Avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
6235bddb13cccc6d9391360cbea841958f04dc5206d7ce11c2dfdb40e9e47c43
“เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี, เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี, เมื่อสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป”
Replying to Avatar Stellar ✨🪐

เพิ่งคุยกับแฟนเรื่องนี้ไป เพราะแฟนถามว่าไอ้นี่มันต่างกับ twitter ยังไง 🤔

เราก็ตอบไปตามความคิดของเราว่า

Nostr เนี่ยมันเหมือนสนามเด็กเล่นที่เป็นลานกว้างๆ ปลอดภัย และ ไม่มีใครมาห้ามเราได้

เราสามารถจะโดดกระโจนลงโคลนและเล่นจนมอมแมม ปีนป่ายต้นไม้ เล่นพิเรนอะไรก็ได้ และ เมื่อเราเจ็บเราจะได้เรียนรู้และเติบโต

เช่นเดียวกัน สถานที่นี้ก็มีเด็กคนอื่นๆ ที่สามารถเล่นได้อย่างอิสระ ถ้าเด็กคนนั้นชอบเราและอยากเล่นกับเรา เขาก็จะมาทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้ามีเด็กที่เขาไม่ชอบเราหรืออยากเล่นอะไรที่ต่างไปจากเรา เราสามารถคุยกับเขา หรือ เลือกที่จะไม่สนใจเขาก็ได้

ไอ้ที่ตรงนี้มันคือที่ๆเราจะได้พบกับตัวเอง ถ่ายทอดความคิดของตัวเองผ่านตัวอักษรและสะท้อนความคิดผ่านมุมมองของคนอื่น อีกทั้งยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเด็กต่างวัยและต่างภูมมิหลัง ได้ทำความรู้จักกันแบบซื่อตรง ใจต่อใจ และได้พบกับคุณค่าของความสัมพันธ์อย่างแท้จริง

มันคืออิสระในวัยเด็กที่เราโหยหา ช่วงเวลาที่เราอยากเล่นอะไรได้แบบเต็มที่โดยไม่ต้องมีพ่อแม่มาค่อยห้าม พอตกเย็นตอนกลับบ้านเราจะรู้สึกอิ่มเอมกับมันว่ามันสนุกมากๆ และแล้วในวันต่อๆไปเราก็โหยหาที่จะกลับมาเล่นในที่แห่งนี้และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ในแต่ละวัน

ลองมาเล่นดูแล้วพอมีเพื่อน มีกลุ่ม มีสังคม มันจะมีการส่งต่อคุณค่าให้กันและกันในทุกๆวัน แล้วคุณจะอิ่มเอมทุกครั้งที่แวะเข้ามาในสนามเด็กเล่นแห่งนี้

GN ค้าบบบบ ไปอ่านสือก่อน 😆

#Siamstr #Siamesebitcoiners

เนี้ย.. เข้ามาปุ๊ปเจอโพสต์แรกก็คุณภาพแล้ว อ่านยาวๆไปอีก.. Gm ครับผม

แค่อ่านก็แทบจะไม่ทันละครับ.. 😂 กว่าจะได้ว่างโน๊ตของตัวเอง555

~200฿ แลก 17,000 sat อะไรมันจะคุ้มขนาดนี้ ☺️

อ๋อขอบคุณครับ.. พอดีเล่นในคอม มันดูยากกว่ามือถือเลยจับต้นชนปลายไม่ถูก

Replying to Avatar tukjedsadatik

"เมื่อบทความบางอย่างมีมากเกินไปจนล้นตลาดมัน ก็จะมีคนบางกลุ่มหนีจากตลาดเดิมๆเหมือนรูปตราชั่งในบทความ ทุกอย่างมันจะบาลานซ์กันเอง ตามหลักตลาดเสรี

.

เหมือนเตะบอลตรงกลางสนามคนแน่นไปหมด ก็โยนไปหาปีกซ้าย พอตรงปีกซ้ายแน่น ก็อาจจะโยนไปข้างหลังตั้งหลักใหม่

เป้าหมายเพื่อทำประตู

.

แต่โกลล์ของพวกครีเอเตอร์คนเขียน คือต้องการให้ผู้อ่านได้มีความสุข แต่ละคนจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเองตามตลาด จริงๆน่าจะเป็นเรื่องของเบื่อกับไม่เบื่อ ใช่ป่ะพี่แล้วพอเราเห็นคนเบื่อ เราก็ปรับปรุงคอนเทนต์ใหม่ๆให้คนไม่เบื่อไรงี้

.

ทำไรในนี้ก็ได้ ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ต้องยอมรับผลที่ตามมา และก็ปรับปรุงตัวเอง

.

เขินหว่ะ พิมพ์มีสาระ🤢"

T.tukjedsadatik

รูปตาชั่งในบทความเป็นยังไงนะครับ

ขอบคุณครับ.. พอได้พักบ้าง😂

Replying to Avatar Jakk Goodday

### ฝันของชายคนหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน (สั้นๆ)

ทำไมไม่มีหนังสืออีบุ๊กภาษาไทยบนสโตร์ออนไลน์บ้างเลยวะ!?

มันทำยากขนาดนั้นเลยเหรอ? มันติดขัดอะไรกัน? แล้วคนไทยสักกี่คนกันที่จะอ่านหนังสือ Eng ได้? ..ผมเต็มไปด้วยคำถาม

เราไม่ชอบอ่านอีบุ๊ค?

เพราะมันเต็มไปด้วยประสบการณ์ห่วยๆ อย่างแอปสโตร์ที่แยกกันอยู่ ไฟล์แบบ PDF ที่อ่านโคตรยาก หนังสือดีๆ ยังไม่มีให้อ่านกันมากพอ หนังสือที่เราอยากอ่านมันไม่มี ฯลฯ

มันเพราะเรื่องพวกนี้หรือเปล่า?

ทั้งๆ ที่เอาเข้าจริง การอ่านอีบุ๊คบนหน้าจอแบบ E-ink ก็ให้ประสบการณ์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว.. ผมเป็นคนที่ไม่ชอบโต้แย้งอะไรพร่ำเพรื่อมากนัก ผมไม่เลือกนะ ระหว่าง Paperback กับ Ebook เพราะมันมีดีมีแย่แตกต่างกันไป ขึ้นกับบริบทของผู้อ่าน และลางเนื้อก็ชอบลางยา

ผมอยากจะโฟกัสกับแค่ Ebook (ในวันนั้น)

ผมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองสร้างอีบุ๊คภาษาไทยไปวางขายบน Kindle store ให้ได้ ทั้งแบบ epup, mobi, awz ฯลฯ ผมฟาดเรียบ และผมทำมันได้สำเร็จ!!

แต่อนิจจา... "ตั้ม" ในวันนั้นดันไม่ใช่ "Jakk"

มันไม่ใช่คนที่จะมีพลังพอจะทำการใหญ่ใดๆ มันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่มีความฝัน (ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เด็กนักหรอก) สุดท้ายมันกผ้ต้องปล่อยโอกาสนั้นไป แถมยังไปทำงามไส้ให้แอดมินกลุ่มหมั่นหน้าอีกต่างหาก (เรื่องมันแล้วไปแล้วล่ะ..)

### อนาคตใหม่แห่งการอ่านของชาวบิตคอยน์ไทย

แต่วันนี้ Jakk สามารถเจรจากับทาง SE-ED เจ้ากิจการหนังสือเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของไทยได้ Jakk ขายฝันและทำการ Pitching จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เรากำลังจะเปลี่ยนหนังสือภาษาไทยเกือบทุกเล่มไปเป็น Reflowable Ebook ในอนาคตอันใกล้นี้ (ลองค้นหาความหมายของมันในกูเกิ้ลดูครับ) เรากำลังจะมีโอกาสสร้าง "แบรนด์" สำนักพิมพ์ย่อยๆ เพื่อเสริฟความสนใจของชาวบิตคอยน์กันโดยตรง

เราจะผลักดันและสนับสนุนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์รวมทั้งออนไลน์เพื่อสร้างคลังความรู่เกี่ยวกับบิตคอยน์ เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดในหลุมกระต่าย ที่มันยังไม่มีใครแล

ใช่...ทผมทำสนองความต้องการส่วนบุคคล ที่ซึ่งมันจะไปผลักดันองค์รวมทั้งคอมมูนิตี้ได้ในอนาคต หรือจะบอกว่าผมทำเพื่อทั้งคอมมูฯ ของเราก็ได้ (ทั้งชาวบิตคอยน์และนักอ่าน) ถ้าไม่เป็นการอวยตัวเองจนเกินไป..

แต่ลำพังพวกเราไม่กี่คน เราทำงานใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้หรอกครับ... มันน่าเศร้านะ

เราจึงคิดว่า.. มันคงไม่ใช่แค่ Rught Shift Team ที่จะได้ทำ ผมกำลังหมายถึงผมจะเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีความสามารถ โดยเฉพาะเมื่อวันนี้เรามี Nostr ด้วยแล้วนั้น มันยิ่งทำให้พวกเราติดปีก และเกิดโอกาสมากมายผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จากเทคโนโลยีต่างๆ และพัฒนาการที่เราได้เห็นกัน

ผมอยากเห็นคนที่มีความสามารถยกมือชูขึ้นสูงๆ ให้ผมเห็น (มืออีกข้างช่วยปิดขนรักแร้เอาไว้ด้วย)

ผมอยากเห็นนักอ่านที่จะลอกผมว่า ทำเลยๆๆๆๆๆๆ

ผมอยากได้กำลังใจจากหน้าม้าทั้งหลาย ที่จะบอกผมว่า พงกเราจะ "ช่วยกัน" สนับสนุนและผลักดันฐานข้อมูลทรงคุณค่านับจากนี้

#Siamstr ช่วยบอกผมทีว่า.. ผมไม่ควรลังเล...

ปล. ผมเจรจาคืบหน้าไปทั่งหมดแล้ว แต่ช่วงนี้ pending ออกไปก่อนเนื่องจาก SE-ED ติดอีเว้นท์ใหญ่ประจำปีที่ศูนย์สิริกิติ์

nostr:nevent1qqs9lh9gkyajqf2qsns7tf47ukxknjcldsj9vxj40x46pqwcgavd42spz4mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduhsyg98axekluj2uuc8qe6z25a55j38xwcpz4h8e83xz30eh34pfurp4ypsgqqqqqqskwgp9k

จัดไปครับ.. ติดตามตลอด อ่านเพลินจนลืมเยี่ยว

ฟังสัมภาษณ์เรื่อง A380 ของการบินไทย ไม่พร้อมถูกนำกลับมาบินไปรับคนไทยในอิสราเอล เหตุเพราะจอดตากแดดไว้นานมากที่อู่ตะเภา

การจะกู้คืนมาขับใช้ จะเกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ที่สำคัญกว่านั้นมากคือต้องใช้เวลา

ไฟลต์ล่าสุดที่ผมกลับจากสิงคโปร์ เผอิญผมได้สนทนาเรื่องนี้พอดีกับลูกเรือการบินไทยที่แสนอบอุ่น (…จนร้อน)

เป็นการสนทนาเผ็ดร้อนก่อนเกิดเหตุสงครามในอิสราเอลนะ เราไม่ได้รู้อะไรล่วงหน้า

แต่พอรู้แล้วก็ตอบคำถามจากข่าวคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะ รมต. คมนาคม ที่ให้ข่าววานนี้ว่า A380 ยังถูกนำออกมาใช้ไม่ได้ …เหตุจอดทิ้งไว้นาน (รอการขาย)

… การจะฟื้นคืนนั้นนาน และต้องควานหาตัวกัปตัน และฟื้นฟูทักษะการบิน …ต้องต่อไลเซนส์ สะสมชั่วโมงบินกันใหม่ (ใครขับได้บอกด้วย)

แต่เมื่อต้องอพยพคนไทยจำนวนมากในบริเวณฉนวนกาซา ความใหญ่โตของ A380 ที่จุได้ถึง 500 ที่นั่ง จึงถูกถามถึงความสามารถในการนำไปรับคนไทยแทนลำเล็กกว่าที่ใช้กันอยู่ (เวลานี้จึงทำได้เพียง “ทะยอยนำกลับ”)

กองทัพอากาศไทยใช้ A340-500 สเปกจุได้ราว 270-310 ที่นั่ง (ข้อมูลระบุไว้แบบนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดเรียงเก้าอี้ของกองทัพอากาศ) แต่นำไปรับกลับมาได้ 130 คนในรอบแรก มีแผนจะจัดเครื่องบินไปรับกลับ 6 รอบ (ขาไป ต้องตีเครื่องเปล่า)

ยุคนี้มีข้อมูลให้สืบค้นได้เยอะ ขนาด ทอ. บินอ้อม คนยังรู้เลย (แอป FlightRadar™️ นี่บอกหมด ! บินไปย้งไง ?) ทอ. ใช้เวลาไป 12 ชม. ปกติต้อง 9 ชม. เซ่ ! คนเห็นฟ้อง

โฆษกกระทรวงต่างประเทศต้องออกมาแจงว่าอ้อมเพราะไม่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับบางประเทศแถบนั้น

เรามีคนไทยตกค้างอยู่ในอิสราเอลถึง 25,962 คน (19% ของจำนวนแรงงานไทยในต่างประเทศทั้งหมด) ขนกลับกันได้ทีละไม่มาก ต้องตั้งคำถามต่อว่า อีกกี่เที่ยวบินถึงจะเพียงพอ ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ และ …“จะทันไหม ?” เพราะชีวิตคนประเมินมูลค่าไม่ได้

สายการบินพาณิชย์หลายสายที่นายกรัฐมนตรีประสานไป ก็แถลงความร่วมมือดี ตีรวม ๆ แล้วเราจะได้ 24 เที่ยวบิน (รวมการบินไทยด้วย) …แต่สเปกเครื่องบินเขาก็ไม่ใหญ่โตพอจะรับกลับได้ครั้งละมาก ๆ เหมือน A380

ซึ่งหากได้ ก็ต้องวางแผนนัดรวบรวมคนให้ดี ๆ เพราะการเข้าถึงจุดจอดเครื่องบิน ของผู้อพยพก็คงยากลำบากเช่นกันในเวลานี้ …

จินตนาการภาพคงคล้ายหนังที่ต้องค่อย ๆ ย่องมาทีละมุมตึก ปรักหักพัง

แต่ KeyPoint ที่ผมจะชวนผู้ประกอบการและคนทำงานคุยกันวันนี้คือ ”การเก็บของอย่างมีประสิทธิภาพ“

ข้อมูลจากลูกเรือการบินไทยที่คุยกับผมคือ เขาเสียดายที่ A380 หลายลำที่รอการขาย ไม่ได้ถูกนำไปจอดในภูมิศาสตร์แนะนำคือ “ออสเตรเลีย” ที่เป็นทะเลทราย อากาศแห้ง และสำคัญคืออากาศคงที่

เหตุเพราะอากาศสวิงสวายร้อนชื้นแบบบ้านเราทำให้เบาะและเครื่องมือต่าง ๆ เสื่อมสภาพ

…ของแบบนี้แปลกนะ หากมึคนนั่งขยับไปมา ไม่ยักกะเป็นไร แต่พอไร้คนนั่ง คนสัมผัสมัน มันเสื่อม

ใครมีประสบการณ์ปิดห้องไว้นาน ๆ ก็จะรู้ว่า เก้าอ้ง เก้าอี้ โต๊ะตั่ง เบาะเบอะ มัน “กรอบ” หมด

ถ้าเป็นขนมอบกรอบก็คงขายได้ แต่พออุปกรณ์กรอบนี่ สินค้าเสื่อมราคาทันที ขายไม่ได้แล้ว

ผมได้สนทนากับนักธุรกิจใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านกรุณาคิดให้ว่าผมจะหายอดขายใหม่ให้บริษัทได้จากอะไร … เขาคิดให้ผมอย่างจริงจังแล้วตอบว่า “คุณหนุ่ยก็ต้องขายของโดยไม่มีสต๊อกสิครับ”

ค่าเก็บรักษาของนี่โหดมาก … จะต่อว่าการบินไทยว่าทำไมไม่เอา A380 หลาย ๆ ลำที่รอการขาย บินไปจอดไว้ออสเตรเลีย จะได้ไม่เสื่อมสภาพ … ก็ต้องตอบแบบเห็นอกเห็นใจว่า “ก็ค่าจอดออสเตรเลียมันแพงกว่าอู่ตะเภาเรานิ !“

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องบวกลบคูณหาร หาจุดคุ้มค่า

ระหว่าง …จอดถูก แต่ของพังบ่นปี้ vs. จอดแพง แต่ของน่าจะยังดีอยู่ (โดยทฤษฎี) vs. ขายมันออกไปถูก ๆ ให้พ้น ๆ ตัว แต่หยุดค่าใช้จ่ายได้ทันที

เรื่องนี้ลองเทียบกับใจเราก็ได้นะ

เวลาใครเขาต่อราคาของเหลือใช้เรา เราไม่ชอบเลขราคาที่เขาต่อเลย (เพราะมัวไปเทียบกับราคาของใหม่ตอนซื้อมา) เราก็เลยพาลเก็บไว้ไม่ขายเอาดื้อ ๆ

วัน เดือน ปี หมุนเปลี่ยนผ่าน Time Fly เร็วจะตาย ! ของเหลือใช้นั้นกลายเป็นของเน่าเสีย … มานั่งเสียดาย กำขี้ดีกว่ากำตดเสียแล้ว

ขายทิ้งเมื่อไม่ต้องการใช้แบบไม่ได้ราคา ดีกว่าเก็บดองไว้ให้ไหมันแตกเสียหาย ขายไม่ได้เลย แถมมีค่าเก็บไว้ที่วิ่งไม่หยุด ! เจอแบบนี้นี่เซ็งสุด …

เอวัง…

================

เริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่เช้า และเก็บเล็กผสมน้อยเขียนมาตลอดวัน แต่การงานวันนี้เยอะ มาเลยสรุปจบเอาก่อนนอน ง่วงแล้ว สรุปจบไม่ดีเท่าไหร่ ไม่มีโซลูชัน ….

ขอใช้คำว่า ”เอวัง ด้วยประการฉะนี้“ แล้วกัน

ขอบคุณครับ..อ่านเพลิน รอติดตามโน๊ตถัดๆไปคาับ

สาธุ 99 🙏☺️

มันจ๊าาซะเหลือเกิน... 😍⚡✨🌱 #สวัสดีเช้าตรู่

#Siamstr #Meme #Bitcoin