Avatar
ชื่อรายดี
ae4619ab475ede0b5b46b8bed3f856ea9f8517534993846bdd4fb59bfc173138
To a Better Life with Bitcoin Stack for food

แชร์ความคิดกัน คิดว่าอะไรบ้างที่ทำให้แผนนี้ไม่ ok

เรื่องการเหวี่ยงของราคาหรอ

เหตุการณ์เปรียบเทียบ

วันนี้ทำงาน ได้เงิน ซื้ออาหารกิน 500 บาท แล้วแบ่งเก็บเงินไว้ 500 บาทเหมือนกัน เพื่ออนาคตเราหวังว่าจะมีเงินกินโดยไม่ต้องทำงาน

ชีวิตเราต้องการอะไรง่ายๆ แค่นี้ แต่เงิน fiat ให้เราไม่ได้ ทำไมเราต้องไปเรียนเรื่องการลงทุนยากๆ ปวดหัว มาหลายปีด้วย 😭

รู้จัก Bitcoin เปลี่ยนจากเก็บเงิน fiat เป็น BTC 💡

ทำแบบนี้ไป 20 ปี แล้วอีก 20 ปีหลังจากนั้นเรานั่งนอนกินได้แน่นอน นี่คือสิ่งที่เงิน fiat ให้ไม่ได้

แถมมูลค่า Bitcoin จะมากกว่านั้นอีกจากปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากเงินเฟ้อ

นอนคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ

Stay humble and stack sats

#siamstr

Bitcoin มีทั้งหมดได้แค่ 21 ล้าน เป็นตัวเลขนี้ไปตลอดการ และการถูกยอมรับเป็นสินทรัพย์

21 ล้าน ด้วยข้อกำหนดนี้เราว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก เพราะมันจะทำให้คนที่ถือมันอยู่ ได้รับประโยชน์จากการที่มูลค่าของมันจะไม่มีทางน้อยลง แล้วแถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

อย่างแรกๆ ที่ทำให้มูลค่ามันเพิ่ม หลายคนก็คงรู้อยู่แล้ว คือการที่มีคนรู้จักมันมากขึ้น คนอยากถือมากขึ้น ความต้องการมีมากขึ้น (ยุคแรกๆ)

จากนั้นเริ่มมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้นก็มีการลงทุน เก็งกำไร (เริ่มมี exchange)

จนมาถึงช่วงเวลานี้ ที่มันเริ่มถูกมองมันเป็น asset จริงๆ แล้วเสียที เริ่มมีความต้องการจาก สถาบัน บริษัท ประเทศ ที่คิดว่าน่าจะมหาศาล ช่วงนี้เราว่ามันสำคัญมาก* เรามานั่งคิด ศึกษา วิเคราะห์ แล้วลุ้นกับช่วงเวลานี้มาก ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ด้วยดี Bitcoin อาจจะถูกมองว่าเป็น asset ที่ปฏิเสธไม่ได้* หมายถึงว่า ทุกคนอยากได้มันเหมือนทองเลย

และต่อจากนั้นยังไม่จบ ที่เราคิดคือ ทุกวันนี้ต้องมีเหรียญที่หายไปในทุกวันอย่างแน่นอน แต่เราก็ไม่รู้ตัวเลขนี้เลย แล้วการ halving ก็จะทำให้การผลิตลดลงครึ่งนึงด้วย (และในแต่ละรอบ) มันจะมีโอกาสมั้ยที่อีก 3-4 cycles ข้างหน้า ยอดของคนที่ทำเหรียญหาย จะมากกว่าจำนวนที่ผลิตได้ในแต่ละวัน และจากข้อก่อนหน้า ที่ทุกคนต่างก็อยากได้มัน มูลค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

เราไม่นับการพิมพ์เงิน fiat แบบไม่จำกัดเข้ามาด้วย เพราะว่าถ้าเทียบกับ fiat เฟ้อ มันเป็นแค่เรื่องเงินเสื่อมค่า คือ ถ้าพูดเรื่องเงินเฟ้อย่างเดียว สมมุติ 10 ปี เงิน fiat เสื่อมค่าลงครึ่งนึง เราก็อาจแค่แลก Bitcoin เป็น fiat ได้มากขึ้น 2 เท่า ในขณะที่ของรอบตัวก็ราคาเพิ่มขึ้น 2 เท่าด้วย (ซึ่งก็ดีในมุมเงินดีไม่เสื่อมค่า)

แต่จากทั้งหมดย่อหน้าก่อนๆ เราว่ามันสามารถคาดหวังได้จริงๆ เลยว่า ต่อให้เงินเฟ้อหนักแค่ไหน แต่มูลค่าของ Bitcoin ก็น่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอีก จากจำนวนที่มันลดลงเรื่อยๆ และจากการถูกยอมรับเป็น asset แล้วนี่หละ

นอนคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ

#siamstr

ค่าธรรมเนียมการถอน BTC จาก Bitkub ตอนนี้ 0.0006 BTC

ปัจจุบัน BTC ราคาอยู่ที่ ~ 1,543,000 บาท = ค่าถอน ~ 925 บาท

#siamstr #bitkub

ค่าธรรมเนียมการถอน BTC จาก Bitkub ตอนนี้ 0.0004 BTC

ปัจจุบัน BTC ราคาอยู่ที่ 1,460,000 บาท = ค่าถอน 584 บาท

#siamstr #bitkub

เฟ้อ 7% ในโพสต์นี้ เราน่าจะสมมุติผิดไปจากความจริงเกินไปหน่อย 😅🥹😢 ตัวเลขมาจากที่อยากให้มันตรงกับเป้าปันผลต่อปี กับ 7% มันสัมพันธ์กับ 10 ปี (ถ้าเพิ่ม เพิ่ม 2 เท่า / ถ้าลด ลดลงครึ่งนึง) จะได้คิดง่ายๆ + ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ว่าเงินเฟ้อมันไม่น่าจะแค่ตามที่เค้ารายงานกัน

ตามรายงานทั่วไปจริงๆ มันไม่กี่เปอร์ 0-3% กับที่เราเคยเอามาคิดต่อปีอยู่ที่ 3%

ต่อจากแผนการสร้างพอร์ตเกษียณที่พยายามเข้าสู่ Bitcoin Standard (แบบครึ่งๆ กลางๆ 😅) เริ่มคิดแนวทางการวัดผลได้จากที่ราคา BTC ขึ้นมาในช่วงนี้ มันอาจดูไม่มีอะไรเลย แต่พึ่งคิดได้จริงๆ 😂

ในแบบเดิมสกุล fiat ออมในหุ้น เราวัดผลด้วย

[fiat ต้นยกมา] + [fiat ออมปีนั้น] + [fiat ปันผล] = ผลดำเนินการของปีนั้น (ปันผลออมในหุ้นต่อ)

โดยเป้าหมายคือ "ยอด fiat ยอดนึงตอนเกษียณ" + "เงินปันผลเฉลี่ยต่อเดือนที่จะได้"

ปัจจุบัน ออมเพิ่มแบบ DCA ใน BTC อย่างเดียวแล้ว เราจะวัดผลแบบนี้

[btc ต้นยกมา] + [btc ออมปีนั้น] ปลายปีเอามาคิดเป็น rate fiat แล้วมา + [fiat ต้นยกมา] + [fiat ปันผล] = ผลดำเนินการปีนั้นในสกุล fiat

แบบนี้เป้าหมายยังคงต้องเป็นสกุล fiat เหมือนเดิม เพราะมันเห็นภาพง่ายกว่า BTC

จุดที่ยากคือ "ยอดเป้าหมาย" ที่ไม่มียอดปันผลเป็นเป้า เพราะเงิน fiat เติมหุ้นระหว่างปีจะมีแค่ปันผลของปีก่อนเท่านั้น ปันผลก็จะเพิ่มขึ้นน้อยมาก เงินใหม่ๆ ทั้งหมดจะเป็นสกุล BTC ซึ่งเอาจริงๆ เราก็จินตนาการมูลค่าเทียบ fiat ในอีก 10 ปีข้างหน้าไม่ได้เลย

พยายามประเมินเบื้องต้นสมมุติ ถ้าหุ้นสามารถสู้เงินเฟ้อได้ เงินเฟ้อ=เงินปันผล= 7%/ปี เวลา 10ปี ยอดปันผลทบต้นจะอยู่ที่เกือบ 200% (ในขณะที่เงินเฟ้อทำให้มูลค่าของเงินจะลดไปราวๆ ครึ่งนึง)

และเราคิดว่า มูลค่า BTC อย่างน้อยที่สุด 10 ปีข้างหน้า ต้องเท่ากับเงินเฟ้อของไทย เท่ากับปันผลหุ้นทบต้น (งงมั้ย เราก็เริ่มงงละ จะตี 3 ละ)

ตอนนี้เลยตั้งยอดเป้าหมายใหม่ที่ x2 จากยอดเป้าหมายเดิมไว้ก่อน ยอดนี้จะทยอยใช้ได้จนแก่เลยโดนไม่ต้องสนใจปันผล

ยังไม่ final นะ

ปล. มีคนแนะนำ all out หุ้นทั้งหมด แล้ว all in btc ทั้งหมด

#siamstr #retirement #dca

Diary ความคิดในช่วงนี้

เราย้ายบริษัทมาได้พักนึงแล้ว แล้วกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ของที่เดิมยังคงไว้ที่เดิม ทีแรกว่าจะรอผ่านโปรที่ใหม่แล้วจะย้ายมาที่ใหม่ แต่พอดูยอดผลการลงทุนของเดือนที่ผ่านๆ มาหลังจากออกมาแล้ว ผลคือขาดทุน ติดลบ เงินสะสมรวมลดลง

ตอนนี้แอบคิด ไปในทางที่ว่าจะถอนออกมาเลย ยอมโดนหักภาษี แล้วเอามาเปลี่ยนเป็นเงินที่แข็งแกร่งกว่า จะดีกว่ามั้ยนะ เงินเรา เราดูแลเอง แค่เก็บออม เพราะถ้าคงไว้หรือย้ายมา pvd ที่ทำงานใหม่ ปันผลก็ไม่ได้ ผลการลงทุนก็ลุ่มๆดอนๆ ตามตลาดหุ้นไทย

ส่วนการจ่ายยอดใหม่ของที่ปัจจุบันก็ให้หักไปตามปกติ เพราะได้สมทบจากบริษัทตามปกติ

ถ้าเป็นแต่ก่อนคงมีแค่ตัวเลือก โอนไป pvd ที่ใหม่ จบ แต่เราเลือกเดินทางต่างจากคนอื่นแบบนี้ เคสให้ศึกษามันเลยมีไม่เยอะ ไม่มีให้เลียนแบบ ต้องคิดเอง หาข้อดีข้อเสียเอง เลือกแนวทางเอง สู้ๆ นะตัวเรา

#siamstr #ProvidentFund #PVD

Replying to Avatar Blackjally

GN 🌙 #siamstr

เรื่องเล่าในวันนี้ เริ่มต้นด้วยผู้เขียน มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอายุ 60 ปีจะเกษียณอายุภายในเวลาสิ้นปีนี้ด้วยความที่ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ลงทุนเวลาไปกับงานอย่างเต็มเวลา ทำให้ไม่มีเวลาไปบริหารจัดการเงินเก็บของเขา

เขาใช้ชีวิตแบบเก็บหอมรอมริบมาตลอดตามภาษาพนักงานเงินเดือน Baby Boomer GEN

ปัจจุบันพี่แกเพิ่งเริ่มที่พยายามขวนขวายนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุนในที่ต่างๆ ทั้งหุ้นปันผล สลากออมสิน หรือแม้แต่ปล่อยกู้นอกระบบ

มีครั้งหนึ่งแกพูดกับตัวผู้เขียนว่าเบี้ยเกษียณจากบริษัทจำเป็นต้องเสียภาษี แกจึงหาทางที่จะลดหย่อนภาษีในส่วนนั้น

โดยวิธีการของพี่แกคือไปปรึกษาธนาคารแต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่าธนาคารแห่งนั้นได้เสนอให้พี่แกทำประกันกับทางธนาคารด้วยสัญญาส่งเบี้ยประกันในราคากว่า 100,000 บาทต่อปีเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วตามสัญญาระบุว่า เมื่ออายุครบ 99 ปีจะได้รับสินไหมคืนเป็นเงินจำนวน 650,000 บาท รวมเบี้ยทั้งหมดตลอดระยะเวลา เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท โดยมีดอกเบี้ยเพียงแค่ 150,000 บาทต่อ 40 ปี

ที่ต้องการแค่ลดหย่อนภาษีลง 100,000 บาทแต่กลับต้องเสียเงินยอดรวมไปแล้วกว่า 500,000 บาทให้กับเงินที่แกไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ มันดูแปลกประหลาดและย้อนแย้ง

ราวกับพี่แกเป็นแกะตัวอ้วนพีที่พร้อมให้ดาสิงสาราสัตว์มากัดกินแย่งชิง...ก้อนเนื้อไขมันที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต...

จากที่พี่แกเล่ามาแกไม่ได้หวังว่าต้องการเงินมากมายอะไรแกเพียงหวังเพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลานในยามเกษียณ

แต่สิ่งที่แกต้องเจอกลับกลายเป็นว่าราวกลับถูกปล้นเงินเก็บครึ่งชีวิตของแกโดยที่ไม่รู้ประสีประสาเพื่อหวังจะได้ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยเกษียณ

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้นบ่อยครั้งพี่แกจะชอบพูดถึงว่าแกใส่เงินลงไปในหุ้นซึ่งให้กำไรเป็นเงินปันผลราวๆ 10-15% ต่อปี โดยที่แกก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนเท่าไหร่นัก

เรื่องนี้ผู้เขียนขอออกตัวก่อนว่าตัวผู้เขียนเองก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุน

ผู้เขียนเพียงแต่ว่ามองเห็นตัวเลขเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงแล้วอดจะเป็นห่วงพี่แกไม่ได้

ผู้เขียนเองก็ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะไปช่วยเหลืออะไรพี่แกนัก ทำได้แค่เพียงรู้สึกว่าตนเองในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรู้สึกเกลียดชังกับระบบการเงินในแบบปัจจุบันเป็นอย่างมาก

พี่แกทำผิดอะไรที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักใส่เวลาไปกับสิ่งที่แกมีความเชี่ยวชาญ แต่ในบั้นปลายชีวิตกับไม่สามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตแบบไม่ต้องกังวลตลอดจนชีวิตจบลงได้

แกไม่เคยคาดหวังที่จะร่ำรวยมากมายขอเพียงในบั้นปลายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อไม่ต้องลำบากลูกหลานให้ต้องเจียดเงินอันน้อยนิดมาเป็นค่าเลี้ยงดูก็เพียงพอแล้ว

เรื่องนี้สอนอะไรกับเรา......?

สุดท้ายนี้ผู้เขียนต้องขออภัยหากข้อมูลผิดพลาดประการใดอาจมีใช้คำตกหล่นไปบ้างก็ขอให้เพื่อนๆเก็บไปเป็นประโยชน์ในการวางแผนชีวิตในวัยหลังเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆนะครับ

ธนาคารแย่มากเลย 😭 ประกันแบบนั้นมันไม่ได้มีไว้เพื่อผู้ทำประกันเลย แต่มันมีเพื่อคนข้างหลัง ไม่รู้ว่าที่แกทำตัวนี้แกเข้าใจจริงมั้ย ต้องการแบบนี้จริงมั้ย

หุ้นปันผล 10-15% มันมีอยู่บ้าง แต่น่ากลัวมาก เรายังไม่กล้าทุ่มในหุ้นพวกนี้ทั้งพอร์ตเลย แล้วไม่ได้สม่ำเสมอทุกปีด้วยนะ ปันผลเยอะๆ แบบนี้จะชอบมีการปรับโครงสร้างบริษัทอะไรแบบนี้

ขนาดเราเก็บเงิน ศึกษาเรื่องการเงิน เรื่องลงทุน ทุกวันนี้ยังสงสารตัวเองเลยว่าทำไมต้องทำอะไรขนาดนี้ เจอเคสคุณลุงยิ่งน่าสงสารกว่า 😭

หวังว่าการเก็บเงินที่ดี เก็บออมเฉยๆ จะช่วยได้

Replying to Avatar Blackjally

GN 🌙 #siamstr

เรื่องเล่าในวันนี้ เริ่มต้นด้วยผู้เขียน มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอายุ 60 ปีจะเกษียณอายุภายในเวลาสิ้นปีนี้ด้วยความที่ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ลงทุนเวลาไปกับงานอย่างเต็มเวลา ทำให้ไม่มีเวลาไปบริหารจัดการเงินเก็บของเขา

เขาใช้ชีวิตแบบเก็บหอมรอมริบมาตลอดตามภาษาพนักงานเงินเดือน Baby Boomer GEN

ปัจจุบันพี่แกเพิ่งเริ่มที่พยายามขวนขวายนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุนในที่ต่างๆ ทั้งหุ้นปันผล สลากออมสิน หรือแม้แต่ปล่อยกู้นอกระบบ

มีครั้งหนึ่งแกพูดกับตัวผู้เขียนว่าเบี้ยเกษียณจากบริษัทจำเป็นต้องเสียภาษี แกจึงหาทางที่จะลดหย่อนภาษีในส่วนนั้น

โดยวิธีการของพี่แกคือไปปรึกษาธนาคารแต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่าธนาคารแห่งนั้นได้เสนอให้พี่แกทำประกันกับทางธนาคารด้วยสัญญาส่งเบี้ยประกันในราคากว่า 100,000 บาทต่อปีเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วตามสัญญาระบุว่า เมื่ออายุครบ 99 ปีจะได้รับสินไหมคืนเป็นเงินจำนวน 650,000 บาท รวมเบี้ยทั้งหมดตลอดระยะเวลา เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท โดยมีดอกเบี้ยเพียงแค่ 150,000 บาทต่อ 40 ปี

ที่ต้องการแค่ลดหย่อนภาษีลง 100,000 บาทแต่กลับต้องเสียเงินยอดรวมไปแล้วกว่า 500,000 บาทให้กับเงินที่แกไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ มันดูแปลกประหลาดและย้อนแย้ง

ราวกับพี่แกเป็นแกะตัวอ้วนพีที่พร้อมให้ดาสิงสาราสัตว์มากัดกินแย่งชิง...ก้อนเนื้อไขมันที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต...

จากที่พี่แกเล่ามาแกไม่ได้หวังว่าต้องการเงินมากมายอะไรแกเพียงหวังเพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลานในยามเกษียณ

แต่สิ่งที่แกต้องเจอกลับกลายเป็นว่าราวกลับถูกปล้นเงินเก็บครึ่งชีวิตของแกโดยที่ไม่รู้ประสีประสาเพื่อหวังจะได้ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยเกษียณ

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้นบ่อยครั้งพี่แกจะชอบพูดถึงว่าแกใส่เงินลงไปในหุ้นซึ่งให้กำไรเป็นเงินปันผลราวๆ 10-15% ต่อปี โดยที่แกก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนเท่าไหร่นัก

เรื่องนี้ผู้เขียนขอออกตัวก่อนว่าตัวผู้เขียนเองก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุน

ผู้เขียนเพียงแต่ว่ามองเห็นตัวเลขเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงแล้วอดจะเป็นห่วงพี่แกไม่ได้

ผู้เขียนเองก็ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะไปช่วยเหลืออะไรพี่แกนัก ทำได้แค่เพียงรู้สึกว่าตนเองในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรู้สึกเกลียดชังกับระบบการเงินในแบบปัจจุบันเป็นอย่างมาก

พี่แกทำผิดอะไรที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักใส่เวลาไปกับสิ่งที่แกมีความเชี่ยวชาญ แต่ในบั้นปลายชีวิตกับไม่สามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตแบบไม่ต้องกังวลตลอดจนชีวิตจบลงได้

แกไม่เคยคาดหวังที่จะร่ำรวยมากมายขอเพียงในบั้นปลายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อไม่ต้องลำบากลูกหลานให้ต้องเจียดเงินอันน้อยนิดมาเป็นค่าเลี้ยงดูก็เพียงพอแล้ว

เรื่องนี้สอนอะไรกับเรา......?

สุดท้ายนี้ผู้เขียนต้องขออภัยหากข้อมูลผิดพลาดประการใดอาจมีใช้คำตกหล่นไปบ้างก็ขอให้เพื่อนๆเก็บไปเป็นประโยชน์ในการวางแผนชีวิตในวัยหลังเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆนะครับ

ธนาคารแย่มากเลย 😭 ประกันแบบนั้นมันไม่ได้มีไว้เพื่อผู้ทำประกันเลย แต่มันมีเพื่อคนข้างหลัง ไม่รู้ว่าที่แกทำตัวนี้แกเข้าใจจริงมั้ย ต้องการแบบนี้จริงมั้ย

หุ้นปันผล 10-15% มันมีอยู่บ้าง แต่น่ากลัวมาก เรายังไม่กล้าทุ่มในหุ้นพวกนี้ทั้งพอร์ตเลย แล้วไม่ได้สม่ำเสมอทุกปีด้วยนะ ปันผลเยอะๆ แบบนี้จะชอบมีการปรับโครงสร้างบริษัทอะไรแบบนี้

ขนาดเราเก็บเงิน ศึกษาเรื่องการเงิน เรื่องลงทุน ทุกวันนี้ยังสงสารตัวเองเลยว่าทำไมต้องทำอะไรขนาดนี้ เจอเคสคุณลุงยิ่งน่าสงสารกว่า 😭

หวังว่าการเก็บเงินที่ดี เก็บออมเฉยๆ จะช่วยได้

nostr:nevent1qqs9nz253y4tur6ml42cw4nt2rtf8p8hcgflzeuk4sljdkw0ayh2slspramhxue69uhhget9d45k2vfdwfjkccte9ej82cmtv3h8xtn0wfnsygye8tvr0gegxqg5h62dpc6hscvnw9mga793gyc8afy90qd3afc2zcpsgqqqqqqsatjmrz

ไม่มีเลย เคยอยู่ที่นึงแย่มาก ถ้าลาต่อใบขับขี่ ต่อบัตรประชนชน นัดหมอไว้เช่นทำฟัน ต้องใช้ลาพักร้อน ถ้าลาป่วยเยอะให้ใช้ลาพักร้อน ดีว่าหลุดพ้นมาแล้วดีขึ้นหน่ิย ของคุณนี่บริษัทต่างชาติหรอ?

ลองถามเพื่อนดูก่อนมั้ย เผื่อเค้าจะบอกว่า อ้อออ อ่านจบแล้ว ขอเป็น SATs แทนได้มั้ย หยอกๆ😆

ค่าถอน BTC จาก Bitkub 0.00021 btc ปัจจุบัน 1,415,000 = ~ เกือบ 3 ร้อย 🥹

เก็บไว้อีกหน่อยละกัน คุณท๊อปกับบริษัทน่าจะยังอยู่ดีมีสุขตอนนี้

#siamstr

Replying to Avatar U

เพื่อนๆ #siamstr หลายคนแชร์ประสบการณ์งาน East101

งานที่เราพลาดเพื่อขอแลกกับเป้าหมายของตัวเอง

.

เลยอยากมาแชร์เรื่องราวของเราในวันนี้บ้าง

เราตั้งใจจบมาราธอนที่สนามนี้ ปีนี้

นับตั้งแต่วันที่วิ่ง 21K แรก จบเมื่อปีที่แล้ว

.

สนาม ATM มันเป็นสนามที่พาตัวเองทะลุข้ามกำแพงเป็นครั้งแรก

ปีที่แล้ว เราลงวิ่ง 21K สนามนี้

แบบไม่รู้สี่รู้แปด มันเป็นการวิ่งครั้งที่ 2 ในรอบ 5 ปี ซึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าเราลงวิ่ง 10K ลงไปแบบไม่เคยวิ่งมาก่อน ชนิดที่แค่ 1K ก็ไม่เคยวิ่งเลย

.

ทำไมเรากระโดดข้ามระยะแบบนั้น

เหตุผลคือเห็นระยะมันเยอะดี คุ้มค่า ก็เลยลง วิ่งไปก็ถามตัวเองไป มาทำอะไรตรงนี้ว่ะ 😂

.

หลังจากวิ่ง 21K จบ ณ จุดเลยเส้นชัยไปเล็กน้อย เราบอกกับตัวเองว่า

”ปีหน้าจะมาจบมาราธอนที่นี่ให้ได้“

เราแค่อยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

ว่าเราจะข้ามกำแพงอีกอันไปได้อีกไหม

.

มันง่ายมากที่จะยอมแพ้ แล้วล้มเลิกความตั้งใจนั้นซะ!

.

เรามีเวลาซ้อมวิ่งสำหรับ 42K อีก 6 เดือน หลังจากจบ 21K ครั้งที่ 2 กับเพื่อน

เราออกกำลังกาย วางตารางออกกำลังกายจริงจัง และบ้าคลั่งอยู่ 2 เดือนครึ่ง

จนเกิดอาการ Overtraining และต้องหยุดเพื่อฮีลตัวเองไปอีกหลายเดือน

.

ก่อนวันงานเริ่มสัก 2 สัปดาห์ มีการประกาศว่าจะจัด East101 เราที่ซ้อมไม่ถึงแน่ๆก็ลังเลแล้วล่ะ ว่าหรือจะไปงานมีทอัพ แล้วเทงานวิ่งดี

แต่...ไม่! เราตั้งใจแล้ว

.

เมื่อคืนหลังจากออกไปรับบิบและทานเนื้อ

เรากลับบ้านและพบว่า เชี่ยเอ้ย! ปจด.มา

มันมาก่อนเวลา 7 วัน

(บังเอิญแท้ๆ เหมือนงาน east 101 เลย!)

.

ด้วยอุปสรรคทางร่างกายที่เกิดขึ้น มันบั่นทอนความตั้งใจ อยากให้เราล้มเลิกหลังร่างกายเริ่มชนกำแพงแล้ว

.

ที่จุด 31K นับเป็นจุดที่เราประทับใจที่สุด

มันเป็นจุดวัดใจจริงๆ ที่ให้เลือกว่า

จะเดินข้ามจุดเช็คพอยท์ที่อยู่ห่างไปแค่ 1 เมตร หรือหยุดตรงนี้ รับเสื้อ DNF (Do Not Finish)

แล้วนั่งพักซะ มันจบแล้ว

.

แต่ถ้าเลือกที่จะข้ามเส้นแล้วไปต่อ

อีก 11K ที่เหลือ ต้องสู้ แล้วไปเผชิญปัญหาเอาข้างหน้า ที่พร้อมจะคัดเราออกตลอดเวลา

และเสี่ยงไม่ได้อะไรกลับบ้านไปเลยทั้งเสื้อและเหรียญ

.

ในใจตอนนั้นมันเต็มไปด้วย ”ยูขี้แพ้“

ที่กระซิบบอกว่า หยุดซะ! พอเถอะ! ปีหน้าค่อยเอาใหม่, เท้าล้มในแล้วว่ะ พอไหม, มึงมี ปจด. นะ หยุดเถอะ

ทุกเหตุผลของคนขี้แพ้ รุมยิงเข้ามาในหัวของเรา

.

แต่ในที่สุด “ยูผู้ไม่ยอมแพ้” ก็ตัดสินใจพาขายกข้ามเส้นเช็คพอยท์สู้ต่อ พยายามพาตัวเองเข้าเส้นชัยให้ได้

เหตุผลที่เราเลือกไปต่อเพราะ เราเลือกแล้วว่าจะพลาดมีทติ้ง เราต้องทำเป้าหมายของเราให้จบ และ มีอีกคนที่เขายอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาร่วมดีใจกับเราที่หลังชัย ซึ่งสนามก่อนๆเขาไม่เคยมา 🤣

ถ้าเราวิ่งจบมันคงเป็นความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบมากกว่า ในใจของทั้งเขาและเรา

(ไม่อยากให้เขาคิดว่า ก่อนหน้านี่วิ่งจบตลอด พอเขามาวิ่งไม่จบเลย)

.

และนั้นทำให้ถ้าต้องเดินก็จะเดินให้ไวที่สุด มีแรงกลับมาก็ค่อยๆจ๊อกกิ้งไป recovery ตัวเองไปเรื่อยๆตลอดทาง ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ตอน 8-9 โมงเช้า

.

และอีกเรื่องคือด้วยความวิ่งช้า จุดบริการผลไม้ต่างๆ ไม่มีอะไรเหลือแล้วสักอย่าง เลยไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่ 2 ทุ่มของเมื่อวาน

.

Run on fat มาตลอดทาง จน กม.ที่ 28

เกลือแร่แก้วแรกถูกเติมไปเพิ่มพลังงาน และ ตามมาด้วยฝรั่ง กม.ที่ 31 และ เกลือแร่อีกครึ่งแก้ว

ในจุดต่อมา

.

และใช่ ฉันทำได้!

มันจบสวยงามที่สุดแล้ว ตามเป้าหมายของมัน

จะไม่มี 2nd Marathon มาแก้มือ ในเร็วๆนี้ 🥹

#runstr #bitcoinrunners

เก่งมากเลยคุณยูผู้ไม่ยอมแพ้! ส่วนตัวคิดตลอดว่าคนจบมาราธอนได้ซักครั้งนึงคือการปลดล็อค ต่อไปจะทำอะไรในชีวิตก็ได้ง่ายทุกอย่างแล้ว เพราะมันยากมากจริงๆ ยินดีด้วย 🎉