Avatar
เอดูดาว
bd4bdec9641883c492ca0062bb4d6aa8c756385980ec3e7fe2217b03184985c6
Life Buddha Truths are discovered 🪩

In case

anyone like

#Korean #food

you can try

this one krub :)

#siamstr

#foodstr

#Trend tracking

by #flows

Economic value from cash flow

Network effect from user flow

Activity patterns from data flow

#siamstr

#foodstr

(meat protein - plant-based, cell-based)

"Be kind to every kind"

Iced #coffee

is really good start

for really hot today !!!

#siamstr

#coffeechain

GM #Sunday :))

Start with photos

from Google

Named of

"Culture period"

We can see the imperfect

from their bots.

A few pictures were collated

not at the best position

in pictures :)

#siamstr

#photostr

ป.ล. หวังอยู่ หรือ หวังหยู่ เพิ่งจะเสียชีวิตไป เมื่อ เม.ย. ปีที่แล้ว ด้วย วัย 80 ปี ครับ ...

Rest In Peace

Cheers up krub ...

Right shift already

had a lot of young talents

to fulfill educating others

the right way to that EXIT :)

Replying to Avatar Jakk Goodday

## ไม่ลบ แค่ไม่เล่น

พึ่งรู้สึกตัวว่า... ผ่านไป 10 วันแล้วสินะที่เราไม่เข้าใช้งาน Facebook เลย.. เป็นไปได้ยังไงกัน?

ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา FB นี่คือแอพลิเคชั่นหลักที่ผลาญพลังงานแบตเตอรี่และกินเวลาชีวิตผมมากที่สุดแล้ว.. ทั้งคุยเม้นกับเพื่อน ทำคอนเท้นต์ของ Right Shift ทำหน้าที่แอดมินจำเป็นบ้างเป็นครั้งคราว ไถฟีดฆ่าเวลาอย่างเลื่อนลอย เสพโดพามีนไปวันๆ อย่างไร้สติ ฯลฯ

ผมเคยหมกมุ่นกับการหาวิธีเอาชนะ Algos ของมันตลอดเวลา ผมยึด #หลักออสเตรียน กูไม่จ่าย!! กูจะสร้างคุณค่า วัดกันยาวๆ ..แต่แล้วก็พบว่า มันเหนื่อยเกินไป.. มันใช้เวลาชีวิตมากเกินไป

## พอกันที แอพเฟียตๆ

#Nostr อาจไม่ใช่เครื่องมือที่จะได้ผลทางการตลาดใดๆ สำหรับ Right Shift ซึ่งผมเองก็ไม่แคร์แล้วล่ะ ก็เราก็พยายามเผยแพร่ข่าวสาร สาระมาตลอด แต่พี่มาร์คก็ขยันปิดกั้นเราเหลือเกิน ล่าสุดเพจหลักของเราก็โดน #Shadowban

```ผมไม่ชอบเล่นในสนามที่ไม่แฟร์```

ผมเสียดายโอกาสที่จะได้เข้าถึงคนหมู่มากบน Facebook นั่นเหมือนกัน ..แต่ความคิดนั้นเรากำลังหลอกตัวเอง เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะเข้าถึงพวกเขาได้จริงๆ ก็ในเมื่อมาไล่ปิดกั้นเรายังก็แมวไล่หนู

ผมถอนหายใจ แล้วบอกกับตัวเองว่า ยอมมันเหอะ.. ไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่ บิตคอยน์มีกระแสด้านบวกมากๆ ตอนนั้น Algos คงจะดันให้เราเอง.. ตอนนี้เหมือนน้ำน้อยสู้กับไฟ สู้ข่าวคนต่อยกันข้างถนนยังไม่ได้เลย

## ลาขาดอย่างออแกนิก

อาการ "เลิกเล่น" มันเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำ หรือสั่งตัวเองให้ทดลองทำ ผมรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไป 10 วันแล้วที่ไม่เข้าใช้งาน Facebook

จริงๆ แล้วคนที่ไม่ค่อยแฟร์ก็คือ ผมเอง ผมบอกน้องๆ ในทีมให้เข้าไปตอบโต้ ไถ่ถาม ประกาศสารทุกข์สุกดิบบนนั้นบ้าง อย่าทำตัวหายไปดื้อๆ แต่เป็นเองที่ไม่ยอมทำตามที่พูดบอกน้องๆ

นี่สินะ.. อาการตามจิตใต้สำนึก มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ในสนามที่เราเสียเปรียบแทบทุกด้าน เราไม่มีเหตุผลสักข้อที่ควรพาตัวเองไปลงเล่น

10 วันที่ผมไม่รู้สึกโหยหา หรือต้องพยายามอะไรเลย ผมไม่แคร์ ผมเป็นคนแปลก คำไหนก็คำนั้น ถ้าสมองใต้สำนึกบอกว่า กูไม่อยากเล่น ผมก็ยอมให้มันแต่โดยดี วันนี้ผมก็ไม่เห็นเกิดอาการแบบ "คนขาดยา" แต่อย่างใด..

## ต่อสู้กับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

แต่สุดท้าย... ผมก็ไม่ลืมว่า Right Shift ก่อตั้งขึ้นมาทำไม เรามีพันธกิจที่อยากจะช่วยให้หนทางหลุดพ้นทางความคิดแก่ผู้คน มันไม่ใช่เพียงบิตคอยเนอร์ที่เป็นเป้าหมายของเรา กลุ่มคนนอกแวดวงนั่นก็สำคัญ เราจะทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้นจริงๆ หรือ?

จริงอยู่ว่า การเข้าใจในบิตคอยน์เป็นวาสนาส่วนบุคคลอย่างที่หลายคนเคยกล่าวไว้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า. มันมีน้อยคนที่ "บุญหล่นทับ" ตระหนัก ตื่นรู้ เข้าสู่โพรงกระต่ายได้ด้วยตัวเอง คนส่วนมากไม่ใช่แบบนั้น แม้แต่ตัวผมเองก็เช่นกัน

### ความไม่รู้นั้นไม่เคยผิด รู้ว่าผิดแต่ยังทำต่างหากที่เป็นเรื่องแย่

มีเยาวชนและผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ไม่รู้กระทั่งว่า พวกเขากำลังไปผิดทาง และอาจไม่รู้ว่าเขาต้องการพวกเรา มีอีกหลายคนที่ต้องการคำชี้แนะ และข้อมูลความรู้ช่วยให้กระจ่าง เหมือนกับเราๆ ที่เคยได้รับสิ่งนั้นมาก่อนเช่นกัน

เราเป็นใครกันเหรอ? ถึงได้คิดว่าตัวเองถูกและคนอื่นกำลังผิด ..เราก็แค่คนที่ได้สัมผัสกับโอเอซีสท่ามกลางทะเลทรายอันรุ่มร้อน ที่แค่อยากจะชี้ทางให้กับคนที่กำลังจะขาดลมใจเพราะความร้อนและหระหายน้ำ ผมไม่แคร์ว่าคนจะมองเรายังไง

ผมและทีมงานรู้เพียงว่า.. เราควรทำกันต่อไป ถ้าใจเราสั่งมา

## The more the merrier

สำนวนปะกิดที่ผมชอบมาก มันช่วยเตือนสติให้ผมตระหนักถึงพลังของ Network อยู่ตลอดเวลา ยิ่งหลายคนยิ่งสนุก เรา Right Shift แค่สิบคนเศษๆ คงไม่มีพลังมากพอจะทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรได้ปานนั้น เราต้องการพลังของผู้คนอีกมากที่จะเข้าร่วม "บุญใหญ่" ในครั้งนี้

"พ่อๆ 'คริปโต' คืออะไรเหรอ?"

"เกมนี้มันบอกว่าหนูสามารถซื้อไอเทมด้วย ETH และ Doge ได้ นี่ๆ เกมนี้ใช้ Shiba ก็ได้พ่อ"

...

นั่นคือประโยคที่ผมเคยได้ยินเมื่อ 3 ปีที่แล้ว..

"เสียง" ที่ยังคงดังก้องในหูผมมาตลอด.. เสียงของลูกชายไร้เดียงสาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เด็กที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของระบบเฟียตไปอีกคนในเวลาอีกไม่นาน..

ผมตามตัวเองทันทีในวินาทีนั้น..

### เราจะทำ หรือ ไม่ทำ มันขึ้นกับเรา เราจะช่วยหรือปล่อยไปตามมีตามเกิด เราเลือกได้

ผมเลือกจะช่วยเด็กอีกมากมายไม่ใช่แค่ลูกตัวเอง..

หนทางยังคงยาวไกล ผมคงตายตาหลับถ้าทำได้สำเร็จ..

#ThaiNostrich #Siamstr 🇹🇭

"ความไม่รู้นั้น ไม่เคยผิด

รู้ว่าผิดแต่ยังทำต่างหากที่เป็นเรื่องแย่"

...

ดีนะ ที่ส่วนตัวผม เป็น คนที่ไม่เล่น FB มาแต่ไหนแต่ไร ครับ :))

#THQuote

หลังจากที่ เก็บรวบรวม สำนวนทั้งไทยและภาษาอังกฤษ มาพักหนึ่ง

พบว่า มีของภาษาอังกฤษ สำนวนหนึ่ง ที่โดดเด่น กว่าของไทย

วันนี้ จึงขอยก สำนวน ดังกล่าว มาเสนอ ครับ

Actions speak louder than words.

ของไทย ที่พอเห็น ก็มี

อย่าสักแต่พูด แต่ต้องทำจริง

ลงมือทำ ดีกว่า เอาแต่พูด

Cheers,

Full moon

in

the morning (6:25 am)

:)

#siamstr

#moonstr

In case no one knows before

as I was krub.

Sometimes typo for others might thought it as มุก ครับ :)

#ExitTheMatrix

#EscapeTheMatrix

ประสบการณ์การ "Exit" ออกจาก The Matrix ครั้งแรกของผม คือช่วงที่ผมยังเป็นเด็กน้อย อันไม่ค่อยจะประสีประสา และอ่อนต่อโลกมาก

จากความทรงจำอันเลือนลางในครั้งนั้น มันเป็นสถานการณ์ที่ทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวมีแต่ความมืดมิดและหนาวเย็น มีเพียงแค่แสงสว่างที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

ตัวอักษรสีขาวบนแบล็กราวด์สกรีนสีดำ กำลังเลื่อนผ่านไป บอกให้รู้ถึงรายชื่อของบุคคลสำคัญ และหลังจากตัวอักษรสุดท้ายได้หยุดลง แสงไฟก็สว่างขึ้นจากความมืด

"หนังจบแล้ว กลับบ้านกัน" ประโยคที่แม่พูดบอกกับผมให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง พวกเราเดินผ่านประตูที่มีตัวอักษรเรืองแสงสีเขียว ที่เขียนกำกับไว้ว่า "Exit"

นั่นจึงเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิต ที่ผมได้ Exit ออกจาก The Matrix ผ่านประตูทางออกของโรงหนัง

-

ที่ผมเล่ามุกตลก เพราะเห็นว่า nostr:npub1ju8la595yg7h90qm8lm95hvqajgdgu2c6f9mf8uwwe7lurrxarcsycsv5w ดูจะเครียด ๆ ใน สอง สาม Ep. ที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเรื่องของ Red Pill หรือเรื่องของผู้คนที่พยายามจะ exit ตัวเองออกจาก The Matrix โดยที่พวกเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและอนาคตของพวกเขาเอง

และแน่นอนว่า มันคงจะดีถ้าหากผู้คนที่เริ่มตระหนักรู้ว่าระบบและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่มันกำลังกัดกิน และบั่นทอนชีวิตของพวกเขา ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากจะแนะนำให้พวกเขาได้เข้ามารู้จักกับบิตคอยน์

ภายใต้ display อวตาร nostr:npub1p0glyrz85nu86gevlhrsg9t3pg5uhrhq3sgwjmy8mzq0k09m30pq2jv9kv ที่ผมใช้อยู่นี้ ผมเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ การลงทุน หรือ แม้แต่เรื่องของเงิน ถ้าเกิดมีคนมาถามผมว่าเงินคืออะไร ผมคงไม่สามารถตอบใคร ๆ ได้แน่ ๆ

ก่อนจะมาเป็นผมอย่างในปัจจุบันนี้ ผมเองก็เป็นคนที่เคยหาคำตอบของการเอาตัวเองออกจากระบบเฮงซวยนี้อยู่เหมือนกัน "ผมจะต้องประหยัดเท่าไหร่" "ผมจะต้องออมเงินเท่าไร" ในเวลานั้นผมพบว่าเก็บเงินมันคงไม่เวิร์คแน่ ๆ แบบนั้นผมคงต้องทำงานไปจนกว่าผมจะตาย ผมมองหาหนทางอื่น "ดูนั่นสิ ซื้อกองทุนน่าจะเวิร์คนะ ลดหย่อนภาษีได้ด้วย" ผมเห็นตัวเลขปันผล ที่ไม่ได้มากไปกว่าการออมสักเท่าไหร่ เมื่อคำนวนกับตัวเลขเงินเฟ้อรายปีแล้ว ผมยิ่งท้อใจยิ่งกว่าเก่า ผมมองไปหาหุ้น โอ้..ผมต้องนั่งอ่านงบการเงินให้เป็น ช่างมันละกัน

จะเหลือหนทางไหนอีกบ้างนะ ?

มันเป็นช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตกำลังบูม กระแสของ Doge ที่พุ่งขึ้นจากการทวิตของ อีลอน ทำให้ราคาบวกไปหลายเท่าตัว ก่อนหน้านี้ผมก็ติดตามสถานการณ์ในตลาดมาสักพัก เข้าใจดีว่าตลาดนี้มีความผันผวนสูง (มากยิ่งกว่าตลาดหุ้นซะอีก) ดูเหมือนมันเป็นหนทางที่ดี ถ้าหากเราทำกำไรได้จากตลาด เราอาจจะเกษียณตัวเองจากการทำงานได้ก่อนเวลาอันควร ผมคิด

ผมไม่รู้เรื่อง TA หรือแม้แต่ว่าแท่งเทียนคืออะไรด้วยซ้ำ ผมเริ่มด้วย mindset ที่ว่า ถ้าเราไม่รู้อะไร เราลองเริ่มต้นจากการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองก่อนดีกว่า ว่าสภาพจิตใจจะพร้อมมั้ย หากต้องขาดทุนมากกว่า -80% ของเงินทุนหรือทั้งหมด มันยังดีซะกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

ผมกระโดดเข้าซื้อ Doge หลังจากที่ อีลอน ทวิตข้อความปั่นราคาครั้งที่สาม (หรือสองผมจำไม่ได้) ด้วยกระแสของความขลังที่หมดลง การซื้อของผมครั้งนั้นติดลบไปราว ๆ -40% ของจุดเข้าซื้อ แต่ด้วยที่มันเป็นเงินแค่หลักพัน และแค่ผมต้องการเล่นกับอารมณ์ของตัวเองอยู่แล้ว มันเลยสำเร็จเป็นไปตามแผน สาแก่ใจผมเลยแหละ

ผลของการซื้อครั้งนั้น กระตุ้นความกล้าและความสนใจในตลาดนี้มากขึ้น หลังจากนั้นผมพยายามศึกษาโปรเจคคริปโตตัวต่าง ๆ ดูทั้งอันดับใน MCAP ซัพพลายของเหรียญ รวมถึงศึกษาเรื่องของ TA และผมไม่ได้สนใจ "บิตคอยน์"

เหรียญราคาแพงขนานนั้น ต้องซื้อเท่าไรถึงจะได้สักเหรียญ ผมอยากจะรวยเร็ว ๆ (ทางลัด)

ผมต้องมานั่งคิดใหม่เมื่อผมไถ youtube ไปเจอคลิปที่ อ.พิริยะ ไปให้สัมภาษณ์ในรายการตอนหนึ่งของ พี่บิต Bitcast มันเกี่ยวกับการพูดถึงเรื่องการ having cycle ของบิตคอยน์ อ. กำลังเปิดกราฟ อธิบายภาพใหญ่ของบิตคอยน์ ที่ราคามันเติบโตมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะมีช่วงที่ราคาเป็นขาลง แต่โดยเฉลี่ยเมื่อเราถือมันมานานมากพอ เฉลี่ยแล้วมันจะกำไร

จากคลิปนั้นผมต้องเปลี่ยนเลนส์ที่เคยใช้มองมาตลอดชีวิต การโฟกัสอยู่ในกรอบเล็ก ๆ มันไม่สะท้อนความชัดเจนของเรื่องราวทั้งหมดที่มองเห็น

ผมต้องไปไล่หาอ่านและฟังเพื่อเรียนประวัติศาสตร์ของมันใหม่ เรื่องร่าวที่เป็นของบิตคอยน์จริง ๆ ที่ไม่ได้มาจากปากคนอื่น จากสื่อที่ประโคมข่าวเกี่ยวกับมันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

และเมื่อยิ่งรู้ความจริง จุดประสงค์จริง ๆ "ที่บิตคอยน์มันต้องเกิดมาเพราะว่าอะไร" มันเปลี่ยนโลกทั้งใบของผมไปตลอดการ ผมไม่สามารถมองโลกได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่ผมอยากจะสื่อ จุดร่วมหนึ่งที่ทั้งผมและกลุ่มคนที่พยายามจะหาทางออกจากระบบ เมื่อรู้ตัวแล้วว่าระบบนี้มันระยำแค่ไหน มันเหมือนคันเร่งที่ถูกเหยียบจนสุด การทนไม่ได้ที่ต้องอยู่ภายใต้ระบบ ๆ นี้ สิ่งที่เรามองหาเป็นสิ่งแรก มันเลยเป็นการ (หาทางลัด) ที่จะทำให้พวกเราออกไปให้ได้โดยเร็วที่สุด

แต่สำหรับผมในวันนี้ ในความเป็นจริงระบบธรรมชาติที่พวกเราอยากจะออกไปหา มันไม่สามารถที่จะใช้ทางลัดได้ ทุกครั้งที่เราใช้วิธีลัดมันจะไปจบกับระบบ ๆ เดิมที่เราเพิ่งจะออกจากมันมาอยู่เสมอ

การเก็งกำไร การทำธุรกิจสีเทา การเปิดวงแชร์ การหลอกลวง อะไรที่ทำให้เราหาเงินมาได้แบบเร็ว ๆ อาจจะทำให้เราร่ำรวยขึ้น แต่คุณก็ยังไม่พ้นไปจากหน้าปัดของ fiat เราไม่มีทางมีเงิน ได้เยอะกว่าพวกที่พิมพ์เงินได้หรอก ต้องความสามารถสิ

ผมพบว่าการออกจากระบบไปได้อย่างแท้จริงต้องอาศัย 2 เงื่อนไข 1. PoW, 2. Time

PoW x Time = ความยั่งยืน

ถ้าเปรียบกับการดูหนังในโรงหนังเรื่อง The Matrix การตั้งใจดูหนังคือ (PoW) เวลาที่ใช้ดูหนังจนจบเรื่องคือ (Time) เมื่อเราทำทั้งสองอย่างนี้อย่างตั้งใจ เราจะพบว่าเราสามารถออกจากโรงหนัง (Exit The Matrix) โดยที่ยังจำเรื่องราวของหนังได้ทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องซื้อตั๋วกลับเข้าไปดูซ้ำ

ถ้าขาดสิ่งหนึ่ง คุณหลับตั้งแต่ต้นเรื่อง (No PoW) และถึงแม้จะใช้เวลาหลับจนจบ End Credit (Time) สมการจะเป็น 0 x Time = 0 จากการที่คุณไม่มี PoW

Time เป็นค่าที่เพิ่มขึ้น (ไม่ลดลง) เพราะมันคือชีวิตของเรา ถ้าหากเราไม่มีการ PoW เวลาที่ผ่านมาในชีวิตก็ไร้ความหมาย

ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่าสิ่งที่เราใช้ชีวิตกันมา เกิด โต เข้าโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัย เข้าทำงาน มันไม่เป็น PoW นะ มันเป็น แต่เมื่อมันเอาไปคูณกับเวลา (Time) มันไม่มากพอให้ exit ออกจากระบบได้

แค่ไหนนะเหรอ พี่ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk บก. ของเรานี่แหละตัวอย่างที่ผมรู้สึกชอบ จากเรื่องราวสั้น ๆ จากโพสต์ ExitTheMatrix ของพี่เขาเมื่อเช้านี้

ถ้าหากเราฝึกฝน ตรากตรำ ลงมือทำ ทุ่มเท ให้กับ PoW ของเราจนชำนาญในสิ่งที่ทำ คุณจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ PoW จะทำให้คุณเหลือ Time เท่าที่คุณต้องการ

สำหรับผมที่ PoW ยังไม่ดีพอ ผมคงต้องไปค้นหาหนทางและฝึกฝนตัวของผมเองต่อไป ส่วนหนึ่งที่ช่วยผมได้ คือให้บิตคอยน์ที่มันเป็น PoW ด้วยตัวของมันเอง ทำหน้าที่เก็บออมวันเวลา (Time) ให้กับผม

ท้ายที่สุดนี้ ถึงแม้เราจะมองเห็นคนที่เราอยากจะช่วย แต่สุดท้ายเราจะช่วยเขาได้เท่าที่ช่วยได้เท่านั้น เราช่วยได้ไม่หมดทุกคนหรอก

การเอาอารมณ์ความรู้สึกของเราไปแทนที่เขา เมื่อเราเห็นว่าเข้ากำลังเดินหลงทาง เป็นการทำให้ตัวเองเจ็บปวดเกินไป

ผมไม่กล้าสอนใครหรอก เพียงแค่ผมคิดว่าการถอยออกมาห่าง ๆ จากจุดที่โฟกัสมากเกินไป ด้วยการใช้มุมมองของการเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์ด้วยมุมมองกว้าง ๆ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน

เมื่อเราเรียกแล้วเขาไม่ขาน เมื่อวันที่เขาต้องการเราจะยังอยู่

ขออภัยที่ส่งการบ้านช้า 😅

ช่วงหลัง ๆ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ขอโทษด้วยนะครับ ดึกแล้วมันจะมึน ๆ 🥱

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7301623415894065841693585596.webp

ขอคารวะ

observer

ผู้ยิ่งใหญ่

Replying to Avatar Thopeee

สภาพคล่องยังไม่มี แต่ตอนนี้ความคิดเหมือนออกมาจาก Matrix แล้ว

ขอบ่นเกี่ยวกับชีวิตหน่อยละกัน จากคนที่เกิดมาจากครอบครัวที่เป็น "ข้าราชการ" และ วัยเป็นรุ่นเตะฝุ่น ที่กำลังจะเสียบสายเข้าไปใน Metrix อีกที ฮ่าฮ่า

คือ....ผมเรียนวิศวะ ไม่จบ หลังจากได้เรียนมา 3 ปีกว่า ผมก็ตัดสินใจปล่อยจอยโดนรีไทร์ (รายละเอียดเดี๋ยวไว้วันหลัง)

ซึ่งพอโดนรีไทร์ออกมาแล้ว

ตามเสต็ปของผู้ชายอายุ 20 เลยละกันคือจับ " ทหาร "

ซึ่งแน่นอนผมโดนใบแดง (เสียเวลาไปเป็นปี)

แต่ก็นั่นแหละเสียเวลาชีวิตมากๆ แต่จะให้ทำไงได้หล่ะเนอะ

แล้วพอออกมาจากทหาร ซึ่งพ่อของผมเป็นตร. แม่ก็ข้าราชการ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ซึ่งจังหวัดผมนี่ งานแทบไม่มี ถ้ามีก็แค่พอกิน ไม่มีให้เก็บเท่าไหร่

ซึ่งพอมันเป็นแบบนี้ทางเลือกผมก็มีไม่มากหรอกนอกจากจะสอบ ตำรวจ และเป็นข้าราชการเหมือนพ่อแม่ มีรถ มีบ้าน บลาๆๆ ตามที่ครอบครัวสอน ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่อะไร (ความสำเร็จที่อยู่ในระบบ Fiat สร้างหนี้ มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว มีลูกสัก 2 คนและก็มีหนี้สัก 1 ล้าน - 3 ล้าน เหมือนพ่อแม่ 555555555555555 )

ซึ่งถ้าเราใช้ชีวิตอยู่ใน Matrix มันก็อาจจะมีความสุขดีนะ ถ้าระบบ Fiat ของรัฐไม่ตายไปซะก่อน

เวลาผมแลกเปลี่ยนพูดคุยกับพ่อแม่ คือค่านิยมของคนไทยในต่างจังหวัดนี่ โครตจะ Fiat แต่ก็ไม่อยากเหมารวม แต่มันเป็นส่วนมากจริงๆ ซึ่งผมมั่นใจได้เลยว่า คนแถบ กทม. ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ ของการเตะฝุ่นแล้วต้องเป็นราชการเท่านั้นหรอก

มันก็แค่นั้นแหละผมว่าชีวิต ทุกคนก็แค่อยากมีความสุขในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่สิ ไม่ต้องมีความสุขก็ได้ ขอแค่ไม่ทุกข์ใจก็พอแล้วแหละ

แต่ก็นะ คนที่กินยาส้มแบบผม แต่ก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ 2 โลกทั้ง Matrix และความเป็นจริงแบบผม หวังว่าในอนาคต ผมจะเป็นตำรวจที่ดีได้ และอยู่ในโลก 2 ใบนี้แล้วบาลานซ์มันได้นะ

" เพราะชีวิตมันไม่เคยง่าย "

แต่มันก็ตลกดี

#ThaiNostrich #Siamstr

"... ขอแค่ไม่ทุกข์ใจ ..."

"... เป็นตำรวจที่ดีได้ ..."

...

ขอเป็นกำลังใจครับ