Avatar
BKMiner
90a49390d066aee98fe786286355aac76ef02ac98dfc89ebb467decfefe81558
❌Bitcoiner ✅Degen Want to follows someone with bitcoin technical, fundamentals or philosophical wisdom ? 👉Just follow someone else🤣

โมเดลเดียวกับกูรูสาย short

ทำนายไปเรื่อย ตลาดลง 1% ก็ออกมาเคลม ตลาดเด้งก็เงียบ แต่แมงเม่าก็เชื่อ พากันซูฮก

นี่ถ้าอุณหภูมิโลกแกว่งซัก 1.5SD คงออกมาเคลมผลงาน แต่พอมีข่าวว่าปะการังฟื้นนี่เงียบเป็นเป่าสาก ละก็มีสาวกที่พร้อมจะเชื่อ พากันลงถนนแล้วเอากาวแปะมือไว้กะถนน

ส่วนมหาลัยผมนี่ก้ไม่อยากจะพูดถึง พยายามรักษาเหลือเกิ้นไอรางวัลมหาลัยสีเขียวเนี่ย ยิ่งกอดมันไว้ก็ยิ่งเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานและลด productivity ฟองสบู่ใบไถ่บาป carbon credit แตกเมื่อไหร่คงบันเทิง

Also a bought : Epstein Island pleasure package

Where’re all those UFO and alines now, do they freaking out because puny human waging war on each other ?

When I try to wire 1000$ for my family member studying aboard: you need to sign this and that document to make sure you’re not funding terrorist.

When us govt abandons 1,000,000,000$++ weapons in middle east, provide military training to rebels, sabotaging global economy with their volatile interest rate: We’re the justice

So true, climate crisis prediction also use this model. If there’s some bad weather in the future: they blame you for not collaborate. If there’s nothing happened: they keep predict untill something happens, easy game.

Yayyyy finally, we got Cramer curse on our side

นักการเมืองที่ติดเกม red alert 2 : …

เป็นวัฏจักรที่โคตรนรกเลยครับ

ถ้าเริ่มทำงานเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เงินเดือนสตาร์ท 15,000 บาท (money supply m3 ไทยบาทตอนนั้น 15 ล้านล้านบาท)

เอาหน่วยที่เราได้ต่อเดือน 15,000 บาท หาร ปริมาณเงินทั้งหมดในระบบตอนนั้น 15 ล้านล้านบาท (กำลังซื้อเฉลี่ยต่อเดือนของเราจะเท่ากับ 0.0000001% ต่อเงินทั้งระบบ)

โอเค 10 ปีผ่านไป เงินเดือนเราขึ้น 100% จาก 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท (money supply m3 ไทยบาท ปัจจุบัน 24.9 ล้านล้านบาท)

เอาหน่วยที่เราได้ต่อเดือน 30,000 บาท หารปริมาณเงินทั้งระบบในตอนนี้ 24.9 ล้านล้านบาท (กำลังซื้อต่อเฉลี่ยต่อเดือนของเราจะเท่ากับ 0.0000001205% ต่อเงินทั้งระบบ)

เมื่อเอา % กำลังซื้อเมื่อ 10 ปีที่แล้วเทียบกับ 10 ปีผ่านมา กำลังซื้อของเราจะเพิ่มขึ้นมาแค่ 20.48% (ทั้ง ๆ ที่จำนวนเงินเดือนเรามันเพิ่มขึ้น 100%)

เงินเดือนเพิ่มขึ้น 15K > 30K = 100%

กำลังซื้อเพิ่มขึ้นเพียง 20.48%

จะเห็นได้ว่าเราได้จำนวนหน่วยของเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินเดือน แต่กำลังซื้อเราไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนหน่วยที่เราได้เพิ่ม (การขึ้นเงินเดือนมันเป็นเพียงภาพแค่ลวงตา)

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำงานแทบตาย ส่ง KPI อย่างยอดเยี่ยม เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมามันถึงไม่เคยเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพที่กลับกันคือ เงินเดือนสตาร์ท 15,000 บาท 10 ปีผ่านมา เงินเดือนเราเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท (แต่จริง ๆ แล้วเรากำลังมีเงินเดือนแค่เดือนละ 18,072 บาท)

เราไม่วันที่จะมีจำนวนหน่วย (ของเงิน) ได้มากพอ เมื่อปริมาณเงินถูกผลิตเพิ่มได้เรื่อย ๆ

แค่เรื่องนี่เรื่องเดียวก็โคตร Suffer แล้วครับ เรื่องอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึง

#Siamstr

โอโห คนลุ่นมึงได้วันละ ๓๐๐ แบบนี้ลวยกันทั้งปะเทด

แต่ก๊วยเตี๋ยวยุคผมชามละ 50 นะพี่

เป็นวัฏจักรที่โคตรนรกเลยครับ

ถ้าเริ่มทำงานเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เงินเดือนสตาร์ท 15,000 บาท (money supply m3 ไทยบาทตอนนั้น 15 ล้านล้านบาท)

เอาหน่วยที่เราได้ต่อเดือน 15,000 บาท หาร ปริมาณเงินทั้งหมดในระบบตอนนั้น 15 ล้านล้านบาท (กำลังซื้อเฉลี่ยต่อเดือนของเราจะเท่ากับ 0.0000001% ต่อเงินทั้งระบบ)

โอเค 10 ปีผ่านไป เงินเดือนเราขึ้น 100% จาก 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท (money supply m3 ไทยบาท ปัจจุบัน 24.9 ล้านล้านบาท)

เอาหน่วยที่เราได้ต่อเดือน 30,000 บาท หารปริมาณเงินทั้งระบบในตอนนี้ 24.9 ล้านล้านบาท (กำลังซื้อต่อเฉลี่ยต่อเดือนของเราจะเท่ากับ 0.0000001205% ต่อเงินทั้งระบบ)

เมื่อเอา % กำลังซื้อเมื่อ 10 ปีที่แล้วเทียบกับ 10 ปีผ่านมา กำลังซื้อของเราจะเพิ่มขึ้นมาแค่ 20.48% (ทั้ง ๆ ที่จำนวนเงินเดือนเรามันเพิ่มขึ้น 100%)

เงินเดือนเพิ่มขึ้น 15K > 30K = 100%

กำลังซื้อเพิ่มขึ้นเพียง 20.48%

จะเห็นได้ว่าเราได้จำนวนหน่วยของเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินเดือน แต่กำลังซื้อเราไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนหน่วยที่เราได้เพิ่ม (การขึ้นเงินเดือนมันเป็นเพียงภาพแค่ลวงตา)

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำงานแทบตาย ส่ง KPI อย่างยอดเยี่ยม เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมามันถึงไม่เคยเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพที่กลับกันคือ เงินเดือนสตาร์ท 15,000 บาท 10 ปีผ่านมา เงินเดือนเราเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท (แต่จริง ๆ แล้วเรากำลังมีเงินเดือนแค่เดือนละ 18,072 บาท)

เราไม่วันที่จะมีจำนวนหน่วย (ของเงิน) ได้มากพอ เมื่อปริมาณเงินถูกผลิตเพิ่มได้เรื่อย ๆ

แค่เรื่องนี่เรื่องเดียวก็โคตร Suffer แล้วครับ เรื่องอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึง

#Siamstr

คิดสภาพว่าคุณได้ย้อนเวลาไปคุยกะข้าราชการสมัยจอมพล ป. (ได้เงินเดือนกัน 15-200 บาทได้มั้ง เดาจากเอกสารที่หาได้) คุณเล่าให้เขาฟังว่าในอนาคต คนไทยทำงานได้วันละ 300 เขาจะคิดยังไง 5555555

Replying to Avatar Jakk Goodday

#Siamstr ถามกันเข้ามาอีกแล้ว...

ทำไมผมไม่เขียนสอนเรื่อง Bitcoin หรือ Lightning บ้างเลยล่ะ?

เรามีสุดยอดคนสอนอย่าง อ.ตั๊ม และคนอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่น อ.ขิง, พี่จตุพล เป็นต้น คนเหล่านี้ทำหน้าที่แบบนั้นได้ดีกว่าผมเป็นร้อยเท่าพันเท่า ผมไม่ได้เชี่ยวชาญในระดับนั้น

มันไม่ใช่การหลีกทางครับ แต่ผมเปิดทางและหาโอกาสที่จะส่งเสริมช่องทางของกันและกันในลักษณะทีม เราไปกันเป็นขบวน เรารู้สึกอบบอุ่นมากกว่า..

ถ้าในตลาดเต็มไปด้วยคนที่อยากปล่อยของด้วยการเขียนแอปพลิเคชันเจ๋งๆ จากไอเดียอันหลากหลายของพวกเขา

ผมจะสร้าง Tools หรือ Framework อย่างพวก Figma, VS Code, Android Studio, Microsoft word ฯลฯ อะไรแบบนี้ให้พวกเขาแทน จริตของผมมันเป็นแบบนี้เอง..

บอกผมมาสิว่าคุณอยากจะทำประโยชน์อะไร?

Export memes from nostr frens to normie friend via IG.

I’m not trying to change anything or help anyone. I just enjoy microdosing these people and force uncomfortable truths into their heads (if they hate it they should just unfollow me there).

Replying to Avatar Jingjo

"ตลอดประวัติศาสตร์ มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนเข้าใจว่าหากคุณใช้เวลาช่วงเยาว์วัยไปกับการสร้างครอบครัวที่ดี คุณก็มีโอกาสที่จะมีผู้คนที่คุณรักอยู่เคียงข้างและคอยดูแลคุณในบั้นปลายชีวิต ความต้องการมีลูกเป็นความต้องการตามสัญชาตญาณทางธรรมชาติสำหรับผู้คนส่วนมาก ความสุขที่ได้รับจากเด็ก ๆ นั้นก็เป็นอีกสิ่งที่กระตุ้นให้หลาย ๆ คนอยากมีลูก

"แต่น้อยคนนักที่จะมองว่าการมีลูกคือการเตรียมพร้อมสำหรับวัยชรา ทุกวันนี้มันกลับเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนจะยืดช่วงวัยหนุ่มสาวของพวกเขาออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยอมเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ และให้ความสนุกเพียงชั่วครู่ แต่ปราศจากซึ่งความมั่นคง ความพึงพอใจ หรือความอิ่มเอมใจอย่างยั่งยืนในชีวิต"

"The Fiat Standard บทที่ 7 : วิถีชีวิตแบบเฟียต" เสร็จส่งซีเอ็ดแล้ว เตรียมลุยต่อกับบท 8 สุดเดือดอย่าง "ฟักกิ้งเฟียตฟู้ด" !!

#siamstr #FiatStandard #Bookstr

Teaser มันเย้ายวน ชวนให้ซื้อไปวางในห้องสมุดคณะผมจริงๆ

Replying to Avatar BKMiner

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3789604646888658031696925731.webp

นี่ก็จุ้นจ้านเรื่องตังค์คนอื่นตลอด ถ้าคนศัลยกรรมหน้ามาจะฝากเงินจะให้ทำไงฟระ

ขยันจริ้งเรื่องไม่เปนเรื่อง

#siamstr

จากนั้นก็จับได้ 5 คน

คนฟอกเงิน ?

คนเอกสารไม่ครบ!

สิ่งที่เขาสอนแพทย์: ไม่ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นอาชญากรที่จังไรชิงหมากี่ตัวมาเกิดก็ตาม คุณจะต้องให้การรักษาที่ดีที่สุดกับเขา

Bankster: เราจะไม่ให้บริการกะคุณถ้าคุณไม่สแกนหน้าก่อนโอนเงิน

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3789604646888658031696925731.webp

นี่ก็จุ้นจ้านเรื่องตังค์คนอื่นตลอด ถ้าคนศัลยกรรมหน้ามาจะฝากเงินจะให้ทำไงฟระ

ขยันจริ้งเรื่องไม่เปนเรื่อง

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

## Write-thing like Jakk II

### The Art of Analogy

ผมไม่เก่งพอจะอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนเข้าใจได้?

มันมีเทคนิคที่คนไทยเรียกว่า "การอุปมาอุปไมย" แต่ผมไม่ชอบใช้คำนี้สักเท่าไหร่ ผมขอใช้คำว่า 'Analogy' ก็แล้วกันครับ

"Analogy" หรือ "การเปรียบเทียบ" คือ วิธีอธิบาย 'A' โดยใช้การเปรียบเทียบกับ 'B' ที่คนจะรู้จักหรือเข้าใจมันได้ง่ายขึ้น

มันเหมือนกับการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ เกาะแรกคือสิ่งที่คุณต้องการจะอธิบาย (ซึ่งมักเป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำความเข้าใจได้ยาก) และอีกหนึ่งเกาะคือสิ่งที่คนอื่นเข้าใจมันดีอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการอธิบายวิธีการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ (Hard drive ) ให้คุณยายฟัง แต่คิดว่าต้องทำคุณก็อยากลาตายแล้ว แต่เดี่ยวก่อน... ถ้าคุณลองใช้การเปรียบเทียบมันกับตู้เก็บเอกสารล่ะ?

คุณจะเก็บเอกสารในแฟ้มต่าง ๆ และลิ้นชักในตู้เก็บเอกสาร เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ ที่จะเก็บไฟล์ในโฟลเดอร์ต่าง ๆ ไว้บนฮาร์ดไดรฟ์

การใช้ Analogy จะช่วยให้คนฟัง/คนอ่านเข้าใจไอเดียที่ซับซ้อนหรือยังไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น

> มันเหมือนกับการเปิดไฟในที่มืดๆ เพื่อให้คนได้เห็นและเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในนั้น

เอาล่ะ พวกเราพร้อมที่จะสร้าง "สะพาน" ของความเข้าใจกันแล้วหรือยัง? 😊

---

สมมุติว่าคุณเป็น Developer ที่กำลังนั่งโค้ดอย่างขยันขันแข็ง ทันใดนั้นลูกชายวัย 8 ขวบของคุณก็เดินเข้ามาเป็นเด็กเกาะเบาะ..

"พ่อพิมพ์อะไรอยู่ฮะ? หนูอ่านไม่เห็นรู้เรื่องเลย.."

"แล้วไอ้ที่เขียนอยู่นี่ มันทำงานยังไงเหรอพ่อ?"

บนจอของคุณเต็มไปด้วยไดเรกทอรี่และไฟล์หน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนทั่วไปนัก ในแต่ละไฟล์มีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ไม่ต่างอะไรกับภาษาเอเลี่ยน

คุณจะเล่ายังไงให้ลูกคุณเข้าใจ?

---

### มาลองดูตัวอย่างกันครับ 😊

"โอเค.. ค่อยๆ จินตนาการตามที่พ่อพูดนะ.."

พวกนี้คือเอกสารที่พ่อเขียนให้คอมพิวเตอร์อ่าน ว่าพ่ออยากให้มันทำอะไรให้เรา สุดท้ายมันจะรวมกันเป็น AI Chatbot สำหรับมือถือ..

Authentication -- ชื่อมันอ่านยากใช่ไหม?

ไม่ต้องไปสนใจหรอก ไอ้นี่มันเหมือนประตูบ้าน 🚪 เราต้องทำให้แน่ใจว่ามันเปิด-ปิด ล็อกบ้านได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่เราจะซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้ามาในบ้าน ไม่งั้นคนจะมาขโมยโซฟาเรา

UserManager -- เมื่อประตูบ้านเราแน่นหนาแล้ว เราต้องทำให้แน่ใจว่าใครกันจะได้ถือกุญแจบ้าน 🗝️

RequestHandler -- ResponseProcessor

มันเหมือนกับคนส่ง Grab 🚴‍♂️ ที่เอากาแฟจากร้านเราไปส่งให้ลูกค้า เขาต้องรู้ว่าจะเอาอะไรไปส่ง และเข้าใจวิธีรับเงินจากลูกค้า

DatabaseManager -- ไอ้นี่คือตู้หรือห้องนิรภัย 🗄️ ที่เราจะเอาไว้เก็บของมีค่าของเรา (chat history, user profiles, etc.)

WebSocketManager -- มันเหมือนโทรศัพท์บ้าน 📞 เรากดโทรหาใครก็ได้ในทันที

SettingsManager -- นี่เป็นแผงควบคุมทุกระบบภายในบ้าน 🎛️ เราชอบแบบไหนเราก็ตั้งค่ามันแบบนั้นได้จากตรงนี้

CostCalculator -- นี่เป็นสมุดบัญชี 📚 เอาไว้ดูว่าเราจ่ายเงินไปแล้วเท่าไหร่ เงินเราเหลือเท่าไหร่

ChatRoomManager -- มันเหมือนห้องต่างๆ ในบ้านเราแหละ 🛏️ แต่ละห้องก็เอาไว้ทำกิจกรรมแตกต่างกัน

PluginManager -- นี่ห้องเล่นเกมส์ 🎮 หรือเอาไว้ดูหนังก็ได้ 🎬 เป็นห้องพิเศษที่เราอยากจะใส่อะไรเข้าไปก็ได้ บ้านเราจะได้มีอะไรให้ทำมากขึ้น

MarkdownAndCodeManager -- มองว่ามันเป็นชั้นหนังสือ 📚 หรือห้องเรียนรู้ก็ได้ 📖 ในนร้จะมีความรู้และอุปกรณ์การเรียนเยอะแยะ

MemoryManager -- อัลบั้มรูป 📸 หรือไดอารี่ 📔 เราเก็บภาพหรือความทรงจำของเราไปนานๆ ได้

ฯลฯ

"อ๋อ... พอเข้าใจแล้วครับ แบบนี้นี่เอง.."

---

การสร้าง "สะพาน" หรือ "Analogy" ที่ดีและแก้ปัญหาให้ได้ผล มันก็คล้ายกับการเป็น "ช่างไม้" ที่เก่ง คุณต้องรู้จักเลือกเครื่องไม้เครื่องมือทางการช่าง และวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม และต้องมีทักษะในการสร้างสิ่งที่คนอื่นจะเข้าใจและสามารถใช้งานมันได้..

เราต้องมีความเข้าใจที่ดีทั้งสองฝั่ง เราต้องเข้าใจทั้งสิ่งที่เร่ต้องการจะอธิบาย และสิ่งที่คนจะรู้จักหรือเข้าใจได้ง่าย มันต้องมีความชัดเจนและเหมาะสม มันควรเป็นสิ่งที่ทำให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ไปทำให้เค้าสับสนยิ่งกว่าเดิม

พยายามทำให้มันเรียบง่ายและตรงไปตรงมา เพราะถ้า Analogy ดูซับซ้อนเกินไป มันจะทำให้ให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้าม ดังนั้น Keep it simple ควรเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักหรือมีประสบการณ์กับมันเป็นอย่างดี

สิ่งต่อมาคือเราต้องมีความยืดหยุ่น เพราะบางครั้งคุณอาจจะต้องปรับ Analogy ให้เหมาะสมกับผู้ฟัง/ผู้อ่าน หรือใช้หลายๆ การเปรียบเทียบเพื่ออธิบายมุมมองที่ต่างกัน

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ คุณจะสามารถสร้าง "สะพาน" ของความเข้าใจที่แข็งแรงและปลอดภัย ทำให้คนสามารถ "เดินทาง" ไปยังความรู้ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นครับ 😊

#Siamstr

นึกถึง อ ภาษาไทย สมัย ม.4 ที่ให้เอาเวลาพักกลางวันแสนสั้นมาต่อแถวเข้าไปสอบ อธิบายโวหารภาพพจน์ (Figure of speech) พร้อมยกตัวอย่างเนื้อเพลงที่มีการใช้โวหารภาพพจน์ที่เราจับฉลากได้

โอเค มันมีประโยชน์ แต่การมาบังคับให้ไปต่อแถวสอบหน้าห้องมันไม่ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาผมเลยจริงๆนะ 555555

สุดท้ายสิ่งที่พาให้เราพัฒนาทักษะการใช้ภาษาหรือทำให้เราเข้าใจวิธีใช้ ก็มาจากการสื่อสารที่เราจำเป็นต้องสื่อสาร การพยายามหาทางอธิบายให้คนรับสารเข้าใจนี่แหละ

Free market rules

Replying to Avatar Pikanet

Nostr VS Facebook

ผมยังคงเข้า socialmedia ทั้ง 2 โลก

Facebook - เข้าไปเพื่อสร้างเครดิตในด้านการงาน เพื่อ update ผลงาน เพราะยังต้องการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มที่เป็นเพื่อนและคนรู้จัก ซึ่งก้เหมือนเราสร้าง portfolio ที่ update สม่ำเสมอ

เมื่อก่อนก็คิดว่าสนุกดีเหมือนกัน ความจริงมันก็คือตัวตนของเรานะ เพียงแต่เราเลือกจะสร้างตัวตนที่คนอื่นๆอยากจะเห็น ใครจะอยากสร้าง portfolio ที่ลูกค้าไม่อยากดูล่ะ เราก็ให้เห็นแค่นั้นพอแล้วล่ะ

Nostr - มันต่างไป ผมเข้ามาแบบไม่มีตัวตน ผมแทบจะไม่เคยเล่น X ,IG หรือแม้แต่ Tiktok เพราะงานที่ทำค่อนข้างกินเวลาเยอะ เวลากลับถึงบ้าน ถ้ายังมีเวลาก็เลือกที่จะนั่งคุยนั่งเล่นกับลูกมากกว่า

เริ่มจากเราค่อยๆเริ่มติดตามคนที่ไม่รู้จัก ค่อยๆลองคุย จนอยากลองเขียนอะไรที่คิด จนกล้าลอง note ดู เพราะจริงๆเราก็ไม่ได้รู้จักกันส่วนตัวนิ เขียนอะไรไปก็คงไม่เป็นไร จนตอนนี้ตั้งใจว่าจะต้องลงอะไรที่คิดให้ได้สักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็ยังดีเพราะเริ่มสนุก และเริ่มสนุกขึ้นๆๆตาม react ที่เริ่มมีมากขึ้น

มันแปลกตรง พอเปรียบเทียบกันแล้ว ยิ่งนานไป ตัวตนของเราที่สร้างใน Facebook มันเหมือนจะเล็กลงเรื่อยๆ เพราะเราเลือกที่จะโพสเฉพาะที่คนอื่นต้องการ แต่ตัวตนใน Nostr เหมือนมันค่อยๆใหญ่ขึ้นๆ ผมรู้สึกว่าใน Nostr นี้เราสามารถเล่าเรื่องให้กันฟังแบบไม่ต้องดัดจริตอะไร เราผิดได้ พลาดได้ โง่ได้ แบบไม่ต้องสร้างภาพทางการตลาด มันเป็นความรู้สึกจริงๆของเรามากกว่า เหมือนค่อยๆต่อตัวต่อ ที่มันค่อยๆขยายไปได้เรื่ิอยๆตามจินตนาการของเรา

ยิ่งนานๆไปก็ยิ่งเบื่อที่จะเข้า Facebook ขึ้นทุกๆวัน วันนึงผมก็คงจะตัดตัวตนผมจาก Facebookได้ เพราะเริ่มขอให้ทีมงานช่วยกันสร้างเพจบริษัทกัน เมื่อเพจบริษัทสร้างความน่าเชื่อถือได้เพียงพอแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องสร้างเครดิตส่วนตัวมากนัก ก็คงแค่ติดตามชีวิตเพื่อนๆบ้างเท่านั้นเอง เพราะเพื่อนๆผมยังไม่มีใครรู้จัก Nostr เลย

วันนึงก็คงจะใช้เวลาในทุ่งม่วงได้มากขึ้น เพราะสามารถเอาเวลาจาก Social media เดิมๆ มาท่องโลกในทุ่งม่วงได้มากขึ้น เพราะมันสนุกกว่า มันจริงแท้กว่า มันคือตัวตนของเรามากกว่า มันคือโลกที่เราไม่ต้องแสร้งให้ดูดีมีเครดิตอะไร ยิ่งตอนนี้มีไอเดียสนุกๆกับเรื่องที่อยากทำในนี้ขึ้นมาแล้ว แค่คิดว่าเราจะได้ใช้เวลาทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ ก็มีความสุขขึ้นแล้ว

Nostr เพราะมัน จริงแท้ มันเลย สวยงาม

#siamstr #ThailandZapathon

#thematrix #escapethematrix #nostr

ผมเข้าเฟสบุ้คเพื่อหาคอนเท้นมาโน้ตบน nostr 🤣

ตอนออกกฎหมาย: ฮ่าๆ มาตรานี้แหละที่จะทำให้พวกร้านยาแขวนป้ายและเภสัชแขวนป้ายเจ๊งกันระนาวราวกับตลาดชิทคอยปี 2022

ตอนกฎหมายบังคับใช้: ให้ตลาดเฉลยนะครับว่าร้านแบบไหนโดนปิดมากกว่ากัน🤭🤭

#siamstr #สภาเภสัช #overregulation

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3235353971466587121696849618.webp