Avatar
Suk13
c74c04053376577cf8cd4ff81d712345b967552b05e5f048f56bc570429e6824

ถ้าเราตายไปมันจะกลายเป็นของคนทั้งโลกหรือเปล่า

Replying to Avatar Papa Akira

Update ครบ 1 ปี!!! ที่ทดลอง DCA บิตคอยน์ 2 พอร์ต แข่งกัน ด้วยกลยุทธที่แตกต่างกัน โดย

กอง A (Passive DCA) - ซื้อ ล้วนๆ ไม่ขายเลย ซื้อทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน

กอง B (Active DCA) - ซื้อ-ขาย ด้วยสัญญาณ CDC Action Zone ema 12,26 โดยจะซื้อเมื่อมีสัญญาณ buy ทุกวันที่ 10 และ 25 เท่านั้น แต่หากมีสัญญาณ sell จะทำการขายทันที

ด้วยทุน 100 (ฐานตั้งต้น) เริ่มต้นทดลองตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 จนถึงปัจจุบัน ที่ราคาวันนี้ 36,923 usd ต่อ 1 btc ผลปรากฎว่า

กอง A สะสมบิตคอยน์ ได้ xx btc คิดเป็นมูลค่า 160.58 หน่วย หรือคิดเป็น +60.58%

กอง B ซึ่งซื้อขายตามสัญญาณทางเทคนิค ได้ทำการ buy 12 ครั้ง และ sell 3 ครั้ง มีมูลค่าพอร์ต 131.91 หรือคิดเป็น +31.91%

วิเคราะห์ :

1 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ราคาบิตคอยน์ปรับตัวสูงขึ้นจาก 17,601 usd มาเป็น 36,920 ในปัจจุบัน ส่งผลให้กอง A ซึ่ง Buy & Hold ทำผลตอบแทนได้ดีกว่า แต่หากเป็นตลาดขาลง ที่ราคาปรับตัวลดลงเรื่อยๆ ก็น่ามาดูต่อว่า กอง B จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่าหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไป เดี๋ยวปีหน้ามาอัพเดทกันต่อครับ

#SiamStr #DCA #Bitcoin

Why Bitcoin , Not Shitcoin

การแบ่งเงินส่วนหนึ่งตามกำลังของเรา (ที่ยอมเสียได้ถ้า Bitcoin กลายเป็นศูนย์) มาออมเป็น Bitcoin นั้น

สำหรับผมแล้วมันคือการร่วมเดินทางไกลไปกับโปรเจ็คของ Bitcoin ที่เสนอตัวขึ้นมาเป็น “เงินที่ดี”

มันคือการประกาศเจตจำนง เป็นการเลือกฝั่ง เป็นการประท้วงอย่างสันติวิธี ไม่สยบยอมต่อระบบเงินที่พิมพ์เท่าไหร่ก็ได้จนทำให้อำนาจในการแลกเปลี่ยนของมันด้อยค่าลงเรื่อยๆ ไม่สยบยอมต่อระบบเงินที่ทำให้ผู้คนกลายเป็นเพียงทาสในเรือนเบี้ย และไม่สยบยอมต่อเหล่าพ่อค้าทุนนิยมสามานย์และเหล่าทรราชเผด็จการ

*ทุนนิยมเสรีกับทุนนิยมสามานย์ความหมายนั้น ต่างกันราวยอดฟ้ากับหลุมในก้นเหว*

Bitcoin ไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนหรือการเก็งกำไรหาส่วนต่างจากราคาที่ขึ้นลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์หรือเงินบาท เหมือนอย่างที่คนบางส่วนเข้าใจกัน

มันลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นมาก

การเก็บออมคือการเก็บออมไม่ใช่การลงทุน

ถ้าจะลงทุนผมลงทุนกับสิ่งอื่น

ถ้าจะเก็งกำไรแบบเทรดเดอร์

หรือจะเล่นแบบการพนันแล้วหวังจะรวย

จากส่วนต่างการขึ้นลงของราคา

ก็ตามสบายไม่ว่ากัน

แต่นั้นไม่ใช่ผม.....

ถ้าระบบเงินดีสังคมจะดี

Fix the money fix the world.

จงศึกษา Bitcoin

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

เป็นโพสต์ที่เกี่ยวกับ Bitcoin โพสต์สุดท้ายที่โพสต์ใน Facebook เมื่อปลายปีที่แล้ว ช่วงที่ราคา Bitcoin ลงหนักๆ

คนใกล้ตัวหลายคน หาว่าเราเล่นแชร์ลูกโซ่ หลายคนหาว่าเราติดการพนัน ต่างๆนาๆ จนเหนื่อยที่จะอธิบายว่า Bitcoin คืออะไร

สองวันมานี้ มีเพื่อนถามเกี่ยวกับ Bitcoin หลายคน ว่าตอนนี้ยังน่าซื้อไหม

ผมได้แต่บอกว่า…..

จงศึกษา Bitcoin

อันดับแรกไปดู CDC Bitcoin Talk ตอนที่ 100

แล้วก็ไปซื้อหนังสือ The Bitcoin Standard มาอ่านซะ

ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเช่นไรนั้น

ผมจะ Orange pill เขาสำเร็จไหม

ผมไม่สนใจแล้ว

เรื่องของเขา…..

เราทำหน้าที่ ที่ควรจะทำของเราแล้ว

ขอบคุณ nostr พื้นที่ดีๆแห่งนี้

ที่ให้ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ

เราจะไม่โดดเดี่ยวทางความคิด

อีกต่อไป…..

Replying to Avatar luckyCat

จำเป็นต้องเทรดหรือเปล่า

หลังจากได้เรียน CDC2023 ก็ได้ตระหนักรู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเทรดในตอนนี้ และอาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาในชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำที่จะสามารถใช้วิชาทำให้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็ด้วยที่เรียนมาทำให้ตัวเองรู้ว่าไม่เอาความมั่งคั่งที่หามาเอาไปโยนทิ้งกลางใจมหาสมุทรแห่งความโลภและความกลัวของตนเอง

ผมเชื่อว่าทุกคนอยากจะสบายและอยากทำตามความฝันที่วาดไว้ อย่างน้อยก็ตามทฤษฎี Hierarchy of Needs ที่ Maslow เมากัญชาและเล่าขานกันจนมาที่จริง ผมเคยได้ยินครั้งแรกตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยในคาบเรียน 50 นาที ที่อาจารย์เข้าสาย 30 นาทีเพราะมัวแต่ไปซื้อกาแฟ

สตาร์บัคส์ในห้างดังหลังอาหารเที่ยง จับใจความได้คร่าวๆว่าความหมายชีวิตการทำตามความฝันของตัวเองเป็นที่สุดของความต้องการ ทำให้นึกย้อนถึงสมัยที่ผมเป็นวัยรุ่นสิวขึ้นหนึ่งเม็ด กับความเพิ้อฝันที่ต้องการมั่งคั่งในเงินทอง อยากมีรถหรู อยากมีบ้านหลังใหญ่ที่สวยงาม มันเป็นสิ่งที่ผมอยากมีและอยากได้รับเป็นมรดกตกทอด เหมือนในละครหลังข่าวช่อง 3สี 7สี มาตลอด และไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ปกครองผมถึงจะต้องอดทนใช้รถกระบะที่ผมเป็นคนเลือกตั้งแต่อนุบาล 3 ทั้งที่ 2 คนมีอาชีพเป็นข้าราชการแท้ๆผมอยากจจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ และมีของที่อยากได้ตั้งเยอะแยะ

และแล้วคำตอบแห่งความจริงก็ซัดหมัดหนักเข้าเบ้าหน้าผมอย่างจังว่าพ่อแม่มึงส่งเรียนจบ จบ ป.ตรี โดยที่มึงไม่อดอยากเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะมอบให้แบบที่ไม่มีใครในโลกนี้จะให้ได้อีกแล้ว   "เงินเดือนก้อนแรก" ที่หามาได้ด้วยลำแข้งตัวเอง 11,030 บาท และตั้งใจจะมอบเงินที่ท่านให้ใช้แต่ละเดือนจำนวน 6,000 บาท คืนให้ท่านทั้ง 2 เพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่คาใจ เงินที่เหลือใช้ในเดือนแรกคือ 5,030 บาท อย่างที่คาดไว้ได้กินมาม่าอยู่ครึ่งเดือน และผมก็ได้รับรู้ความหมายของทุกสิ่งในชีวิตที่ผ่านมาว่ามันดีที่สุดที่ท่านจะมอบให้ได้แล้ว

ตอนนี้ก็ 3 ปีแล้วที่ผมทำงานตั้งใจเก็บเงินศึกษาแนวคิด และลองลงทุน อะไรหลายๆอย่างทั้ง เงินสด พันธบัตรรัฐบาลทองคำ บิทคอยน์ คริปโต กองทุนรวม หุ้นและกองทุนรวม ก็ได้รับรู้ว่าการลงทุนเป็นทักษะวิชาชีพที่ไม่ต่างจากที่เรียนมาเลยและได้จ่ายค่าบทเรียนแพงจนต้องกลับไปเลียแผลอยู่หลายเดือน และได้ตัดสินใจแบ่งเงินเก็บมาจ่ายเรียน CDC2023 และประเมินตัวเองว่ายังไม่พร้อมที่จะไปเล่นท่ายากอะไรในตอนนี้ เก็บมูลค่า เก็บความมั่งคั่งไม่ให้ระเหยไปในทรัพย์สินที่มั่นคงก่อน มีความสุขกับการทำงาน มีความสุขกับการศึกษาสิ่งต่างๆไปก่อนในตอนนี้ ส่วนวิชาที่เรียนมาคงจะฝึกฝนทบทวนเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตลาดไม่หนีไปไหนคนในตลาดก็คนเดิมที่เต็มไปด้วยความโลภกับความกลัว ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ร้อย กี่พันปี มันก็คนเดิม จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง

“บัญชี 4 ประเภทและ Bitcoin ที่เราควรทำความเข้าใจและแยกแยะให้ออก”

❤️1. Store of wealth (บัญชีรักษาความมั่งคั่ง)

บัญชีประเภทนี้เราใช้เพื่อรักษาความมั่งคั่งของเราและเพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานถัดไป เมื่อซื้อหรือสร้างทรัพย์สินประเภทนี้แล้ว จะถือไปเรื่อยๆไม่ขาย (เว้นเสียแต่จะจนตรอกจริงๆ) ทรัพย์สินที่ถือครองควรเป็นทรัพย์สินที่ไม่ด้อยค่าลงเรื่อยๆในอนาคต เช่น ที่ดิน ทองคำ ต้นไม้บางชนิด พืชพันธุ์ธัญญาหาร แหล่งอาหาร ฯลฯ

❤️2. Investment account (บัญชีการลงทุน)

บัญชีประเภทนี้บางคนใช้เพื่อสร้างฐานะความร่ำรวย แต่บางคน ใช้เพื่อสร้างอิสระภาพในการใช้ชีวิต โดยหลักการที่ว่า สร้างทรัพย์สินหรือเปลี่ยนเงินที่เราทำมาหาได้ให้กลายเป็นทรัพย์สินบางชนิด ที่สามารถทำงานผลิดอกผลแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดให้เราได้

ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด สุดแท้แต่ความชอบ ความถนัด ความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น....

- ทรัพย์สินทางการเกษตร ต้นไม้บางชนิด พืชพันธุ์บางชนิด ผลไม้บางชนิด ฝูงปศุสัตว์บางชนิด (ทั้งสัตว์บก-สัตว์น้ำ) *** ขอเน้นว่าเพียงบางชนิด และควรจะเพาะปลูกหรือเลี้ยงด้วยหลักการเกษตรกรรมธรรมชาติ

- สังหาริมทรัพย์บางชนิด

- อสังหาริมทรัพย์บางชนิด

- ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาในผลงานต่างๆ เช่นเพลง หนังสือ ช่องyoutube, facebook page, googel partner, web blog . ฯลฯ

- ธุรกิจบางประเภท *เน้นว่าเพียงบางประเภท เพราะธุรกิจบางประเภทนั้นให้ได้เพียงความร่ำรวย แต่ไม่อาจให้อิสรภาพในการใช้ชีวิตได้

- สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทต่างๆ (ผู้ถือหุ้น)

* เน้นว่าจะต้องเป็นการลงทุนแบบ Value Investor (Vi) คือลงทุนในบริษัทที่ดี มีธรรมาภิบาล สร้างสรรประโยชน์ต่อสังคม กิจการมีความแข็งแกร่ง รายได้เติบโต กำไรเติบโต กำไรต่อหุ้นเติบโต และราคาเหมาะสมที่เราจะร่วมเป็นเจ้าของด้วย

เมื่อซื้อหุ้นแล้วก็ถือระยะยาวไปเรื่อยๆ 5 ปี 10 ปี 20 ปี 30 ปี หรือตลอดชีวิตเลยก็ได้ ด้วยหลักคิดที่ว่าเมื่อเราถือหุ้นเราก็เป็นเจ้าของร่วมในบริษัทนั้น จะขายก็ต่อเมื่อ พื้นฐานของกิจการหรือธุรกิจนั้นเปลี่ยนไป หรือเมื่อราคาของหุ้นนั้นแพงเกินมูลค่ามากจนเกินไป

*หลายคนยังสับสนว่าถือหุ้นไปเรื่อยๆราคาหุ้นก็ขึ้น ถ้าไม่ขายจะได้เงินได้อย่างไร บางบริษัทนั้นจ่ายปันผล ซึ่งปันผลนั้นหากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น ปันผลก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี (แม้ราคาหุ้นไม่ขึ้นเลยก็ตาม)

*เรื่องนี้ยาว ต้องศึกษาเรื่องการลงทุนแบบเน้นคุณค่าอีกที

❤️3. Speculating account (บัญชีการเกร็งกำไร)

บัญชีนี้ก็อย่างๆที่เห็นๆในตลาดบางส่วน เกร็งกำไรได้ทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะหุ้น คลิปโต ค่าเงิน ทองคำ สินค้าทางการเกษตร ฯลฯ คนที่เกร็งกำไรส่วนใหญ่มักใช้การดูกราฟ หรือที่เราเรียกกันว่า Technical Trader บางคนอาจใช้หลักการ Money management เพื่อบริหารความเสี่ยงร่วมด้วย

❤️4. Gambling account (บัญชีการพนัน) บัญชีนี้ผมว่าอาจจะเป็นคนส่วนใหญ่ในตลาดเลย ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหุ้น ตลาดคริปโต ตลาดบอล ตลาดหวย ตลาดไฮโล ถั่วโป บาคาร่า รูเล็ต ป๊อกเด้ง ไปยันปั่นแปะ บางส่วนเล่นแบบหลับหูหลับตาเล่นเพราะผีพนันเข้าสิง แต่บางส่วนก็อาจมีหลักการบริหารความเสี่ยงร่วมด้วย

*สำหรับผมแล้ว มีเพียงบัญชีประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สอง เป็นสาย saving และ investing ไม่ใช่นักเกร็งกำไรซื้อๆขายๆหรือสายพนันเดิมพันไปทั่ว

❤️แล้ว Bitcoin หละ อยู่ในบัญชีประเภทไหน มันก็อยู่ได้ทุกประเภทนั่นแหละ บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการเล่นพนัน บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการเก็งกำไร บางคนก็ใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการลงทุน

❤️บางคนก็ใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาความมั่งคั่ง

❤️แต่สำหรับหลายคน Bitcoin นั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้ในการรักษาความมั่งคั่ง

* หลายคนใช้มันในฐานะเครื่องมือในการปลดแอกมนุษยชาติจากพวกพ่อค้าทุนนิยมสามานย์และเหล่าทรราชเผด็จการ

* ใช้มันเป็นเครื่องมือในการประท้วงอย่างสันติวิธี

* ใช้มันเป็นเครื่องมือในการประกาศชัยสู่อธิปไตยทางด้านการเงินของประชาชนอย่างแท้จริง

* และใช้มันเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคมนี้ให้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความศิวิไลซ์อันแท้จริง

❤️บัญชี 4 ประเภทและ Bitcoin ที่เราควรทำความเข้าใจและแยกแยะให้ออก แยกแยะไม่ออกเราอาจจะกลายเป็นเพียงแค่ผีผนัน

❤️และสิ่งสำคัญ จงศึกษา Bitcoin

❤️เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่า Bitcoin เกิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ใด เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่าการเปลี่ยนเงิน Fiat ให้กลายเป็น Bitcoin ของท่านนั้นไม่ใช่การลงทุน เมื่อใดที่ท่านเข้าใจว่า 1 btc มีค่าเท่ากับ 1 btc

เมื่อนั้นแสดงว่าดวงตาของท่านคงได้ส่องประกายราวกับแสงเลเชอร์แล้ว

ขอให้โชคดี ในวันที่ btc ดีดแรงๆและผู้คนแห่แหนกันเข้ามาด้วยความโลภและหวังจะรวยเร็ว

ว่าแล้วก็สาดน้ำมะตูมลงคอ.....

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

พี่ที่ทำงานถามผมว่า จะเก็บเงินไว้ที่ธนาคารไหนได้ดอกเยอะ ?

ผมบอก ผมเก็บใน Bitcoin บางส่วนที่ผมยังเหลืออยู่ก็เทียบเท่าเงินเดือนเรา 10 เดือนแล้ว…

พี่แกถามว่า ต้องธนาคารไหน เหมือนไม่เข้าใจคำถาม เพราะปกติเวลาผมพูดเรื่องการเมืองคนทั้งที่ทำงานเหมือนจะไม่เข้าใจ

ผมก็เลยย้อนไป ว่าคำถามแรกไม่ควรถามว่าจะเก็บเงินไว้ที่ไหน คำถามแรกคืออะไรคือเงิน

แล้วเก็บอะไรเป็นเงิน ผมบอกแกว่าลองอ่านหนังสือง่ายๆ อย่างพ่อรวยสอนลูก เพราะมันเข้าถึงกลไก ของทุนนิยมได้ง่าย แกบอกว่ายังไม่เคยอ่าน ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะมันอาจถูกโจมตีบ่อยเกินไป แต่ถ้าวิเคราะห์ดีๆ วิเคราะห์ลึก มันคือหนังสือ ที่กลับหัวของฝั่ง Authoritarians vs liberal ที่ Leftist ชอบมอง เป็น Communist vs Capitalist ที่ฝั่ง Rightist

พื้นฐานที่ Robert สอนอธิบาย ธาตุแท้ของ ระบบ Fiat Money ได้ดี แต่ยังไม่สามารถอธืบายกลไก ระบอบการเมืองชั้นลึกลงไปได้

แต่หากสิ่งที่ลึกลงไปคือเรื่องของ Property เราจะเห็นได้ชัดว่า ผู้ที่อ่าน The Bitcoin Standard แล้วพอเข้าใจ Concept นั้นจะเข้าใจคำว่า ทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ของมนุษย์จากประสบการณ์ของพวกเค้า

และใช่ครับ ส่งที่เราถูกสอนกับสิ่งที่พวกมาร์กซิส พร่ำสอนคือเรื่อง ของ Private property ซึ่ง เงิน คือหลักการของหนึ่งในนั้น แตกต่างกันกับ Personal property ของมาร์ก ซึ่งเค้าบอกว่าสินค้าที่มีกกว่าได้คือแปรงสีฟัน หรือ วัตถุเล็กๆน้อยๆ แต่พื้นที่หรือArea อย่างบ้านหรือที่ดินควรถูกแปรรูปให้เป็นของทุกคน

เดี๋ยวไว้มีโอกาสผมจะมาสาธายายเรื่องนี้ต่อ

ผมอยากให้ทุกคนลองศึกษา Existentialism หรือ ทฤษฎีขั้นเหนือกว่า อภิมนุษย์ของ Nietzche มันมีความสำคัญมากสำหรับนักปกครอง รวมถึงเรื่อง Morality ที่แบ่งเป็นชนชั้นด้วย

Replying to Avatar Riina

ทำไมผู้คนถึงยอมรับทองคำ

ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีว่า ทองคำนั้นเป็นโลหะมีค่า ที่ใครๆต่างก็ยอมรับ ผู้คนมากมายยินดีนำพลังงานและเวลาของพวกเขานั้นไปเก็บไว้ในทองคำ ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมายว่าทองคำนั้นมีค่า และคนส่วนมากก็มองว่าทองคำนั้นมีค่า โดยไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่า…ทำไม

บ้างก็ให้เหตุผลว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวเอง ทองคำนั้นราคาแพงขึ้นเสมอ ทองคำนั้นสามารถนำไปทำเครื่องประดับได้ พูดง่ายๆว่า จริงๆแล้ว ทุกคนต่างยอมรับทองคำโดยที่หลายคนก็ไม่ได้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำว่า ทำไมทองคำถึงมีค่า แต่ที่ทุกคนมองว่ามันมีค่า เป็นเพราะใครๆ ต่างก็ยอมรับทองคำต่างหาก

ธาตุพื้นฐานทั้งหมดที่มนุษย์รู้จักนั้น มีจำนวนทั้งหมด 118ธาตุ เมื่อเราตัดธาตุที่มีสถานะเป็นแก๊สออก ตัดธาตุจำพวกโลหะอัลคาไลออกเพราะความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัดธาตุกัมมันตรังสีออกเพราะไม่เสถียรและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ก็จะเหลือตัวเลือกไม่มากนัก สำหรับธาตุที่มีความเสถียรสูง ไม่ได้อยู่ในสถานะก๊าซ และไม่ใช่ธาตุกัมมันตรังสี ดังนั้นทองคำเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 118ธาตุพื้นฐาน

ด้วยคุณสมบัติหลายประการของทองคำ

- คุณสมบัติที่ทนทานต่อการสึกกร่อน(ไม่เป็นสนิม) ไม่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี

- ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เนื่องจากทองคำมีความอ่อนและเหนียวสูง สามารถขึ้นรูปได้ง่าย ซึ่งต่างจากอัญมณี จุดหลอมเหลวของทองคำที่อุณหภูมิ 1,064°C สามารถหลอมทองคำให้เป็นของเหลวและนำทองกลับมาขึ้นรูปและใช้ได้อีกตามต้องการ

- ความหายากแบบพอดีๆ(หาไม่ยากเกินไปและหาไม่ง่ายเกินไป) แต่ก็หายากพอที่จะทำให้คนที่มีทักษะทางด้านต่างๆ เลือกที่จะไม่ขุดทองและเลือกที่จะไปทำงานของตัวเอง ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าได้ง่ายกว่าการขุดทอง

ทองคำนั้นหายาก ทั้งยังตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ วางทิ้งไว้ก็ไม่เป็นสนิม ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้แทบจะทำให้ทองคำนั้นเป็นอมตะ เพราะทองคำนั้นจะมีมวลเท่าเดิมอยู่เสมอ ทองคำนั้นจึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นสิ่งที่สามารถเก็บไว้และส่งต่อผ่านกาลเวลาไปยังคนรุ่นต่อไปได้โดยไม่เสื่อมสลายไป

สรุปที่ทองคำนั้นมีค่า เพราะคุณสมบัติของธาตุ ที่ทำให้ทองคำนั้นเหมาะสมที่จะถูกนำมาใช้เป็นเงิน เงินจะมีค่าจริงๆก็ต่อเมื่อสามารถนำไปแลกทรัพยากรได้ และการจะนำไปแลกทรัพยากรได้ ผู้ที่รับแลกนั้นต้องยอมรับทองคำ

เมื่อเราทราบคุณสมบัติของทองคำแล้ว แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนเริ่มต้นให้คุณค่าแก่ทองคำจนกลายเป็นที่ยอมรับ ใครกันที่ควรจะเห็นคุณค่าของทองคำแบบรู้ได้ด้วยตนเอง รู้แบบไม่ต้องมีใครมาบอก ใครกันที่ทำให้ผู้คนที่ไม่เข้าใจในทองคำด้วยซ้ำ หันมายอมรับทองคำโดยที่พวกเขาไม่ต้องเข้าใจมันก็ได้ ใครกันที่จะทำเช่นนั้นได้

ลองนึกย้อนกลับไปในอดีตกาล เศรษฐีในยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเงินนั้น ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะ แต่คือคนที่มีทรัพยากรเหลือเฟือ และการจะมีทรัพยากรเหลือเฟือได้นั้น คนๆนั้นต้องแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะแข็งแรงกว่า ฉลาดกว่า อดทนมากกว่า ค้นพบเร็วกว่า รวบรวมผู้คนได้เยอะกว่า ซึ่งมันทำให้เขามีทรัพยากรมากกว่า และตามมาด้วยอำนาจที่มากกว่า

พวกเขามีทรัพยากรมากมายเท่าที่อำนาจของเขาจะครอบครองไหว ทั้งแผ่นดิน ผืนน้ำ สิ่งต่างๆล้วนกินไม่หมดและใช้ไม่ทัน แต่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ ถึงบางอย่างจะเก็บเอาไว้ได้ แต่ก็เก็บได้ไม่นาน ทรัพยากรต่างๆที่แม้จะใช้หรือไม่ใช้ วันนึงก็จะสลายไปอยู่ดี ตัดไม้เก็บไว้ใช้ ใช้ไม่ทันไม้ก็ผุ จะผลิตเก็บเป็นอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ วางทิ้งไว้สนิมก็กัดกิน ผลไม้ อาหาร หรือข้าวสารต่างๆ ถ้ากินไม่ทันก็เน่าเสีย เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วมหรือไฟไหม้ทรัพยากรต่างๆเหล่านี้ก็จะสูญไป ไม่เหลืออะไรเลย ปัญหาหนักใจของคนรวย คือมีทรัพยากรมากมาย แต่จะเก็บไว้ให้อยู่ได้ตลอดไปยังไงดี

ลองนึกภาพว่า เมื่อเศรษฐีได้พบกับคุณสมบัติที่พิเศษของทองคำและเมื่อเขาเข้าใจในความเป็นอมตะของมัน แน่นอนว่าเขาพร้อมที่จะครอบครองมัน แต่แล้วใครล่ะจะหาแร่ทองคำนี้มาให้เขา

ไม่ยาก…

ใครก็ตามที่หาแร่สีทองนี้มาให้เศรษฐี เขาก็ยินดีจะแบ่งปันอาหารและสิ่งต่างๆให้ ของที่เขากินไม่หมด ของที่เขาใช้ไม่ทัน ทรัพยากรที่เขามีอยู่มากมาย

เท่านี้ก็เพียงพอ ที่จะทำให้ผู้คนนั้น ยอมนำเวลาที่พวกเขามี ไปตามหาแร่สีทอง ถึงแม้มันจะกินไม่ได้ นำมาสร้างบ้านก็ไม่ได้ เอามาใส่แทนเสื้อผ้าก็ไม่ได้ มันไม่ได้ใกล้เคียงกับปัจจัยสี่เลยแม้แต่น้อย แต่… มันใช้แลกสิ่งต่างๆจากเศรษฐีได้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่า เศรษฐีจะเอาแร่สีทองนี้ไปทำอะไร แต่ในเวลานี้เขายอมรับมันและทุกคนต่างก็ยอมรับมัน เพราะมันสามารถนำไปแลกสิ่งต่างๆที่พวกเขาต้องการได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านคิดเหมือนกันไหม ว่าจริงๆแล้ว บางทีช่วงเวลาแห่งการยอมรับอะไรบางอย่าง(Adoption) มันไม่ได้ต้องรอให้ทุกคนบนโลก หรือคนส่วนมากนั้นเข้าใจมันทั้งหมดหรอก

อะไรก็ตามที่คุณสมบัติของมันนั้นพร้อมด้วยตัวมันเองแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่ร่ำรวยทรัพยากรนั้นให้การยอมรับ ในไม่ช้าผู้คนต่างก็จะยอมรับ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเข้าใจมัน แต่เป็นเพราะมันสามารถนำไปแลกทรัพยากรที่มีค่าจากผู้ที่มีอำนาจได้

ในบรรดาผู้คนทั้งหมด คนที่จะเข้าใจในเรื่องของ Store of value ที่สุด ดูจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากชนชั้นอีลิทหรือบรรดาเหล่าเศรษฐี ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ที่เป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด มีมากจนล้น และพวกเขาต้องการที่เก็บ เก็บแบบใดก็ได้ที่ใช้ต้นทุนในการเก็บน้อยที่สุด ขนย้ายได้ง่ายที่สุด นำมาใช้ได้ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด ถูกขโมยหรือถูกยึดได้ยากที่สุด ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่สูญหายไปพร้อมกับภัยพิบัติ

แน่นอนว่าในอดีต ทองคำคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอนต่างหาก การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอ การคัดเลือกทางธรรมชาติในแต่ละยุคก็คงจะมีความแตกต่างกันออกไป และในวันนี้ทองคำไม่ใช่ตัวเลือกเดียวอีกต่อไป

โลกของเรามีสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดี มีความสามารถในการเป็นที่เก็บรักษามูลค่า(Store of value)ที่เหนือกว่าทองคำ และเป็นหน่วยวัดได้(Unit of acount)ที่ดีกว่าเงินกระดาษ และมีความพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)ที่ดีที่สุด ถึงแม้จะจับต้องไม่ได้ในแบบรูปธรรม แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง และที่สำคัญคือไม่มีใครที่มีอำนาจควบคุมหรือบังคับมันได้เลย

หากเศรษฐีคนใดในวันนี้ที่ยังไม่เข้าใจในคุณสมบัติของเงินที่ดี ความมั่งคั่งของพวกเขา จะต้องถูกเคลื่อนย้ายไปสู่มือของบรรดาเหล่าหัวกะทิ ที่บางคนอาจจะไม่ใช่คนร่ำรวยในวันนี้ แต่บรรดาหัวกะทิเหล่านั้นจะกลายเป็นบรรพบุรุษของเหล่าเศรษฐีในยุคถัดไป

#siamstr

ตอนท้องว่างๆ อย่าดื่มเบียร์ครับ ผมทำif พอถึงเวลากินข้าว ผมดื่มเบียร์ก่อน เป็นโรคกระจเฉย

Replying to Avatar Johnny Jun

Gn/Gm #siamstr

เปนอีกวันที่รุ้สึกยินดี ดีใจ ที่ตัดสินเก็บทรัพย์สินย์เป็น #bitcoin หลังมีข่าวเกี่ยวกับแอพธนาคารอีกแล้ว

เดินทางมาอยู่แดนไกล ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเข้าแอพธนาคารไม่ได้ รับotpไม่ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องขนทองคำแท่งข้ามประเทศ มีเงินเก็บรักษาไว้ใช้ตอนกลับไทย มีเงินไว้ให้พ่อแม่ใช้ อนาคตแพลนจะไปทำงานไปเรียนที่ประเทศไหน เงินก็เป็นของเราเสมอ

การที่ต้องรับผิดชอบเงินของตัวเอง ทำให้เราศึกษามันจนพอจะเข้าใจวิธีการเก็บรักษาเงินของตัวเอง ไม่ต้องไปหวังพี่งระบบรักษาความปลอดภัยของแอพธนาคาร

ผมยังติดอยู่ปัญหาเดียว ก็คือถ้าต้องใช้จริงๆ ในลักษณะเงินก้อนใหญ่ ยังคิดวิธี cash out ดีๆไม่ได้ กฎหมายยังห่างไกลที่จะใช้ในการซื้อของที่รับชำระแต่เงิน fiat แต่มันก็เป็นข้อดี ไม่รู่จะเอามาใช้ยังไง ก็ไม่ใช้ เป็นปัญหาที่กลับเป็นข้อดี ให้ #hodl ง่ายขึ้น สบายใจ

ในนี้ผู้คนสามารถพูดทุกอย่างที่มากจากใจไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ สัมผัสได้ถึงความจริงใจมากๆ อ่านแล้วทรงคุณค่า

Replying to Avatar Khing_T21

บัณฑิตหนุ่มถือบิตคอยน์ แต่ใจของเขาร้อนรน

ยามราคาลงเขากังวล พร่ำถามตัวเองว่าควรขายดีหรือไม่

ยามราคาขึ้นเขาก็กระวนกระวาย พร่ำถามตัวเองว่าตรงนี้ถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง

เจ้าหนุ่มไม่เข้าใจ ใยเงินที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือ จึงถือแล้วแผดเผาหัวใจ ดั่งถ่านไฟประลัยกัลป์

บัณฑิตหนุ่มจึงไปพบนักปราชญ์ สอบถามปัญหาที่ค้างคาใจ

นักปราชญ์ได้สดับตลอดเรื่องราวแล้วก็ยกนิ้วขึ้น ชี้ไปที่เบื้องเท้าของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

นักปราชญ์เอ่ยว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อรองเท้า เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อรองเท้า เพราะอยากได้รองเท้า เอาไว้สวมใส่

ปราชญ์เฒ่าได้ฟังคำตอบก็พอใจ ยกปลายนิ้วสูงขึ้น ถามต่อว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อเสื้อ เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อเสื้อ เพราะอยากได้เสื้อ เอาไว้ห่มคลุมกาย

อาจารย์ปราชญ์เร่งถามต่อ เช่นนั้นเจ้าบัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อบิตคอยน์ เจ้าอยากได้อะไร

ครั้งนี้บัณฑิตหนุ่มได้ฟังคำถาม กลับอึ้งเงียบไป

ผู้ปราชญ์เห็นดังนั้นจึงอธิบายพลัน เจ้าซื้อบิตคอยน์โดยมิได้อยากได้บิตคอยน์ แท้จริงแล้วเจ้าอยากได้ทรัพย์ศฤงคาร อยากได้คฤหาสน์เพนเฮาส์ อยากขี่แลมโบ อยากกินโอมากาเสะ

ยามบิตคอยน์ราคาลงเจ้าก็ร้อนรน เพราะใจเจ้าเอาแต่นึกถึงสิ่งที่สูญเสียไป โอ้ นั่นบุฟเฟ่ต์มื้อหนี่งเชียว โอ้ นั่นทริปเที่ยวญี่ปุ่นเชียว

ยามราคาบิตคอยน์ขึ้นเจ้าก็ร้อนรน เพราะเจ้าคิดว่ากำไรที่ได้มา เทียบเคียงเป็นของที่เจ้าอยากได้ จากนั้นก็กลัวว่าจะสูญเสียมันไป จ้องแต่จะหาจังหวะขายให้ทันการ

ใจเจ้าไม่เคยเห็นบิตคอยน์เป็นบิตคอยน์เลย อย่างนี้จะเรียกถือบิตคอยน์ได้อย่างไร

ในมือเจ้าถือฮาร์ดแวร์ วอลเล็ต แต่ในใจเจ้าถือแต่เฟียตเต็มไปหมด สิ่งที่แผดเผาใจเจ้าไม่ใช่บิตคอยน์ แต่คือเฟียต

หากเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะวางเฟียตลง เจ้าจะไม่มีวันถือบิตคอยน์ได้เลย

บัณฑิตได้ฟังคำตอบแล้วก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง สำนึกรู้ว่าเส้นทางบิตคอยเนอร์ของเขายังอีกยาวไกล

ก่อนจะจากลา เขาแอบเห็นนักปราชญ์ตรงหน้าแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกราฟราคา จึงถามว่า ท่านอาจารย์เองก็วงเฟียตได้แล้ว ใยจึงยังต้องใส่ใจมูลค่าในหน่วยเงินเฟียตเล่า

ปราชญ์ได้ฟังดังนั้นก็ส่งเสียงหึเบาๆ แล้วหันมา

ก็โบนัสปลายปีข้า มันออกเป็นเฟียตนี่หว่า...

มึงอย่ารีบขึ้นนะเว้ย...

#Siamstr

nostr:naddr1qq2ks5ecxfe4qvmz24j9wkrhdu6rzezhx4n42q3q39r6j3fhhhxjucksksxm2a3kan3sx3dq7c7gq66npf03lxlu7cnqxpqqqp65wjvak23

จริงๆแล้ว ที่ดินไม่ควรจะแพงถึงขนาดในปัจจุบันครับ แก่นแท้ของการมีที่ดิน คือการใช้สร้างที่อยู่อาศัย ใช้เพาะปลูก ใช้ปศุสัตว์ คนที่ไม่ชอบการเพาะปลูก ไม่ชอบการปศุสัตว์ ไม่ได้ชอบหรือถนัดอาชีพเกษตรกรรม ก็ไม่จำเป็นต้องมีดินมากมายก็ได้ เพียงมีไว้สร้างที่อยู่อาศัยสักแปลงก็ยังดี ถือเป็นความมั่นคงขั้นพื้นฐานของชีวิต

แต่เพราะระบบเงินที่วิปริต เงินที่พิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ จนทำให้เงินเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ มันเลยทำให้คนที่มีเงินเยอะ ไม่เก็บเงินที่เงินกัน ส่วนนึงเขาจึงเอามาเก็บเป็นที่ดินกัน ทั้งที่เขาแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผืนดินนั้นเลยก็มี ใช้เป็นเพียงที่เก็บรักษาความมั่งคั่ง ซึ่งนั้นผิดวัตถุประสงค์อันเป็นแก่นแท้ของที่ดิน

จนทำให้ราคาที่ดินแพงเกินไปจนอยากที่จะจับต้องได้

ผมเองไม่ได้โทษคนมีเงินเยอะแล้วเขาเปลี่ยนเงินเป็นที่ดินนะครับ

แต่ผมโทษระบบเงินอันวิปริต

Fix the money fix the world.