Avatar
Jingjo
a7e9b36ff24ae730706742553b4a4a2733b01156e7c9e26145f9bc6a14f061a9
beef, beer, & bitcoin🥩🍺⚡ 🦘ผู้คุมกฏแห่งรัฐไก่🐓

ว้ายยยยยย น่าร้ากกกกกก

ใครยังมีเฟียตเหลือซื้อตอนนี้นี่พวกคุณทำบุญมาด้วยอะไร 555555555555

Replying to Avatar Jingjo

เงินที่สร้างยากที่สุดเป็นผู้ชนะเสมอมาตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์ คุณอยากเป็นผู้แพ้และโดนสูบความมั่งคั่งออกจนหมดตูดเพียงเพราะไม่คิดจะศึกษาเข้าใจคำถามง่าย ๆ แค่ว่า "What is money?" เนี่ยนะ

แล้วถ้าบิตคอยน์ตายแล้วจริง ๆ แบบที่คุณว่า คุณเองน่ะก็กำลังป่วยตายอย่างทุกข์ทรมานช้า ๆ โดยไม่ยอมรักษาอาการป่วยสาหัสที่ยังพอเยียวยาได้ของคุณ คุณจะเกลียดบิตคอยน์ก็ได้ แต่มันก็ไม่แคร์ มันเกิดมาเพื่อทำลายล้างระบบเงินห่วยแตกที่เราโดนหลอกให้ใช้มาเป็นร้อยปี คุณอยากจะตายไปกับระบบเดิม หรือจะโอบกอดความหวังเพื่อชีวิตที่มั่งคั่งของคุณเองและลูกหลาน

จงเลือกในขณะที่ยังมีโอกาสเลือก

อ้าว คอมเมนต์ผิดที่ ไปต่อท้ายคุณโจรฯ เฉยเลย 5555

ตอนที่ราคาบิทคอยน์เริ่มตก หลายคนเลยเริ่มพูดกันว่า "บิทคอยน์ตายแล้ว" บ้างก็ว่า "มันคือแชร์ลูกโซ่" หรือ "มันไม่ใช่เงินจริง" คำพูดพวกนี้ทำให้หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักบิทคอยน์ ผมเลยอยากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ

ราคาขึ้นลงเป็นเรื่องธรรมดามาก : บิทคอยน์ก็เหมือนทองคำ หุ้น หรือที่ดิน ราคามันขึ้นๆ ลงๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าราคาตกแล้วมันจะตายหายไปเลย บางทีการที่ราคามันย่อลงไป มันอาจจะเป็นการที่ย่อแล้ว พอเสร็จปุ๊บราคามันก็กระโดดไปเลยก็ได้ เหมือนกับ การที่เรามักต้องย่อก่อน แล้วค่อยกระโดดถึงจะสามารถกระโดดได้ไกล

บิทคอยน์ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ : แชร์ลูกโซ่คือการหลอกเอาเงินคนใหม่ไปให้คนเก่า แต่บิทคอยน์เป็นระบบเปิด ใครๆ ก็ตรวจสอบได้ ไม่มีใครควบคุม อย่างคนที่แนะนำบิตคอยน์ให้กับเรา เขาก็ไม่ได้กินเปอร์เซ็นต์หรือผลประโยชน์อะไรใดๆเลย มันจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ได้ยังไง

บิทคอยน์อาจไม่ใช่เงินที่เราใช้กันทุกวันนี้ : แต่มันก็เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เป็นเหมือน "ทองคำดิจิทัล" เดี๋ยวนี้ร้านค้าหลายแห่งก็รับบิทคอยน์แล้วนะ ผ่านช่องทาง lightning ในรูปแบบต่างๆ อย่างคุณ THAI RATEL ที่ขายเมล็ดกาแฟ ผ่าน Nostr Market อย่างผมก็เคยทดลองขายหวยผ่านตลาดนี้เหมือนกัน ซึ่งเป็นการทดลองเล่นๆ แต่ก็สนุกดี

เงินที่สร้างยากที่สุดเป็นผู้ชนะเสมอมาตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์ คุณอยากเป็นผู้แพ้และโดนสูบความมั่งคั่งออกจนหมดตูดเพียงเพราะไม่คิดจะศึกษาเข้าใจคำถามง่าย ๆ แค่ว่า "What is money?" เนี่ยนะ

แล้วถ้าบิตคอยน์ตายแล้วจริง ๆ แบบที่คุณว่า คุณเองน่ะก็กำลังป่วยตายอย่างทุกข์ทรมานช้า ๆ โดยไม่ยอมรักษาอาการป่วยสาหัสที่ยังพอเยียวยาได้ของคุณ คุณจะเกลียดบิตคอยน์ก็ได้ แต่มันก็ไม่แคร์ มันเกิดมาเพื่อทำลายล้างระบบเงินห่วยแตกที่เราโดนหลอกให้ใช้มาเป็นร้อยปี คุณอยากจะตายไปกับระบบเดิม หรือจะโอบกอดความหวังเพื่อชีวิตที่มั่งคั่งของคุณเองและลูกหลาน

จงเลือกในขณะที่ยังมีโอกาสเลือก

ปรึกษาจารย์ขิงก่อนฮะ 55555

แหม่ หัวข้อหลักเลยล่ะพรี่ยยยยยยยยย!

ไม่เหมือนครับ จอ e ink แทบจะให้ความรู้สึกเหมือนอ่านจากกระดาษจริง ๆ ต่างแค่จับพลิกหน้าและดมกลิ่นหนังสือไม่ได้นี่แหละ

https://youtu.be/4E_YpZ6Y5kM?si=6EZbRaZgLzC75mWJ

เพิ่งได้ฟังคลิปตัดนี้แห๊ะ

เรื่องของจตุรอาชา (4 Horseman) จริง ๆ เป็นแค่ “ส่วนหนึ่ง” ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพิพากษา (หลังจากจบม้า 4 ตัวนี้เรื่องโหด ๆ รออยู่อีกเยอะเลย) ส่วนความหมายตามการตีความของนักเทววิทยา ม้าสีขาวจะหมายถึงโรคระบาด ม้าสีแดงจะหมายถึงสงคราม ม้าสีดำจะหมายถึงความอดอยาก ม้าสีกะเลียว (บางที่เรียกสีเขียวหม่น) จะหมายถึงความตาย (มัจจุราช) ในระดับของการกวาดล้าง (คือใช้อำนาจของม้าทั้งสามตัวแรกได้ และอำนาจของสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน)

ส่วนช่วงนาทีที่ 10:30 ที่พูดถึง Andrew Bridgen มีช่วงหนึ่งได้ยินคำว่า ”บูชาเทพของเขา“ อันนี้ต้องหมายถึงเทพโมเลคแน่ ๆ เลย เหมือนนักการเมืองรัสเซียก็เพิ่งพูดถึงกรณีของอิสราเอล/กาซาว่าเป็นการบูชายันเด็กให้กับเทพโมเลคด้วยเหมือนกัน (ถ้าสนใจว่าโมเลคคืออะไรเดี๋ยวไว้เอามาเขียนให้อ่าน)

ข้างล่างนี้เอาข้อความเรื่องจตุรอาชาจากพระคำภีร์มาให้อ่านกันครับ

“ข้าพเจ้ามองดูขณะพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่หนึ่งของตราทั้งเจ็ดออก แล้วข้าพเจ้าได้ยินหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทั้งสี่กล่าวขึ้นด้วยเสียงเหมือนฟ้าร้องว่า “มาเถิด!”

ข้าพเจ้ามองไปเห็นม้าขาวตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า! ผู้ขี่ม้านี้ถือธนู เขาได้รับมงกุฎแล้วควบม้าไปอย่างผู้พิชิตที่ตั้งใจออกไปพิชิตศึก

เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่สอง ข้าพเจ้าได้ยินสิ่งมีชีวิตตนที่สองกล่าวขึ้นว่า “มาเถิด!”

แล้วม้าอีกตัวหนึ่งก็ออกมาเป็นสีแดงเพลิง ผู้ขี่ม้านี้ได้รับอำนาจที่จะนำสันติภาพไปจากโลกและทำให้มนุษย์เข่นฆ่ากัน ผู้นี้ได้รับดาบเล่มใหญ่

เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่สาม ข้าพเจ้าได้ยินสิ่งมีชีวิตตนที่สามกล่าวขึ้นว่า “มาเถิด!” ข้าพเจ้ามองไปก็เห็นม้าดำตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า! ผู้ขี่ม้านี้ถือตราชูอยู่ในมือ

แล้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงซึ่งดูเหมือนดังขึ้นจากท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ว่า “ข้าวสาลีลิตรละหนึ่งเดนาริอัน* ข้าวบาร์เลย์สามลิตรหนึ่งเดนาริอัน แต่อย่าทำให้น้ำมันและเหล้าองุ่นเสียหาย!”

เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่สี่ ข้าพเจ้าได้ยินสิ่งมีชีวิตตนที่สี่กล่าวว่า “มาเถิด!”

ข้าพเจ้ามองไปเห็นม้าสีเขียวหม่นตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า! ผู้ขี่ม้านี้ชื่อว่าความตาย และแดนมรณาตามหลังผู้นี้มาติดๆ ทั้งสองได้รับอำนาจที่จะเข่นฆ่าหนึ่งในสี่ของโลกด้วยดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาด และด้วยสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน”

‭‭วิวรณ์‬ ‭6‬:‭1‬-‭8‬ ‭TNCV‬‬

*ข้าวสาลีลิตรละหนึ่งเดนาริอัน (หนึ่งเดนาริอัน เท่ากับค่าจ้างในหนึ่งวัน)

เพิ่งจะแกะตราดวงที่สี่เอง ยังเหลืออีกสาม ใครสนใจอ่านต่อได้จาก วิวรณ์ 6 #Siamstr

สนุกสุด ๆ อยากอ่านเรื่อง Molech ต่อเลยครับ

This quote and worldview are wrong on so many levels. You claimed that investing in "men" projects the worst ROI for you. WRONG.

- It is you investing your time, energy, or even money in THE man who doesn't want you, or won't have you as the mother of his children. So this naive worldview can be said from men's perspective as well that the worst investment is on the woman who is not wife material.

- It is your malinvestment from your poor decision making process, hence it's your own accountability with nothing to do with the man himself. If he's an a-hole but you still chose to "get it on" with him, it's 100% your fault.

- Think of it this way (I know it might be hard for you), a young and not bad looking woman can attract basically men of all calibres. So it is your responsibility to choose well and wisely. But if there are no men wanting to wed you, you--and you alone--are the problem as he determines you aren't the best investment for him either.

- We live in a feminine imparative world where women can talk trash about men and get applauded or even praised as bravery and smart. But when men criticize women true nature, we are haters and misogynist. This is just a part of today's grander problem that Marxism and feminisn wreak havoc onto human civilization. It must end, or there's no hope anymore for humanity.

nostr:nevent1qqsppmknkx5a4x8wu2nr7jrc92v4epnvvzqxuv4wnxusm93apwsppmsprpmhxue69uhhyetvv9ujumn0w3hhx6rf9emkjm30qgsxfq3e9cx5ydyk9m9pyrj2peyln3849yjtrnzy27cduftfp8swrrcrqsqqqqqp09w2jq

GM, #Siamstr

Apologies for the too-hot topic for this lovely morning.

wallpaper ในจอคอมฯ เท่จัด

นั่นไง หล่อไม่เกิน 27 วิ วกกลับไปเล่นหำอีกแล้ว

Replying to Avatar tukjedsadatik

## ความภาคภูมิใจในตัวเอง

เมื่อคืนนี้ผมรู้สึกตกใจกับคำพูดๆนึงที่แฟนผมพูดกับผม ในขณะที่ผมกำลังนั่งประกอบฝากระติกน้ำของลูกอยู่บนโซฟาชั้นล่างของบ้าน

"ทำไม่ได้อ่ะ" ผมพูดออกมาหลังจากเริ่มประกอบฝากระติกน้ำได้ไม่นาน

"ตุ๊กยังไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ตุ๊กพูดทำไม่ได้ก่อนแล้ว" แฟนผมพูดสวนขึ้นมา(จริงๆคือด่าแหละ) แต่ทำให้ผมรู้สึกฉงนมาซักพักนึง

_ใช่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย_

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในบางที หลายๆครั้งผมมักจะพลาดโอกาสจากคำพูดของตัวผมอีกคนนึงในจิตใจผม ทำให้ผมรู้สึกทำนู่นนี่นั่นไม่ได้ คนที่ผมแพ้คือตัวผมเอง

_พอมาย้อนระลึกมันมีเรื่องนึงที่ผมภูมิใจในตัวเองมากๆ_

ข่วงเรียนมหาลัยผมจำได้มันจะมีวิชานึงของคณะนิเทศศาสตร์ ที่มันเป็นเกี่ยวกับตัวเลข(เรียกว่าวิชาสแตรทมั้ยนะ ชื่อรหัสST อะไรซักอย่าง)ใช่ตัวเลขมันคือยาขมของผม ผมสอบตกได้Fโดยไม่ลังเล

ช่วงปีหนึ่งเกรดผมเหี้ยมาก รวมๆแล้วเกรด0กว่าๆ ผมมีชีวิตอยู่แบบเอื่อยๆ แต่พอใกล้ตายแล้วรู้สึกเหมือนศพกระตุก ในที่สุดผมก็ผ่านช่วงที่จะโดนซิ่วตอนปี1มาได้

ทีนี้มันมีวิชาเจ้ากรรมคือไอ้วิชาสแตรทนี่แหละ ที่ผมยังไม่ได้แก้F

สุดท้ายปัญหามันมีไว้แก้ไข ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมกลับมาเรียนวิชาสแตรท นี้อีกครั้งโดยมีเป้าหมายแค่ให้มันผ่าน

ช่วงนั้นผมตั้งใจอ่านหนังสือทำแบบฝึกหัดมาก

จนมีอยู่วันนึงช่วงสอบกลางภาคอาจารย์ประกาศคะแนนสอบว่าผมได้คะแนนเกือบเต็ม วินาทีนั้นสายตาของผู้คนที่มองผมเปลี่ยนไปทันที

(กูก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน😂)...ผมคิดในใจ

ช่วงนั้นมีคนมาให้ผมสอนเยอะมาก แต่ผมสอนไม่ถูก สอนคนอื่นไม่เป็นด้วย(ใจผมยังคิดว่าฟลุ๊กด้วยซ้ำ)

สุดท้ายผมจบวิชานี้ด้วยคะแนน B+

ไอสัส มาหว่ะ

เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง(แต่เป็นความพยายามและผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากการหนีตายนะ)

สุดท้ายผมเชื่อว่าคนเราจะรวยจนจะมั่งมี ความภาคภูมิใจในตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ

หากเราเติบใหญ่จากภายในที่มองเห็นคุณค่าของผู้อื่นและมองเห็นคุณค่าตัวเอง โดยไม่ทะนงตน

เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งร้องไห้บนวัตถุอะไรซักอย่างที่คนอุปโลกให้มันมีคุณค่าขึ้นมา

...วันนี้ขอลองเปลี่ยนแนว...

T.tukjedsadatik

#ภาคภูมิใจอย่างบ้าคลั่ง

#siamstr

สาระมาที หล่อจัดเลย

สาระความรู้ดี ๆ วันนี้

มีรถ 3 คันวิ่งตามกันมา

คันเป็ดเลี้ยวซ้าย

คันไก่เลี้ยวขวา

คันไข่เลี้ยวจ๊วง

#siamstr