Avatar
Nutdanai
7b71a8138c389174d44065b05b3f55021719ed86e92afe4b15e519395bbb787f
Normal college students who hate fiat
Replying to Avatar HereTong

#siamstr #siripun #pirateketo

Betagro Ventures ได้ลงทุนใน Plantible Foods เดินหน้าสนับสนุนโปรตีนจากพืชตอบโจทย์ตลาดอาหารแห่งอนาคตเรียบร้อยครับ

Betagro Ventures บริษัทในเครือเบทาโกร กรุ๊ป ได้ประกาศลงทุนใน Plantible Foods สตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนียที่พัฒนา Rubi Protein โปรตีนจากพืชน้ำตระกูล Lemna หรือที่รู้จักในชื่อ “ผำ” ซึ่งเป็นพืชน้ำที่เติบโตเร็วและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง (บางข่าวเรียก duckeeed ซึ่งมีความต่างนิดหน่อยกับ wolffia ตอนนี้ทางยุโรปมุ่งไปทาง duckweed)

การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเบทาโกรในการพัฒนาโปรตีนทางเลือกและการสร้าง sustainable ในอุตสาหกรรมอาหาร โดย Rubi Protein ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ด้านสุขภาพ เป็นโปรตีนปราศจากสารก่อภูมิแพ้ แต่ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ และพื้นที่เพาะปลูก เมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์หรือพืชชนิดอื่น

ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนในตลาดเอเชีย

ด้วยความร่วมมือระหว่าง Plantible Foods และ Betagro Ventures จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการขยายตลาดโปรตีนจากพืชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและอาหารเพื่อสุขภาพกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เบทาโกรมีเป้าหมายที่จะใช้ความเชี่ยวชาญในตลาดอาหารของไทยร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตโปรตีนของ Plantible Foods เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชที่ตอบสนองทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก

รายละเอีบดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Plantible Foods

Plantible Foods ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดย Antony Franco และ Tony Martens บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาการผลิตโปรตีนจากผำที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่โดดเด่นในด้านโภชนาการและคุณสมบัติการแปรรูป อันเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

การลงทุนใน Plantible Foods ของ Betagro Ventures ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทั้งดีต่อสุขภาพผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแค่ตอบสนองความต้องการตลาดโปรตีนทางเลือก แต่ยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนานวัตกรรมอาหารระดับโลกที่มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญอีกด้วย

#pirateketo

#siripun

ทำไมเวลาเค้าบ้าพืชๆรซักอย่างต้องพืชเขียวตลอดเลยครับ แล้วไปบ้าตัวที่ไม่อร่อยด้วย ตัวที่อร่อยๆไมไม่บ้ากัน

ถ้าการเอาเงินไปภาษีไปแจกฟรีให้ต่างด้าวผิดกฏหมายแถมเสือกเลือกตั้งได้พี่ที่อยู่ให้ข้าวแจกฟรี แล้วคนถูกกฏหมายทำงานเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อขอกรีนคาร์ดเป็นสิ่งใหม่ๆ เลือกสิ่งเดิมๆดีกว่าเหอะ

Replying to Avatar Tim

“ฝ่ายซ้ายไม่เคยที่จะหยุดและจะขับเคลื่อนอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายต่อไป แม้ว่าจะแสดงพฤติกรรมที่ ปญอ.และชวนประสาทแดกแค่ไหนก็ตาม“

ประโยคข้างต้นคือสิ่งที่ผมได้แต่คิดในใจและไม่เคยที่จะ ”กล้า“ พูดออกไปต่อหน้าชั้นเรียนของผม อาจเป็นเพราะความอับอาย ความกลัวหรือการที่ไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงได้ถ้าจะเปลี่ยนตนเองให้เป็น ”แกะดำ“ ท่ามกลางแกะขาว กลุ่มผู้นิยมความตอแหลและสืบสันดานมือไม่พายเอาเท่าราน้ำ (สังคมนิยมสายเกาะแดกรัฐไปวันๆ) ในเบื้องต้นเราอาจจะเล็งเห็นได้ถึงหนึ่งในกลยุทธ์ของมาร์กซิสใหม่อย่างกรัมซี่ (War of Position) ในความสำเร็จต่อการยึดพื้นที่การศึกษาภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวได้ว่าแทบจะเปลี่ยนให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้กลายเป็นสถาบันเชิงวัฒนธรรม (Culture Marxism) ในการหล่อหลอมให้ผู้ที่เข้าไปศึกษากลายเป็นผู้ที่ยึดติดกับแนวคิดแบบอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่งก็ตาม (Hegemony)

โดยทั้งนี้ผมขอนำเสนอบทความเชิงวิชาการที่ผมทำสมัยที่พึ่งจะรู้จักกับคำว่า ”อิสรนิยม“ และ ”สำนักเศรษฐศาสตร์ออสเตรีย“ จาก RightShift สู่การจัดทำบทความวิเคราะห์แนวคิดของอันโตนิโอ กรัมซี่ (Antonio Gramsci) ต่อสภาพวัฒนธรรมสังคมทางการเมืองไทยในปัจจุบัน (บทความอาจมีการจัดทำที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากจัดทำในขณะที่เริ่มหัดทำบทความเชิงวิชาการ ขออภัยมา ณ ที่นี้)

#siamstr

ที่เหี้ยคือ พวกนี้มัดรวมเศรษศาสตร์เข้ากับมัน มันเลยฝังหัวว่าเศรษฐศาสตร์ต้องคู่กับการเมือง ต้องเท่าเทียม กำเหนิดเป็นพวกคอมมี่เอ๋อๆ ที่บ้าปรัชญา แสดงความปัญญาอ่อนทุกรูปแบบเท่าที่จะทำได้ แล้วปัญหาคือ สังคมเสือกยอมรับเรื่อยๆ ตอนนี้มีห้องน้ำlgtvในโรงบาล ผ่าตัดแปลงเพศจะถูกบรรจุใน30บาทรักษาทุกโรค

ให้คอมมี่เข้าไปบริหารมีแต่เจ๊งในเจ๊ง

ท่องกันว่าวิตามินตัวไหนละลายในน้ำ ละลายในไขมัน ท่องกันตลอดว่าวิตามินสำคัญยังไง

ปฏิบัติจริง กินยาลดไขมันในเลือด ที่คอยละลายวิตามินตัวสำคัญที่ท่องๆกัน แล้วบอกให้กินวิตามินตัวดังกล่าวเสริม

#healthstr

#siamstr

Replying to Avatar Somnuke

ตัวการใหญ่ที่ทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนเสื่อมค่า (เงินเฟ้อ) คือ ระบบการธนาคารสมัยใหม่

ในวันนี้การกู้ เขาไม่ได้หอบเงินฝากของใครซักคน หรือรวบรวมจากหลายๆ คนมาให้เรา แต่เขาแค่เคาะตัวเลขในบัญชี 2-3 ที โดยแทบไม่มีต้นทุน

ภายใต้ระบบการธนาคารที่เรียกว่า fractional reserve banking หรือการอนุญาตให้ธนาคารสำรองสินทรัพย์แค่บางส่วน (กฎหมายให้สำรองเงินฝากแค่ 1% แต่ธนาคารไทยสำรองที่เฉลี่ย 12% ถือว่าเซฟกว่าประเทศอื่น) มันมอบความสามารถในการ leverage หรือเสกเงินปล่อยกู้มากกว่าเงินจริงๆ ที่ตัวเองมี (เพดาน max. ที่ 99 เท่า)

ยกตัวอย่างเช่น นายตั๊มขายบ้าน 3 ล้าน นายโสพรสนใจจึงไปยื่นกู้ ธนาคารก็เคาะเงิน 3 ล้านมาให้ดื้อๆ (ประเมินนิดนึงมีปัญญาจ่ายมั้ย ถ้าไม่มีเชิญไปหาสมบัติมาค้ำ) นายโสพรหอบเงินไปให้นายตั๊มและเอาบ้านไป นายตั๊มก็นำเงินหอบกลับไปให้ธนาคารสมนึกพาณิชย์ที่ตัวเองถือบัญชี

เงิน 3 ล้านที่เคาะมาจากอากาศมันไม่มีตัวตนจริงๆ ได้ถือเป็นสินทรัพย์ของแบงก์สมนึกพาณิชย์แล้ว และมันสามารถถูกใช้เป็นฐานในการปล่อยกู้ต่อไป เงินกู้ที่เสกขึ้นทับถมกันไปกันมา รู้ตัวอีกทีปริมาณเงินในระบบก็มีมากมายมหาศาลกว่า "สินทรัพย์ที่มีจริงๆ" ไปหลายเท่าตัว

ปัญหาใหญ่ของระบบนี้ มันทำให้มีคนบางกลุ่มซึ่งร่ำรวยสุดๆ สามารถเข้าถึงเงินผลิตใหม่ได้ก่อนคนอื่น ในต้นทุนที่ถูกกว่ามาก เข้าถึงเงินได้ก่อนก็ไปกว้านซื้อสากกะเบือยันเรือรบได้ก่อน บางคนสามารถกู้ระดับแสนล้านได้ง่ายๆ ในต้นทุนดอกเบี้ยแค่ 1-3% บริษัทยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยหนี้ และการเป็นหนี้มันได้รับการยกเว้นภาษี

แล้วยังใช้สินทรัพย์ที่ได้มาจากหนี้ เช่น หุ้น อสังหา ตราสารหนี้ เอาไปค้ำเพื่อกู้เงินออกมาเพิ่มได้อีก หรือแตกบริษัทลูกแล้วเอาเงินที่บริษัทแม่กู้มาไปเป็นทุน บริษัทลูกก็สามารถเอาทุนจากหนี้ไปวางค้ำประกันเพื่อกู้เงินเพิ่มได้เช่นกัน ส่วนคนธรรมดานอกจากจะกู้ยากเหมือนเดิม ต้นทุนดอกเบี้ยที่ได้ก็แพงกว่ามากมายหลายเท่า

ณ วันนี้ แค่ประชาชนไปแห่ถอนเงินออกซัก 10-20% สมนึกพาณิชย์รวมถึงทุกๆ เจ้า ก็พร้อมที่จะ bank run ทันที

ถ้าเราเข้าใจกระบวนการนี้ เราก็จะเริ่มเข้าใจว่า ทำไมดอกเบี้ยเงินฝากมันถึงน้อยน่าเกลียด

ก็เพราะเงินฝากเรามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เขาจะแข่งกันให้ดอกเบี้ยสูงๆ เพื่อแย่งเงินฝากเหมือนในอดีตไปทำไม

ในเมื่อเขา "เสกเงิน" ได้

แถมยังมีท่าไม้ตายที่สามารถขอวงเงินจากธนาคารกลางได้หากธุรกิจมีปัญหา หรือเข้าตาจนจริงๆ ก็ให้คนดีย์เอาภาษีมาอุ้มได้...ไม่ช่วยเราก็ได้แต่เงินฝากประชาชนหายหมดนะ

นี่แค่ภาพเล็กในประเทศ สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะรัฐกู้ เอกชนกู้ ประชาชนกู้ ทุกการเพิ่มหนี้ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ และหากมันมากกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ เงินในกระเป๋าทุกคนจะด้อยค่าลง

เงินจะมีมูลค่าเท่าเดิม ถ้าอย่างน้อยการเติบโตของปริมาณเงินและเศรษฐกิจมันเท่ากัน แต่หลายสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณเงินเพิ่ม 6+% แล้วเศรษฐกิจมีกี่ปีที่โตเกิน 6%..?

เงินคือตัวสะท้อน productivity ของประเทศ และ productivity มันเสกไม่ได้ อยากได้เพิ่มเราจะต้องทำงาน ต้องค้าขายดึงความมั่งคั่งจากต่างชาติเข้ามา

กิจการที่ชื่อว่าประเทศ สมมติมีมูลค่า 1ล้าน จะแบ่งเงินเป็นกี่ล้านหน่วยก็ช่าง สุดท้ายมูลค่ารวมก็เท่าเดิมที่ 1ล้านอยู่ดี ยิ่งผลิตเงินเพิ่มมากเท่าไร เงินต่อหน่วยก็จะยิ่งเสื่อมค่า เงินเสื่อมค่ามากเท่าไร ชีวิตเราก็ยากขึ้นตามนั้น

ดังนั้น อย่าแปลกใจที่ขยันก็แล้ว ประหยัดก็แล้ว แค่สร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ซักที เพราะในยุคนี้มันคือเรื่องปกติ

#Siamstr

แล้วคนก็เอาเรื่องนี้มาแซะโรเบิร์ตเคียวซากิทั้งๆที่ คนรวยๆเวอร์ๆทำกันเกือบหมดทุกคน

Replying to Avatar Somnuke

ตัวการใหญ่ที่ทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนเสื่อมค่า (เงินเฟ้อ) คือ ระบบการธนาคารสมัยใหม่

ในวันนี้การกู้ เขาไม่ได้หอบเงินฝากของใครซักคน หรือรวบรวมจากหลายๆ คนมาให้เรา แต่เขาแค่เคาะตัวเลขในบัญชี 2-3 ที โดยแทบไม่มีต้นทุน

ภายใต้ระบบการธนาคารที่เรียกว่า fractional reserve banking หรือการอนุญาตให้ธนาคารสำรองสินทรัพย์แค่บางส่วน (กฎหมายให้สำรองเงินฝากแค่ 1% แต่ธนาคารไทยสำรองที่เฉลี่ย 12% ถือว่าเซฟกว่าประเทศอื่น) มันมอบความสามารถในการ leverage หรือเสกเงินปล่อยกู้มากกว่าเงินจริงๆ ที่ตัวเองมี (เพดาน max. ที่ 99 เท่า)

ยกตัวอย่างเช่น นายตั๊มขายบ้าน 3 ล้าน นายโสพรสนใจจึงไปยื่นกู้ ธนาคารก็เคาะเงิน 3 ล้านมาให้ดื้อๆ (ประเมินนิดนึงมีปัญญาจ่ายมั้ย ถ้าไม่มีเชิญไปหาสมบัติมาค้ำ) นายโสพรหอบเงินไปให้นายตั๊มและเอาบ้านไป นายตั๊มก็นำเงินหอบกลับไปให้ธนาคารสมนึกพาณิชย์ที่ตัวเองถือบัญชี

เงิน 3 ล้านที่เคาะมาจากอากาศมันไม่มีตัวตนจริงๆ ได้ถือเป็นสินทรัพย์ของแบงก์สมนึกพาณิชย์แล้ว และมันสามารถถูกใช้เป็นฐานในการปล่อยกู้ต่อไป เงินกู้ที่เสกขึ้นทับถมกันไปกันมา รู้ตัวอีกทีปริมาณเงินในระบบก็มีมากมายมหาศาลกว่า "สินทรัพย์ที่มีจริงๆ" ไปหลายเท่าตัว

ปัญหาใหญ่ของระบบนี้ มันทำให้มีคนบางกลุ่มซึ่งร่ำรวยสุดๆ สามารถเข้าถึงเงินผลิตใหม่ได้ก่อนคนอื่น ในต้นทุนที่ถูกกว่ามาก เข้าถึงเงินได้ก่อนก็ไปกว้านซื้อสากกะเบือยันเรือรบได้ก่อน บางคนสามารถกู้ระดับแสนล้านได้ง่ายๆ ในต้นทุนดอกเบี้ยแค่ 1-3% บริษัทยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยหนี้ และการเป็นหนี้มันได้รับการยกเว้นภาษี

แล้วยังใช้สินทรัพย์ที่ได้มาจากหนี้ เช่น หุ้น อสังหา ตราสารหนี้ เอาไปค้ำเพื่อกู้เงินออกมาเพิ่มได้อีก หรือแตกบริษัทลูกแล้วเอาเงินที่บริษัทแม่กู้มาไปเป็นทุน บริษัทลูกก็สามารถเอาทุนจากหนี้ไปวางค้ำประกันเพื่อกู้เงินเพิ่มได้เช่นกัน ส่วนคนธรรมดานอกจากจะกู้ยากเหมือนเดิม ต้นทุนดอกเบี้ยที่ได้ก็แพงกว่ามากมายหลายเท่า

ณ วันนี้ แค่ประชาชนไปแห่ถอนเงินออกซัก 10-20% สมนึกพาณิชย์รวมถึงทุกๆ เจ้า ก็พร้อมที่จะ bank run ทันที

ถ้าเราเข้าใจกระบวนการนี้ เราก็จะเริ่มเข้าใจว่า ทำไมดอกเบี้ยเงินฝากมันถึงน้อยน่าเกลียด

ก็เพราะเงินฝากเรามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เขาจะแข่งกันให้ดอกเบี้ยสูงๆ เพื่อแย่งเงินฝากเหมือนในอดีตไปทำไม

ในเมื่อเขา "เสกเงิน" ได้

แถมยังมีท่าไม้ตายที่สามารถขอวงเงินจากธนาคารกลางได้หากธุรกิจมีปัญหา หรือเข้าตาจนจริงๆ ก็ให้คนดีย์เอาภาษีมาอุ้มได้...ไม่ช่วยเราก็ได้แต่เงินฝากประชาชนหายหมดนะ

นี่แค่ภาพเล็กในประเทศ สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะรัฐกู้ เอกชนกู้ ประชาชนกู้ ทุกการเพิ่มหนี้ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ และหากมันมากกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ เงินในกระเป๋าทุกคนจะด้อยค่าลง

เงินจะมีมูลค่าเท่าเดิม ถ้าอย่างน้อยการเติบโตของปริมาณเงินและเศรษฐกิจมันเท่ากัน แต่หลายสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณเงินเพิ่ม 6+% แล้วเศรษฐกิจมีกี่ปีที่โตเกิน 6%..?

เงินคือตัวสะท้อน productivity ของประเทศ และ productivity มันเสกไม่ได้ อยากได้เพิ่มเราจะต้องทำงาน ต้องค้าขายดึงความมั่งคั่งจากต่างชาติเข้ามา

กิจการที่ชื่อว่าประเทศ สมมติมีมูลค่า 1ล้าน จะแบ่งเงินเป็นกี่ล้านหน่วยก็ช่าง สุดท้ายมูลค่ารวมก็เท่าเดิมที่ 1ล้านอยู่ดี ยิ่งผลิตเงินเพิ่มมากเท่าไร เงินต่อหน่วยก็จะยิ่งเสื่อมค่า เงินเสื่อมค่ามากเท่าไร ชีวิตเราก็ยากขึ้นตามนั้น

ดังนั้น อย่าแปลกใจที่ขยันก็แล้ว ประหยัดก็แล้ว แค่สร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ซักที เพราะในยุคนี้มันคือเรื่องปกติ

#Siamstr

เห็นโรเบิร์ตเคียวซากิ ก็ใช้วิธีนี้ครับ กู้ยับๆ เป็นหนี้เพื่อเลี่ยงภาษี

Replying to Ex nihilo

(4/4)

หนำซ้ำ หากบรรดานายทุนและรัฐบาลคิดจะฮั้วกันขึ้นมา เค้าสามารถหยิบเอาปัญหาที่เค้าสร้างขึ้นมาเองนี้ มาเป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรมและเพิ่มอำนาจให้ตัวเองได้อีก

สถานการณ์สมมติ: สมมติว่า บ. จัดการเงินลงทุนยักษ์ใหญ่คิดชั่ว เค้าสามารถเอาเสียงโหวตจากเงินของประชาชนที่เค้าบริหารเงิน ไปโหวตเลือกคนของเค้า ไปโหวตสนับสนุนนโยบายเอื้อประโยชน์ให้ บ. ที่เค้าอยากดัน หรือสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่ฟังดูดีรับผิดชอบต่อสังคม แต่สร้างความได้เปรียบให้พรรคพวกและกีดกันคู่แข่งทางอ้อม (ESG แค่กๆๆ!!) ได้ง่ายกว่าบนระบบ sound money ที่คนไหนไม่สนใจลงทุนก็แค่เก็บเงินเอาไว้เฉยๆ ไม่ต้องไปเพิ่มสิทธิ์การตัดสินใจทางธุรกิจให้แก่ใคร

ภายใต้ระบบเงิน fiat คนที่พยายามวิ่งหนีมัน อาจไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกนำเสียงโหวตไปใช้สนับสนุนนโยบายที่ทำร้ายสังคมในระยะยาว

หากแผนร้ายนี้สำเร็จ บ. ใหญ่ๆ ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลและ บ. จัดการการลงทุน จะมีกำไรมากขึ้น ธุรกิจรายย่อยเกิดใหม่และแข่งขันได้ยาก เกิดการผูกขาด สินค้าและบริการคุณภาพด้อยลง ความเหลื่อมล้ำถ่างออก เพราะตลาดไม่เสรี

เค้าก็จะใช้ผลลัพธ์ที่แย่ลงนี้แหละครับ ในการอ้างว่ารัฐบาลต้องเพิ่มการกำกับดูแลมากขึ้น เห็นมั้ยว่า บ. ใหญ่ๆ ต่างก็โตเอาๆ ไอ้พวกนี้มันเห็นแก่ตัว หวังแต่ผลกำไร รัฐต้องเข้ามาช่วยแทรกแซงและกระจายทรัพยากร ไม่ให้สังคมพังทลาย คนต้องเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่คนรวยเท่านั้นที่มีโอกาส (ลูกไม้เดิมๆ)

และถ้าคุณหวังว่าจะมีจุดให้คุณชี้ประเด็นว่าต้นตอของปัญหามันเกิดมาจากแนวคิด interventionism ให้ภาครัฐแทรกแซงแบบสังคมนิยม กับระบบเงิน fiat ต่างหาก ก็อย่าหวังง่ายๆ ครับ

เค้า coin คำศัพท์ขึ้นมาไว้เรียบร้อยแล้ว เค้าจะโทษว่าปัญหาทั้งหมดเกิดมาจาก financial capitalism!!!

เพราะไอ้พวกนายทุนมันออกแบบเครื่องมือทางการเงินอันซับซ้อนขึ้นมาเพื่อหวังฟันกำไรหรอก ไอ้พวกนี้มันทำนาบนหลังคน นั่งอยู่ในห้องแอร์โยกตัวเลขไปมาก็รวยเอาๆ คนจนก้มหน้าก้มตาเป็นทาสให้ตายก็ได้แค่เศษเงิน เราต้อง tax the rich! eat the rich!! โปรดให้อำนาจเราในการปราบปรามทุนนิยมสามานย์

ทุนนิยมจะถูกทาสีเป็นปิศาจเสมอ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของเหล่า central planner ครับ!!

เสริมนิดนึงทุนนิยมมาคู่กับความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว มันแปลว่าแตกต่าง เหลื่อมล้ำที่ต่าวคนต่างสร้าง proof of work ตามความสามารถเฉพาะตัว กับ เหลื่อมล้ำที่ รวยกระจุกจนกระจาย ก็ใช้คำว่าเหลื่อมล้ำได้เหมือนกัน ปล.เหลื่อมล้ำในทุนนิยมเป็นเรื่องที่ดี

คนสนับสนุนในเมนสตรีมก็ยังบอกว่ามันไม่จริงมโน ในขณะที่บริษัทยังออกมายอมรับแล้ว พึ่งรู้ว่าเป็นวัคซีนเปลี่ยนคนให้เป็นทาสด้วย เมนสตรีมบอกไรมาเชื่อหมด ไม่เอะใจว่าจากฉีดเข็มเดียว ต้องบูสไปถึง5เข็ม ไม่ได้โดนหมากัดมานะเออ

มีเทนจากปสุสัตว์คิดเป็นเปอร์เซ็นที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับแหล่งปล่อยมีเทนตัวอื่นๆ และก๊าซมีเทนทั้งหมดต่ำมากเมื่อเทียบกับคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วคาร์บอนได้ออกไซด์ 0.04ต่อชั้นบรรยากาศด้วย ถ้าปสุสัตว์ทำให้โลกพังป่านนี้ทะเลคงเน่าไปแล้วเพราะมีปลาเต็มไปหมด

รู้สึกว่าการนอนยังสำคัญนัมเบอร์วันถ้า5วันที่ผ่านมานอนดี คงได้ผลดีกว่านี้

สรุปโลว์คาร์บ3วัน prolong fasting2วันส่งผลต่อภูมิแพ้ผิวหนังอย่างไร

1.แพลที่เป็นแห้งไวขึ้น

2.ผื่นลดลง

3.ระยะเวลาภูมิแพ้ขึ้นสั้นลง

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ สำหรับคนเป็นภูมิแพ้ผิวหนังการดูแลลำไส้และอาหารการกินมันจะได้ผลช้าหน่อยและมันจะไม่ได้ผลตรงๆ ฉะนั้นต้องหมั่นทาเบบี้ออยล์ทาโลชั่น

และที่สำคัญนอนให้ดีตากแดด นอนให้ดียากสุดละ

#siamstr #healthstr

วัคซีนโควิด ตอนนั้นผมอยู่ม.4ได้ หลังจากดราม่าว่าไฟเซอร์ไม่มาให้ฉีดซักที ตอนนั้นผมแม่งโคตรฟิตปึ๋งปั๋งวิ่งยับๆ อาการภูมิแพ้ดีขึ้นมากๆ หมอก็บอกว่าดูแบบนี้อีกไม่กีปีก็หายละ หลังไฟเซอร์สองเข็ม แพ้น้ำประปา แพ้ควันเผาขยะ แพ้อากาศหนักกว่าเดิม หน้าหนาวมาตีตัวลอกร่วงเป็นพาย แล้วพวกสนับสนุนวัคซีนด่าคนที่ออกมาตั้งคำถามว่าเป็นพวกแอนตี้แว็กซ์ ไม่ได้วัคซีนโควิดตายกันแล้ว ผลต่างมโนกันทั้งนั้นๆ ไหนงานวิจัยรองรับ บลาๆ คือบางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นทาสเนาะ ถึงแม้จะผลมันจะชัด4K #siamstr #fiat

เรื่องวัคซีนโควิด ตั้งคำถามในplatform fiatไม่ได้ซักแอะเลยนะแหม่ #siamstr

GA noon ครับ ไข่เป็ดกับปลากระป๋องไขมันดี เสียอย่างเดี่ยวเกล็ดผาติดมาด้วย หมดอารมณ์กิน #siamstr

ญีปุ่นนี่หนักจริงครับ ธุรกิจ100ปีทยอยเจ๊งกัน