Avatar
Johnny Jun
ad41274a39402b2a70314ca66d75ce8749c70aa42c592575a96c85ef1897ebe1
Bitcoiner Ⓑ Doctor 🧑‍⚕️🇹🇭 Digital Health 🥸🇬🇧 Novice Reader 📚📖

Gm #siamstr !

ทำงานกันอีกแค่วันเดียว ก็จะได้พักผ่อนแล้ว ขอให้ทุกท่านมีวันที่ดี ครับ

Gm #siamstr

เมื่อวานผมถามเพื่อนว่าอยากทำอะไรถ้าไม่สนใจเรื่องเงิน ได้เรียนรู้จากเพื่อนๆหลายคนในทุ่งม่วง ว่าความฝันที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่า ไม่จำเป็นต้องฝันถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่โดดเด่นอยู่ในสปอตไลต์เลย ความฝันที่ยิ่งใหญ่คือการตั้งใจสร้างคุณค่าให้ชุมชนและสังคม แบบที่เพื่อนๆหลายคนตอบจริงๆ

ผมเคยได้อ่านหนังสือชื่อ Ego is the enemy เมื่อหลายเดือนก่อน และลองคิดตามข้อนึงในการลดอีโก้ตัวเอง นั่นคือการตั้งเป้าหมายโดยคำนึงถึงคุณค่าที่เราจะสร้างให้สังคม มากกว่าเป้าหมายที่มุ่งเป้าเพียงแค่ ฉันจะเป็นอะไร หรือฉันอยากถูกมองเป็นอะไร ผมลองทำตามก็พบว่าช่วยได้มากจริงๆ

ลดการเปรียบเทียบ“หัวโขน”ตัวเอง กับ“หัวโขน” คนอื่น ลดการเปรียบเทียบว่าใครได้รับคำเยินยอจากสังคมมากกว่ากัน ทำให้ใช้ชีวิตได้มีความสุขและสบายใจขึ้นมากๆ :)

แต่คงเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่มีหลุดมีคิดกันบ้าง แต่การดึงตัวเองกลับไปโฟกัสที่ เราจะทำคุณค่าอะไรให้สังคมได้บ้าง มันทำให้เราไม่หลงทางและมีความสุขมากขึ้นจริงๆ

ขอให้ชาวทุ่งม่วง #siamstr มีวันที่ดีครับ

Replying to Avatar iPongphan ⚡️

จริงๆคำถามของผมคืออยากจะรู้ว่าคุณอยากจะเป็นหมอจริงๆมั้ยน่ะครับ แพทย์น่าจะเป็นวีชาชีพที่เรานำความรู้ความเชี่ยวชาญมาดูแลผู้อื่นและตัวเองได้อย่างสบายเลย ในส่วนเรื่องคิดงานเขียนและงานช่างฝีมือก็เหมือนเป็นงานอดิเรกที่ตนเองหลงใหลแล้วอยากอยู่ร่วมและสร้างผลงานออกมา

ผมคิดว่าที่คุณถามมา คุณมีคุณค่าในตนเองมากเลยนะครับ

คำถามที่ถามว่าควรมีบิตคอยน์เท่าไหร่?

คำตอบที่คุณมีอยู่ในใจนั่นแหล่ะเหมาะสมกับคุณที่สุด

ขอให้คุณค่าในตัวคุณของการเป็นแพทย์ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์

ขอให้งานเขียนจากความคิดทำให้คุณมีแรงใจและสร้างแรงกายต่อไป

ขอให้งานฝีมือที่คุณค่อยสร้างนั้นสำเร็จตามที่คาดหวัง

ทำได้เท่าไหร่แบ่งบางส่วนเหลือเก็บ มีเท่าไหร่มันก็อาจจะไม่พอในวันที่จำเป็นต้องใช้ หรือคงเหลือไว้โดยอาจจะไม่ได้ใช้มันครับ

Tick Tock next Block. Timechain don’t stop.

ทุกๆสิบนาทีจะเกิดบล็อคใหม่พร้อมรางวัล และเช่นเดียวกัน เราสามารถสร้างรางวัลให้กับตนเองได้ทุกเสี้ยววินาทีครับ ☺️

ขอบคุณมากๆเลยครับ

Your reply makes my day! And I wish you all the best too!

GE #siamstr

เกิดจากคุณ @iPongphan ถามคำถามนีั เกี่ยวกับ ”การดูแลสุขภาพวัยเกษียณ“

ผมเลยขออนุญาตแชร์คำตอบธรรมดาๆกว่างๆขอผม แต่อยากรับฟังความเห็นเพื่อนๆชาว #siamstr ด้วยครับ :) nostr:note1fr9404ewet4a043xfsaaw5clqc0d09ylaytcu37ylwl5hrf5dqvsv8fns2

ที่จริงคือผมก็เพิ่งเคยมาต่างประเทศแบบมาอยู่จริงๆ ครั้งแรกครับ และเพิ่งมาได้ 3 เดือน ยังไม่ค่อยทราบอะไรเท่าไหร่

แต่ถ้าจากคำถาม ไม่แน่ใจว่าหมายถึง พวกเราชาว #bitcoiner จะวางแผนเกษียณยังไงดี ประมาณนี้ใช่ไหมครับ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดผมว่า ก็เหมือนคนทั่วๆไปครับ แบ่งเป็น สร้างเสริมสุขภาพ กับรักษาอาการเจ็บป่วจ

1. ประเด็นสร้างเสริมสุขภาพ ผมคิดว่าก็มีหลายแนวทางที่ก็ยัง controversial อยู่ปัจจุบัน แต่ก้มีปัจจัยที่แน่นอนว่าควรหลีกเลี่ยง เช่น processed food, น้ำตาล, อดนอน, สูบบุหรี่, ดื่มเหล้า และอื่นๆ และก็สิ่งที่ควรทำออกกำลังกายอะไนต่างๆ ที่น่าจะพอทราบกันอยู่แล้ว

2. การรักษาอาการเจ็บป่วย ประเด็นนี้ผมคิดว่าน่าสนใจ และน่าถกเถียงกันสำหรับชาว #siamstr เพราะประเด็นนี้มันน่าจะมีประเด็นเกี่ยวกับการเงิน และอำนาจรัฐเข้รมาเกี่ยวข้องเยอะ ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้มีความรู้ด้านเพียงพอที่จะสรุปออกมาได้ แต่พอจะได้อ่านและศึกษาเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพมาบ้าง ยกตัวอย่างเช่น

2.1 ไทยกับอังกฤษ(ที่ผมอยู่ตอนนี้) ระบบก็จะเป็นคล้ายๆกัน คือ Universal Coverage ให้ประชาชนทุกคน

2.2 หลายๆประเทศ ถ้าผมจำไม่ผิดก็เช่น สิงคโปร์ ก็จะเป็นระบบ co-pay รัฐมีระบบช่วยจ่าย โดยมีระบบการคำนวนส่วนที่ต้องจ่ายหลากหลายแบบมากแล้วแต่ประเทศ และมีสัดส่วนที่รัฐจะออกช่วยหลากหลายมากเช่นกัน เช่น ตามฐานรายได้ ตามโรค เป็นต้น (ที่จริงของไทยก็มี ประกันสังคม ที่ผมมองว่าคล้ายๆกลุ่มนี้)

2.3 อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า รัฐควบคุมน้อยที่สุดปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดได้หรือเปล่า เช่น อเมริกา ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงินซื้อประกันสุขภาพเองทั้งหมด เป็นหน้าที่ของประชาชนเองที่ต้องบริหารจัดการ

ผมมองว่า 2.1 - 2.3 นั้นเรียงตามระดับจาก centralize ไปสู่ decentralized ครับ นอกจากเรื่องเงินแล้ว รูปแบบการบริหารจัดการระบบสาสุขก็มีส่วนกับจุดนี้ ชี้ให้เห็นง่ายๆ เช่น รพ ในไทย เป็นของ รัฐบาลแทบทั้งหมด แต่ รพ ในอเมริกา ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชน (ทั้งแสวงและไม่แสวงผลกำไร)

ทีนี้ถ้าจะให้ relate กับการเก็บออมในบิตคอย ผมคิดว่าก็คงแล้วแต่ระบบสุขภาพและระบบประกันสุขภาพของแต่ละประเทศ เช่นถ้าอยู่ไทย และไม่อะไรมาก เรามี universal coverage (30บาท) อยู่แล้ว ถ้าไม่เจ๊งไปซะก่อน อาจจะเป็นโชคดีของเราที่ไม่ตัองเก็บออมในส่วนนี้เผื่อไว้มากนัก (แม้จะชอบหรือไม่ชอบระบบนี้ก็ตาม แต่เราก็มีสิทธิ์ใช้) หรือที่อังกฤษที่มี NHS ดูแลก็เช่นกัน แต่ถ้าอยู่ประเทศอื่น เช่น อเมริกา อาจจะต้องเก็บเผื่อในจุดนี้อีกมากๆหน่อยเลยครับ

ไม่แน่ใจว่าตอบตรงประเด็นไหมครับ 🙏

ถ้ามีขัอมูลตรงไหนที่ผมผิดพลาด รบกวนเพื่อนๆแชร์กันได้เลยนะครับ #siamstr

I had a dilemma in my mind a year ago about doing dca on sats or spending for other aspects of life.

Me1: I wanted stack as many sats as I can. And “now” is the best time I can do. I meant every “now”. I usually did dca weekly for years. But if I want to follow Me2. I had to stop dca.

Me2: I wanted to explore the world by studying abroad (I am Thai). So I could get experiences in different cultures and also a degree for my career path.

Both of them need a lot of money. At the end of the day, I chose studying abroad. So I had to stop dca. And now, my financial situation is stable and enough to spend for the study and cost of living here in London. That’s why I’m now thinking about starting dca again or maybe wait for some dip which might be a mid-cycle dip. But who knows if the dip will happen or not. Ahhh such a hard choice to choose lol #siamstr #bitcoin #btc

GM #siamstr #siamesebitcoiner

วันนี้มีคำถามคลาสสิคอยากถามทุกท่านครับ 2 คำถามครับ

1. "ต้องมี #bitcoin สักเท่าไหร่ดี ถึงจะเพียงพอต่อการเกษียณ"

-> ผมนิยามคำว่าเกษียณของผมเองไว้ว่า ผมยังทำงานอยู่ แต่งานที่ทำไม่ได้ต้องคาดหวังผลตอบแทนมาก ขอแค่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำวันให้เงินเก็บ(BTC) ไม่ร่อยหรอมากจนเกินไป นั่นแปลว่าคำว่าเกษียณของผมก็คือ มีบ้านให้ซุกหัวนอน มีเงินไปเที่ยวได้บ้างปีละครั้งสองครั้ง มีเงินสำรองฉุกเฉินยาวจำเป็นถ้าหากว่าตกงาน และเงินสำรองทั้งหมดที่เก็บไว้ สามารถต่อสู้กับเงินเฟ้อได้จนถึงวันตาย (ตอนนี้ผมอายุ30) ถ้าทำได้ตามนี้ผมถือว่าผมเกษียณ ระดับ 1 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันจะส่งผลไปถึงข้อ 2 นั่นคือ ผมจะสามารถทำอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากทำ ! -> ส่วนตัวผมยังคิดว่าอาจจะต้องมีสัก 5-10 BTC

2. "ถ้าไม่ต้องสนใจเรื่องเงินทอง คุณอยากจะทำอะไรในชีวิต"

-> สำหรับผมแล้ว ณ ปัจจุบัน ผมอยากเป็นอยู่ 2 อย่างครับ

1. ผมอยากเป็นนักเขียน เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่ผมคิดฟุ้งซ่านในแต่ละช่วงเวลา แล้วรวบรวม article ต่างๆ จัดหมวดหมู่นานวันไปสามารถเอามาร้อยเรียงใหม่แล้วตีโจทย์ออกมาเป็นเล่มได้

ผมมีความสุขกับการสาดความคิด กรั่นกรองไปด้วยพิมพ์ไปด้วย ช่วงเวลาที่ผมได้พิมพ์ไม่ว่าจะเป็น social media post หรือ พิมพ์คุยกับเพื่อนที่รู้ใจ มักจะเป็นช่วงที่ผมได้ตกผลึกความคิดต่างๆที่ลอยผ่านมาแล้วก็ผ่านไปวนเวียนอยู่ในหัวจนนอนไม่หลับออกมาเป็นข้อสรุปและเชื่อมโยงแต่ละความคิดเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นผมยังสนุกกับการพรรณนาด้วยการเปรียบเทียบ และเรียบเรียงบทความผ่านเนื้อหาบทเพลง มันรู้สึกเหมือนผมได้หลุดออกไปอีกโลก ที่การเวลาไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป

2. ผมอยากเป็นช่างสำหรับสิ่งของขนาดกลางครับ ช่วงเวลาที่ได้หยิบจับ ประกอบ ขัดแต่ง ขัดเงา มือเปื้อนฝุ่นในสิ่งของขนาดกลางเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ไม้ มันเป็นอีกช่วงเวลาที่ผมสามารถทำได้เป็นวันๆ โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย มีเพียงความรู้สึกร้อนในบ้างครั้งที่ต้องเอาไปทำอยู่ที่จอดรถ ฮ่าๆ

เพื่อนๆพี่ๆ ชาว #siamstr อยากทำอะไรกันบ้างครับ

Gm #siamstr

วันนี้ไปเจอโพสต์เกี่ยวกับ ต้นทุนของการอวดรวย ว่าเราต้องเสียอะไรไปบ้างเพื่ออวดรวย พออ่านแล้วผมนึงขึ้นได้ว่า 2 สิ่งที่ทำให้ผมหลุดพ้นจากการใช้สิ่งของบ่งบอกฐานะคือ

1. การรู้จัก Bitcoin ซึ่งทำให้ผมเข้าใจ Money และ Store of Wealth

2. การมาเจอสังคมที่อังกฤษ ที่ไม่เห็นใครจะสนใจ ของแบรนด์ของแพงกันเลย นอกจากนักเรียนจากฝั่งเอเชียกันเอง

Replying to Avatar Jakk Goodday

## ใจแพ้ตัว ตัวแพ้ใจ

เมื่อ 'ตัว' กับ 'ใจ' หากันจนเจอ เราจะพบกับ "ความสุข"

'ความสุขที่พอดี' มันก็เหมือนกับคลื่นเพลงวิทยุที่เราชอบและอยากฟัง คุณต้องหมุนคลื่นให้พอดีกับความถี่ที่ชัดที่สุด เพลงที่คุณอยากฟัง รายการโปรดที่คุณชื่นชอบ จะคมชัดและไพเราะที่สุด ณ คลื่นความถี่หนึ่งเท่านั้น..

หมุนเลยไปทางซ้าย หมุนเตลิดไปทางขวา มากหรือน้อยเกินไปมันก็เกินจุดพอดี.. ความสุขที่พอดีจึงมีคลื่นความถี่ที่ชัดเจนและแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน

หลายคนเกิดไม่ทันวิทยุทรานซิสเตอร์อาจไม่ค่อยเข้าใจความหมายดังกล่าว..

ผมนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งนับตั้งแต่เช้า เพื่อพบว่า.. ทำเท่าไหร่งานก็ไม่ยอมหมดเสียที ชีวิต 'หนูถีบจักร' ที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมา

หากความสุขของผมคือ ว่าว ด้ายในมือก็กำลังถูกปล่อยให้ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ

อย่าว่าแต่ GM Notes เลย..

แค่เวลาจะเปิดเข้ามาเดินเล่นในทุ่งม่วงผมก็แทบจะไม่มี..

แต่ผมคิดว่า.. ผมไม่ใช่คนเดียวที่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองออกจากระบบเฟียต การออกมาบ่นในเรื่องที่ใครๆ ต่างก็กำลังเจ็บปวด อาจเป็นการแผ่พลังลบส่งผลทำให้ทุ่งม่วงนี้มัวหมอง

อย่ากระนั้นเลย.. ทุก ๆ ครั้งเมื่อผมรู้สึกพ่ายแพ้ เหนื่อยหน่าย หรือท้อแท้กับการใช้ชีวิต ผมจะนึกถึงเนื้อร้องที่ว่า..

“ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่.. เพียงตัวและจิตใจ

เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาล”

มันเป็นคาถาชั้นดีที่ทำให้เรารู้สึกปล่อยวางและมีความสุขกับชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องพยายามไปคิดอะไรมาก ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการค้นหาตัวตนตลอดจนเป้าหมายบางอย่างของมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราๆ

ชีวิตเล็กๆ ของมนุษย์ แต่มักคิดเรื่องราวใหญ่โตอยู่เสมอ และแทบจะเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ที่เรามักผิดหวังหรือพ่ายแพ้ทางความรู้สึก

เนื้อหาใน “ทะเลใจ” ชี้ทางให้ผมระลึกถึง "การปรับสมดุลในการใช้ชีวิต" ด้วยการประนีประนอมอารมณ์ของโลกแห่งความฝัน (ใจ) ให้เข้ากับสภาพของความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ (ตัว)

เมื่อครั้งวัยหนุ่มสาว.. ความตั้งใจของมนุษย์มักต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ให้เข้าสู่สังคมอุดมคติ

แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น.. ความตั้งใจเหล่านั้นกลับค่อยๆ หดหายลดทอนไปพร้อมๆ กับกำลังวังชาตามวัย

หากแต่สิ่งที่ได้มาจากบาดแผลที่เจ็บปวด คือ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยเฉพาะ "เป็นมิตรกับตัวเอง" เลิกทะเลาะกับตนเองให้ได้เสียที รวมไปถึงรื่นรมย์ไปกับโลกความเป็นจริง

ผมเดินทางมาถึง "วัยกลางคน" ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต เราผ่าน "วัยแห่งความฝัน" มาแล้ว ซึ่งไม่เคยไปถึงจุดหมายอะไรเลย

วันนี้เราต้องอยู่กับ "ตัว" อยู่กับความต้องการทางด้านวัตถุ ความต้องการทางด้านสังคม ความคาดหวังของครอบครัว ที่ทำงาน ฯลฯ ซึ่งอาจแตกต่างกับความต้องการทางด้านจิตใจที่แท้จริง หรือก็คือ "ใจ"

เราทำตามความต้องการภายนอก (ตัว) จนบางครั้งเราอาจลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้ว เรานั้นต้องการสิ่งใด (ใจ) ดังท่อนที่ว่า..

"ตัวเป็นของเรา ใจของใคร"

หลายคนยังฝืนทำ ฝืนดำเนินชีวิตในหลายๆ อย่าง เพียงเพราะแคร์ปัจจัยภายนอกมากกว่าใจตัวเอง เปรียบได้กับวรรค "ใจแพ้ตัว"

ท่ามกลางกิเลสจากภายนอก สิ่งเย้ายวนต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา เราอาจจะหลงไหลไปติดกับมัน ซึ่งเป็นความต้องการทางกายและทำให้เราเกิดทุกข์มากยิ่งขึ้น เราจะเพ้อฝันถึงความต้องการภายนอกจนแทบไม่มีจุดสิ้นสุด

แต่ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน มีทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจทำให้สำเร็จได้ไปทุกเรื่อง สักวันเราจะพบกับความผิดพลาด ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เหมือนนกที่ล่องลอยไปตามนภา ไล่ตามความต้องการที่ไม่เคยมีวันสิ้นสุด ในวันที่เราอับโชค หมดเรี่ยวแรง นกน้อยจะร่วงลงสู่ "ทะเลของใจ" ใจที่ไม่ใช่ของเรา ใจ ที่มาจากภายนอกซึ่งกว้างใหญ่ดุจดั่งทะเล..

เราวิ่งหาแต่จุดหมายภายนอก แต่ความต้องการภายในใจจริง ๆ เรากลับไม่เจอ เฝ้าพร่ำเพ้อถึง "ความต้องการภายนอก" ของตัวเอง สุดท้ายเราก็พบตัวเองที่ตั้งคำถามว่า.. "เราเกิดมาทำไม?"

"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข.."

แค่หมุนหาคลื่นที่ "ภายนอก" กับ "ภายใน" จะเจอจุดนัดพบที่ลงตัว

แต่นั่นก็หมายความว่า.. เราได้ "หาหัวใจของตัวเอง" จนเจอแล้ว เรารู้ว่า "ความสุขที่พอดี" ของเราแห่งหนไหน ปรับชีวิตของเราให้เข้าสู่จุดสมดุลย์

ผมอาจเบื่อหน่ายกับหน้าที่การงานที่ซ้ำวนไปในแต่ละวัน แต่ผมก็รู้ว่าปรารถนาของตัวเองคืออะไร

ผมปรับจูนทั้งสองสิ่งเพื่อหาจุดเชื่อมที่จะให้พลังบวกในแต่ละวัน แม้จะยากในช่วงต้น แต่เพียงแค่ลดอัตตาของตัวเองลง ปล่อยวางบางอย่างและผ่อนคลายตัวเอง คลื่นความถี่ที่พอดีนั้นก็หาได้ไม่ยาก..

---

มันก็แค่ผมได้พักเที่ยง เหน็บหูฟังเพื่อตัดเสียงจอแจจากภายนอก พลางละเมียดเนื้อไก่ของตัวเองลงท้อง บทเพลง "ทะเลใจ" ที่อยู่ในลิสต์มันดังขึ้นมาผ่านโสตประสาทของผมพอดี

จุดที่ผมมีสมาธิในการทานมื้อเที่ยงที่สุดนั้น.. คือจุดที่ผมรับสาส์นและความหมายจากเนื้อเพลง ทำความเข้าใจกับมันได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งต่าง ๆ สะท้อนขึ้นมาจนผมรู้สึกคันมือกับเวลา 30 นาทีที่ผมเหลืออยู่ ก่อนต้องรีบกลับไปทำงาน

ผมเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยชอบตัดผม ทำไมผมไม่ยอมโกนหนวด ไม่ล้างหน้าด้วยโฟมแพง ๆ ไม่ประแป้งแต่งผม และอีกหลายเรื่องที่ดูขัดตาคนทั่วไป

แม้นคนรอบกายจะพยายามบอกกับผมว่า.. ผมควรจะดูแลภาพพจน์ให้สมกับบทบาทที่กำลังรับผิดชอบ ผมควรจะให้เกียรติเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง..

กฟ้เพราะผมให้เกียรติคน..

ผมจึงไม่โผล่หน้าออกสื่อที่ไหนเลยตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงทุ่งม่วง ผมไม่อยากให้ อ.พิริยะ ต้องมาคอยนั่งอธิบายกับใครว่าทำไมถึงเลือก "กุ๊ย" มาเป็นผู้ก่อตั้งร่วม..

ผมไม่อยากให้เมียอายเพื่อนที่มีสามีไม่ชอบอาบน้ำ..

ผมแค่รู้ว่า "ตัว" กับ "ใจ" ของผมอยู่ที่คลื่นความถี่ไหน

ผมเจอ "หัวใจ" ของตัวเองมาตั้งนานแล้ว...

หัวใจของพวกคุณอยู่ที่ไหน..

ลองมาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับ

#Siamstr #SiamstrOG

ประทับใจมากๆ อ่านจบขนลุกเลยครับ

บทความสั้นๆนี้เยียวยาและปลอบประโลมผมในช่วงที่ชีวิตกำลังเจอแต่เรื่องสาหัสสากันมรสุมชีวิต ได้เป็นอย่างดี

ผมกำลังหลงทาง พลั้งมือหมุนวิทยุทรานซิสเตอร์ไปซ้ายสุดบ้าง ขวาสุดบ้าง หวังเพียงให้ความสุดโต่งมันช่วยแก้ปัญหา เบื่อคลื่นเพลงคลาสสิคก็คิดว่าต้องหาคลื่นที่มีแต่เพลงแร้พ เบื่อเพลงแร้พ ก็คิดแต่จะหาคลื่นที่ไม่มีแม้แต่เสียงบีตของกลอง จนลืมคำว่า “สมดุล” “เป็นมิตรกับตัวเอง” ไปเสียสนิท ลืมไปว่าชีวิตไม่ใช่ขาวดำ ทำไมไม่หาคลื่นตรงกลางที่มีทุกอย่างพอดีๆ

ขอบคุณที่เขียนโพสต์นี้ขึ้นมา จริงๆ ครับ