุมมันไม่ได้

โชคดี มีสุข Happy Friday ครับ

VDO ย้อนหลัง Lecture 4/8 Principles of Economics

https://youtu.be/NMYj7JWZrZM

คาถาพัฒนาตนเอง

ส่วนตัวผม ผมคิดว่ามันอยู่ที่ความรู้และความเข้าใจครับ การที่เราจะลงทุนอะไรต้องทบทวนและคิดให้รอบคอบก่อนที่จะลงทุนสิ่งนั้น พอเราเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุนแล้ว ก็จะทำให้เรามั่นใจในสิ่งนั้นครับ การกระจายความเสี่ยงนั้นดีไหม ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้าเรากระจายไปในสิ่งที่เราไม่รู้นั้น มันอันตรายกว่าครับ สุดท้ายเราต้องจัดสัดส่วนการลงทุนไหม มันอยู่ที่ตัวของเราเองครับ เป้าหมายของเราเป็นยังไง ต้องการอะไร ถ้าเราถือบิตคอยน์แล้วไม่สบายใจก็แค่ขายมันทิ้งบ้าง เอาความสบายใจของเราว่า ถ้าเกิดถือแล้วได้กำไรเยอะจริง แต่เป็นอันกินไม่ได้นอนไม่หลับมันก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ครับ หรือถือน้อยเกินไปก็แค่ซื้อเพิ่มครับ ผมเชื่อว่าคุณมีคำตอบในใจอยู่แล้วครับ 555+