Avatar
TonAnaii
fb9814d6a43a9cd400345d53098a47df0b2f2bf632f765862300afd4eece041d
#อ่านะ

เมื่อคืนโทรคุยกับแม่ ไม่เคยเบื่อที่จะต้องพูดไปถึงเรื่องของบิตคอยน์ (ในมิติของการลงทุนเพื่ออนาคต) ให้แม่ฟังเลย ฉ่ำ ๆ 2 ชม.

- เตือนสติจากราคาทองคำที่กำลังทำ all time high

- ความจริงของอสังหาฯ ที่ดินที่มีราคาเกินเอื้อมในปัจจุบันจากการใช้งานผิดวัตถุประสงค์

- ความระยำของตลาดหุ้นไทยจากอินดิเคเตอร์ชั้นดีที่เราเรียกว่ากองทุนประกันสังคม

- ตอบคำถามว่าทองคำจับต้องได้ บิตคอยน์จับต้องไม่ได้ถือทองคำไม่ดีกว่าเหรอ? ด้วยการยกตัวอย่างบิตคอยน์เทียบกับตัวเลขเงินลอย ๆ ในบัญชีธนาคารที่แม่ใช้ในการ F ของออนไลน์

- เล่าเรื่องเงินเฟ้อ ผลลัพธ์จากการผลิตเงินของรัฐน่ากลัวแค่ไหน ทำร้ายใครบ้าง

- เล่าเรื่องสิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างที่ดินกับบิตคอยน์ ที่จะมีมูลค่ามากขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัดตราบใดที่รัฐยังไม่หยุดที่จะพิมพ์เงิน

- ปิดท้ายด้วยคำเตือนว่า ห้ามบอกกับใครว่าเรามีอะไรอยู่เท่าไหร่ ใครจะอวดรวยยังไงหรือจะดูถูกเรายังไงปล่อยเขาไป, อย่ากาหน้าผากของตัวเองให้เป็นเป้า

จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องเลยที่คุยกัน แต่แบตมือถือของแม่ดันใกล้จะหมดเลยต้องวางสายไปก่อน ฮ่า ๆ ๆ

ขอให้เป็นวันที่ดี :) #Siamstr

Replying to Avatar Right Shift

ถอดเทป! #BitcoinTalk 179 How to NOT be poor [ทำไงให้ไม่จน?]

.

วิดีโอความยาว 2 ชั่วโมงนี้ จะชวนให้คุณ “เริ่ม” ตั้งคำถามกับระบบการเงินที่กำลังสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกเรา

.

ที่มาของความลำบากยากจนสุดในยุคอภิมหาความเหลื่อมล้ำที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แค่เพราะพฤติกรรมการใช้เงินห่วยๆ ของประชาชน

.

แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้เงินของรัฐบาลหรือชนชั้นปกครองที่ผลักค่าครองชีพให้สูงขึ้นจนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชนชั้นกลางและชนชั้นรากหญ้า

.

โดยจะขอนำเสนอผ่านการทำความเข้าใจ “ระบบเงินเฟียต” หรือเงินตราที่ออกออกโดยรัฐบาล

.

โดยเริ่มจากสิ่งที่เราทำได้เองไปจนถึง เรื่องที่แม้จะอยู่เหนือการควบคุมของเราแต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะหนีจากมัน ถ้าพร้อมแล้ว…เชิญครับ

.

** คำเตือน : ไม่ใช่คำแนะนำและชักชวนในการลงทุน **

.

-----------------------------------------------

Chapter 1 : “การบริหารการเงินส่วนบุคคล (ฉบับรวบรัด)”

.

เริ่มวางแผนหลุดพ้นจากความยากจนในเรื่องที่เราพอทำได้กัน

-----------------------------------------------

.

เรามาทำความเข้าใจคำว่า “สภาพคล่อง (Liquidity)” และ “ความมั่งคั่ง (Wealth)”

.

พื้นฐานแรกในการเริ่มเก็บสะสมความมั่งคั่ง นั่นคือ เราจะต้องเป็นคนที่มีสภาพคล่องที่สุขภาพดีก่อน หรือก็คือ “ใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้”

.

หากไม่พอใช้ก็ต้องหาเพิ่มจนเหลือเก็บ และเก็บสำรองให้มากพอสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “พื้นฐานการออม” ที่หลายคนพอจะรู้กันอยู่แล้ว

.

แต่สิ่งที่คุณต้องรู้เพิ่มคือ “เราไม่ควรมีสภาพคล่องที่เป็นเงินเฟียต (เงินตรารัฐบาล) ในจำนวนที่มากจนเกินไป”

.

เงินเหล่านี้เสื่อมค่าลงตลอดเวลา คุณไม่ควรถือมัน “มากเกิน” ที่จะทำให้คุณเสียโอกาสในการรักษาความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย

.

และคุณจะไม่ควรถือมัน “น้อยเกิน” ที่จะทำให้คุณจะต้องขายสินทรัพย์ที่คุณสะสมไว้เพื่อเติมสภาพคล่องในเวลาที่คุณเกิดขัดสนขึ้นมา

.

เราควรจะนำเงินส่วนเกินจากการออมเงินสำรองฉุกเฉิน ไปออมในสินทรัพย์ที่แข็งค่ามากกว่าเงินเฟียต เช่น ที่ดิน ทองคำ บิตคอยน์ หรือ สินทรัพย์อื่นๆ ที่คุณศึกษามันจนมั่นใจ

.

ใช่แล้วครับวิธีที่จะไม่จนฉบับรวบรัดนี้ ควรจะเป็นพื้นฐานการเงินที่ควรบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษาเบื้องต้น

.

มันคือ “พื้นฐานการออม” นั่นเอง โดยเฉพาะ “การออมในสินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่า”

.

ซึ่งคุณเข้าใจถึงตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ในช่วงต่อไปจะทำให้คุณเข้าใจว่า “ทำไมเหล่าชนชั้นปกครองถึงไม่อยากให้ประชาชนของเขารู้เรื่องเหล่านี้?”

.

-----------------------------------------------

Chapter 2 : “ระบบเงินเฟียต (ฉบับรวบรัด)”

.

รากเหง้าของความเหลื่อมล้ำและการผ่องถ่ายความมั่งคั่งจากคนชนชั้นรากหญ้าสู่ชนชั้นปกครอง

-----------------------------------------------

.

ย้อนกลับไปอดีตที่เราใช้ทองคำเป็นเงิน เนื่องจากทองคำนั้นมีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดีครบถ้วน 3 ประการ

.

นั่นคือ การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of Exchange), การเป็นหน่วยวัดทางบัญชี (Unit of Account) และ การเป็นเครื่องเก็บรักษามูลค่า (Store of Value)

.

และสิ่งที่ทำให้ทองคำเป็น “เงินที่แข็งแกร่งที่สุด” ตราบเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก คือความสามารถในการเก็บรักษามูลค่า

.

และหัวใจสำคัญของการเก็บรักษามูลค่าก็คือ “ความหายาก” และ “อัตราการผลิตที่คงที่คาดเดาได้”

.

ทองคำมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 1-2% ต่อปี อุปทานที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ได้ ทำให้ทองคำสามารถรักษามูลค่าข้ามผ่านกาลเวลาได้

.

ตามคำกล่าวของคนเฒ่าคนแก่ "เงินที่มีค่าคือทองคำ และหากประเทศใดต้องการผลิตเงินของตัวเองก็จำเป็นจะต้องใช้ทองคำค้ำประกันค่าของเงินนั้น"

.

แต่หายนะมันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ชนชั้นปกครองใช้ข้ออ้างในการทำศึกสงครามในการแอบผลิตเงินที่ไม่มีทองคำค้ำประกัน

.

มีปริมาณเงินในระบบมากกว่าทองคำที่มีในคลัง ทำให้เงินที่ไม่ได้ถูกค้ำด้วยทองคำเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว

.

จนในที่สุดประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ได้ตัดสินใจชักดาบทั้งโลกด้วยการยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำเพื่อหนีความผิดในการแอบผลิตเงินในปี ค.ศ. 1971

.

นับตั้งแต่นั้นมา ประเทศมหาอำนาจและเหล่าชนชั้นปกครองเหล่านี้ก็สามารถผลิตเงินเพิ่มได้อย่างง่ายดายดั่งใจนึก

.

และสกุลเงินที่ถูกผลิตได้อย่างง่ายดายนี้ กลายเป็นเงินสกุลเงินหลักของโลกที่คอยค้ำประกันสกุลเงินในประเทศที่อยู่ใต้อาณัติในเวลาต่อมา

.

ปริมาณเงินตรารัฐบาลที่เป็นเงินสกุลหลักของโลกสูญเสียมูลค่าในการจับจ่ายใช้สอยลงไปมากกว่า 99%

.

และมูลค่าของค่าเงินที่ถูกค้ำด้วยสกุลเงินหลักเหล่านี้ก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันนัก

.

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ที่เคยราคา 25 บาท ก็มีราคา 50-60 บาท มันช่างย้อนแย้งกับตัวเลขเงินเฟ้อ 2-3% ที่รัฐบาลประกาศเหลือเกิน

.

“ความสามารถในการเก็บออม” คือ สิ่งที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการ มันทำให้เราสามารถวางแผนอนาคตและกล้าที่จะมองการไกล

.

แต่บัดนี้ มนุษย์ได้เสียความสามารถนี้ไปแล้ว จากการถูกบังคับให้ใช้เงินที่เสื่อมค่าลงตลอดเวลา

.

มีคนบางกลุ่มที่รับรู้และพยายามจะเอาชนะเงินที่เสื่อมค่านี้ด้วยการนำเงินที่มีอยู่ไป “ลงทุน” ในสิ่งที่สร้างผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราการเสื่อมค่าของเงิน

.

และกว่า 95% ของคนที่กระโดดเข้าสู่โลกการลงทุน “เจ๊งยับ”

.

ในขณะที่คนส่วนใหญ่อย่างเรากระเสือกกระสนทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็มีกลุ่มคนไม่กี่กลุ่มที่ทำตัวเป็นปลิงตัวโตค่อยสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรา

.

คนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มนายทุน (Capitalist) อย่างที่สื่อกระแสหลักประโคมข่าวให้เป็นแพะรับบาป แต่เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการผลิตเงิน (Cantillonaires)

.

ความสามารถในการผลิตเงินนี้ส่งกลิ่นยั่วยวนเหล่าผู้มีอำนาจน้อยใหญ่ให้เข้ามาเลียแข้งเลียขาผู้ผลิตเงินเพื่อให้พอได้รับเศษบุญกับเขาบ้าง

.

เกิดเป็นการรวมศูนย์อำนาจกลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ความสามารถในการบริหารไม่ได้ใหญ่ตามขนาด

.

หายนะระลอกแรก คือ การใช้จ่ายปริมาณมหาศาลของคนกลุ่มเล็กๆ นี้ ก็มากพอที่จะดันราคาข้าวของเครื่องใช้ในระบบเศรษฐกิจให้สูงขึ้น

.

แต่คนที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตเงิน อย่างชนชั้นรากหญ้านั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

.

เกิดเป็นหายนะระลอกที่สอง คือการที่ชนชั้นรากหญ้าต้องถูกบังคับให้นำเอาสินทรัพย์มาขายเพื่อเติมสภาพคล่อง ให้พอต่อลมหายใจในสภาวะค่าครองชีพที่สูงนี้

.

เช่น ชาวนาที่ต้องจำใจขายที่ดินให้นักการเมืองเพื่อที่จะเปิดรีสอร์ต หรือ ชาวสวนการนำที่ดินทำกินไปค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร

.

ชนชั้นรากหญ้าค่อยๆ คายสินทรัพย์ของตัวเอง ป้อนเข้าสู่เหล่าชนชั้นปกครองที่เสกเงินที่มากว้านซื้อได้อย่างง่ายดาย

.

หายนะเหล่านี้ค่อยๆ เผยตัวออกมาในรูปของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นในพลังทวี สิ่งที่ระบบเงินเฟียตสร้างไม่ใช่แค่ความเหลื่อมล้ำในระดับผู้คน

.

แต่ยังลามมาถึงความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจ หรือ การผูกขาดธุรกิจ

.

-----------------------------------------------

Chapter 3 : “บริษัทซอมบี้ (ฉบับรวบรัด)”

.

การผูกขาดในภาคธุรกิจจากการบ่มเพาะในระบบเฟียต

-----------------------------------------------

.

ธุรกิจเก่าแก่ในยุคบุกเบิกที่ต้องการจะรักษาความมั่งคั่งของตัวเอง ได้แทรกแซงรัฐบาลให้ออกกฎหมายที่เอื้อต่อตัวเองและกีดกันคู่แข่งหน้าใหม่

.

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “กำแพงภาษี” ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความมั่งคั่งจากเศรษฐีสู่ผู้ที่ขาดแคลน

.

แต่ในความเป็นจริง เหล่ามหาเศรษฐีและบริษัทจัดการภาษีทั้งหลาย ก็เสกให้ยอดภาษีที่เขาจะต้องเสียจริง น้อยกว่าค่าเช่าห้องของนักศึกษาปริญญาตรีเสียอีก

.

ธุรกิจเก่าแก่เหล่านี้ปักหลักขุดคลองน้ำขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง ส่วนรัฐบาลทำตัวเป็นจระเข้ในลองที่คอยเฝ้าไม่ให้ธุรกิจหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันได้

.

เกิดเป็นการผูกขาดในภาคธุรกิจและเกิดเป็น “บริษัทซอมบี้” ที่แม้จะไม่ได้สร้างผลกำไรทางธุรกิจ แต่ก็สามารถอยู่รอดได้เพราะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัฐบาล

.

กลับกัน ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตยังไม่ทันได้โตก็ต้องฝ่อตาย บริษัทขนาดเล็กนั้นง่ายต่อการหาประสบการณ์ของเด็กจบใหม่

.

แต่พอเด็กเหล่านี้เริ่มมีความรู้และประสบการณ์ขึ้นมานิดหน่อย ก็ย้ายไปทำงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เกิดเป็นวัฒธรรมในการย้ายงานในปัจจุบัน

.

พนักงานไม่มีความจงรักภักดีกับบริษัท แต่ต้องการที่จะยกระดับเงินเดือนของตัวเองให้ทันกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

.

บริษัทขนาดเล็กก็กลายเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กที่ปั้นเด็กจบใหม่ป้อนเข้าสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ และเสียโอกาสในการเติบโต

.

บริษัทขนาดเล็กก็ยิ่งเล็กลงไปอีกหรือไม่ก็ต้องปิดบริษัทไป ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่มาก่อนก็ใหญ่ขึ้นไปอีก

.

-----------------------------------------------

ทั้งหมดนี้ คือโลกที่ผิดเพี้ยนจาก "ระบบเงินเฟียต" ระบบการเงินที่อำนาจในการผลิตเงินอยู่ในมืองของคนไม่กี่คน

.

และแน่นอนที่เหล่าชนชั้นปกครองและลูกหาบทั้งหลายที่คอยทำตัวเป็นปลิงสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน คงไม่ยอมปล่อยอำนาจเหล่านี้ให้หลุดจากมือ

.

กลับกัน คนเหล่านี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อสั่งสมอำนาจของตัวเองและแกล้งทำตัวเป็นพ่อพระด้วยโครงการแห่งความยั่งยืนทั้งหลาย

.

โครงการเหล่านี้ไม่เคยแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือ "ระบบการเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าผู้มีอำนาจไม่กี่กลุ่ม"

.

มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาหัวว่า เราหากมีเงินที่แข็งแกร่ง เงินที่เก็บรักษามูลค่าได้ เงินที่ไม่ถูกควบคุมและแทรกแซงโดยเหล่าผู้มีอำนาจไม่ว่าใคร

.

...เราอาจจะได้เห็นโลกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็ได้นะ?

.

-----------------------------------------------

“Don’t trust, verify”

.

เนื้อหาในบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคลิป BitcoinTalk 179 How to NOT be poor และหนังสือ The Fiat Standard ที่อยากชี้ให้เห็นปัญหาสังคมที่สั่งสมมานาน ที่มีสาเหตุมาจาก “ระบบเงินเฟียต” หรือระบบเงินสร้างง่ายที่อำนาจการผลิตอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม

.

ผมไม่คาดหวังคุณจะให้คุณเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ก็หวังอย่างยิ่งว่ามันจะกระตุกจิตกระชากใจให้คุณเริ่มที่จะตั้งกับถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

.

ถ้าหากคุณเชื่อผม ก็ขอให้คุณศึกษามันต่อและตกตะกอนมันด้วยตัวคุณเอง แต่ก็เกิดคุณไม่เชื่อ ผมก็ขอให้คุณโชคดีครับ :)

.

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr

-----------------------------------------------

https://vt.tiktok.com/ZSFfnJxfV/

Playlist นี้ผมขอมอบ MVP ให้เลยครับ เข้าใจง่ายมาก

#เบิกเนตรระบบการเงินโลก #siamstr

Replying to Avatar Right Shift

Pre-Order Now

The Fiat Standard ฉบับแปลไทย

The Fiat Standard

พรีออร์เดอร์ด้วยเฟียต สั่งซื้อหนังสือได้ที่ >>

Se-ed : https://se-ed.com/s/drQ9

Shopee : https://shope.ee/8zhUx65NFk

Lazada : https://s.lazada.co.th/s.mDOXm?cc

The Fiat Standard พรีออเดอร์ด้วยไลท์นิ่งที่นี่

https://rightshift.to/product/the-fiat-standard-ฉบับแปลไทย-pre-order/

ปล. เว็บเราล่มแล้วครับ เข้ายากเข้าเย็น ต้องขออภัยทุกท่าน

#Siamstr

สะสมบิทคอยน์ เป็นปี...😁

จากการฟังพอร์ตแคส อ่านบทความ เล่นเกมส์

เพื่อรอเล่มนี้ออกเลยนะ😋

#siamstr

#thefiatstandard

nostr:nevent1qqsz265gaxxpchh93v49wpk7nalckjkg37hp7vmzafpkswr0ms7carspr9mhxue69uhhyetvv9ujuumwdae8gtnnda3kjctv9upzpn98aa2pmwpk39qnm96ufa4rte8vwwg45fvkcacyztvjsmnnyvtkqvzqqqqqqytmwzyc

Replying to Avatar Siamstr Update

🚀 ชวนมองอีกมุม! Bitcoin Halving มีอะไรมากกว่าแค่การผลิตลดลง

ความบังเอิญหรือความตั้งใจของผู้สร้าง Easter egg ที่ชวนให้ผู้คนค้นหา

.

หลายคนพอจะทราบว่า Bitcoin นั้นจะมีการ Halving เพื่อลดปริมาณการผลิตเหรียญลงครึ่งนึง

หากดูผ่านๆอาจจะเป็นการทำเพื่อไม่ให้เกิดเงินเฟ้อในระบบ

หรือไม่ก็เป็นแค่การทำงานของโปรแกรมที่ผู้สร้างเขียนเอาไว้

.

🚨 แต่มันมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านั้น

Bitcoin ลดจำนวนการผลิตลง เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ในระบบของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน มันกลับสะท้อนภาพเงินเฟ้อของเศรษฐกิจโลกออกมาให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

.

1️⃣ ย้อนกลับไปยัง Bitcoin Halving ครั้งแรก

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2012 (พ.ศ. 2555)

ในปีนั้นทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ จากปัญหาหนี้สาธารณะของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะ "วิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรป"

.

มีการอัดฉีดปริมาณเงินมหาศาลเข้าระบบจากนานาประเทศ

สหรัฐอเมริกามีเงินเพิ่มในระบบ ราวๆ 500 Billion USD

ด้านไทยมีเงินเพิ่มในระบบราวๆ 250 Billion THB

.

🟧ราคา Bitcoin จากต้นปี 2012 อยู่ที่ $4.65

ขยับเป็น $12.41 ในวัน Bitcoin Halving

และทำ ATH ที่ราคา $1,240 ในปี 2013

🇺🇸และมีการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2012

.

2️⃣ Bitcoin Halving ครั้งที่ 2 วันที่ 9 กรกฎาคม 2016 (พ.ศ. 2559)

ในวันที่ 23 มิถุนายน 2016 ก่อน Halving 16 วัน

ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ลงประชามติว่า ต้องการให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ Brexit

.

เกิด “วิกฤตในประเทศเวเนซุเอลา” เงินเฟ้อพุ่งแตะ 13,000%

เกิด Hyperinflation จากการมีหนี้สาธารณะที่สูง

ผลกระทบจากนโยบายประชานิยม ประเทศขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค มูลค่าของเงินโบลิวาร์ไร้ค่า

.

🟧ราคา Bitcoin จากต้นปี 2016 อยู่ที่ $436.49

ขยับเป็น $666 ในวัน Bitcoin Halving

และทำ ATH ที่ราคา $19,804 ในปี 2017

🇺🇸และมีการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016

.

3️⃣ Bitcoin Halving ครั้งที่ 3 วันที่ 11 พฤษภาคม 2020 (พ.ศ. 2563)

ในปีนี้หากจำได้เศรษฐกิจทั่วโลกระส่ำระส่าย จากวิกฤต Covid-19

เกิดการ "ล็อกดาวน์เศรษฐกิจ" เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการส่งออกทรุดตัว

มีการอัดฉีดปริมาณเงินมหาศาลเข้าระบบเพื่อประตุ้นเศรษฐกิจ

จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลทั่วโลก ช่วงเหตุการณ์นี้

สหรัฐอเมริกามีเงินเพิ่มในระบบ ราวๆ 15,000 Billion USD

ด้านไทยมีเงินเพิ่มในระบบราวๆ 800 Billion THB

.

และยังเกิด Hyperinflation (เงินเฟ้อเกิน 50%) ใน 2 ประเทศกลุ่ม G20

หรือ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ คือ ตุรกี และ อาร์เจนติน่า

ในปี 2022 ประเทศตุรกี มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 79%

และ ในปี 2023 ประเทศอาร์เจนติน่า มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 211.4%

.

🟧ราคา Bitcoin จากต้นปี 2020 อยู่ที่ $7,300

ขยับเป็น $9,179 ในวัน Bitcoin Halving

และทำ ATH ที่ราคา $68,997 ในปี 2021

🇺🇸และมีการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020

.

🔥 สำหรับ Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้

เศรษฐกิจโลกจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มาจับตาดูและวิเคราะห์ไปพร้อมๆกัน

แต่ที่แน่ๆปีนี้มีการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ

#Siamstrupdate #bitcoin #BitcoinHalving #บิทคอยน์ #เศรษฐกิจ #siamstr