GM #siamstr สรุปเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ของ George S. Clason ถึงเรื่องรางจะผ่านมาหลายพันปี วิธีที่จะมั่งคั่งร่ำรวยได้ก็ไม่ต่างจากปัจจุบันเลย คือเริ่มต้นจากการเก็บออม💰..ผมขอสรุปเนื้อหาคร่าวๆ ดังนี้
บทนำ: เรื่องราวกลางกรุงบาบิโลน (The Man Who Desired Gold) เปิดเรื่องด้วย Bansir ช่างทำรถม้า และ Kobbi นักพิณ ผู้มีชีวิตติดขัดทางการเงิน พวกเขาสงสัยว่าทำไมคนบางคนถึงร่ำรวยและคนบางคนถึงจนตลอดชีวิต จึงตัดสินใจไปหา Arkad ชายที่ร่ำรวยที่สุดในบาบิโลนเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับบทนี้วางรากฐานของคำถามหลักในเรื่อง: “ทำไมบางคนถึงมั่งคั่ง?” และอยากเรียนรู้วิธีสร้างความมั่งคั่ง
บทที่ 1: ชายผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน (The Richest Man in Babylon) Arkad เล่าว่าเขาเริ่มจาก 0 แต่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ด้วยวินัยทางการเงิน เขาเน้นหลัก “จ่ายให้ตัวเองก่อน” คือออม 1 ส่วน ในรายได้ 10 ส่วน ก่อนใช้จ่ายใด ๆ และนำเงินออมไปลงทุนให้งอกเงยอย่างต่อเนื่องเขาเรียนรู้จากนักจารึกผู้หนึ่งว่าความมั่งคั่งมาจากการควบคุมเงิน และลงมือใช้แนวคิดนี้จนมั่งคั่ง เป็นแรงบันดาลใจให้ชาวเมืองหันมาใส่ใจเรื่องการเงินส่วนบุคคล
บทที่ 2: ยารักษากระเป๋าแบน 7 ประการ (Seven Cures for a Lean Purse) บทเรียนพื้นฐานทางการเงิน 7 ข้อ ได้แก่ 1) ออมก่อนใช้ 2) ควบคุมรายจ่าย 3) ให้เงินทำงาน 4) รักษาทุน 5) ซื้อบ้านแทนเช่า 6) วางแผนอนาคต 7) พัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพื่อเปลี่ยนจากความจนสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคงหลักการเหล่านี้เป็นเหมือนสูตรทางการเงินที่ใช้ได้กับทุกยุคสมัย และถูกนำไปถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ปัญหาความจนได้
บทที่ 3: กฎทองคำ 5 ข้อ (The Five Laws of Gold) Arkad สอนลูกชายผ่านนิทานว่า ทอง (เงิน) จะมาหาผู้ที่ 1) ออมเสมอ 2) ใช้เงินทำงาน 3) ลงทุนอย่างรอบคอบ 4) หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่เข้าใจ 5) ไม่โลภหรือเสี่ยงแบบขาดวิจารณญาณ กฎเหล่านี้คือหลักการอมตะในการสร้างทรัพย์เขาใช้การทดลองให้ลูกชายจัดการเงินด้วยตนเอง พร้อมสอนว่าใครที่เข้าใจธรรมชาติของเงิน จะสามารถรักษาและเพิ่มพูนความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน
บทที่ 4: ผู้ให้ยืมทองแห่งบาบิโลน (The Gold Lender of Babylon) Rodan ได้รับรางวัลก้อนโตจากกษัตริย์และไปขอคำปรึกษาจาก Mathon ผู้ให้ยืมทอง Mathon แนะนำว่าอย่าให้ใครกู้เงินหากเขาไม่มีแหล่งรายได้แน่นอน หรือไม่มีความสามารถคืนหนี้ บทนี้สอนเรื่องการตัดสินใจทางการเงินอย่างรอบคอบการให้ยืมต้องใช้วิจารณญาณ ไม่ควรปล่อยเงินเพราะความสงสาร คำสอนนี้เตือนว่าเงินที่หามาด้วยความยากลำบากต้องได้รับการปกป้องเสมอ
บทที่ 5: กำแพงเมืองบาบิโลน (The Walls of Babylon ) เรื่องราวของการป้องกันเมืองจากศัตรู สะท้อนถึงความจำเป็นของการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เช่นเดียวกับที่เราควรวางแผนสำรองทางการเงิน ประกันภัย และเตรียมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันในชีวิตแม้ศัตรูจะมีกำลังมาก แต่กำแพงก็ช่วยป้องกันภัยได้อย่างมั่นคง เปรียบได้กับการมีเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่ดี
บทที่ 6: พ่อค้าคามาแห่งบาบิโลน (The Camel Trader of Babylon) เรื่องของ Tarkad ผู้ชายที่ล้มเหลวและยากจน แต่ได้รับโอกาสเรียนรู้จาก Dabasir อดีตทาสที่ใช้วินัยการเงิน กำลังใจ และการชำระหนี้คืนเพื่อฟื้นชีวิตกลับมาได้อีกครั้ง เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นได้แม้ล้มเหลว Dabasir พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ชีวิตจะติดลบ แต่ด้วยวินัยและความตั้งใจจริง ทุกคนสามารถเปลี่ยนอนาคตทางการเงินได้ด้วยตนเอง
บทที่ 7: บุรุษผู้โชคดีที่สุดในบาบิโลน (The Luckiest Man in Babylon) Sharru Nada เล่าเรื่องอดีตที่เคยเป็นทาสมาก่อน และความเพียรพยายามนำพาเขาสู่ความมั่งคั่ง พร้อมเน้นว่า “โชค” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการตัดสินใจที่ดี ความขยัน และความกล้าเผชิญชีวิตบทเรียนสำคัญคือ โชคดีมักจะเกิดกับคนที่เตรียมตัวมาอย่างดี และใช้โอกาสอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่พึ่งดวง
บทส่งท้าย: บันทึกดินเผาจากบาบิโลน (Clay Tablets from Babylon) นักโบราณคดีค้นพบบันทึกโบราณที่ให้คำแนะนำในการจัดการหนี้สินและการเงิน สะท้อนว่าแม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี หลักการจัดการเงินที่ดีนั้นก็ยังเหมือนเดิมและใช้ได้เสมอในทุกยุคสมัยข้อความจากจารึกเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า “ความรู้ทางการเงิน” คือสมบัติที่ไม่สูญหาย และควรถ่ายทอดต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง ผมเอาบางตอน เช่น Arkad จะพิสูจน์ลูกชายว่าจะรักษาทรัพย์สินพ่อได้ไหม? เล่าเป็นนิทานให้ 2 แสบฟัง ชอบกันใหญ่เลย🙂 ต้องลองหาอ่านกันดูนะครับ 🙂…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️
