เป็นไปได้ครับ ผมเข้าไปดูทั้งสองอันก็เหมือนๆกัน 😆
ใน amethyst ผมตาม #siamstr ทั้งสองอันเลยฮะ
อันใหม่เพิ่งตามวันนี้ 😆🦩

ว่าจะดูเหมือนกัน เดี๋ยวตามไปติดๆฮะ
ว่าด่วยเรื่อง pow
- ผมเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่มอปลาย (จุดเริ่มต้น จากความบังเอิญหรือชะตากำหนดมั้ง อ่อนคณิต เรียนภาษาอังกฤษพอได้ ที่เลือกศิลป์ฝรั่งเศสเพราะสาวเยอะ เอ้ยส่วนนึงน่าจะ เพราะสมัยนั้นตัวเลือกภาษาต่างประเทศไม่มาก หลายๆภาษาก็พึ่งเปิด และภาษาฝรั่งเศสยังเป็นที่นิยมอยู่)
- จบมอปลาย ก็ยังไม่ได้อินกับฝรั่งเศสเท่าไร เรียนเสร็จ เตะบอล เล่นเกมส์ กลับบ้าน ติดเพื่อนตามประสาวัยรุ่นทั่วไป เพื่อนผชส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนฝรั่งเศส เขาสอบที่ไหนเลือกอะไร ก็ตามเข้าไป สรุปสอบเข้าโควตาเอกสังคมประวัติศาสตร์
- พอเข้ามหาลัยปี1 รู้สึกว่าเรียนไม่ไหวแฮะ วิชาเอกเกรดแย่มาก ถามตัวเองว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ ถ้าเรียนอย่างอื่น เลยตัดสินใจย้ายหลักสูตร (ถึงจะเสียเวลาไป 1 ปี แต่ก็ไม่ได้เสียดายนะ สนุกดี มีเพื่อนเยอะขึ้นด้วย
- พอย้ายไปเรียนเอกฝรั่งเศส (หนีไม่พ้น) จะเพราะกลัวตามเขาไม่ทันหรือชอบเรียนอะไรก็ตามแต่ เราค่อยๆพาตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนเตะบอล ไปนั่งอ่านหนังสือห้องสมุดทุกวันเฉย จากเกรดเฉลี่ยสองกว่าตอนปีหนึ่ง จบด้วยเกรดเฉลี่ยที่สามารถเข้าเกณฑ์เกียรตินิยมได้ (แต่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ เพราะดันไปทะลึ่งเรียนรีเกรดวิชาทั่วไป เพราะเพื่อนชวน 😆) อย่างน้อยก็เอาทุนการศึกษาเรียนดีไปให้แม่ได้
- หลังจากเรียนจบปอตรี ก็ไปทำงานสอนหนังสือ ท่องเที่ยว โรงแรม ทำไปเรื่อย ระหว่างนั้นมีรับสมัครทุนไปเรียนต่อปอโทฝรังเศส แบบให้เต็มจำนวน บางจำนวน ก็ลองสมัครไป ดันมีชื่อติดไปกับเขาด้วยสิ
- เพียงแต่เป็นทุนบางจำนวน (ค่าเทอม/ฟรีวีซ่า/ค่าประกันสุขภาพ/สถานะนักเรียนทุน) ที่เหลือต้องรับผิดชอบเอง พอรู้แบบนี้ก็กลับมาคุยกับแม่จริงจังว่า ถ้าไปได้จะเอาตัวรอดและเรียนจบให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็เข้าใจ ไม่ไป เพราะสถานะครอบครัวที่โตมา มันไกลเกินกับการฝันที่จะไปเรียนนอก
- โชคดีที่มีครอบครัวซัพพอร์ต หาสตางค์ติดตัวเผื่อฉุกเฉินให้ไปจนได้ (กู้มาจนได้นั่นแหละ)
- ผมแบกกระเป๋าไปฝรั่งเศส ใช้เวลาเรียนสามปีจบ (ทำงานไป เรียนไป) แน่นอนมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีท้อ มีเกือบถอดใจ แต่ก็จบแบบเฉียดฉิว
- อยากกลับมาเป็นอ. แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น สมัครมหาลัยใหญ่มากมาย แม้แต่มหาลัยที่จบมา ก็ไม่ได้ถูกเลือก เข้าใจนะแข่งวิชาการสู่เขาไม่ไหวหรอก ทำงานเลิกเที่ยงคืน แล้วนั่งเรียนแบบสัปปะหงก(ระหว่างนั่นทำงานบริษัทฝรั่งเศสไปด้วย) ผมจึงโคตรเข้าใจนักศึกษาที่เรียนและหาตังไปด้วย
- เกือบสองปีเหมือนกันจนจะล้มเลิก ไม่เคยมาเชียงใหม่ แต่ก็มาสอนเชียงใหม่นี่แหละครับ
- ชีวิตหลังจากนี้ ก็จะมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอีกมาก (จำนวนผู้เรียน/สถานะของสถาบันการศึกษาในอนาคต/หรือปัจจัยอื่นที่เหนือการควบคุม สู้กันต่อไป
ภาพที่ถ่ายเมื่อนานแล้วว...ยังไม่ได้กลับไปอีกเลย 😆
#france
#pow
#siamstr

GM krab กับข้าวเบียดกันมากฮะ 😁
Don’t coffee for wake up
Please wake up for coffee
เป็นคำพูดที่ผมจะพูดเสมอเวลาที่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับกาแฟ
โดยส่วนตัว ผมจะดื่มกาแฟหลังจากตื่นประมาณ 1 ช้่วโมง
เพราะที่ร่างกายเราที่ยังรู้สึกง่วงเกิดจาก มีสารตัวนึงชื่อว่า “ อะดีโนซีน” คั้งค้างอยู่
อะดีโนซีนเป็นสารที่ร่างกายเราสร้างขึ้นเอง
มีบทบาทสำคัญ ในหลายๆด้าน ตั้งแต่การเผาผลาญไปถึงเรื่องการนอน
ปริมาณของอะดีโนซีนในสมองจะปรับเปลี่ยนตลอดทั้งวัน โดยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงตื่นตัวและสูงสุดในตอนเย็น ซึ่งจะช่วยให้เรารู้สึกง่วงและส่งสัญญาณให้ร่างกายพร้อมสำหรับการนอน
โดยในช่วงนอนหลับ ปริมาณอะดีโนซีน จะลดลง ช่วยให้รู้สึกสงบและเกิดการฟื้นฟู ดังนั้นการนอนที่ดีจะส่งผลให้อะดีโนซีนลดลงจนถึงจุดที่ต่ำ แต่ถ้าเราลดได้ไม่ถึงจุดต่ำสุด ก็จะเกิดอาการไม่อยากตื่น ตื่นแล้วไม่สดชื่น เพราะเกิดการตกค้างของ อะดีโนซีน อยู่ แล้วสารนี้สะสมทบไปเรื่อยๆครับ ( ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/playlist?list=PLMbmgcWzx6IeGUEIMp_Mn7i0g1WxliJqg )
แล้วเมื่อเราเริ่มตื่น อะดีโนซีนก็จะค่อยๆสะสมใหม่ ร่วมกับ ฮอร์โมนอีกตัวนึงนึงคือ คอร์ติซอล ที่เพิ่มขึ้นจนสูงกว่าปกติ เพื่อให้กระตุ้นให้ระบบต่างๆในร่างกายตื่นตัว
เมื่อเราเริ่มตื่นเต็มที่ คอร์ติซอลจะเริ่มลดลงสู่ระดับปกติ แต่การสะสม อะดีโนซีนจะยังสะสมไปเรื่อยๆ แต่ผลิตช้าลงจากช่วงแรกตื่น
และเมื่อเราดื่มกาแฟเข้าไป คาเฟอีนในกาแฟ จะไปแย่งการทำงานของอะดีโนซีน ทำให้เกิดการ รู้สึกตื่นตัวมากขึ้น หลังจากดื่มกาแฟไปสักแก้ว(ยิ่งใส่นำ้ตาลด้วยก็ยิ่งชัดเจน) ซึ่งก็จะทำให้ คอร์ติซอลเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะมีผลสัก 2-3 ชม.
ซึ่งตามงานวิจัยการลดปริมาณ คอร์ติซอล ให้ปกตื หรือร่างกายตื่นตัวเต็มที่ นั้นจะใช้เวลา 90 ถึง 120 นาทีแล้วแต่บุคคล
ที่นี้ถ้าเราดื่มกาแฟตั้งแต่ตื่นเลยหรือร่างกายยังไม่ตื่นตัวดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ตัวคอร์ติซอลที่ยังสูงกว่าปกติจากการตื่นจะยังไม่ลดลงถึงจุดปกติ ก็จะส่งผลให้เพิ่มปริมาณคอร์ติซอลดีดขึ้นไปอีก ส่งผลทำให้เกิด ภาวะคอร์ติซอลในกระแสเลือดสูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลในระยะสั้นเช่น ทำให้ร่างกายรับวิตามินแร่ธาตุได้ไม่เต็มที่ ลดประสิทธิภาพการทำงานของคาเฟอีน ในระยะยาว เช่น ภาวะต่อมหมวกไตล้า ได้
ในขณะที่ อะดีโนซีน ซึ่งกำลังเริ่มผลิตขึ้นและสร้างอย่างรวดเร็ว แต่คาเฟอีนเข้าไปแย่งการรับสัญญาณของอะดีโนซีน ส่งผลให้ให้อะดีโนซีน สะสมในลักษณะอิสระ และเมื่อ ฤทธิ์ของคาเฟอีนหมด อะดีโนซีนที่สะสมมาตลอดช่วง ก็จะถาโถมเข้าไปทำงานอย่างกระชากวิญญาณ ทำให้เรารู้สึกง่วงแบบเฉียบพลัน ในระยะสั้น จนรู้สึกว่าต้องอัดกาแฟต่อ หรือถ้าเกิดเหตุการณ์นี้เรื่อยๆ ก็จะเกิดภาวะร่างกายดื้อ ต้องทานคาเฟอีนเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน
จากที่กล่าวมา เป็นข้อมูลค่ากลางนะครับ ซึ่งอย่างที่ผมบอกมาโดยตลอด ร่างกายแต่ละคนมีการตอบสนองสารเหล่านี้ไม่เท่ากัน สภาพร่างกายสุขภาพแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราต้องลองสังเกตอาการของร่างกายร่วมด้วยเพื่อหาจุดที่เหมาะสมต่อร่างกายของเรานะครับ
Don’t coffee for wake up
Please wake up for coffee

#fastingfatdentist
#หมอบ่นfiat
#healthstr
#health
#IFF
#nutrition
#fiat
#siamstr
#siamstrOG
#bitcoin
#siamesebitcoiners
ผมชอบออกไปซื้อกาแฟข้างนอกก่อนไปทำงาน กว่าจะอาบน้ำ ออกไป ก็ครบชั่วโมง 😆
ผมคนนึงแหละที่ติดตามสองแฮชแทคบน เอาไว้อ่านข่าวภาษาฝรั่งเศส สรุปสิงอยู่แต่ในnostr 😆
GM Krab
un café du matin ☕/ Bonne journée.
#siamstr
#wherostr
#coffeechain
#coffeestr

ลองของโอนbtc ผ่าน bsc ใน fixedfloat
โดนไป 115 บาท
ทับมือไม่ทัน มือบอนจังเรา 😂 GN Bonne nuit 😘
Test เล่นได้แล้วว
ผมเข้าด้วยวิธีนี้ผ่านมือถือ
Kiwi browser+ส่วนขยาย Flamingo
ทำตามคุณNotoshi ฮะ 🙏🦩
Test เล่นได้แล้วว
ผมเข้าด้วยวิธีนี้ผ่านมือถือ
Kiwi browser+ส่วนขยาย Flamingo
#wherostr




