Avatar
Timmy The Whale
b4ee69b55c6ebfdc6d0baf2fcc237205e786b065367521e4c5c3c9c942e48ccf
Lost in the purple ocean.
Replying to Avatar Jingjo

ผมนอนฝันร้ายสะดุ้งตื่นกลางดึกแทบทุกคืนมาเป็นเดือน โดยเฉพาะตีสามนี่เวลาดีเลย แล้วฝันไม่เคยซ้ำด้วยนะ มีตั้งแต่เหตุการณ์ฝังใจที่เกิดขึ้นจริงแล้วสมองมันฉายซ้ำ เหตุการณ์ที่คิดมากไปเอง ไปจนถึงฝันร้ายแฟนตาซีหลุดโลก

ผมตั้งข้อสังเกตว่าที่เป็นแบบนี้เพราะผมใช้ชีวิตชิลล์เกินไปจนมันขาดอารมณ์ "กลัว" สองสามวันมานี้เลยจัดหนังสยองขวัญทั้งแบบ feature film และแบบ short film ก่อนนอนฉ่ำ ๆ ไปเลย

ผลคือ เข้! หลับสนิทยาว ๆ ถึงตีห้าโดยไม่ฝัน หรือถ้าฝันก็จำไม่ได้ ผิดจากเดิมที่พอสะดุ้งตื่นกลางดึกนี่จำได้เป็นฉาก ๆ (โดยเฉพาะคืนนึงฝันว่ามีคนแก่มายืนตรงหัวเตียงแล้วเอื้อมมือมาจะกระชากหัว จูองสัส 555)

ไม่รู้ผิดถูกทางการแพทย์ยังไงนะ แค่ลองพิจารณาอรมณ์ตัวเองแล้วทดลองทำดู ใครมีปัญหาฝันบ้า ๆ บอ ๆ จนนอนไม่พอ ลองทดสอบดูได้ครับ ไม่หวงสูตร

#siamstr

#siamstrOG

อาจจะไม่ใช่ขาดความกลัว แต่กดความกลัว หรืออารมณ์ต่างๆเอาไว้ ความกังวล ความเครียด กดไว้มากๆมันก็ออกมาทางฝันร้าย บางทีคนเราก็กดมันไว้โดยธรรมชาติ เพื่อใช้ชีวิตในสังคม

ใครรู้บ้างว่า Fountain แจก sat สูงสุดที่เท่าไหร่?

แต่ตอนี้มีทุนไป zap แล้ว

#siamstr #asksiam

เรื่องเล่ายามค่ำ "อารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มเมื่อใด"

ในตอนเรียนมหาวิทยาลัยมักจะมีวิชาสัมนาที่เหล่านักศึกษาจะต้องค้นคว้าอ่านงานวิจัยเพื่อนำเสนอ ประกอบกับการเชิญอาจารย์ หรือผู้มีความรู้ ประสบการณ์จากที่ต่างๆมาบรรยายพิเศษ เพื่อทั้งเป็นตัวอย่างและเสริมความรู้ไปในตัว ซึ่งในหัวข้อที่ผมจำได้ คือ เรื่องราวว่าด้วย คนไทยมาจากไหน บรรยายโดยอาจารย์ทางด้านโบราณคดี ใช้ความรู้ทั้งทางด้านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พันธุกรรม แม้กระทั่งภาษาศาสตร์ ซึ่งเนื้อความในตอนนั้นมาถึงปัจจุบันมันก็เลือนลางไปเกือบหมดแล้ว (แต่พอจำได้ว่าไม่น่าใช่เทือกเขาอัลไต) แต่ประเด็นที่ติดหัวกลับเป็นการพูดในช่วงเปิด Introduction ของอาจารย์ว่าด้วย อะไรคือหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นแรกๆที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษยชาติ

มีทฤษฏีมากมายที่พยายามอธิบายถึงสาเหตุที่มนุษย์สามารถขึ้นมาบนจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตก่อร่างสร้างอารยธรรมบนโลกใบนี้ สมองที่ใหญ่ การใช้เครื่องมือ การยืนสองขา ภาษา และอื่นๆมากมายที่มีหลักฐานสนับสนุน แต่สิ่งที่ถูกนำเสนอในวันนั้นไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ ภาพที่ถูกฉายขึ้นไปบนจอ กลับเป็นหลุมศพโบราณ และ "ซากกระดูกต้นขา" แต่ก็มีความผิดปกติบางอย่างที่สามารถสังเกตได้ ที่กลางท่อนกระดูกจะเห็นลักษณะปูดโปนผิดปกติ ซึ่งก็พอคาดเดาได้ว่า เป็นล่องลอยการรักษาตัวเองของกระดูกที่หัก แต่คำถามในหัวก็ไม่พ้น แล้วกระดูกหักที่สมานแล้วมันสะท้อนความสามารถที่เหนือสิ่งมีชีวิตอื่นได้ยังไง?

แม้กระดูกที่หักจะสามารถสมานได้ แต่สิ่งมีชีวิตที่ขาหัก ในโลกที่ธรรมชาติไร้ความเมตตา ทางเลือกชีวิตที่เหลือ คือ "ความตาย" คุณจะเจ็บปวดทรมาน คุณจะหาอาหารไม่ได้ คุณจะเป็นเหยื่อแสนสะดวก และความตายจะอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น ดังนั้นการที่มนุษย์เจ้าของกระดูกชิ้นนั้นจะรอด จนมาถูกฝังอย่างเป็นระบบระเบียบได้ แสดงว่าเขาจะต้องถูกช่วยเหลือออกจากเหตุการณ์อันตรายที่หักกระดูกนั้น ถูกพากลับมายังที่ปลอดภัย ได้รับการดูแล ได้รับอาหาร นานพอที่จะกระดูกจะสมาน และใช้ชีวิตไปอีกนานพอก่อนจะตายจากไป พร้อมด้วยผู้คนที่พร้อมจะฝังเขาอย่างดีในหลุมศพ

ซากกระดูกนั้น คือ ผลลัพธ์ของสังคม ความพยายามของผู้คนที่ยอมเสียทรัพยากร และเวลา เพื่อปกป้องรักษาคนๆหนึ่ง เป็นหลักฐานของความผูกพัน การรวมกลุ่มของมนุษย์ ที่สามารถเปลี่ยนความตายให้เป็นการคงอยู่ต่อไป สัญลักษณ์แห่งอารยธรรม สาเหตุที่เรื่องนี้ยังคงฝังหัวอยู่อาจจะเป็นเพราะ เรื่องราวมันสร้างความหวัง ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแย่งชิง มันยังพอเหลือหลักฐานที่ บอกว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ความหวังเล็กๆ ว่าอนาคตยังควรค่าแก่การรอคอย และอารยธรรมจะดำเนินต่อไปในทางที่ดีขึ้น

คงคิดว่าโน็ตนี้ควรจะจบแค่นี้ แต่ไฉนสมองเจ้ากรรม กลับดลบันดาลความสงสัย เกิดคำถาม “แล้วต้นเรื่องมันมาจากไหนนะ” เพียงการค้นผ่านอินเตอร์เน็ตเล็กน้อย ก็พอให้พบกับข้อมูลมากมาย บ่งชี้ว่าเรื่องนี้นั้นเป็นที่นิยมพอสมควร และกลับมาฮิตอีกครั้งจากการนำเสนอของนิตยสารอย่าง Forbe เมื่อช่วงโรคระบาดโควิดที่ผ่านมาไม่นานมานี้ ซึ่งกล่าวกันมาว่าเรื่องเล่ากระดูกขานี้ต้นเรื่องมาจากนักมนุษยวิทยา Margaret Mead ตอบนักศึกษาว่าอะไรคือหลักฐาน หรือสัญาณบ่งชี้ถึงสังคมที่มีอารยธรรม และที่น่าสนใจ คือ เหมือนจะไม่มีหลักฐานโดยตรงว่าเธอเป็นคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำ

และถ้าอยากจะเพิ่มความหดหู่เข้าไปซะหน่อยจะยังพบด้วยว่า โครงกระดูกหัก หลายครั้งต้นนเหตุก็มาจากการก่อความรุนแรงด้วยกันเองนี่แหละ แถมมันก็ไม่ใช่เหตุการที่พบเฉพาะในมนุษย์ สัตว์บางชนิดก็มีพฤติกรรมช่วยเหลือในกลุ่มยามยากแบบเดียวกัน และมีชีวิตรอดแม้จะขาหักได้เหมือนกัน

ทั้งนี้ก็คงขึ้นกับผู้อ่านแล้วว่าเรื่องเล่ากระดูกหักชิ้นนี้จะเชื่อยังไร จะเชื่อในข้อความที่ให้ความหวัง หรือความจริงที่ว่ามนุษย์ก็อาจจะแค่ชอบเรื่องเล่า Feel good รู้สึกดีรู้สึกพิเศษ แม้ความจริงอาจจะไม่เป็นตามนั้นก็ตาม

ป.ล. บทเรียนจริงๆก็อาจจะแค่ don’t trust, verify ก็ได้ แล้วก็หลุมกระต่ายมันมีอยู่ทุกที่ เกือบจะFeel good แล้วเชียว

#siamstr

Replying to Avatar Thai ratel PK

ในระหว่างที่ ผมกำลัง แปลดราฟต์แรกของบทความนี้อยู่นั้น หรือจริงๆก็ตั้งแต่ที่ได้อ่าน บทความนี้เป็นครั้งแรก ผมก็มีคำถามมาตลอด

เราได้เห็นการกระทำต่างๆที่เลวร้ายของเหล่า IMF และWorldbank แล้ว และ พวกเขาก็มักจะมีข้ออ้างของการกระทำว่า “พวกมาเพื่อช่วยเหลือ”

ใครที่ได้ที่เห็นสิ่งที่พวกเขาทำก็คงรู้ว่า ข้ออ้างเหล่านี้มันฟังไม่ขึ้น แต่พวกเขาก็ยังพร่ำบอกข้ออ้างเหล่านี้ซ้ำๆเดิม และยังคงกระทำเหมือนเดิม

ผมไม่รู้ว่า มันเพราะพวกเขามองว่า พวกเราโง่เกินกว่าจะมองออก หลอกง่าย หรือ พวกเราคงไม่สนใจ

หรือจริงๆพวกเขาพูดสิ่งเหล่านี้เพื่อบอกตัวพวกเขาเอง เพื่อหลอกตัวเอง เพื่อที่จะทำสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ได้อย่างไม่รู้สึกผิดอะไร

ตัวผมเองยังไม่ได้ข้อสรุปต่อคำถามนี้

แต่ก็สงสัยว่าทุกท่านจะมีความเห็นว่าอย่างไรครับ

#Siamstr #FuckIMF #IMF #WORLDBANK 🇹🇭 #SIAMSTR #siamstr

ผมเองก็สงสัยแบบเดียวกัน

ถ้าให้คิดแบบไม่เป็นทฤษฏีสบคมคิดมาก ก็อาจะเป็นเรื่องกรอบความคิด มาตรวัดความสำเร็จ ตัวชี้วัดต่างๆ และเรื่องของเวลา (Time preference) อาจจะรวมถึงการบิดเบือนการรับรู้ความเป็นไป ให้ต่างจากความเป็นจริง

ในเมื่อวัดความสำเร็จไม่ใช่ความเป็นอยู่ของผู้คน หรือความเป็นไปของประเทศระยะยาว แต่เป็นเลขการส่งออก หรืออื่นๆ ตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่ามีเงินเข้าประเทศผู้กู้ (ที่จะถูกส่งกลับผู้ให้กู้อยู่ดี) มันอาจจะให้ภาพคล้ายกับบริษัทสักแห่งกู้เงินม่ทำธุรกิจแล้วสร้างรายได้ไปจ่ายเงินกู้ได้คล้ายกันก็เป็นได้ (ซึ่งบริษัททั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องสนใจความเป็นอยู่พนักงาน หรือผลเสียอื่นๆ ตราบใดที่มันยังคงสร้างรายได้ต่อไป )

หรืออาจจะยก Quote สวยๆหน่อย

"The road to hell is paved with good intentions"

คนเหล่านั้นอาจจะคิดจริงๆก็ได้ว่าช่วยโลกอยู่จริงๆ ภายใต้แนวคิดที่เขาเหล่านั้นรับรู้ร่ำเรียนมา อาจจะถูกหลอกสอดไส้ว่าช่วยเหลือแต่จริงๆกำลังช่วยคนบางกลุ่ม Exploit ผลประโยชน์โดยไม่ได้แม้แต่จะสงสัยใดๆ

อาจจะดูโลกสวยหน่อยกับคำตอบนี้ แต่ผมเชื่อว่าหลายคนมีคำตอบแนวดาร์กๆ อีกเยอะ ¬‿¬

ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับลายเนื้อลายไขมันนึเปล่า ตัดตามกับตัดขวางลายอาจจะมีผลต่อเนื้อสัมผัส คล้ายๆกรณีพวกเนื้อสเต็ก