Avatar
Mahawiro
2f9af0c7748662146c148f1d76726ae60a4ddbced2dcd33545c80ae328f79d0c

ทองคำ 240 ตัน เท่ากับ 240,000 กก.

เท่ากับ 15.6 ล้านบาททอง

คิดที่บาททองละ 40,000 เท่ากับ 6 แสนล้านบาท

ใช้ดิจิมอนวอลเลตรอบเดียวก็หมดละ nostr:note1kkddld90dhkw2thk9pq80n7w560wr5rvmqz2dcne9qs0qyujzhjsek32l8

#siamstr

ทุกครั้งที่เกิดการแยกเชน bitcoin เชนที่ชนะจะมีมูลค่าสูงกว่าเสมอ miner จะเลือกเชนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

แต่การแยกเชนครั้งหน้า เราอาจจะได้เห็นการท้าทายใหม่

ระหว่างเชนที่กลุ่มใหม่เข้ามาควบคุมกฎและให้ราคาที่กว่า กับเชนที่ยึดถือเอากฏเก่าที่ใช้มา ใครจะอยู่รอดได้

ใช้เวลาใตร่ตรองอยู่นานว่าควรตอบแบบสาระดีไหม (แต่จากประสบการณ์ถึงอธิบายไปก็ไร้ประโยชน์)

นะช่วงเวลาแบบนี้ ผมคงตอบไปว่าไม่ต้องสนใจหรอกว่ามันจะใช้พลังงานไปทำไม คนที่เขาใช้พลังงานไปกับบิทคอยเป็นคนตัดสินใจเองว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม

ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่ามันจะช่วยโลกอะไรยังไง

ส่งผลต่อเศรษฐกิจขนาดไหน

สนใจเรื่องตัวเองดีกว่า ว่าเราจะหาประโยชน์จากบิทคอยได้ยังไง

ในเมื่อตอนนี้มี ETF แล้ว ทุนใหญ่เขาเริ่มเข้ามาหาประโยชน์จากบิทคอยไปขนาดไหนแล้ว ตัวเราได้ทำอะไรบ้างรึยัง มีความรู้มากพอที่จะหาประโยชน์จากบิทคอยได้รึยัง

ตามที่ผมเข้าใจ กลต ให้บิทคอยเป็นคริปโตเคอเรนซี กลุ่มเดียวกับ eth มีสถานะเป็นสินทรัพย์ไม่ใช่เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ส่วนโทเคนจะมีเป็น 2 กลุ่มคือ

โทเคนเพื่อการลงทุน investment token

โทเคนพร้อมใช้ utility token

บลูชีส เค็ม ๆ มัน ๆ พลังงานพร้อมจะลุยกับทุกสถานการณ์

Happy hour

Replying to Avatar Jingjo

"วันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการว่าด้วยมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

สาระสำคัญคือการยกเว้นภาษีเงินได้ จากการทำกำไรจากโทเคน (เงินปันผล) หากมีการชำระภาษี ณ ที่จ่าย (15%) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องไม่มีการขอรับภาษีคืนหรือไม่ขอภาษีเครดิตที่ถูกหักไว้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 (ปีนี้) เป็นต้นไป

เบื้องต้นกระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการนี้ จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละประมาณ 50 ล้านบาท แต่มองว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัล เพิ่มเติมจากวิธีเดิมๆ อย่างตราสารหนี้หรือตราสารทุนมากขึ้น

ขณะที่ กลต. และ SET คาดการณ์ว่า ในปี 2567 จะมีการระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนถึง 18,500 ล้านบาท"

ในข่าวพูดถึงโทเคนดิจิทัล ไม่ใช่บิตคอยน์

ถ้าวิแคะดี ๆ มองย้อนไปหน่อย จะเคยเห็นข่าว อสังหาเจ้าดังทำโทเคนเพื่อการลงทุนขายเมื่อ 2-3 ปีก่อน

ไม่รู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย อะไรไหม

ขอแยกเป็นทีละประเด็นนะครับ

1. LN ทำให้คนโอนเข้าออกได้สะดวก

อันนี้ใช่ครับ แต่ถ้าเราเป็น exchange ก็เป็นภาระในการบริหาร inbounce outbounce ให้เพียงพอต่อการรองรับการใช้งานตลอดเวลา

เรื่องนี้ ถือว่ายากลำบากสาหัสมาก

2. เรื่องมีของ 1:1 ตามกติกา เขาก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้ถือคีย์เองทั้งหมด 100% ตามกฎคือ ต้องมีบุคคลที่ 3 ถือร่วมด้วย

ในช่วงที่เกิดเหตุคนถอนออกเยอะ ๆ

ถ้าถอนผ่าน LN รับรองว่าล่มแน่นอน

ถ้าปิดระบบ LN แล้วให้ถอน on chain ก็จะติดปัญหา network แน่น ค่าโอนออกแพง กลับมาสู่ที่เดิม

เพราะฉนั้น LN ก็จะช่วย exchange ให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนมากขึ้น คนเทรดมากขึ้น

แต่ exchange ไทย ถ้าทำประเมินแล้วน่าจะเป็นภาระของผู้ประกอบการมากกว่าที่จะได้ประโยชน์จากสภาพคล่องเข้าออก (เผลอ ๆ มีแต่ออก กลายเป็น exchange ต้องคอยเติม LN เรื่อย ๆ)

โอน LN ออก ก็คิดค่า fee ได้นี่ครับ

ต่อให้ตัว network ไม่เก็บแต่ผู้ให้บริการต้องเก็บเพราะเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการ

คนโอน btc เข้า exchange มีตั้งแต่ยอดใหญ่ยันยอดเล็กที่ขุดได้รายวัน

Exchange ต้องบริหารจัดการทุก tx ที่เข้าออก ก็มีต้นทุนอยู่แล้ว

การจะเปิด LN channel ก็มีต้นทุนทั้ง sw hw เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

ถ้าจะเก็บกับผู้ใช้งานตอนโอนออกมันเข้าใจได้

เอาง่าย ๆ บ้างก็ได้

Replying to Avatar Stellar ✨🪐

GM ทุกท่านชาวไทยด้วยนะครับ ขอให้เป็นวันที่ดีกันถ้วนหน้า

หลังๆมานี้คิดอยู่เรื่องหนึ่งวนไปมานั่นคือ เรื่อง "ความพอ" มันเป็นเรื่องที่ subjective มาก และ แตกต่างไปในแต่ละคน ความโลภ

ความอยากได้ ความปลงมันต่างกัน

ยิ่งราคาขึ้นเรายิ่งกลับมาคิดกับตัวเองว่า Bitcoin ที่มีมันพอหรือยังไวะ

เท่าไหร่มันถึงจะพอ เท่าไหร่เราถึงจะโอเคกับมัน ความโลภต่างๆเข้ามาวุ่นวายจนหาความพอไม่เจอสักที

จนสุดท้ายคิดไปมามันก็จบที่ว่าเอาจริงเท่าที่มีอยู่มันก็พอแล้วนะ อาจจะถึงขั้นเหลือกินเหลือใช้เลยก็ว่าได้

ถ้าอนาคตมัน outperform พวก currency ต่างๆไปจนถึงขั้น adoption ได้ ที่มีอยู่มันก็คงจะพอแล้วจริงๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเก็บเพิ่มไปเรื่อยๆอยู่ดี

ลองนึกสภาพถ้าข้าวของระดับราคา 1-20 sats เหมือนกับ USD ตอนนี้ หรืออาจะมีราคาน้อยกว่านั้น การที่เรามี 1,000,000 sats หรือ 100,000,000 sats สำหรับเพื่อนๆคิดว่าพอแล้วหรือยัง

อยากลองฟังความคิดเห็นทุกคนครับ ✨

#siamstr

ผมไม่ได้พิจารณาคำว่าพอจากสิ่งที่มี

แต่ผมพิจารณาจากความสามารถและกำลังที่เรามีว่าเรามีศักยภาพทำได้แค่ไหน

ถ้ายังมีแรง มีกำลัง มีความสามารถก็ทำไปเรื่อย ๆ เก็บสะสมไปเรื่อย

วันไหนที่กำลัง ความสามารถเราไม่สามารถไปต่อได้ ก็พอแล้วบริหารจัดการทรัพยากรที่มีให้ไปต่อได้ตามที่มีอยู่

หลังจากย่างเนื้อแล้ว ต้องตั้งทิ้งไว้สัก 7-10 นาที ขึ้นกับความหนาเนื้อ เพื่อให้น้ำในเนื้อดูดกลับไป เวลาหั่นจะไม่มีน้ำในเนื้อออกมาครับ

Replying to Avatar SorawichToday

สงสัยที่ nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv พูดใน Bitcoin Talk เมื่อวาน

ว่า ควรโอนออกจาก Exchange มาเก็บที่ hw ทีละมากๆ อย่างต่ำ 1 ล้าน Sat

เพื่อที่เวลาโอนออกจาก hw ไปใช้ จะเสียค่าโอนไม่มาก

สรุปคือ ใน hw wallet ไม่ควรรับ bitcoin เป็น transaction ย่อยๆ เยอะๆ เหรอครับ

หรือยังไง อ.ตั๊มหรือใครก็ได้อธิบายที

เพราะบางทีผมอาจรับเงินค่างานจาก ตปท. เป็น Bitcoin ทีละ 10 - 20 $ (PayPal บ้านเราเรื่องเยอะ ตัวแพลตฟอร์มเลยจ่ายเป็น Bitcoin (On Chain) แม่ม) กลัวจะมีปัญหาเวลาจะใช้ครับ

#SiamStr

ทุกครั้งที่มีเงินเข้า 1 ครั้ง เท่ากับ 1 รายการ

และเมื่อเราจะใช้เงินในรายการนั้น เราต้องพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของรายการนั้นโดยการเซ็นกำกับ

ถ้าเรามีเงินเข้ารายการละ 10,000 sat 10 ครั้ง แล้งต้องการใช้มากกว่า 10,000 sat แปลว่าเราต้องใช้อย่างน้อย 2 รายการ

ก็จะต้องเซ็นกำกับทั้ง 2 รายการ ทำให้ธุรกรรมใหญ่ขึ้น ค่าธรรมเนียมก็จะสูงตาม

ทางแก้ที่แนะนำถ้ารับเงินย่อย ๆ เช่นรับงานหรือขุด ผมจะโอนเข้า exchange โดยตรงไปเลย แล้วพอได้จำนวนที่ต้องการค่อยถอนออกทีเดียว (อาจจะเดือนละ 1 ครั้ง) จะเสียค่าธรรมเนียมครั้งเดียวเป็นก้อนใหญ่

แล้วพอมีจำนวนเยอะ ๆ ค่อยทำ coinjoin หรือหาวิธีล้างประวัติอีกที