Avatar
บิดแล้วคอย
2639db2bee9b35f0f7a3dd4d6d15a1277b3e334442e1890ada14081c59420386
Facebook บิดแล้วคอย

ใครสนใจ ไปเล่นได้นะเหงา

#siamstr

#nostr

## ผลร้ายแรงของเงินเฟ้อ : อธิบายบทความของ Henry Hazlitt

บทความนี้เขียนโดย Henry Hazlitt นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1946 เขาอธิบายถึงผลร้ายแรง 10 ประการของเงินเฟ้อ ดังนี้

**1. การลงทุนที่ผิดพลาด (Malinvestment)**

เงินเฟ้อทำให้ราคาสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการอาจตัดสินใจลงทุนผิดพลาดโดยลงทุนในสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือมีมูลค่าลดลงเมื่อเงินเฟ้อคลี่คลาย

**2. การสิ้นเปลือง (Waste)**

ผู้คนอาจรีบซื้อสินค้ามากขึ้นแม้จะไม่จำเป็น เพื่อป้องกันเงินเฟ้อ สิ่งนี้นำไปสู่การสิ้นเปลืองทรัพยากร

**3. การกระจายความมั่งคั่งและรายได้ที่ไม่เป็นธรรม (Wanton redistribution of wealth and income)**

เงินเฟ้อจะส่งผลต่อผู้ที่มีรายได้คงที่ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ฝากเงินมากกว่าผู้ที่มีรายได้ผันแปรตามอัตราเงินเฟ้อ เช่น นักลงทุน

**4. การเก็งกำไรและการพนัน (Growth of speculation and gambling)**

ผู้คนอาจหันไปเก็งกำไรสินค้าหรือสินทรัพย์เพื่อหวังผลกำไรจากเงินเฟ้อ แทนที่จะลงทุนในกิจกรรมที่สร้างสรรค์

**5. การผิดศีลธรรมและคอรัปชั่น (Immorality and corruption)**

เงินเฟ้ออาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม เช่น การฉ้อโกง การติดสินบน และการกักตุนสินค้า

**6. ความผิดหวัง ความไม่พอใจ และความไม่สงบในสังคม (Disillusionment, social resentment, discontent, upheaval, and riots)**

ประชาชนอาจรู้สึกไม่พอใจกับสถานะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ นำไปสู่ความไม่สงบในสังคม

**7. การล้มละลาย (Bankruptcy)**

ธุรกิจอาจประสบปัญหาการเงินและล้มละลายได้ง่ายขึ้น

**8. การควบคุมของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น (Increased government controls)**

รัฐบาลอาจใช้นโยบายต่างๆ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลต่อเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

**9. การล่มสลายของระบบเศรษฐกิจ (Eventual collapse)**

หากเงินเฟ้อไม่สามารถควบคุมได้ อาจนำไปสู่การล่มสลายของระบบเศรษฐกิจ

## ตัวอย่าง

* **การลงทุนที่ผิดพลาด:** ในช่วงที่มีเงินเฟ้อสูง ผู้ประกอบการอาจตัดสินใจลงทุนในโรงงานผลิตสินค้าที่ราคาแพง แต่เมื่อเงินเฟ้อคลี่คลาย สินค้าเหล่านี้อาจขายไม่ออก ทำให้ธุรกิจขาดทุน

* **การสิ้นเปลือง:** ผู้คนอาจรีบซื้ออาหารมากขึ้นแม้จะกินไม่ทัน เพื่อป้องกันราคาอาหารที่สูงขึ้น สิ่งนี้นำไปสู่การสิ้นเปลืองอาหาร

* **การกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรม:** ผู้สูงอายุที่พึ่งพาเงินบำนาญจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อมากกว่าคนวัยทำงานที่มีรายได้ปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ

* **การเก็งกำไร:** ผู้คนอาจหันไปซื้อทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังผลกำไรจากเงินเฟ้อ แทนที่จะลงทุนในกิจกรรมที่สร้างสรรค์

* **ความไม่สงบในสังคม:** ในช่วงที่มีเงินเฟ้อสูง ประชาชนอาจรู้สึกไม่พอใจกับสถานะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ นำไปสู่การประท้วงหรือจลาจล

## แหล่งอ้างอิง

* Hazlitt, Henry. "The Consequences of Inflation." The Foundation for Economic Education. 1946. [https://www.investopedia.com/articles/insights/122016/9-common-effects-inflation.asp](https://www.investopedia.com/articles/insights/122016/9-common-effects-inflation.asp)

* "What are the negative effects of inflation?" Investopedia. [https://www.forbes.com/advisor/personal-finance/why-is-inflation-bad/](https://www.forbes.com/advisor/personal-finance/why-is-inflation-bad/)

* "Inflation." Wikipedia. [https://www.imf.org/en/Publications/fandd/issues/Series/Back-to-Basics/Inflation](https://www.imf.org/en/Publications/fandd/issues/Series/Back-to-Basics/Inflation)

#siamstr

#nostr

บทวิวัฒนาการสู่ Bitcoin

ภาพนี้แสดงไทม์ไลน์ของเทคโนโลยีและแนวคิดที่นำไปสู่การพัฒนา Bitcoin ครอบคลุมระยะเวลากว่า 40 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1970 จนถึง 2020

หัวข้อหลัก:

การเข้ารหัส: เป็นรากฐานสำคัญของ Bitcoin เทคโนโลยีการเข้ารหัสพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1970

ลายเซ็นดิจิทัล: ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลงนามในเอกสารดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย เทคโนโลยีนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบเงินดิจิทัล

การประทับเวลา: ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอกสารดิจิทัลไม่ถูกเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ใน Bitcoin blockchain

เงินดิจิทัล: แนวคิดเกี่ยวกับเงินดิจิทัลมีมานานหลายทศวรรษ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้การสร้างระบบเงินดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงเป็นไปได้

เครือข่ายแบบกระจายศูนย์: Bitcoin เป็นระบบที่ไร้ศูนย์กลาง หมายความว่าไม่มีใครควบคุมเครือข่ายได้ เทคโนโลยี peer-to-peer ช่วยให้สิ่งนี้เป็นไปได้

เหตุการณ์สำคัญ:

1976: RSA Public-key Cryptosystems เสนอวิธีการเข้ารหัสที่ปลอดภัยซึ่งใช้ใน Bitcoin

1982: ปัญหา Byzantine Generals เสนอวิธีแก้ปัญหาความไว้วางใจในระบบกระจายศูนย์

1983: David Chaum เสนอ Blind Signatures เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมดิจิทัลได้อย่างไม่เปิดเผย

1993: Cypherpunks ก่อตั้งกลุ่มเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

1998: Nick Szabo เสนอ Bit Gold ระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์

2008: Satoshi Nakamoto เผยแพร่เอกสาร Bitcoin: A Peer-to-peer Electronic Cash System

2009: Bitcoin เปิดตัว

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า Bitcoin ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวคิดที่ยาวนาน

#siamstr

#no str

รัฐบาลกู้เงินไปลงทุนในหลาย ๆ โครงการ หลัก ๆ แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

**1. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน:** เช่น รถไฟฟ้า ทางหลวง ท่าเรือ สนามบิน โครงการเหล่านี้ใช้เงินลงทุนสูง แต่จะสร้างผลตอบแทนระยะยาว กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มรายได้ภาษีให้รัฐบาล

**2. ลงทุนในด้านสังคม:** เช่น การศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ โครงการเหล่านี้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้คนมีสุขภาพดี มีการศึกษา

**3. ลงทุนในด้านเศรษฐกิจ:** เช่น สนับสนุนธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการเหล่านี้ช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

**รัฐบาลจะลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยพันธบัตร** แต่ไม่ใช่ทุกโครงการที่จะได้กำไร

**ตัวอย่างโครงการที่ได้กำไร:**

* รถไฟฟ้าสายสีเขียว

* โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง

**ตัวอย่างโครงการที่ขาดทุน:**

* รถไฟฟ้าสายสีแดง

* โครงการรับจำนำข้าว

**สรุป:**

* รัฐบาลกู้เงินไปลงทุนในหลาย ๆ โครงการ

* โครงการเหล่านี้มีทั้งได้กำไรและขาดทุน

* รัฐบาลพยายามลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยพันธบัตร

**แหล่งข้อมูล:**

* [https://www.pdmo.go.th/](https://www.pdmo.go.th/)

* [https://www.mof.go.th/](https://www.mof.go.th/)

* [https://www.nesdc.go.th/](https://www.nesdc.go.th/)

กำแพงภาษี หมายถึง อัตราภาษีศุลกากรที่รัฐบาลกำหนดให้สินค้าขาเข้าจากต่างประเทศต้องจ่าย เปรียบเสมือนกำแพงที่กีดกันสินค้าต่างประเทศ ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ

**วัตถุประสงค์ของกำแพงภาษี**

* **ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ:** ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

* **สร้างงาน:** เมื่ออุตสาหกรรมภายในประเทศเติบโต จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

* **เพิ่มรายได้ให้รัฐบาล:** ภาษีศุลกากรเป็นรายได้สำคัญของรัฐ

* **ส่งเสริมนโยบายของรัฐ:** เช่น นโยบายสนับสนุนสินค้าเกษตร

**ตัวอย่าง**

* รัฐบาลไทยตั้งกำแพงภาษีรถยนต์นำเข้า 30% เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

* รัฐบาลไทยยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเครื่องจักรบางประเภท เพื่อส่งเสริมการลงทุน

* รัฐบาลไทยตั้งกำแพงภาษีสินค้าเกษตรบางประเภท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

**ข้อดีของกำแพงภาษี**

* ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ

* สร้างงาน

* เพิ่มรายได้ให้รัฐบาล

* ส่งเสริมนโยบายของรัฐ

**ข้อเสียของกำแพงภาษี**

* ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น

* ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง

* เกิดสงครามการค้า

**สรุป**

กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือทางการค้าที่รัฐบาลใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ สร้างงาน เพิ่มรายได้ให้รัฐบาล และส่งเสริมนโยบายของรัฐ อย่างไรก็ตาม กำแพงภาษีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยผู้บริโภคอาจต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น และมีทางเลือกในการซื้อสินค้าน้อยลง

#siamstr

#nostr

**Cantillon Effect** อธิบายว่า นโยบายการเงินที่เพิ่มการอุปทานเงินอย่างรวดเร็ว (เช่น การพิมพ์เงิน) ส่งผลต่อ**การกระจายความมั่งคั่ง** differentially redistributes wealth

**ผู้ได้รับผลประโยชน์:**

* **ผู้กู้ยืม**:

* รัฐบาล:

* ใช้เงินที่พิมพ์ใหม่เพื่อชำระหนี้

* ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

* ธนาคาร:

* กู้ยืมเงินจากธนาคารกลาง

* ปล่อยกู้ต่อให้ธุรกิจและผู้บริโภค

* นักลงทุน:

* ซื้อสินทรัพย์ที่มีราคาสูงขึ้น

**ผู้เสียเปรียบ:**

* **ผู้ฝากเงิน**:

* เงินออมของพวกเขามี**มูลค่า**น้อยลง

* ได้รับ**ดอกเบี้ย**น้อยลง

* **ผู้มีรายได้คงที่**:

* เงินเดือน**ซื้อ**สินค้าและบริการได้น้อยลง

* **ผู้บริโภค**:

* เผชิญกับ**ภาวะเงินเฟ้อ**

* ต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ

**ตัวอย่าง:**

* ธนาคารกลางพิมพ์เงิน 1 ล้านบาท

* รัฐบาลใช้เงิน 1 ล้านบาทเพื่อสร้างถนน

* บริษัทรับเหมาก่อสร้างได้รับเงิน 1 ล้านบาท

* บริษัทรับเหมาก่อสร้างจ่ายเงิน 500,000 บาท ให้กับพนักงาน

* พนักงานใช้เงิน 250,000 บาท ซื้อสินค้าและบริการ

* ผู้ขายสินค้าและบริการมีเงิน 250,000 บาท

**ผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์:**

* **ความเหลื่อมล้ำทางสังคม**:

* ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น

* **ความยากจน**:

* ผู้คนจำนวนมากมี**รายได้**ไม่เพียงพอ

* **ภาวะเงินเฟ้อ**:

* ผู้คนต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ

* **การชะงักงันทางเศรษฐกิจ**:

* ธุรกิจอาจ**ล้มละลาย**

* คนงานอาจ**ตกงาน**

**สรุป:**

Cantillon Effect อธิบายว่า นโยบายการเงินที่เพิ่มการอุปทานเงินอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อ**การกระจายความมั่งคั่ง** differentially redistributes wealth

**ผู้ได้รับผลประโยชน์** มักเป็น**ผู้กู้ยืม**

**ผู้เสียเปรียบ** มักเป็น**ผู้ฝากเงิน** **ผู้มีรายได้คงที่** และ**ผู้บริโภค**

**ผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์**

* **ความเหลื่อมล้ำทางสังคม**:

* ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น

* **ความยากจน**:

* ผู้คนจำนวนมากมี**รายได้**ไม่เพียงพอ

* **ภาวะเงินเฟ้อ**:

* ผู้คนต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ

* **การชะงักงันทางเศรษฐกิจ**:

* ธุรกิจอาจ**ล้มละลาย**

* คนงานอาจ**ตกงาน**

#siamstr

#nostr

**"It is the foundation of value

for the whole system."**

**HAL FINNEY MAY 9, 2011**

**"มันคือรากฐานของมูลค่า

สำหรับทั้งระบบ"**

**HAL FINNEY 9 พฤษภาคม 2554**

**ข้อความ** บนโปสเตอร์นี้ อ้างอิงถึง Bitcoin ซึ่ง Finney เชื่อว่าเป็นรากฐานของมูลค่าสำหรับระบบเศรษฐกิจใหม่

**การอธิบายเพิ่มเติม**

* **"It is the foundation of value"** หมายความว่า Bitcoin เป็นสิ่งที่มีค่าและเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจใหม่

* **"for the whole system"** หมายความว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัล แต่เป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

* **Hal Finney** เขียนข้อความนี้ในปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของ Bitcoin แสดงให้เห็นว่าเขามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกี่ยวกับศักยภาพของ Bitcoin

**ข้อคิด**

* Bitcoin เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

* Bitcoin อาจจะเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจใหม่

* อนาคตของ Bitcoin ยังไม่แน่นอน แต่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

* Bitcoin Wiki: [https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page](https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page)

* Bitcoin Foundation: [https://bitcoin.org/](https://bitcoin.org/)

* Satoshi Nakamoto's whitepaper: [https://bitcoin.org/bitcoin.pdf](https://bitcoin.org/bitcoin.pdf)

**คำถาม**

* คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ Bitcoin?

* คุณคิดว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกหรือไม่?

* คุณกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Bitcoin หรือไม่?

#siamstr

#nostr

#bitcoin

#siamstr

#nostr

🤫🤫🤫🤫🤫

Le Charme de la Soirée by Albert Joseph Pénot (1900)

#siamstr

#nostr

## พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร?

พันธบัตรรัฐบาล คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อระดมทุนนำไปใช้จ่ายในกิจการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การชำระหนี้เก่า

**ลักษณะ:**

* เป็นสัญญาเงินกู้ระหว่างผู้ซื้อ (นักลงทุน) กับรัฐบาล

* ผู้ซื้อมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล

* รัฐบาลมีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามสัญญา

* มีความเสี่ยงต่ำ

* ให้ผลตอบแทนแน่นอน

* เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง

**ตัวอย่าง:**

* พันธบัตรออมทรัพย์: ออกโดยกระทรวงการคลัง มีอายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ 0.20% ซื้อได้ตั้งแต่ 1,000 บาท

* พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว: ออกโดยกระทรวงการคลัง มีอายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ ซื้อได้ตั้งแต่ 100,000 บาท

* หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ: ออกโดยรัฐวิสาหกิจ มีอายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซื้อได้ตั้งแต่ 1,000,000 บาท

**ข้อดี:**

* ความเสี่ยงต่ำ โอกาสที่รัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้มีน้อย

* ให้ผลตอบแทนแน่นอน

* เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง

* สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง

**ข้อเสีย:**

* ให้ผลตอบแทนไม่สูง

* ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง

* มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

**แหล่งข้อมูล:**

* [https://www.pdmo.go.th/th/bond-saving](https://www.pdmo.go.th/th/bond-saving)

* [https://www.set.or.th/](https://www.set.or.th/)

#siamstr

#nostr

## แนวคิดเรื่องเงินของรัฐ

เงินของรัฐ หมายถึง เงินทุนที่รัฐบาลมีไว้ใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ ของประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

**1. รายได้ของรัฐ**

* **ภาษีอากร:** เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ มาจากภาษีเงินได้ ภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ฯลฯ

* **รายได้จากรัฐวิสาหกิจ:** เงินที่รัฐบาลได้รับจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

* **รายได้จากการขายทรัพย์สินของรัฐ:** เงินที่รัฐบาลได้รับจากการขายที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินอื่น ๆ

* **เงินกู้:** เงินที่รัฐบาลกู้ยืมจากภายในประเทศหรือต่างประเทศ

**2. รายจ่ายของรัฐ**

* **เงินเดือนข้าราชการ:** เงินที่จ่ายให้แก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างของรัฐ

* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เงินที่ใช้ในการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่ากระดาษ

* **เงินลงทุน:** เงินที่ใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคม

* **การชำระหนี้:** เงินที่ใช้ในการชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้ยืม

## ผลกระทบต่อชีวิตผู้คน

เงินของรัฐมีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในหลาย ๆ ด้าน เช่น

* **การศึกษา:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน

* **สาธารณสุข:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดบริการสาธารณสุขให้แก่ประชาชน

* **สวัสดิการสังคม:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้ด้อยโอกาส

* **โครงสร้างพื้นฐาน:** รัฐบาลใช้เงินในการสร้างถนน หนทาง สะพาน เขื่อน ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ

* **ความมั่นคง:** รัฐบาลใช้เงินในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

## ระบบการปกครอง

ระบบการปกครองมีผลต่อวิธีการจัดการเงินของรัฐ ตัวอย่างเช่น

* **ระบอบประชาธิปไตย:** ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล

* **ระบอบเผด็จการ:** รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการใช้งบประมาณของรัฐ

## ตัวอย่างผลกระทบ

* **การศึกษา:** เด็กยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษา

* **สาธารณสุข:** ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ

* **สวัสดิการสังคม:** ผู้ด้อยโอกาสได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

* **โครงสร้างพื้นฐาน:** ประชาชนเดินทางสะดวก สินค้าเกษตรมีราคาดีขึ้น

* **ความมั่นคง:** ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างปลอดภัย

## สรุป

เงินของรัฐมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตผู้คน รัฐบาลควรจัดสรรเงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

#siamstr

#nostr

## Wealth and Liquidity

**Wealth** refers to the total value of all assets owned minus the total value of all liabilities.

**Liquidity** refers to the ease with which an asset can be converted into cash without significantly losing value.

**Key Differences:**

* **Wealth** focuses on the total value of assets, regardless of how easily they can be converted into cash.

* **Liquidity** focuses on the ease and speed of converting an asset into cash without losing value.

**Example:**

* **Wealth:**

* Owns a house worth 10 million baht

* Owns a car worth 2 million baht

* Has 1 million baht in bank deposits

* Has 2 million baht in debt

**Wealth** of this person = (10 + 2 + 1) - 2 = 11 million baht

* **Liquidity:**

* 1 million baht in bank deposits has high liquidity and can be converted into cash immediately.

* The house and car have low liquidity and it takes time to sell them.

**Summary:**

* **Wealth** indicates overall financial status.

* **Liquidity** indicates the ability to access cash.

**Both Wealth and Liquidity are important:**

* **Wealth** helps achieve long-term financial goals.

* **Liquidity** helps cope with emergencies.

**It is important to have a suitable balance between Wealth and Liquidity:**

* **Too much Wealth** can lead to a lack of liquidity.

* **Too much Liquidity** can lead to missing out on high-return investment opportunities.

**It is important to consider financial goals, risk tolerance, and personal preferences.**

#siamstr

#nostr

#bitcoin