9e
somboon
9e4df770e0864b7c95be4eff9d74f4e4fa34110dda7499f13a4f6b51f4cd4e1e

ชีวิตของการทำงาน ภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม ลม ที่ถูกเป่าพัดมากระทบแผ่นหลังจากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน กำลังหลอกล่อร่างกายให้ทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

จากความรู้สึกจองหองที่นั่งอัดงาน ได้อยู่เป็นหลายต่อหลาย ชม. แล้วยังทำสิ่งที่นอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเองภายใต้ ชม. ของการทำงาน ราวกับคนเป็นบ้า กว่าจะรู้ตัวอีกที่ว่าร่างกายในตอนนี้แย่ลงไปแค่ไหน ก็เป็นตอนที่ต้องออกมาอยู่ภายใต้แสงแดดแรง ๆ กับอากาศที่ร้อนรน

โลกร้อนขึ้นจริง ๆ หรือเพราะเราแค่เคยตัว

โลกภายนอกที่ไม่ได้สุขสบายเท่ากับภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม กับอากาศเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ หากเมื่อเรามองย้อนกลับไปยังอดีต สิ่งที่เราเคยเป็นเมื่อครั้งยังเด็ก นี่ใช่สิ่งที่เราเป็น และเป็นสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือ

เด็ก ๆ ก่อนที่เราจะโตยังคงวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า อยู่กับดิน เล่นกับเม็ดฝน แสงแดดในยามเช้า และสายลมในฤดูหนาว เราแข็งแรงเมื่อสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวนั้นแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ

สองเท้าเปล่าย่ำอยู่บนพื้นดินที่แซมด้วยต้นหญ้าใบเขียว มือที่คุ้ยเล่นก่อกองทรายและก้อนหิน ต้นไม้ยอดสูงที่เราปีนขึ้นไป พร้อมเสียงตะโกนของแม่ "อย่าซน" ไม่อาจขัดขวาง ความอยากรู้อยากลองของเด็กตัวเล็ก ๆ กับจินตนาการของเขา

อณูละอองของแสงแดดที่ปะทะเข้ากับใบหน้า ปลุกเราให้ตื่นขึ้นจากความฝัน และเป็นแสงสลัวยามพบค่ำ ที่ทำเรานั้นให้หลับไป

ชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับธรรมชาติ ด้วยระบบของธรรมชาติ เป็นความเรียบง่ายในชีวิตของเด็กคนหนึ่ง

อะไรกันนะที่พัดพาเรามาไกลจากสิ่งที่เราเป็น

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนเราให้ลุกออกจากที่นอน ความอ่อนล้ายังไม่ทันได้จางไป ร่างกายที่ไร้ซึ่งเสียง กำลังกระซิบบอกกับเราว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรจะตื่น

เราต้องฝืนลุกขึ้นแต่งตัว เพื่อไปให้ทันเข้าแถวหน้าเสาธง เพียงเพื่อเคารพธงชาติและเพลงชาติ ระเบียบที่ใครบางคนกำหนดเอาไว้ เนื้อเพลงที่ปลูกฝังค่านิยมของการรักชาตินั้น ให้คุณค่าใดกับเด็กคนหนึ่ง?

เสียงขูดกระดานจากแท่งชอล์กสีขาว เขียนสั่งการบ้านประจำวิชาที่ต้องส่งในวันรุ่งขึ้น ฝุ่นจากแปรงลบกระดานเมื่อเปลี่ยนคาบเรียนลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ลมที่พัดมากระทบแผ่นหลัง จากพัดลมเพดานพร้อมกับเสียงการหมุนของมันที่ขาดการยอดน้ำมันหล่อลื่น กำลังกล่อมเราให้ง่วงหาวในยามบ่าย

เมื่อกลับถึงบ้าน กระเป๋าที่ถูกวางลงบนโต๊ะ ถูกเปิดออกโดยแม่เพื่อตรวจดูกองหนังสือที่ลูกแบกไปโรงเรียน และแบกกลับมาที่บ้าน สมุดเรียนที่ถูกกลางออก พร้อมกับการบ้านรายวิชาที่ต้องทำให้เสร็จก่อนนอนในคืนนี้

ภายนอกบ้าน เสียงของเด็กในละแวกลอยผ่านบานหน้าต่าง บอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นสนุกกันอยู่ จิตใจที่ไม่ได้อยู่กับสมุดและดินสอที่ถืออยู่ในมือ ทำเราให้เหม่อลอยออกจากพันธนาการของตัวอักษร การบ้านที่ต้องส่งพวกนี้ให้อะไรกับเด็กคนหนึ่ง?

ก่อนสิ้นสุดเทอม เด็กหลาย ๆ คนต่างขมักเขม้นอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวก่อนการเข้าห้องสอบ บ้างก็ยังคงเล่นสนุกกัน เวลาแห่งความเงียบงันได้มาถึง มีเพียงเสียงขูดของดินสอที่ถูกลากทำเครื่องหมายลงบนกระดาษ บ้างครั้งเป็นเสียงของกระดาษที่กำลังยับยู่ยี่จากการถูของยางลบ เสียงของพัดลมเพดานตัวเก่ายังคงดัง พร้อมกับพัดเอาลมมากระทบลงบนแผ่นหลัง

เวลาของเทอมใหม่ได้มาถึง สมุดพกที่ลงบันทึกผลของการเรียนและความประพฤติ เล่มสีเหลืองหุ้มปกด้วยพลาสติกใส ถูกเรียกขานชื่อและแจกให้กับเด็ก ๆ ภายในห้องเรียน

ดูเหมือนความพยายามของการตั้งใจเรียน ไปจนถึงการตั้งใจอ่านหนังสือก่อนการสอบ จะส่งผลให้คะแนนของแต่ละรายวิชาที่ถูกบันทึกลงในสมุดปกเหลืองนั้นเป็นไปได้สวย ที่บ้านจะต้องดีใจแน่ ๆ เด็กคนอื่น ๆ บ้างก็แลกกันดูสมุดพก บ้างก็รีบเก็บมันลงในกระเป๋า เพียงเพราะไม่อยากให้ใครได้เห็น

"ทำไมถึงไม่ได้ที่หนึ่ง? ที่หนึ่งของห้องได้คะแนนเท่าไหร่? นี่ตั้งใจเรียนแล้วใช่มั้ย? สอบได้ที่เท่านี้โตไปจะเอาอะไรกิน? เล่นให้มันน้อย ๆ ลงหน่อย"

ความผิดหวังแรกเริ่ม ได้กัดกินเข้าไปภายในจิตใจ คำถามที่ถามหาความหมายของสิ่งที่เด็กคนหนึ่งได้กระทำ เมื่อเขาทำเท่าที่เขาจะสามารถพยายามแล้ว ถูกเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงของการบ่นด่า

"พ่อครับ แม่ครับ ลูกยังเป็นลูกที่ดีไม่พอสำหรับพ่อกับแม่หรอครับ? ในสายตาของพ่อ ลูกไม่ดีเท่ากับลูกของคนอื่นใช่มั้ยครับ? คะแนนสอบในสมุดนั้น ทำลูกให้รักแม่น้อยลงหรอครับ?"

คำพูดที่จุกอยู่ในลำคอของเด็ก เสียงที่พ่อและแม่ไม่วันได้ยิน การแตกหักครั้งแรกที่เริ่มบั่นทอนสถาบันครอบครัวจากสมุดปกเหลืองเล่มหนึ่ง ระบบที่ใครบางคนเป็นผู้วางรากฐานเอาไว้ ให้อะไรกับครอบครัว ๆ หนึ่ง?

พ่อและแม่ที่หมดเวลาในหนึ่งวันไปกับทำงาน ไม่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของลูกที่อยู่ในรั้วโรงเรียน มีเพียงภาพจำที่ได้เห็นจากในตอนที่ตื่นขึ้นในยามเช้า และอีกครั้งที่ลูกนั้นกำลังนั่งทำการบ้านก่อนการเข้านอน

อีกมุมหนึ่ง มุมมองของลูกที่ไม่อาจเข้าใจถึงความเป็นพ่อและแม่ ความลำบากจากการต้องหาเงินให้เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว และเพื่อให้ลูกได้ร่ำเรียน พ่อกับแม่รักเงินมากกว่าเขาอย่างนั้นหรือ?

จากกฏระเบียบที่บีบบังคับให้ครอบครัวต้องแยกออกห่างกัน ทำวันและเวลาของครอบครัวให้เหลือสั้นลง พ่อและแม่ที่ต้องออกไปหาเงิน และลูกที่ต้องถูกส่งเข้ารับการศึกษาจากระบบ

ความหวังดีของพ่อและแม่ที่มีต่อลูก มองข้ามความเป็นธรรมชาติของเด็กคนหนึ่ง สิ่งใดกันที่ปลูกฝังชุดความคิดของพ่อและแม่ ว่าลูกที่ถูกส่งเข้าไปในระบบการศึกษานั้นจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มากกว่าการได้อยู่และรับการสั่งสอนเลี้ยงดูจากพ่อและแม่

พ่อที่แม้จะไม่ได้รับการศึกษาที่สูง เมื่ออยู่นอกเวลาของงานประจำนั้นยังเก่งกาจในการหาปลา ทั้งการถักแห ทั้งการผูกเบ็ด กรรมาชีพเหล่านี้เป็นความรู้ที่สามารถส่งต่อให้กับลูก ๆ เพื่อใช้ในการเอาชีวิตรอด พวกเราแทบไม่เคยอดอยากจากการหาอาหารเลย ถึงแม้ว่าพวกเรานั้นจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือน ๆ กับครอบครัว ๆ อื่น

ทำไม? เราถึงจำเป็นจะต้องมี "เงิน" ก่อนการมีอาหารสำหรับการมีชีวิตรอด มี "เงิน" ก่อนที่จะมีบ้าน มี "เงิน" ก่อนที่ชีวิตจะมีความมั่นคง

ทำไมเงิน? ถึงไม่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะมี เพื่อให้มันทำหน้าที่เก็บรักษาไว้ ซึ่งสิ่งที่เราหามาได้ ใครกันที่เป็นคนออกแบบระบบที่ผิดธรรมชาติแบบนี้ขึ้นมา

พ่อ ที่มองว่าการหาปลานั้นเป็นสิ่งที่เหน็ดเหนื่อยเกินไป จับเด็กคนหนึ่ง ลูกของเขาโยนเข้าสู่ระบบที่คนอื่นเป็นคนสร้าง พ่อ ที่ไม่รับรู้ถึงเล่ห์กลของผู้ออกแบบ คาดหวังให้ลูกของเขาเติบโตและยิ่งใหญ่ในเกมของคนอื่น ในโลกของเกมการเงิน โลกที่ทุก ๆ สิ่งหมุนวนอยู่รอบ ๆ เงิน

จากมุมมองภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม พร้อมด้วยลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน ชีวิตที่กระเด็นออกมาไกลถึงตรงนี้ ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยน้อยลง จากวันที่ออกไปหาปลาพร้อมกับพ่อของเขาในวันหยุดแม้แต่น้อย

และในเวลานี้ สิ่งที่เราโหยหาอาจจะเป็นแค่การได้กลับไปเป็นเหมือนกับตอนที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง

การได้แก่เฒ่าอย่างแข็งแรง และแวดล้อมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติพร้อมกับลูกหลาน เด็กตัวเล็ก ๆ ที่กำลังซุกซนจะช่วยเยียวยาวันเวลาที่หายไปของเราได้มากมายแค่ไหนกัน? เราต้องพยายามอีกสักแค่ไหน เพื่อที่จะหนีให้หลุดพ้นออกไปจากระบบบ้า ๆ นี่ ระบบที่เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาตั้งแต่แรก

ระบบ ที่ทำกับคนด้วยกันให้เป็นเหมือนกับเครื่องมือผลิตความมั่งคั่งให้กับผู้สร้าง

ระบบ ที่ถูกสร้างมาเพื่อสูบกินวันเวลาในชีวิตของผู้ที่ติดกับ

หรือบางที

คงเป็นวันที่ดินนั้นกลบลงบนใบหน้า หรือเราได้กลายเป็นเพียงเถ้าอัฐิ ที่ถูกลูกหลานของเราหยิบโปรยให้ลอยไปตามสายลม วันนั้น เราคงได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติ เหมือนกับวันที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อีกครั้ง

"อย่าเพิ่งยอมแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่ม :)"

Have a hope, We're all early in the bitcoin age.

#Siamstr

#Haveahope

nostr:note1hwur7uu5rn6aztx4smgsfh7xfv70vgfl2m3cfc8ewgf2dze8djhsyt4gd2

อ่านจนจบไปสองรอบ ชอบมากครับ

Replying to Avatar Panai Lawasut

ถ้าผมแบ่งชิวิตเป็นแค่2ช่วง ก็คงจะเป็น

ก่อนบิทคอยกะหลังบิทคอย

ชีวิตตั้งแต่เด็กมาผมเป็นผลผลิตของระบบอย่างแท้จริง ถ้าตั้งใจเรียนคือดี ถ้าสอบได้อันดับดีคือดี ถ้าเข้ามหาลัยดังได้คือดี ถ้าทำอาชีพที่คนนับถือได้คือดี

ทั้งๆที่ตัวผมเองมีความชอบของตัวเองที่ชัดเจนตั้งกะเด็ก ชอบเล่นกีฬา ชอบเล่นดนตรี ชอบทำงานศิลปะ (มันควรจะเอาเวลาไปสร้างPOW ที่ตัวเองถนัดมั้ย)

เราอยู่ในระบบกันมาตลอด ส่วนหนึ่งก็เพราะสังคมจริงแหละ แต่อีกส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเรารู้สึกว่ามันง่ายกว่า มันไม่เสี่ยง

จริงๆถ้าที่บ้านsupportไหว ผมคงหาทางเรียน ป.โท ป.เอก อย่างที่เพื่อนๆเค้าทำกัน มันง่ายกว่า

มันดูดี และมันยังไม่ต้องรีบรับผิดชอบตัวเองด้วย

แต่ก็นั้นแหละ พอเริ่มทำงานถึงรู้ความจริงว่า “เข้เอ๊ย ทำไมชีวิตมันยากขนาดนี้วะ!”

เรื่องนี่คงไม่ต้องเล่า คิดว่าทุกคนเจอกันหมด

มาหนักจัดๆตอนทนไม่ไหวกับชีวิตแบบพนักงานประจำ (ก็ระบบมันสร้างไว้ให้ทำงานประจำ ออกมากันก็ยากเซ่!!)

ผมออกมาทำหลายอย่างมากเลย ขายประกัน ขายรองเท้ามือสอง ขายเสื้อผ้าเด็ก รายได้มากกว่าตอนกินเงินเดือน2เท่า แต่ไม่เคยมีเดือนไหนชนเดือนเลย

วันที่ทำให้ผมตัดสินใจกลับบ้าน คือลูกสาวไม่สบาย ตัวร้อนมาก แล้วไม่มีเงินพาไปหาหมอ ไม่มีจริงๆ คือเก็บเศษเหรียญซื้อข้าวกินมาหลายมื้อแล้ว ได้แต่นั่งมองหน้าแฟนกับลูกสาวที่ร้องไห้ตลอดเวลาอยู่อย่างนั้น โชคดีไปเจอกระปุกเหรียญของพี่ชายแฟน นับเหรียญได้มา 4-500 แล้วเอาไปหาหมอ

ณ จุดนั้นในหัวโคตร fuck up เลย คิดกะตัวเองตลอดว่า กุทำอะไรอยู่วะเนี่ยๆๆๆๆๆ

หอบลูกกะเมียกลับมาบ้าน ร้านที่ที่บ้านทำก็ไม่ใช่จะเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว เรายังมาเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าไปอีก

โชคดีที่กิจการขยับขยายไปได้ 2สาขา 3สาขา

งงใช่ไหม แล้วบิทคอย มันเกี่ยวอะไรวะ

เชื่อไหมว่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน จนถึงก่อนรู้จักบิทคอย แม้ว่าจะมีรายได้พอสมควรแล้วก็ไม่มีตอนวันไหนเลยที่รู้สึกว่าสบายใจ ปลอดภัยแล้ว

มันยังมีความกังวลตลอดเวลา ภาพวันที่นั่งมองหน้าแฟนกับลูกสาวที่ไม่สบายวันนั้นมันอยู่ในหัวผมอยู่ตลอด กลัวมากที่จะกลับไปเป็นแบบนั้นอีก

ถ้าวันนึงอยู่ดีๆก็ไม่มีคนมาซื้อขนมเราล่ะ ถ้าเดือนหน้ามันขายไม่ดีเท่าเดือนนี้ล่ะ ถ้าสาขาที่กำลังจะเปิดมันขายไม่ได้ล่ะ ทำเลตรงนี้มันจะขายได้มั้ย มันไม่มีความมั่นใจเลย หลายครั้งผมต้องพึ่งหมอดูนะ อะไรที่มันเพิ่มความมั่นใจเราได้ เราทำไปก่อน ผมเป็นคาทอลิก แต่หิ้งพระที่ร้านผมมีทุกสำนัก ไทย จีน เทพ มันแสดงให้ถึงความไม่มั่นใจเลยจริงๆ

คนทำน่าจะธุรกิจเข้าใจดี

พอผมรู้จักบิทคอย เข้าใจปรัชญาของมัน สิ่งแรกที่ผมได้เลยคือความรู้สึก secure

ตอนแรกแค่รู้สึกสบายใจแปลกๆ แต่ไม่รู้จะพูดยังไง จนฟัง ALT TAB ของพี่ชิต ถึงได้เข้าใจมันจริงๆ

ความรู้สึกปลอดภัยมันเรื่องใหญ่มากนะ คุณทำเรื่องต่างๆด้วยความมั่นใจกับไม่มันใจ แอ๊คชั่นของคุณกับผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันเลยนะ

ปรัชญาบิตคอยบอกผมว่าที่ผ่านมาผมทำบางอย่างถูก แม้ว่าจะเป็นด้วยความบังเอิญ หรือสถานการณ์บีบบังคับก็เถอะ มันรู้ว่าอะไรกันแน่ที่ส่งเรามาได้ขนาดนี้

ผมขยายสาขาโดยไม่ใช้เงินแบงค์ แล้วแต่ละที่เราก็กล้าลงทุนกับมัน เราไม่มีการทำการตลาดมากมาย เพราะเรารู้ว่าว่าเมื่อเราสร้างvalue เราจะได้valueกลับมา มีแต่มาช้ามาเร็ว ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ

ผมเข้าใจกลไกตลาดเสรี แม้ในภาพใหญ่มันจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ในภาพเล็ก ผมยังเห็นมันทำงานได้ เข้าใจว่าทุกคนทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เริ่มพยายามสร้างอินเซนทีฟในทุกระดับชั้นขององค์กร เน้นให้รางวัลไม่ใช้ทำโทษ

มันกลายเป็นองค์กรที่พนักงานรักกันนะ ไม่100%หรอก แต่ส่วนใหญ่ใช่ เพราะแต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกัน และมันส่งเสริมยอดขายร้าน

ผมสามารถทำตัวเป็นลูกพี่ใจดี เดินยิ้มไปยิ้มมา ไม่ตัองคอยมานั่งจับผิดว่าใครทำอะไรไม่ถูกต้อง เพราะกลไกมันจัดการของมันเองอยู่แล้ว ตัดปัญหาเรื่องคนไปได้ส่วนใหญ่ๆเลย ซึ่งคนเป็นผู้ประกอบการจะรู้ดีว่าเรื่องคนแทบจะเป็นปัญหาหลักของธุรกิจเลย

ค่าใช้จ่ายมันสูง กำไรมันน้อยนะ การสร้างองค์กรแบบนี้ คุณต้องหวังยั่งยืนเท่านั้น และช่วงแรกก็จะไปได้ช้ามากกกกก

ถ้าผมไม่เข้าใจปรัชญาของบิทคอย ไม่นานผมคงต้องใช้เงินแบงค์ ขายเฟรนด์ชาย ทำขนมราคาส่ง ให้คนอื่นมาวางฝากขาย หรือแม้แต่ขายสูตร(ราคาของPOWของแม่กับพ่อที่แลกไปมันควรเป็นเท่าไรว้า)

CPเคยขวนเราเข้าไปคุย ปั๊มน้ำมัน(ไม่ใช่เบอร์ใหญ่นะ)มาชวนเป็นพาร์ทเนอร์

มันมีอีกหลายอย่างที่เราทำได้แล้วได้เงินเข้ามาทันที แต่เราไม่ทำ

ผมมีพนักงานประมาณ70กว่าคน ถ้าผมไม่เข้าใจทฤษฎีเกมส์ มันเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆมาควบคุมมากมาย แล้วไม่มีวันจบด้วย เลยเถิดไปถึงต้องหาคนมาช่วยคุมกฎ ซึ่งจะมีการเมืองภายในตามมาอย่างแน่นอน

ทุกวันผมขยายสาขาด้วยความคิดว่า พนักงานเราต้องเติบโต ไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของครอบครัวผมเป็นหลักแบบเมื่อก่อน แต่เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้แทน

เมื่อผมมีความรู้สึก secure แล้ว ผมสามารถทำอะไรที่อยากทำได้อีกเยอะ

ผมเพิ่งได้ซื้อกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกในชีวิตตอนอายุ40 นั่งเล่นทั้งวันทั้งคืน สะใจมาก

ได้เริ่มกลับมาเขียนรูป ได้เล่นบาส

ผมสามารถสนับสนุนลูกๆให้เค้าทำอย่างที่อยากทำโดยไม่ต้องสนใจเรื่องผลการเรียนในระบบเป็นหลัก ล่าสุดลูกสาวผมเปิดบูธดูไพ่ยิปซีในงานโรงเรียน(ย้อนแย้งมาก นางเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์แบบเต็บขั้นเลยนะ)

ผมสามารถให้ลูกชายเรียนโรงเรียนทางเลือก โดยเป้าหมายเพียงเพื่อคนหาตัวเองให้เจอ ไม่ต้องสนใจเรื่องวุฒิการศึกษาเลย

น้องชายผมแทบจะพ่อบ้านเต็มตัว มีเวลาให้ลูกสาวสองคนแบบแทบจะ100% ลูกนึกคนภาพของหลานๆผมที่จะโตขึ้นมาซิ

พี่สาวผมไม่ต้องมาห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายทางบ้าน สามารถทำงานที่เค้ารักได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ตอนแรกค่าใช้จ่ายในครอบครัวเราเกือบทั้งหมด เค้าเป็นคนรับผิดชอบ

แม่ผมที่ติสต์จัดสามารถอยากรังสรรค์ขนมอะไรเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ทุกวันนี้ลูกๆอยากเจอต้องนัดล่วงหน้า เพราะกิจกรรมคุณมัทนาเยอะเหลือเกิน 5555

ญาติๆผมที่เกษียณแล้วแต่ไม่มีอะไรทำรวมถึงค่าใช้จ่ายไม่พอก็วนเวียนเข้ามาช่วยงานที่ร้าน

ครอบครัวของพนักงานของเราอีกล่ะ

คนที่เราเคยเล่าเรื่องปรัชญาของบิทคอยให้ฟังอีกล่ะ

ทั้งหมดนี้แค่องคาพยพของผมคนเดียวนะ

มันไม่เกินเลยใช่มั้ยที่ผมจะบอกว่า

“บิทคอยเปลี่ยนชีวิตผมและครอบครัว”

นี่ยังไม่พูดถึงความรู้สึก secure มันทำงานกับเรายังไงในระดับฮอร์โมนนะ มันไปมีผลไปถึงสุขภาพซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตเลยล่ะ

แล้วก็ทั้งหมดนี้แค่มิติเรื่องความ secure อย่างเดียวด้วย

ไม่แปลกที่ถ้าจะทำคลิปให้ความรู้ ตอนละเกือบจะ2ชม. เป็นร้อยตอนก็เล่าไม่หมด

ขอบคุณคนที่ทุ่มเทอธิบายเรื่องนี้ให้เราฟัง

//ขออภัยที่เล่าทีไรก็ยาวแล้วก็ส่วนตัวทุกที แต่รู้สึกว่าคำถามนี้ของnostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv ผมต้องตอบ แล้วต้องตอบให้เห็นภาพด้วย

หวังว่าคงจะมีใครได้ไอเดียจากเรื่องนี้บ้าง แม้จะคนเดียว แต่เชื่อว่าคงจะมี significant พอในระดับองคาพยพของเค้าครับ nostr:note15s839u8x4q4aathanak8lyamkx7mr36lmv8hwlcd8pmlmzwqe97qxq7ehq

nostr:note18hkcfyurhxue8en9dyz99sczrwp4s9f85jj0h3s8ccqnw38t760sg6yzqa

มีคุณค่ามากครับ ขอบคุณมากนะครับ

nostr:note13dmpan30mg4yvm05jrj5yc6049gu48qrpf8hve45qt5mvjphzvnsd95fky

npub1ms4a8zejqd70h5wys2w6yqual567q7xldm5z8n5zwywkd5l9eaqqv520kf

จริงครับ แล้วเอาพลังงานกับเวลาของเราไปขายได้เงินอีกต่างหาก (หลายปีเลย)

ขอสอบถามหน่อยนะครับ นี่คือ usdt บน btc เหรอครับ?

ไม่เคยใช้ liquid พี่ๆท่านไหนเคยใช้บ้างครับ

#siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_1726019534170808211694536491.webp

ขอสอบถามหน่อยนะครับพี่ๆ นี่คือ usdt บน btc เหรอครับ?

ผมไม่เคยใช้ liquid

พี่ๆท่านไหนเคยใช้บ้างครับผม

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

It's some kind of a new born but trade-off...

พื้นที่อันรกร้างว่างเปล่า คือตลาดที่ไร้คู่แข่ง.. พี่คิดแบบนี้ตอนตัดสินใจเอาจริงเอาจังกับการแคมเปญและชักชวนหลายๆ คนรวมถึงยกโขยง Right Shift มาที่ #Nostr

ถ้าวันนี้เราไม่เดินออกมา วันข้างหน้าเราก็ต้องมาที่นี่อยู่ดี..

พอกันทีกับอัลกอริทึมหัวขวดทั้งหลาย สภาวะที่ต้องถูกสนตะพายจากรอบด้าน พี่ดูแลเกือบทุกแพลตฟอร์มบนความรู้สึกว่าเรากำลัง 'ตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ" แลกกับเวลาที่เสียไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน สำหรับพี่มันไม่ใช่เรื่องปาหี่อย่างยอดวิว มันไม่มีความหมายอะไรกับพี่เลยถ้าคุณค่าที่เราพยายามสร้างมามันไปไม่ถึงคนที่เราอยากให้เขาได้รับ

พี่อาจโชคดีที่ทั้งชีวิตต้องผ่านการ 'เริ่มต้นใหม่' มาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน ผ่านการสูญเสียและการสร้างใหม่มาจนชิน มันจะไม่มีความเสียดายหรือเสียใจ หรือกระทั่งต้องกลัวกับ 'การเปลี่ยนแปลง' ใดๆ ทั้งนั้น ..ถ้าในใจเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า อย่างน้อยที่สุดก็ดีต่อใจเรา พี่จะไม่รั้งรอ

ใช่... มันมี Proof-of-Work ของเรามากมายในแง่ของหารสร้างฐานผู้ติดตามที่เคยลงมือทำมาอย่างยากลำบาก เราต้องปล่อยมันไปอย่างเสียไม่ได้ สิ่งที่พี่ถามตัวเองในตอนนั้นคือ จะยอมปล่อยวันนี้ หรือรอให้สายไปกว่านี้ และคำตอบสำหรับพี่คือ จะรออะไรอีก

แต่คำว่า 'ปล่อย' มันไม่ใช่การลอยแพ มันคนละความหมายกับ 'ปล่อยปละละเลย' มันคือการปล่อยวางทิฏฐิและความพยายามที่เคยเปล่าประโยชน์ไปเสีย เราทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้า คิดคำนวณถึงข้อดี-ข้อด้อย ของการต้องยอมแลกบางอย่างกับอะไรบางอย่าง (trade-off) เมื่อตลาดนี้ไม่ใช่ที่ๆ เราจะเปล่งแสงได้อีกต่อไป เมื่อกติกามันไม่เอื้อให้เราชนะ เวลาที่กำลังหมุนไป คือ 'opportunity cost' ที่เราจำเป็นต้องจ่าย มันไม่ต่างอะไรกับเงินเฟ้อที่คอยกัดกินความมั่งคั่งของเรา...

เราแค่ 'ผ่อนคันเร่ง' หรือเพียงแค่ 'ลดน้ำหนัก' มันลงมาเท่านั้น

อะไรที่จะให้ผลคุ้มค่ากับเรามากกว่าในระยะยาว "ยั่งยืนกว่า" เราจะเทสรรพกำลังไปในทางนั้น ทั้งสองอย่างยังคงทำควบคู่กันไปได้ แต่วันนี้เราต้องยอมรับให้ได้ว่า.. น้ำหนักของบางอย่างจะไม่เหมือนเดิม เราจะโฟกัสมันน้อยลงให้เหมาะสมกับผลตอบแทนที่เราได้รับ ซึ่งบางทีมันอาจเป็นเพียงแค่.. "ความสุข"

เมื่อเราย้ายมาที่บ้านหลังใหม่ เราต้องเตรียมใจว่า นี่ไม่ใช่ตลาดที่เราเคยรู้จักแน่นอน ไม่มีตำราหรือสูตรสำเร็จเล่มใดให้เราอ่าน เงเนแต่เราจะค้นหามันให้เจอเอง ผู้คนหน้าใหม่ วัฒนฌ

ธรรมแบบใหม่ ของที่เราเคยขายดีอาจขายไม่ได้เลยที่นี่

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม Right Shift จึงมีรายการอย่าง #สภายาม่วง หรือ #Onlynips คลอดตามมา เราจะเริ่มนับมันใหม่จาก 0 กับกลุ่มผู้ติดตามที่มีรสนิยมแบบใหม่ ก่อร่างสร้างแบรนด์ของเรา สินค้าและบริการของเราใหม่ในสังคมนี้ ซึ่งมันนำมาด้วยว่าคำว่า "Value for Value"

ถ้าเราไม่เคยสร้างคุณค่าอะไรให้ใคร ก็จะไม่มีใครให้คุณค่าอะไรกับเรา ..ปัญหาคือ เรามักไม่รู้ว่าคุณค่าสำหรับคนอื่นหน้าตาเป็นยังไง เรามักรู้จักและเข้าใจเพียงแค่คุณค่าในแบบของเราเท่านั้น..

Anyway.. Right Shift เลือกจะสร้างตลาดใหม่ ชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมาเอง ผลักดันมันเอง แต่เราจะไม่ทำมันคนเดียว ไม่กำกับควบคุมอะไรทั้งสิ้น คราวนี้เราจะผลักดันมันร่วมกันกับผู้คนกลุ่มแรกๆ ที่ให้เกียรติและเชื่อมันตามพวกเรามา.. ควบคู่ไปกับการ maintain ตลาดเดิมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

เราพบว่า.. เราต้องให้เวลากับที่นี่ เราต้องอดทนรอวันที่มันจะเติบโตในแบบที่เราฝันอยากให้เป็น เรามีผู้ติดตามใหม่หลักสิบคน ผ่านเวลาไปมันกลายเป็นหลักร้อย และเข้าใกล้หลักพัน มันชัดเจนว่า เราต้องการ "เวลา" และ "proof-of-work" และมันสำคัญที่เราต้องรอได้ รออย่างมีความสุขในทุกขณะ

ยอดวิว หรือ ยอด Engagement ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการที่นี่ สำหรับที่แห่งนี้เราต้องการ Network effect และ Value ยิ่งเราให้ผู้อื่นมากเท่าไหร่ ให้ในสิ่งที่พวกเขาจะอยากได้ เราจะยิ่งได้รับคุณค่ากลับมามากเท่านั้นในอนาคต ..พี่พบว่าสิ่งที่ผู้คนอยากได้ไม่ใช่วัตถุ สิ่งของ องค์ความรู้ หรือเรื่องราวน่าปวดหัว พวกเขาต้องการมันแค่.. "ความสัมพันธ์"

เอาล่ะ..

ลองถามตัวเองว่าสิ่งที่เรากำลังเสียดาย หรือลังเลเพราะมันอยู่นั้น ให้อะไรกับเราบ้างในตอนนี้ ความสุขหรือรวามทุกข์? โอกาสประสบความสำเร็จยังมีมากแค่ไหน เราต้องแข่งกับคนอีกกี่คน เราต้องรู้ว่าแท้จริงเราต้องการอะไร?

เราพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ไหม? เริ่มจากไม่มีอะไรเลยไปจนสุดทาง ทำอย่างมากก็แค่ตาย สร้างคอนเทนต์ใหม่ นำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ตลาดจะต้องการ หรือจริงๆ แลเวการเริ่มต้นสำหรับที่นี่ มันก็อาจต้องทำแค่การ "มีปฏิสัมพันธ์" กับผู้คน

พี่เป็นกำลังใจให้ครับเกลือ.. วันนี้จิตใจของเราเดินมาเจอ 'ทางแยก' ที่เราต้องเลือกว่าจะไปต่อ แล้วสู้สุดใจกับระบบที่ไม่มีความยุติธรรม หรือจะหันไปทางใหม่ ที่ไม่มีอะไรเตรียมไว้สำหรับเราเลย ทางใหม่ที่ไม่ต้องสู้อะไรกับใคร...

นอกจากตัวเราเอง..

ชื่นชมครับ ติดตาม

nostr:note1p2psp494g3jk5v45rwyxhc38z05gefqxrmkttrqv2zatad82mxmsspv4gy สุดยอดครับ :)

Replying to Avatar chontit

...ใครที่กำลังสงสัยหรือใคร่รู้ว่า Bitcoin Node มันคืออะไรนะ? จำเป็นต้องมีมันมั้ยนะ? หรือถ้าอยากจะมีมันจะทำยังไงดีนะ? สามารถลองเข้าไปศึกษาในบทความเรื่อง "พื้นฐานและการประยุกต์ใช้ Bitcoin Node [ตอนที่ 1]" ซึ่งทาง RS พึ่งได้ Public สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ

https://rightshift.to/2023/chontit/14106

และในตอนที่ 2 ผมจะแนะนำการรัน Start OS ผ่าน VM (Virtual Machine) ซึ่งจะทำให้เราได้ประโยชน์ครบถ้วนทั้ง Bitcoin Core, Lightning Node, Spector Wallet, Nostr Private Relay หรือแม้กระทั่ง Vaultwarden สำหรับเก็บ Password Manager ซึ่งน่าสนุกกว่าตอนที่ 1 เย๊อะะะ

สุดท้ายผมต้องขอขอบพระคุณทีมงาน RS อย่างสูงที่มอบโอกาสให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนา Bitcoin Community ของไทยให้เติบโตและกระจายไปสู่มือใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

nostr:note1tydzkegx3ft4ksrfy0wlyye3apx6ns5498al9t7a3du20adsnytqejguzh กำลังสนใจศึกษาครับ ขอบคุณมากๆ

nostr:note1n72cvu429xfxtk7d4fkvthv3yfvytqz85ekq2c4463e2c87av3psrvdzhc น่ากลัวมาก นี่เรากินอะไรเข้าไป

Replying to Avatar Right Shift

พาราพร้อม! ยาดมพร้อม! พบกับเซสชั่นที่ "หัวบวม" ที่สุดจากงาน #BTC2023 กับวิทยากรคนจริงทั้ง 3 จากสนามโค้ดดิ้ง พร้อมชนทุกกำแพงเพื่อขยาย "#พรมแดนทางเทคโนโลยี" ของบิตคอยน์ไปให้ไกลสุดปลายฝัน!

https://youtu.be/4QwOdhxXnLw?si=4eOvG0j4j1ncukcb

จัดหนักเฉียดชั่วโมง เข้มสะใจเนิร์ดบิตคอยน์กับประเด็นต่อไปนี้ :

- การใช้งานบิตคอยน์จะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ได้อย่างไร

- ในอนาคตเรื่องแบบไหนมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นบนบิตคอยน์บ้าง

- ความกระจายศูนย์ยังสำคัญอยู่หรือไม่สำหรับเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากบิตคอยน์

- เด็ก ๆ ในยุคใหม่ จะพาบิตคอยน์ไปได้ไกลกว่าทุกวันนี้หรือไม่

- วิธีการที่คุณ (ใช่! คุณนั่นแหละ) จะสามารถช่วยผลักดันความก้าวหน้าของบิตคอยน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาหรือไม่ก็ตาม

ชมพร้อมกัน 18:30 น. วันนี้ (29/8/23)

#ThaiNostrich #Siamstr

ตามครับ